สาปรัก (คีตฌาณ์)

สาปรัก (คีตฌาณ์)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160020102
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 360.00 บาท 180.00 บาท
ประหยัด: 180.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ปฐมกาลมองสาวข้างกายด้วยแววตาทึ่งแกมนับถือ ด้วยนับตั้งแต่

ก้าวเข้ามาในบริเวณโรงพยาบาลหรูของตระกูลสุขาภิรมย์จิต เธอก็มีสีหน้า

สงบนิ่ง ไม่สะทกสะท้านใดๆ ต่อสายตาผู้คนที่มองมาซึ่งต่างผงะอย่างตกใจ

และบางคนถึงกับแสดงท่าทีรังเกียจขยะแขยงชัดเจน...แต่เธอก็ไม่หวั่นไหว

นี่แหละอัปสร! ผู้ซึ่งชื่อมีความหมายแตกต่างกับหน้าตาราวฟ้ากับดิน

ปฐมกาลนึกอย่างชื่นชมพลางลอบพินิจหญิงสาวที่เดินข้างๆ อัปสรอยู่

ในชุดขาวซึ่งเธอสวมสำหรับปฏิบัติธรรมอยู่เป็นนิตย์ รูปร่างสูงโปร่งทว่า

บอบบางจนเขานึกหวั่นว่าหากลมมาปะทะแรงๆ เธออาจปลิวหายไปกับ

สายลม ปลายนิ้วที่พ้นขอบเสื้อแขนยาวสีขาวนั้นเรียวยาวราวกับลำเทียน

และขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาดั่งสำลี เล็บตัดมน ปลายเท้าในรองเท้าคีบซึ่ง

โผล่พ้นชายผ้าถุงนั้นเรียวเล็ก บอบบาง และเกลี้ยงเกลาไม่ต่างกับมือ ยิ่งกว่า

นั้นเนื้อตัวของเธอหอมระรวยโชยชื่นราวกับน้ำปรุงกลิ่นดอกไม้ไทยๆ

ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นหญิงสาวดูสมบูรณ์แบบ

ใช่...สมบูรณ์แบบเกินกว่าจะเป็นคนจริงๆ ด้วยซ้ำ

ยกเว้นเพียงอย่างเดียว นั่นคือใบหน้า!

ใบหน้าของอัปสรเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำ แทบหาพื้นที่ว่างไม่เจอ ไม่ต่าง

กับโรคท้าวแสนปม ตอนที่เขาเห็นครั้งแรกยังแทบผงะด้วยความตกใจ ทั้งๆ

ที่เตรียมใจไว้ล่วงหน้าแล้ว ด้วยว่าใครๆ ต่างเล่าลือถึงความอัปลักษณ์ของ

อัปสร แต่พอเจอจริงๆ เขาไม่นึกว่าจะอัปลักษณ์ได้ถึงเพียงนี้

คนไข้และญาติของคนไข้ที่เดินสวนกันทำท่าผงะระคนขยะแขยง

ไปตลอดทาง ส่วนแพทย์และพยาบาลระงับอาการได้ดีกว่า มีเพียงการ

ผงะอย่างตกใจเท่านั้น แต่พอหันมาเห็นเขาก็รีบค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม

คงมีเพียงเธอที่ยังทำหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่รู้สึกรู้สา...

เขาชื่นชมอัปสรจริงๆ!

พวกเขาเดินไปจนถึงห้องพักฟื้นซึ่งมีป้ายชื่อ...ปิยชาติ สุขาภิรมย์จิต

ติดอยู่หน้าห้อง ปฐมกาลยกมือเคาะก่อนส่งเสียง

“คุณแม่ครับ...พวกเรามาแล้ว”

“เข้ามาเลยลูก”

เมื่อมารดาตอบอนุญาต ปฐมกาลจึงผลักประตูเข้าไป ด้านในเป็น

ห้องวีไอพีที่แยกเป็นสัดส่วนระหว่างห้องนอนของคนไข้ ห้องรับแขก และ

ครัว ให้ความรู้สึกไม่ต่างกับอพาร์ตเมนต์หรู ห้องพักฟื้นสำหรับคนป่วยห้องนี้

หรูหราและกว้างขวางมากที่สุดเมื่อเทียบกับห้องอื่นๆ ในโรงพยาบาลแห่งนี้

แน่ละ...ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ด้วยเป็นโรงพยาบาลที่ตระกูลสุขาภิรมย์จิต

