ทะเลไฟ

ทะเลไฟ

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165000536
ผู้แต่ง: ณารา
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 300.00 บาท 150.00 บาท
ประหยัด: 150.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

...ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปี เกาะไข่มุกก็ยังดูสวยไม่เป็นสองรองใคร...

พศิ กาสูดอากาศสดชื่นเข้าไปเต็มปอด สายตาก็ชื่นชมทัศนียภาพเบื้องหน้า ด้วยหัวใจที่เป็นสุขยิ่ง เธอกำลังนั่งอยู่ตรงหัวเรือ ณ ที่เดิม ตั้งแต่ครั้งแรกที่มา ถึงเกาะไข่มุก ตรงจุดนี้เป็นจุดโปรดปราน เพี่อเธอจะได้มองเห็นเกาะก่อนใคร ทุกครั้งที่เรือชะลอความเร็วลงเมื่อใกล้เทียบท่า พนักงานทุกคนรู้ดีว่าไม่ควรจะ เข้าไปจับจองที่นั่งหากหญิงสาวขึ้นเรือมาด้วย ราวกับมันถูกเขียนป้ายชื่อ ติดเอาไว้ ด้งนั้นมันจึงว่าง และทุกคนตั้งใจปล่อยให้เธอนั่งอยู่ตามลำพัง เพราะ รู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบพูดคุยและสุงสิงกับใคร

ด้วย นิสัยนี้เช่นกันที่ท่าให้เธอไม่เป็นที่ชอบใจชองพนักงานนัก หลายคน ว่าเธอถือตัว แต่เธอไม่แคร์ เพราะรู้ดีว่าพวกที่เข้ามาตีสนิทมักเป็นพวกหน้าไหว้ หลังหลอกเท่านั้น ลับหลังเธอ ทุกคนจับกลุ่มนินทาว่าร้ายสารพัด หากต่อหน้า ก็ยังมาประจ๋อประแจ๋ คาดหวังว่าเธอจะช่วยให้ได้เลื่อนขึ้น เลื่อนตำแหน่งเร็วๆ ด้วยเห็นว่าเธอเป็นคนสนิทชองอนุพงศ์ หรือพูดง่ายๆ ว่าเมียเก็บ เธอจึงวางตัว ห่างเหินจากทุกคนที่ตัดสินคนเพียงภายนอก จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พศิกา เลือกคุยด้วย เพราะไม่มีนิสัยชอบจับกลุ่มนินทา และไม่มีผลประโยชน์ใดๆ มาเกี่ยวข้องกับหน้าที่การงาน

หญิง สาวหายใจเข้าไปลึก เมื่อลมอุ่นพัดมาปะทะใบหน้า...มันให้ความ รู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน ช่างประหลาด เพราะเธอรู้สึกเช่นนี้มาตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างลงบนเกาะเมื่อหกปีก่อนหน้านั้นแล้ว

วันนี้ เธอได้กลับมาอีกครั้งหลังเรียนจบปริญญาอย่างที่อนุพงศ์ต้องการ นับจากนี้เป็นต้นไป เธอจะไม่จากเกาะนี้ไปอีก และจะช่วยท่านบริหารงานของริสอร์ตให้แข็งแกร่งขึ้นไป สมกับที่ท่านได้ไว้วางใจให้เธอกลับมาเป็นผู้บริหาร คนหนึ่งของบริษัท

แน่ นอนว่ามันจะต้องมีเสียงครหาตามมาอีกยกใหญ่ แต่เธอไม่เคยสนใจ ความรู้สึกของใครอยู่แล้ว เพราะมันรังแต่จะท่าให้เธอต้องมานึ่งเจ็บปวด ใครจะ ว่าเห็นแก่ตัวและเย่อหยิ่งจองหองก็ตามที เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัว ของเธอเมื่อหกปีก่อน เธอก็ปิดประตูและหน้าต่างหัวใจ ไม่เปิดรับใครเข้ามาอีก นอกจากอนุพงศ์ เพราะเขาพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า หวังดีกับเธอจริงๆ ขณะที่คนอื่น มีแต่ต้องการผลประโยชน์และหลอกลวง

