เงาพิศวาสทะเลทราย (ซ่อนกลิ่น)

เงาพิศวาสทะเลทราย (ซ่อนกลิ่น)

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160006021
ผู้แต่ง: ซ่อนกลิ่น
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 320.00 บาท 160.00 บาท
ประหยัด: 160.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

             เสียงกรี๊ดของสาวๆ มหาวิทยาลัยมินนิโซตาดังกึกก้องเมื่อเจ้าชาย

อัคคาร์ รัชทายาทแห่งราชอาณาจักรอัสบายาห์ทรงพระราชดำเนินไปตาม ทางเดินที่ทอดยาวไปสู่อาคารเรียนของคณะรัฐศาสตร์

เนื่องด้วยทรงเป็นเจ้าชายที่งามพร้อมด้วยรูปโฉมและมั่งคั่งไปด้วย ทรัพย์สิน ประเทศของพระองค์นั้นมีรายได้จากการผลิตน้ำมันถึงวันละ

สองล้านบาร์เรล และยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่ติดอันดับของโลกอีกต่างหาก จึง

ไม่แปลกเลยที่บรรดาสาวๆ ทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะได้ข้ามทวีปไปเป็นชายาของ พระองค์

เจ้าชายหนุ่มทรงพระราชดำเนินเคียงข้างมากับพระสหายคนสนิทที่มี ใบหน้าคมคายและงดงามไม่แพ้กัน แต่พระองค์ก็ดูจะเสียเปรียบในเรื่องรูปร่าง

ไม่น้อย เพราะเขาคนนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่อุดมไปด้วยมัดกล้าม ผิวสีเข้ม

ประกอบกับดวงตาสีเหล็กของเขาก็ทำให้สาวๆ ที่พบเห็นหลงรักได้ไม่ยาก เขา

ผู้นั้นมีนามว่า ฮาซาน อาดิล อะมานี เชื้อพระวงศ์ปลายแถวของราชอาณาจักร

กอลิยาห์ ประเทศเพื่อนบ้านของเจ้าชายอัคคาร์นั่นเอง

แต่ด้วยกอลิยาห์เป็นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลางที่จัดได้ว่าเป็น

ประเทศกำลังพัฒนาและไม่ได้ร่ำรวยเท่าอัสบายาห์ พื้นที่แปดสิบเปอร์เซ็นต์

ของประเทศก็เป็นทะเลทรายแห้งแล้งกันดาร ประชากรส่วนใหญ่ยังเป็นชนเผ่า เร่ร่อนและยากจน ทำให้กอลิยาห์เป็นลูกไล่ของอัสบายาห์มาโดยตลอด

ความเสียเปรียบนี้เองก็ส่งผลมาถึงฮาซานด้วย เขาถูกรัศมีความเป็น รัชทายาทของเจ้าชายอัคคาร์บดบังจนไม่น่าสนใจอย่างที่ควรจะเป็น ทุกคนต่าง จับจ้องไปที่เจ้าชายหนุ่มจนหลงลืมเขาไปเสียสนิทใจ

และในท่ามกลางสายตาหญิงสาวหลากชาติหลากภาษาที่จับจ้องไปยัง รัชทายาทหนุ่มอยู่นั้นเอง ก็ยังมีสายตาอีกคู่หนึ่งที่ซุ่มดูอยู่ไม่ห่างด้วยความ หลงใหลที่แตกต่าง

“อร มานั่งทำอะไรตรงนี้” สาวญี่ปุ่นเอ่ยทักสาวชาวไทยที่นั่งทำลับๆ ล่อๆ อยู่หลังพุ่มไม้ไม่ห่างจากเส้นทางที่เจ้าชายอัคคาร์และพระสหายทรงพระราช- ดำเนินผ่าน

“ชู่...” ผู้ที่ถูกทักยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเพื่อส่งสัญญาณให้เพื่อน ชาวญี่ปุ่นเงียบเสียง