เป็นเจ้าของ ดังนั้นห้องผู้ป่วยสำหรับคนในตระกูลจึงสร้างขึ้นอย่างหรูหรา

พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันเป็นพิเศษ

ทันทีที่อัปสรเดินตามปฐมกาลเข้าไปในห้อง ปฏิกิริยาของมารดาเป็น

ไปตามที่เขาคาด เธอผงะอย่างตกใจ ก่อนจะควบคุมสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว

“นั่นหนูอัปสรใช่ไหม” พุดซ้อนร้องทักพลางลุกยืน มองหญิงสาว

หน้าตาอัปลักษณ์ที่ยืนข้างลูกชายด้วยสีหน้าที่พยายามควบคุมให้เป็นปกติ

มากที่สุด เธอส่งยิ้มให้ แต่ค่อนข้างเจื่อน

“ใช่ค่ะ” แขกของครอบครัวสุขาภิรมย์จิตตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คุณปิยชาตินอนอยู่ในห้องด้านใน เข้าไปเลยจ้ะ”

“ดิฉันขอเวลาอยู่ตามลำพังกับคุณปิยชาติสักครู่ได้ไหมคะ”

“ตามสบายเลยหนู”

พุดซ้อนกล่าวแล้วมองตามแผ่นหลังบอบบางของอัปสรที่หายลับ

เข้าไปในห้องคนไข้ เธอกล่าวกับลูกชายโดยที่สายตายังไม่ละจากประตูที่เพิ่งดีดกลับ

“ไปเจอตัวที่ไหน”

“ในป่าช้าทางภาคอีสานครับ กำลังนั่งวิปัสสนา ต้องขอบใจสารวัตร

คมสันเพื่อนของนายปฐวี ที่หาตัวเจอ”

ปฐวีเป็นน้องชายของเขา ฝ่ายนั้นไหว้วานให้เพื่อนสนิทที่เป็นตำรวจ

ช่วยตามสืบให้ ครอบครัวของเขาออกค้นหาหมอจับยามสามตาคนนี้มานาน

ร่วมสองเดือน จวบจนกระทั่งเพื่อนของปฐวีสืบหาตัวได้เมื่อสัปดาห์ก่อน แล้ว

ปฐมกาลก็เป็นคนออกไปติดต่อและรับตัวเธอนั่งเครื่องบินเข้ามาในกรุงเทพฯ

พุดซ้อนพยักหน้ารับรู้ กล่าวต่อว่า “แม่หวังว่าแม่หมอคนนี้จะช่วยพ่อของลูกได้”

“ครับ...ถ้าวิธีนี้จะช่วยทำให้คุณแม่สบายใจขึ้น” ปฐมกาลต่อประโยค

ของผู้เป็นแม่ ความจริงเขาไม่เคยเห็นดีเห็นงามกับวิธีการพึ่งไสยศาสตร์

ในการรักษา แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อขัดมารดาไม่ได้ และที่ผ่านมาบิดา

ของเขาก็ผ่านการรักษาด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่และแพทย์

ทางเลือกมาแล้วสารพัดวิธี แต่ก็ไม่ได้ผล จึงต้องลองพึ่งพาศาสตร์ด้านนี้ดูบ้าง

ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้าย

เป็นเวลาสามปีมาแล้วที่บิดาของปฐมกาลล้มหมอนนอนเสื่อโดยหา

สาเหตุไม่ได้ แม้แต่แพทย์เก่งๆ ก็หาสาเหตุไม่เจอ ครอบครัวของปฐมกาล

พาปิยชาติตระเวนไปรักษาตามโรงพยาบาลดังๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาอาการที่บิดาเขาป่วยอยู่ แต่

สุดท้ายก็ไม่ได้ผล อย่างมากก็แค่ประคองอาการไม่ให้ทรุดลง สุดท้ายจึงต้อง

พากลับมาพักฟื้นที่โรงพยาบาลของตระกูล

แพทย์ที่ไหนๆ ก็ไม่อาจหาสาเหตุได้ว่าเหตุใดบิดาของเขาจึงไร้เรี่ยวแรง

เอาแต่นอนซมอยู่บนเตียง ร่างกายซูบผอมลงเรื่อยๆ เนื่องจากไม่สามารถ

ลุกเดินเหินกินอาหารได้ตามปกติ เมื่อแพทย์ไม่อาจวินิจฉัยโรคได้ จึงต่างลง

ความเห็นว่าปิยชาติไม่ได้ป่วย แต่น่าจะเป็นอาการทางจิตที่ปฏิเสธความเป็น

ไปของชีวิต หรืออีกนัยหนึ่ง...หมดอาลัยตายอยาก

แต่จะหมดอาลัยตายอยากด้วยเหตุผลอะไร ปฐมกาลถามตัวเอง

ในเมื่อครอบครัวของเขาร่ำรวยเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ แถมประสบ