ใน เวลานั้น เธอเจ็บปวดเพราะผิดหวังจากความรักครั้งแรก...และผิดหวัง ในตัวพีระเดช ผู้เป็นบิดา บุคคลที่เธอรักและเทิดทูนมากที่สุด แต่กลับเป็นผู้ที่ ท่าร้ายเธออย่างเจ็บปวดที่สุดด้วยการแอบมีภรรยาลับคือ เปรมสุดา เลขาฯ หน้าห้องมานานจนกระทั่งมีบุตรด้วยกันคือ พศินและ เขาก็คือผู้ชายที่เป็นรักครั้งแรกของเธอ ทั้งสองพบกันระหว่างที่ พิรญาณ์เดินทางไปเที่ยวกับปาณัท บุตรชายจากสามีเก่าของเปรมสุดา พศิน ยกเลิกการเดินทางไปเดินปากับเพื่อน หมายจะมาเยี่ยมพี่ชายระหว่างปิดเทอม แตกต้องผิดหวัง แล้วเขาก็พบเธอ ทั้งสองใช้เวลาอยู่ร่วมห้องกันนานถึงสาม สัปดาห์ ด้วยความใกล้ชิดทั้งสองจึงตกหลุมรักซึ่งกันและกัน วาดฝันไปไกลถึง วันข้างหน้าว่าอาจจะลงเอยเช่นเดียวกับคู่ของพี่สาว

หากฟ้าก็ถล่มลงมาต่อหน้าต่อตา เมื่อเธอพบว่าเขาเป็นพี่ชายต่างมารดา ไม่มีทางที่ความฝันของเธอจะเป็นจริงได้เลย...

เธอ...ซึ่ง ผิดหวังกับทุกสิ่งทุกอย่าง ได้โทร.ไปฟ้องมารดาโดยไม่หยุดคิด ลักนิด ท่าให้ท่านหัวใจวายถูกล่งเข้าโรงพยาบาล เมื่อฟืนขึ้นมาก็กลายเป็นคนป่วยทางจิตที่หลบหนีสังคม และต้องเช้ารับการรักษาตัวอยู่นานนับปี

พศิ กาเองก็ต้องเข้ารักษาอาการทางจิตเมื่อครอบครัวพังยับเยิน และ ลงโทษตนเองที่เป็นต้นเหตุให้มารดาป่วย จึงต้องกินยาระงับประสาททุกคืน หาก คืนหนึ่ง ก่อนที่มารดาจะถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลด้านจิตเวช ไม่รู้ว่ามีอะไรมา ดลใจให้เธอขว้างยาทิ้ง ซึ่งเป็นผลให้เธอต้องนอนฟ้งซ่าน กระสับกระส่ายเพราะ สภาพจิตอันไม่ปกติของตนเอง แล้วในที่สุดเธอก็ลากกระเป๋าออกจากบ้าน...นับ จากนั้น เวลาก็ผ่านมาถึงหกปีกว่าแล้ว...

ปัจจุบัน ปาณัทได้เป็นพี่เขยของเธอหลังพิรญาณ์เปิดใจยอมรับความรัก อันมั่นคงของเขา พร้อมกับที่เปรมสุดาตัดสินใจเปิดทางให้บุตรชายคนโตด้วย การแยกทางจากบิดาของเธอแล้วเดินทางไปอยู่กับพศินที่อเมริกา เวลานี้ทิ้งสอง ก็มีบุตรชายและหญิงสองคนแล้ว และเธอเพิ่งได้ข่าวขณะกลับไปเยี่ยมบ้านหลัง เดินทางกลับมาถึงเมืองไทยว่า พิรญาณ์เพิ่งทราบว่าตนได้ตั้งครรภ์บุตรคนที่สาม เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา...ด้วยความภาคภูมิอกภูมิใจของผู้เป็นบิดาและ ยาย ที่ ใช้เวลาในแต่ละวันในการดูแลหลานๆ พร้อมกับปล่อยให้พิรญาณ์เป็นผู้บริหาร บริษัทจิวเวลรีเพียงลำพัง และคอยเป็นที่ปรึกษาให้เท่านั้น

เท่ากับ ว่ามรสุมร้ายของครอบครัวผ่านพันไปด้วยดี...กระนั้นก็ไม่มิใครใน บ้านอยากเอ่ยถึงบิดาของเธอ ตัวต้นเหตุของปัญหาทิ้งปวง ที่ภายหลังท่านต้อง ขายบ้านหลังใหญ่ไปอีกครั้งหลังเกษียณเพราะไม่มิเงินดูแล และชื้อบ้านจัดสรร หลังกะทัดรัดที่อยู่ไกลออกไปถึงชานเมือง ท่าให้ยิ่งห่างเหินพวกเธอออกไปอีก

เธอ กับพีรญาณไปกราบท่านเพี่อแจ้งข่าวให้ทราบว่าเธอสำเร็จการศึกษา กลับมาแล้ว ก็รู้สึกดีใจที่เห็นท่านหันหน้าเช้าหาทางธรรม และเช้าวัดเช้าวาปฏิบัติ ธรรมอยู่เนืองๆ ซึ่งท่านก็ปนว่าอยากเห็นหลาน พีรญาณ์จึงตั้งใจจะพาลูกๆ ไป กราบคุณตาเมื่อมิโอกาส และอดสงสารบิดาไม่ได้ที่ต้องอยู่ตามลำพัง อีกทิ้งอายุ ก็มากขึ้น จึงอดห่วงไม่ได้