“อะไรกันยะ ทักษอร นี่แอบกรี๊ดเจ้าชายอัคคาร์ด้วยเหมือนกันเหรอ”

 “อย่าเสียงดังไปสิ มันไม่ใช่อย่างที่เธอเข้าใจหรอกนะอาซามิ เดี๋ยว พระองค์ก็ทรงได้ยินหรอก” ทักษอรรีบลุกขึ้นไปปิดปากเพื่อนสาวเอาไว้

“อู้” อาซามิดิ้นรนอย่างหนักเพื่อจะได้หลุดพ้นจากพันธนาการของเพื่อน แล้วหล่อนก็ทำสำเร็จ เนื่องจากมีเรือนร่างอวบอ้วนกว่าทักษอรถึงสองเท่าตัว นั่นเอง

“อะไรกัน มาปิดปากคนอย่างอาซามิไม่ได้หรอกนะ” สาวญี่ปุ่นร้องบอก สายตาจ้องมองไปยังเพื่อนสาวด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ หล่อนแสยะยิ้มก่อนจะหัน กลับไปยังขบวนเสด็จแล้วร้องตะโกนโหวกเหวกขึ้น

“ทางนี้ค่ะ เจ้าชาย” อาซามิตะโกนลากเสียงยาว เสียงหล่อนก้องกังวาน กลบทุกเสียงกรี๊ด ด้วยพลังเสียงที่ฝึกฝนมาจากชมรมนักร้องโอเปรา จากนั้น ก็ทรุดตัวหลบเข้าหลังพุ่มไม้ทันที

ตอนนี้สายตาทุกคู่หันขวับมาตามเสียงเรียกอันกังวานนั้น และพวกเขา ก็ได้พบกับร่างทักษอรที่ยืนตะลึงอยู่ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าชายอัคคาร์และฮาซาน

ทักษอรแทบเป็นลมล้มทั้งยืน เมื่อบัดนี้ผู้คนต่างหันมามองหล่อนด้วย สายตาที่ต่างกันไป พวกสาวๆ นั้นเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่หล่อนดึงความ สนใจของเจ้าชายไปได้ แต่สายตาที่ทำให้ทักษอรตัวสั่นอยู่ในขณะนี้ก็คือ สายตา ของชายคนที่หล่อนแอบมองอยู่ต่างหาก

หญิงสาวไม่อาจรู้ได้เลยว่าสายตาคู่นั้นมีความหมายว่าอะไร เขากำลัง หัวเราะเยาะหล่อนอยู่หรือเปล่า หรือว่าเขากำลังคิดว่าหล่อนก็เหมือนผู้หญิง ทั่วๆ ไปที่หลงใหลในตัวเจ้าชายเพราะความหล่อรวย

ความมั่นใจตัวเองที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในทุกขณะกลับกลายเป็นความ ประหม่าเมื่อเห็นสายตาสีเหล็กคู่นั้น มันเหมือนดั่งเปลวเพลิงแผดเผา ร่างกาย แทบหลอมละลายไปเพราะสายตาคู่นั้นเสียให้ได้

แล้วตอนนี้หล่อนจะทำอะไรได้อีกเล่า ฉะนั้นทันทีที่ตั้งสติได้ สิ่งแรกที่ ทักษอรทำได้ดีที่สุดในตอนนี้ก็คือ ‘วิ่ง’

อาซามิมองเพื่อนสาววิ่งหางจุกตูดไปด้วยความขบขัน มันเป็นการแกล้ง อำกันเล่นที่เกิดขึ้นบ่อยๆ ระหว่างหล่อนกับทักษอรตั้งแต่ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกัน และครั้งนี้มันก็เป็นชัยชนะของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง

 

หลังออกจากห้องเรียนกฎหมาย ทักษอรแทบรอไม่ได้เลยที่จะจัดการ กับเพื่อนสาวชาวญี่ปุ่นผู้ทำให้หล่อนอับอายถึงขนาดนั้น