ความสำเร็จในหน้าที่การงานจนสื่อต่างชาติยกย่องว่าเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่

แห่งเอเชีย ลูกๆ แต่ละคนก็เอาถ่าน อย่างเขาซึ่งเป็นลูกชายคนโต อายุ ๓๘ ปี

จบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ถึงจะยังโสด แต่ก็เอาการเอางาน

ปัจจุบันเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท คุมธุรกิจส่งออกของครอบครัว

ส่วนน้องชายเขา ปฐวี อายุ ๓๕ ปี จบปริญญาตรีสองใบ ใบหนึ่ง

จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในเมืองไทย และอีกใบจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซา-

ชูเซตส์หรือเอ็มไอที (MIT) รวมถึงปริญญาโทจากเอ็มไอทีเช่นกัน เป็น

หนุ่มโสดที่เจ้าชู้เปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น ถึงแม้จะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับปิยชาติ

แต่เขาก็บริหารธุรกิจโรงแรมในเครือสุขาภิรมย์จิตก้าวหน้าชนิดที่เรียกว่า

มีแขกมาพักตลอดแม้แต่ช่วงโลว์ซีซัน ขณะที่ปานวาด น้องนุชสุดท้องซึ่งเป็น

ลูกหลง กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองไทย

ซึ่งเป็นสถาบันเดียวกับพี่ชายทั้งสอง

ในเมื่อครอบครัวหาสาเหตุแห่งการหมดอาลัยตายอยากไม่เจอ

จึงพาไปปรึกษาจิตแพทย์ แต่จิตแพทย์ก็ลงความเห็นว่าสภาพจิตใจของ

บิดาปกติ ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด

แล้วอาการป่วยของบิดาเขาเกิดจากสาเหตุอะไร อาการที่เอาแต่

เหม่อลอย ไร้เรี่ยวแรงเดินเหิน

ปีที่ผ่านมามารดาของเขาจึงเริ่มหันหน้าเข้าหาไสยศาสตร์ เพื่อนฝูง

คนไหนบอกว่าที่ไหนมีคนทรงเจ้าเก่งๆ มารดาเป็นต้องไปหามาหมด แรกๆ

พุดซ้อนไปด้วยตัวเองโดยพาลูกสาวหรือไม่ก็ลูกชายคนโตไปด้วย แต่พอ

อาการป่วยของบิดาทรุดลง มารดาจึงเลิกตระเวนหาหมอไสยศาสตร์เก่งๆ

แล้วมาอยู่ข้างสามี แต่มอบหมายหน้าที่นั้นให้ลูกๆ แทน

เมื่อเดือนที่ผ่านมา เพื่อนของพุดซ้อนเล่าว่าที่ภาคใต้มีคนทรงเจ้าที่

เก่งด้านการต่ออายุอยู่คนหนึ่ง พวกเขาจึงเดินทางไปหา เมื่อไปถึง คนทรง

ก็ทำพิธีแล้วบอกว่า อาการของบิดามีเพียงคนเดียวที่จะรักษาได้ นั่นคือหมอ

จับยามสามตาที่ชื่อว่าอัปสร ซึ่งนั่งวิปัสสนาอยู่ที่ป่าช้าทางภาคอีสาน เธอเก่ง

ด้านการรักษาโรคภัยที่เกิดจากกรรมเก่าจนชื่อเสียงขจรขจายเป็นที่รู้จัก

อย่างกว้างขวาง แต่เธอเก็บตัวอยู่ในป่าช้าซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในป่า ทำให้พวกเขา

ต้องค้นหาอยู่นาน แต่ในที่สุดเพื่อนตำรวจของปฐวีก็ค้นหาเจอ

 