พศิ กายอมรับว่าในอดีตเธอโกรธบิดามาก หากเวลาผ่านไป ความโกรธ ก็ค่อยๆ คลายลงตามวัยที่มากขึ้นและมิเหตุมิผลมากยิ่งขึ้น ก็พอจะเช้าใจว่าบิดา ใกล้ชิดกับเปรมสุดาระหว่างที่ท่างานด้วยกันจนเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมา หากเวลา นี้ทิ้งสองก็ได้รับผลที่ตามมาแล้ว...ทิ้งพีรญาณ์กับพศิกาก็หวังว่ามารดาจะ ให้อภัยบิดาและหันหน้าเข้าหากันอีกครั้ง

พศิ กาพักอยู่ที่บ้านเพียงแค่สัปดาห์เดียว ก็ใจร้อนอยากจะกลับเกาะ ไข่มุก อยากเห็นว่าการขยายงานของบริษัทเป็นอย่างที่เธอวาดฝันไว้หรือไม่ แม้ จะรู้ว่าพีรดา สถาปนิกสาวที่เธอเป็นผู้ติดต่อระหว่างเรียนอยู่ที่นิวยอร์กจะทำงาน ได้ดี แต่เธอก็อยากจะเห็นผลงานนั้นด้วยตัวเองมากกว่ารูปภาพที่อนุพงศ์ส่ง ไปให้ดู...

เชือกถูกโยนออกไปให้ชายผิว คลํ้าบนสะพานคอนกรีตรับและคล้อง ห่วงเข้ากับเสาแข็งแรง พศิกากระโดดลงจากเรืออย่างทะมัดทะแมง เห็นอนุพงศ์ มายืนรออยู่ที่สะพาน เธอยกมือขึ้นไหว้แล้วเดินเข้าสู่อ้อมกอดของเขาที่อ้ารอ ก่อนจะรัดร่างน้อยแน่นด้วยความคิถึง

“การ เดินทางเป็นยังไงบ้าง เรียบร้อยดีไหม” อนุพงศ์ถาม มือยังโอบไหล่ บางเอาไว้เมื่อพาเธอเดินกลับบ้านพร้อมกันโดยไม่สนใจสายตาของใคร ปล่อยให้ เด็กยกกระเป๋าเดินทางตามหลังไป แล้วสายตาหลายคู่ที่อยู่เบื้อง'หลังก็หันมา สบตากัน ผู้ชายอมยิ้มและยักคิ้วหลิ่วตาเหมือนรู้กัน ขณะที่ผู้หญิงพากันแบะปาก แสดงความรังเกียจออกมาอย่างเปิดเผย หากไม่มีใครพูดอะไรออกมา

เรือล่าดัง กล่าวถือว่าเป็นเรือสำหรับขนล่งเสบียงทั้งหมดของรีสอร์ต ซึ่งเป็นคนละล่ากับที่ใช้รับ-ล่งแขกที่เป็นเรือเร็วล่าเล็กและคล่องแคล่ว กว่า ด้วย อนุพงศ์กำชับหนักหนาว่าจะต้องแยกกับเรือขนเสบียง หรือถ้าเรือรับแขกมีความ จำเป็นจะต้องขนเสบียงบางอย่างติดมาด้วยเพราะความเร่งรีบ จะต้องเก็บไว้ใน ห้องเก็บของให้มิดชิด เพราะเขาต้องการให้แขกที่เดินทางมาที่เกาะประทับใจ ตั้งแต่เรือที่ไปต้อนริบ ไม่ใช่เรือขนเสบียงและพนักงานดูวุ่นวายกันไปหมด

ท่าเรือก็ใช้คนละท่ากัน ทำด้านหลังเป็นคอนกรีตสำหรับเรือล่าใหญ่ ซึ่งรับ-ส่งพนักงานและขนเสบียง มีลิฟต์สำหรับช่วยยกของเข้าไปด้านในอาคาร เป็นการผ่อนแรงพนักงานไปได้มาก ส่วนของแขกเป็นสะพานไม้ที่สร้างขึ้นเพี่อ ความสวยงามมากกว่าแข็งแกร่ง และรีสอร์ตยังทำทางเชื่อมเป็นสะพานไม้ไปบน น้ำทะเลตื้นๆ จนถึงประชาสัมพันธ์และไปยังอาคารสองชั้นซึ่งเป็นที่พักติด ชายหาดด้านหน้า ส่วนที่ขยายไปนั้นอยู่ทางอีกฝังหนึ่งของเกาะที่เรียกว่า พารไดส์

เป็นบ้านพักซึ่งมีสระว่ายน้ำ ส่วนตัวเล็กๆ ให้แก่แขก และยังสามารถเดินลงไปที่ หาดส่วนตัวหน้าบ้านพักได้ เหมาะสำหรับแขกระดับวีไอพีที่ต้องการความเป็น ส่วนตัวจริงๆ