“อาซามิ” หล่อนตะโกนก้องเมื่อเห็นเพื่อนสาวกำลังปิดล็อกเกอร์ของ ตัวเอง

สาวญี่ปุ่นหันมองตามเสียงเรียกด้วยความตกใจ หล่อนมองดูท่าทาง ขึงขังของเพื่อนด้วยความหวาดหวั่น และก่อนที่ทักษอรจะทันขยับตัว อาซามิ ก็รีบวิ่งหนีไปในทางตรงกันข้ามกับจุดที่เพื่อนสาวชาวไทยยืนจังก้าอยู่

แต่ด้วยร่างอวบอ้วนก็ทำให้อาซามิไม่ได้คล่องตัวไปกว่าทักษอรที่รูปร่าง เพรียวบางเลย เมื่อสาวไทยผู้เสียหน้าวิ่งมาถึงระยะเหมาะ หล่อนก็ล้มตัวลง สไลด์ขัดขาของอาซามิราวกับนักฟุตบอลทีมชาติไทย หญิงสาวร่างอ้วนล้มคะมำ ลงทันที ใบหน้าฟาดพื้นปาร์เกต์เสียงดังสนั่น

“โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย” อาซามิลุกขึ้นนั่งกุมใบหน้าตัวเองด้วยความเจ็บ

ปวด

“อะไรเหรอ ก็โทษฐานที่เธอแกล้งฉันเมื่อกลางวันนี้น่ะสิ” ทักษอรลุกยืน เท้าสะเอวตอบอย่างสะใจ

“โธ่ ฉันหวังดีต่างหาก ก็เห็นเธอแอบด้อมๆ มองๆ เจ้าชายอยู่ไม่ใช่ เหรอ” อาซามิเงยหน้ามอง ใบหน้าหล่อนแดงก่ำด้วยแรงกระแทก พร้อมกับ

หยาดน้ำใสปริ่มปลายตา

“ฉันไม่ได้แอบมองเจ้าชายเสียหน่อย”

“อย่ามาทำไก๋เลย บอกใครๆ ก็ไม่เชื่อหรอก ก็ซุ่มดูซะจริงๆ จังๆ ขนาดนั้น”

“ฉันมองพระสหายต่างหาก...อุ๊บ” หญิงสาวรีบปิดปากทันทีที่รู้สึกตัวว่า เผลอพูดความลับที่เก็บงำมานานออกไปแล้ว

“พระสหายเหรอ” อาซามิทำตาเจ้าเล่ห์มองเพื่อนสาว เอาละสิ ความลับ ของสาวงามนามทักษอร จะปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียชื่ออาซามิแย่

“เอ่อ...มะ...ไม่มีอะไรหรอก” ทักษอรหน้าแดงก่ำ แล้วรีบหันหลังให้ก่อน จะจ้ำเท้าเดินหนีไปอย่างรวดเร็วราวติดปีก

“ดะ...เดี๋ยวสิ” อาซามิร้องเรียกพร้อมๆ กับพยายามพาร่างอวบอุ้ยอ้าย ลุกขึ้นตามไป

ในที่สุดอาซามิก็ตามทักษอรมาทันที่ริมสระน้ำของมหาวิทยาลัย หล่อน กระชากไหล่เพื่อนสาวให้หันกลับมาทันที และมันก็เป็นไปอย่างง่ายดายราวกับ ว่าทักษอรเป็นสิ่งของไร้น้ำหนัก

“โอ๊ย...อะไรกัน” ทักษอรหันมาโวย “เจ็บนะ”

“ก็...” อาซามิหอบแฮกๆ ก่อนจะเรียบเรียงคำพูดออกมาจนได้ “ยังพูด กันไม่รู้เรื่องเลย”

“เรื่องอะไร ไม่เห็นรู้เรื่อง” สาวไทยทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ก็เมื่อตะกี้ที่เธอพูดว่าพระสหายยังไงเล่า”