ปิยชาติ นักธุรกิจหลายพันล้าน ร่ำรวยพรั่งพร้อมทั้งฐานะและ

ชาติตระกูล เคยได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของร่างสูงใหญ่ผึ่งผาย หล่อเหลาคมคาย

ทว่าบัดนี้กลับซูบผอมเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก แก้มตอบ ตาลึกโบ๋ ดูๆ ไป

ไม่ต่างกับปลาขาดน้ำที่หายใจพะงาบๆ รอวันตาย ร่างที่หลับตาพริ้มใน

ตอนแรกลืมตาขึ้นทันทีที่อัปสรเปิดประตูเข้ามา

“คุณเป็นใคร...” ปิยชาติถามทันที สีหน้าอิดโรย น้ำเสียงอ่อนระโหยอย่างคนไร้เรี่ยวแรง

“ดิฉันชื่ออัปสร”

ปิยชาติชะงักเสี้ยวอึดใจ แล้วตอบช้าๆ ว่า

“คุณเองเหรอหมอจับยามสามตา” เขาพูดอย่างเข้าใจอะไรๆ ดี ด้วยว่า

ภรรยาเล่าเรื่องที่กำลังตามตัวหมอจับยามสามตาที่ชื่อ ‘อัปสร’ มารักษาเขา

ให้ฟังโดยตลอด

น้ำเสียงของปิยชาติแหบเครือ พูดพลางไอแค็กๆ เขาไม่ได้ตกใจ

ใบหน้าของอัปสร เพราะได้ฟังเสียงเล่าลือถึงความอัปลักษณ์ของอีกฝ่าย

มาบ้างแล้วจากครอบครัว

“ดิฉันไม่ใช่หมอจับยามสามตา ผู้คนเข้าใจไปเอง” อัปสรตอบเนิบๆ อย่างคนที่สำรวมวาจา

“แต่คุณใช้พลังจิตรักษาคนได้” คนไข้พูดสลับกับไอ

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ ผู้คนพูดเกินไป เสียงเล่าลือมักไปไกลเกินจริงเสมอ”

ปิยชาติทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ไม่ได้คล้อยตามทันที แต่ถามปนไอต่อว่า

“เมื่อกี้ตอนเข้ามาในห้อง ผมเห็นคุณผงะ คุณเห็นอะไรเหรอ” เขาถาม

เสียงเนือยๆ แล้วมองหญิงสาวตรงหน้าเงียบๆ อัปสรมีใบหน้าอัปลักษณ์

แต่กลับมีผิวพรรณขาวผุดผาดอย่างน่าอัศจรรย์ใจ

คนถูกถามมองไปทั่วห้องอีกรอบ แล้วตอบด้วยท่าทางนิ่งสงบว่า

“ในนี้มีแขกไม่ได้รับเชิญมากมาย พวกเขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของ

คุณ” เธอตอบเนิบๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นๆ แต่ส่งผลให้ปิยชาติเย็นวาบไปถึงไขสันหลัง

เขาอึ้งไปครู่ใหญ่ก่อนจะถามต่อ

“แล้วเป็น...” อยู่ดีๆ เขากลับไม่มีแรงถามต่อ แต่น่าแปลกที่อัปสร

เหมือนเดาความคิดของเขาได้ เธอตอบว่า

“เป็นเจ้ากรรมนายเวรทั้งในชาตินี้และตามมาจากชาติที่แล้ว เคยได้ยิน

สำนวนว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไหม เวลาที่เราดวงตก กรรมทุกอย่างที่ทำไว้

จะตามมาทัน และคุณก็กำลังเป็นอย่างนั้น” เธอบอกนิ่งๆ

“ฉันไม่เคยทำกรรมอะไร!” คนไข้เถียงด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เขาต้อง

รวบรวมทั้งกำลังกายและใจอย่างมากจึงจะหลุดคำพูดนั้นออกไปได้ ปิยชาติ

คิดว่าตวาดออกไปสุดเสียง แต่ความจริงแล้วเปล่าเลย...เสียงที่ลอดผ่าน

ลำคอแทบไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ และเวลานี้เขาก็ได้รับผลจากการออกแรง

...ปิยชาติกำลังเหนื่อยหอบอย่างหนัก

อัปสรใคร่ครวญก่อนตอบว่า “คุณหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกตัวเอง

ไม่สำเร็จหรอก คุณทำให้กี่ครอบครัวต้องทนทุกข์ทรมาน ด้วยการไปเทก-

โอเวอร์บริษัทของพวกเขา คุณวางแผนหลอกล่อจนหลายคนติดบ่วงเป็นหนี้

ถึงขั้นล้มละลาย หลายคนต้องจบชีวิตลงด้วยการปลิดชีพตัวเองเพราะหาเงิน

มาใช้หนี้ไม่ได้ และคนเหล่านั้นกำลังจองเวรคุณ”

“ฉันไม่เชื่อ!” เขาถึงกับต้องเค้นเสียงพูดจึงหลุดถ้อยคำเหล่านั้นออกมา

ได้ ปากบอกไม่เชื่อ แต่แววตาหวั่นไหวอย่างมาก เขาตกใจและประหลาดใจ

ที่ผู้หญิงหน้าตาอัปลักษณ์ตรงหน้าล่วงรู้ถึงสิ่งที่เขาเคยทำ

“ไม่เพียงแค่นั้น ชาติที่แล้วคุณยังเจ้าชู้ หลอกลวงผู้หญิง และเมื่อเธอ

ท้อง คุณก็บังคับให้ทำแท้ง ผู้หญิงและเด็กๆ ที่เสียชีวิตจากการถูกทำแท้ง

เหล่านั้นกำลังมาทวงชีวิตคุณ!”

น้ำเสียงเยือกเย็นยังคงดังต่อไป ทำให้คนฟังขนลุกชัน

“บัดซบ...เธอจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่เรื่องจริงใครจะรู้ แล้วจะบอก

ให้ฟังนะ ฉันไม่เชื่อเรื่องหลอกเด็กพวกนี้เด็ดขาด”

มาถึงตอนนี้ปิยชาติก็หอบจนตัวโยนเนื่องจากความเหนื่อยและอ่อนล้า

จากการพยายามเค้นเสียงพูด และเขาก็ไอหนักขึ้น อัปสรมองสภาพทุกข์

ทรมานของชายชราเบื้องหน้าด้วยแววตาปราศจากความรู้สึก แล้วกล่าวว่า

“งั้นเอาความลับในชาตินี้ไหม ก่อนที่คุณจะเจอคุณพุดซ้อน คุณเคย

บังคับให้ผู้หญิงคนหนึ่งไปทำแท้ง แต่ผู้หญิงคนนั้นแอบเก็บลูกไว้ คุณรู้เข้า

ก็เลยซ้อมเธอ และผลคือ...เธอตกเลือดตาย เธอตายทั้งกลม และตอนนี้

วิญญาณของเธอก็อยู่ในห้องนี้!”

ใบหน้าของปิยชาติซีดเผือดด้วยความตกใจ เพราะเป็นความลับที่

ไม่มีใครรู้ แม้แต่พุดซ้อนเขาก็ไม่เคยบอก เรื่องเกิดสมัยเขายังเรียนหนังสือ

ครอบครัวของเขาหมดเงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อปิดเรื่องนี้ เนื่องจากต้อง

                                 (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เขา...คือคนที่ถูกสาปให้ต้องมาแต่งงานกับหญิงอัปลักษณ์เธอ...คือนางฟ้าที่ต้องคำสาปให้มาช่วยมารผจญมากด้วยกามารมณ์อย่างเขา ให้กลับขึ้นไปยังเบื้องบน เพื่อล้างหนี้บุญคุณ มารและนางฟ้าจะทำอย่างไรเพื่อแก้คำสาปของทั้งคู่ ในเมื่อมารอย่างเขาไม่ขอยอมแต่งงานกับหญิงอัปลักษณ์เด็ดขาด แต่ทางเดียวที่นางฟ้าอย่างเธอจะช่วยแก้คำสาปได้ คือต้องผ่านการแต่งงานเท่านั้น เงื่อนไขของเขาคือ แต่งก็ได้ แต่จะเอาคืนด้วยการจำใจมีอะไรด้วย แม้เธอจะยืนกรานว่าไม่ต้องการก็ตาม เงื่อนไขของเธอคือ แต่งโดยไม่มีอะไรกัน เพื่อจะได้หลุดพ้นคำสาป แต่มารอย่างเขามีหรือจะยอมให้เธอชนะโดยง่ายดาย เมื่อเงื่อนไขสวนทางกัน ทั้งคู่จะหลุดพ้นจากคำสาปได้อย่างไร 


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020