“ไม่รู้ จำไม่ได้” ทักษอรสะบัดหน้าหนี

“นี่เธออย่าบอกฉันนะว่า เธอหลงรักพ่อรูปหล่อคนนั้นเหมือนกัน” อาซามิร้องถาม

“เหมือนกัน” ทักษอรหันมามองและทวนคำด้วยความเอะใจ “เธอ หมายความว่าอย่างไร”

“แหม ก็คนอย่างฉันน่ะ ไม่ใฝ่สูงเหมือนคนอื่นๆ เค้าหรอกนะ” อาซามิ ทำท่าเพ้อฝัน “แค่พ่อรูปหล่อนั่นสนใจฉันสักนิด ฉันก็มีความสุขแล้ว”

“นี่เธอก็ชอบฮาซานเหมือนกันเหรอ” ทักษอรถามออกไปด้วยหลงกล เพื่อนสาวเสียแล้ว

“เหมือนกัน” อาซามิทวนคำ

“เอ่อ...ก็...หมายถึงว่าเธอชอบฮาซานเค้าเหรอ”

“แหม ยอมรับมาเถอะน่า เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ” อาซามิเห็นช่องทาง เสียแล้ว และหล่อนก็ไม่ปล่อยให้มันหลุดมือไปง่ายๆ แน่ๆ “เธอไม่ไว้ใจฉัน

เหรอไงกันจ๊ะ”

“เอ่อ...ก็...แหม...” ทักษอรบิดกายไปมาด้วยความเขินอาย

“ใช่ไหม เธอชอบฮาซานใช่ไหม”

หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ

“นั่นปะไร” อาซามิตบมือฉาดด้วยตรงอย่างที่ใจคิด

“แล้วเธอล่ะ” ทักษอรถามเขินๆ

“ฉันไม่เกี่ยวเสียหน่อย เดี๋ยวเคนโด้มันงอนตายเลยถ้ารู้ว่าไปกรี๊ดผู้ชาย คนอื่น” อาซามิปฏิเสธพร้อมดึงซองขนมออกจากกระเป๋าเรียนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ กับสิ่งที่เคยพูดไป

“อ้าว...ตะกี้เธอบอกว่าเธอก็ชอบฮาซานเหมือนกัน” ทักษอรถามอย่าง งงๆ

“เหอๆ จะล่อเสือออกจากถ้ำเสือ” อาซามิล้วงมันฝรั่งออกมา “ก็ต้องใช้ ลูกเสือสิ” แล้วจัดการยัดมันเข้าปาก ก่อนจะหัวเราะด้วยความสะใจพร้อมกับ เคี้ยวขนมอย่างเอร็ดอร่อย

“อาซามิ” ทักษอรร้องตะโกนด้วยความที่เสียรู้

หญิงสาวผู้ถูกเรียกนึกขึ้นได้ หล่อนถลึงตาโตด้วยความตกใจ ด้วย รู้ฤทธิ์เวลาเพื่อนสาวโกรธดี แต่หล่อนก็ไม่ไวพอที่จะหลบฝ่าเท้าของทักษอรได้

ร่างอวบอ้วนของหล่อนมีอันต้องกระเด็นตกลงไปในสระอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

ดวงตะวันเริ่มทอแสงสีทองที่ริมขอบฟ้าระหว่างที่เจ้าชายอัคคาร์

ทรงรถกลับสู่บ้านพัก เฟอร์รารีสีแดงเพลิงทะยานพุ่งไปข้างหน้าสมกับราคา

อันแพงระยับของมัน

ใบหน้างามของหญิงสาวที่ตะโกนเรียกพระองค์อย่างโดดเด่นผุดขึ้นมา หล่อนทำให้พระองค์อดแย้มพระสรวลออกมาไม่ได้ และนั่นก็ทำให้พระสหาย หนุ่มรู้สึกสะกิดใจ

“วันนี้กระหม่อมรู้สึกว่า พระองค์ทรงอารมณ์ดี มีเหตุอันใดพอจะ

แบ่งปันให้กระหม่อมได้เป็นสุขร่วมไปกับพระองค์ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

“หึๆ” ทรงพระสรวลในลำคอ “นายไม่เห็นหญิงชาวเอเชียคนนั้นเหรอ”

 “คนไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮาซานถามด้วยความสงสัย

“ก็คนที่ตะโกนเรียกฉันเมื่อกลางวันไงล่ะ”

“อ๋อ...” ฮาซานนึกขึ้นมาได้ทันที และภาพนั้นก็สร้างรอยยิ้มให้ผุดขึ้น

บนใบหน้าเขาด้วยเช่นเดียวกัน

“นายว่าหล่อนสวยไหม” ตรัสถามอย่างอารมณ์ดี

“เอ่อ...สวยมั้งพ่ะย่ะค่ะ” ฮาซานทำทีไม่สนใจ ด้วยไม่ต้องการให้ทรง ทราบว่าเขาเองก็แอบหลงรักหล่อนมานานแล้ว

มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไรกันนะ โอ! อัลลอฮ์ งานกีฬามหาวิทยาลัยเมื่อ

ปลายปีที่ผ่านมานั่นไง หล่อนทำให้หัวใจเขาแทบจะไม่มีที่ว่างเหลือให้แก่ผู้หญิง คนอื่น

“คนอะไรสวยจริงๆ ตาก็โต หน้าขาวเหมือนกับตุ๊กตากระเบื้อง ผมก็

ยาวสลวยเหมือนเกลียวไหม รูปร่างราวกับนางฟ้านางสวรรค์จุติมา” ทรง

พร่ำพรรณนาด้วยพระเนตรชวนฝัน

“เอ่อ...พระองค์โปรดหล่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ” ฮาซานทูลถามอย่างไม่แน่ใจ

“แน่นอนสิ”

เป็นคำตอบที่ทำให้ฮาซานรู้สึกกลัดกลุ้มใจไม่น้อย ถ้าเปรียบเป็นการ แข่งรถ เขาก็แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากจุดสตาร์ต ทรงเปรียบเสมือนเฟอร์-

รารีที่เร็วและสง่างามด้วยกำลังแรงม้าอันเหนือกว่า

และเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วทั้งมหาวิทยาลัยว่า ทรงเป็นที่คลั่งไคล้ในหมู่สาวๆ

เพียงไร และที่สำคัญ หล่อนก็ยังเป็นหนึ่งในหญิงพวกนั้นเสียด้วยที่มาคอย

ชื่นชมพระองค์อย่างออกหน้าออกตา

แต่มันก็ยังไม่หนักใจเท่ากับข้อที่ว่า ตั้งแต่เป็นพระสหายสนิทมา ไม่เคย มีหญิงใดที่พระองค์ถึงกับเอ่ยพระโอษฐ์ว่าโปรดเช่นนี้มาก่อนเลย

“ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงที่ไหนสวยอย่างนี้มาก่อน นายรู้ไหมว่าหล่อน

เป็นใคร”

“เอ่อ...ไม่รู้จักพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไร นั่นไม่ใช่ปัญหา เดี๋ยวฉันให้พวกมหาดเล็กไปสืบก็น่าจะได้ เรื่อง” ตรัสด้วยรอยแย้มพระสรวลฉาบไปทั่วพระพักตร์ พระเนตรส่องประกาย ราวกับว่ามีแสงเจิดจรัสทออยู่ตรงหน้า

“พ่ะย่ะค่ะ” ฮาซานตอบกลับด้วยใบหน้าที่หม่นหมอง ใบหน้าเขา แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับพระพักตร์อันเปี่ยมด้วยรอยแย้มพระสรวลของ

เจ้าชายอัคคาร์

 

หลายวันต่อมา รถเฟอร์รารีสีแดงเพลิงโลดแล่นอยู่บนถนนภายใน มหาวิทยาลัยมินนิโซตาอีกครั้ง หากแต่ว่าวันนี้มันไม่ได้แล่นด้วยความเร็ว

เช่นเดิม

นั่นเป็นเพราะว่าคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยไม่ใช่เจ้าชายหนุ่มเจ้าของรถ แต่อย่างใด แต่เขาคือฮาซาน พระสหายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายนั่นเอง ชายหนุ่ม ต้องขับราชรถของเจ้าชายอัคคาร์มามหาวิทยาลัยก็ด้วยเหตุว่าเจ้าชายหนุ่ม ทรงพระประชวร จึงมีพระเมตตาให้เขานำราชรถมาใช้เพื่อเดินทางมาเรียนได้

ตอนแรกฮาซานก็บ่ายเบี่ยงด้วยเห็นว่าการเดินทางโดยรถประจำทางก็ สะดวกดี อีกทั้งการเดินจากหน้ามหาวิทยาลัยไปถึงคณะรัฐศาสตร์ก็เป็นการ

ออกกำลังไปในตัวด้วย แต่เขากลับถูกพระราชบัณฑูรอันเด็ดขาดบังคับให้

ขับรถคันงามคันนี้มาจนได้

ชายหนุ่มขับรถเฟอร์รารีชั้นเยี่ยมราคาแพงอย่างไม่คุ้นมือ เขาออกจะ

ตัวใหญ่กว่าเจ้าชายอัคคาร์เล็กน้อย นั่นเป็นสาเหตุให้เขาบังคับรถที่สั่งทำมา

อย่างพอดีตัวไม่ถนัดนัก และมันก็เป็นเหตุให้บังเอิญไปเฉี่ยวชนเข้ากับ

                                 (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

“เธอกับเขาต่างหลงรักซึ่งกันและกัน” แต่ชะตารักกลับเวิ้งว้างดุจหลงทางกลางทะเลทราย
 
ฮาซาน เจ้าชายอาหรับชั้นปลายแถวแค้นรักฝังใจว่า ทักษอร ใช้เขาเป็นทางผ่านเพื่อเข้าหาเจ้าชายอัคคาร์
 
พระสหายผู้เนื้อหอมและรวยทรัพย์กว่า ทว่าแท้จริงแล้ว ทิชากร แฝดน้องผู้ร่านรักต่างหากที่ก่อเงาแค้นพิศวาสนี้
 
เมื่อจู่ๆ เขากลายเป็นสุลต่านทรงอำนาจ ก็อุกอาจจับเธอไปพลีกายระบายแค้นในฮาเร็มจนสาแก่ใจ
 
หญิงสาวทวงคืนด้วยตำแหน่งราชินี มิเช่นนั้นจะเปิดโปงความจริงให้โลกรับรู้!!
 
แต่ทิชากรแฝดร้ายหวนกลับมาทวงรักคืน ทำให้ทักษอรกลายเป็นนางเอกผู้เสียสละ
 
แล้วใครกันล่ะ!? ที่จะเป็นชายผู้แสนดีดามใจทั้งคู่ให้สมรักกันอีกครั้ง...

รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
26/06/2014

สมัยที่นิยายแนวทะเลทรายได้รับความนิยม หลายคนคงได้ยินชิ่อเรื่อง“เงาพิศวาสทะเลทราย” กันมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ เนื่องจากตอนนี้ทางสำนักพิมพ์ได้มีการนำนิยายเรื่องนี้มาเปลี่ยนปกใหม่ และพิมพ์ขึ้นอีกครั้ง เลยทำให้ดิฉันมีโอกาสอ่านค่ะ เรื่องเริ่มต้นจากการที่พระเอก “ฮาซาน” หลงรักนางเอก “ทักษอร” ตั้งแต่แรกพบ นางเอกก็หลงรักเขาเช่นกัน โชคชะตาดันเล่นตลกให้ “ทิชากร” เข้ามาทำให้เขาเข้าใจผิดว่าคือแฝดผู้พี่ ซึ่งเป็นคนที่เขาหลงรัก แต่แล้ว “ทิชากร” ในคราบของ “ทักษอร” ก็ทิ้งเขาไปเพื่อไปหาพระสหายของเขาที่รวยกว่า ห้าปีผ่านไป ทำให้ “ฮาซาน” ได้พบกับ “ทักษอร” อีกครั้ง เขาจึงคิดจะแก้แค้นหญิงสาวมากรักด้วยความเข้าใจผิด นางเอกที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเลยต้องกลายมารับเคราะห์ที่ตนเองไม่ได้ก่อ ฟังแค่นี้ก็น่าสงสารนางเอกแล้วใช่ไหมคะ พระเอกเรื่องนี้ตอนแรกๆดูงี่เง่าไปนิดค่ะ สไตล์โหดๆ อยากแก้แค้นเพราะโดนกระทำก่อน เลยให้คนไปจับนางเอกมาให้แก้แค้น จนขาดสติจนไม่ฟังที่นางเอกบอกว่าตัวเองมีฝาแฝด แต่พอรู้ว่าความจริงก็คิดว่าตัวเองรักนางเอกแน่ๆ ไม่ใช่ “เงา”อย่างน้องสาวเธอ ดิฉันคิดว่า เอิ่มม รักกันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ นางเอกตอนแรกก็ไม่พอใจที่ถูกพระเอกจับมา แต่พอนานวันก็ยิ่งรักเขา เพราะเธอยังไม่ลืมความปลื้มในตัวเชาเมื่อห้าปีก่อน แต่เรื่องไม่ได้จบง่ายๆขนาดนั้นค่ะ เพราะพระเอกเป็นอิสลาม และมีตำแหน่งสูงส่งเป็นถึงสุลต่านปกครองประเทศ ดังนั้นการครองคู่ระหว่างทั้งสองจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะถูกคันค้านจากพวกขุนนาง ไหนจะประชาชน รวมถึงมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อราชบัลลังค์ ทำให้พระเอกมีปัญหารอบด้านเลยค่ะ ปัญหายังไม่หมดแค่นั้นเมื่อ “ทิชากร” กลับเข้ามาในชีวิตพระเอกอีกครั้ง และพยายามเป่าหูนางเอกว่าแท้จริงแล้วคนที่พระเอกรักคือตัวเธอต่างหาก ซึ่งความจริงแล้ว “ทิชากร” อิจฉานางเอกมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะคิดว่าพ่อแม่รักนางเอกมากกว่า เลยเป็นปมในใจมาตลอด นางเอกก็ใสซื่อค่ะ ยอมน้องตลอด น้องสาวเลยได้แต่งงานกับพระเอกแทนตัวเอง แต่ด้วยความที่นางเอกเราเป็นคนสวย มีเมตตา นิสัยดี เลยมีแต่คนรัก ขนาดราชองค์รักษ์ของพระเอกยังตกหลุมรัก เลยยื่นมือเข้ามาช่วย ส่วนจะช่วยอย่างไรแล้วสำเร็จไหมต้องตามอ่านเองนะคะ ดิฉันว่าจุดไม่สมจริงของเรื่องนี้คือตัวละครดูรักกันง่ายเกินไป อาจจะใกล้ชิดหรือจะชอบหน้าตาไรงี้มากกว่ารัก คือยังไม่ค่อยเห็นความสัมพันธ์ของตัวละครที่มีร่วมกันเท่าไหร่ นอกนั้นก็โอเคค่ะ มีคนร้าย แผนการต่างๆ รวมถึงเรื่องศาสนาและความเชื่อของอิสลามเข้ามาเกี่ยวข้อง ใครชอบแนวทะเลทรายลองหามาอ่านกันดูนะคะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2020