อนุ พงศ์พาพศิกามุ่งหน้ากลับบ้านโดยอ้อมตึกใหญ่ อาคารคอนกรีตกึ่งไม้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีเซปชันและห้องอาหารแบบคอพฟีชอปไป บนชั้นสองของอาคาร เป็นสำนักงาน แบ่งออกเป็นแผนกต่างๆ อย่างมีระเบียบ

ทั้ง สองเดินผ่านสระว่ายน้ำของโรงแรมสำหรับแขกทุกคน จนถึงบ้านหลัง ใหญ่ซึ่งสร้างอยู่บนทางเดินขึ้นเขา ดังนั้นจึงมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเกาะ เกือบทั้งหมดรวมไปถึงตัวโรงแรมด้านหน้า ตั้งแต่เรือเร็วแล่นเข้ามาจอดเลย ทีเดียว

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะ ไม่มีปัญหาอะไรเลย” พศิกาตอบ ส่งยิ้มให้แก่ เจ้าของเกาะที่เธอเคารพยิ่ง...เพราะหากไม่ได้อนุพงศ์ยื่นมีอเข้าไปช่วยเธอ เมื่อ หกปีก่อนหน้านั้น...เธอก็นึกไม่ออกเลยว่า ตอนนี้เธอจะเป็นเช่นไร “พั้นช์อยาก เห็นสวนพาราไดส์จังเลย เห็นรูปก็ว่าสวยแล้ว แต่อยากเห็นของจริงมากกว่า”

อนุพงศ์ หัวเราะกับท่าทางกระตือรีอร้นของหญิงสาว ที่บ่นให้ได้ยินมานาน แล้วว่าอยากเห็น หากก็ไม่เคยมีโอกาสกลับมา ด้วยเธอตั้งใจจะเรียนให้จบโดย ไม่ยอมกลับเมืองไทย เพราะไม่อยากก่อหนี้มากไปกว่าที่จำเป็น ทั้งที่เขาเสนอ จะชื้อตั๋วเครื่องบินให้เป็นของขวัญปีใหม่ เธอก็ไม่ยอมท่าเดียว

เรื่อง ทุนเรียนของพศิกา...ไม่มีใครรู้นอกจากทั้งสอง เพราะมันเป็นความ ต้องการของเขาที่อยากจะให้หญิงสาวได้รํ่าเรียนต่อ หลังจากทราบปัญหาครอบครัว ทั้งหมด ที่ต้องใช้เวลานานนับปีกว่าหญิงสาวจะยอมปริปากเล่าให้ฟัง เมื่อเขา เสนอจะส่งเธอเรียน พศิกาก็ปฏิเสธ ไม่ว่าจะเกลี้ยกล่อมอย่างไรก็ตาม จนกระทั่ง เขาเสนอให้ทุนโดยกลับมาท่างานชดใช้ตามสัญญา ตอนนั้นเองที่เธอถึงตอบรับ ความช่วยเหลือของเขา

หญิง สาวผู้นี้ไม่ได้มาจากครอบครัวที่สิ้นไร้ไม้ตอก หากเขารู้มาว่า เธอ ไม่เคยขอเงินจากทางบ้านเลย แม้ฐานะทางบ้านจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว ก็ตาม เธอใช้เงินตามที่เขาจัดให้ไป พอปิดเทอมยังท่างานพิเศษด้วยการไปเป็น แม่บ้านของโรงแรมระดับห้าดาวนิวยอร์ก เพี่อจะได้นำความรู้ที่ได้มาพัฒนารีสอร์ตในอนาคตอีกด้วย

“กลับบ้านไปกินนํ้ากินท่าหน่อยก็แล้วกัน ถ้าอยากไป เดี๋ยวรอแดดร่มลงสักหน่อย แล้วลุงจะพาไป”

“ค่ะ” พศิกาตอบเสียงสดใส คล้องแขนเข้ากับแขนของชายสูงวัย แล้ว ก็เดินเคียงข้างกันกลับบ้าน จากนั้นหญิงสาวก็เล่าเรื่องราวที่อเมริกาให้เขาฟัง เจื้อยแจ้ว เสียงห้าวๆ หัวเราะด้งมาตามสายลม ก่อนจะสับหายไปเมื่อทั้งสองร่าง เดินเข้าบ้านไปด้วยกัน

สุดารัตน์ผู้จัดการแผนกต้อนรับยืนอยู่ริมหน้าต่างบนชั้นสองของสำนักงาน มองชายแก1คราว พ่อประคองเด็กสาวรุ่นลูกไปตามเส้นทางเสียบสระว่ายน้ำ มุ่งหน้าสู่บ้านหลังใหญ่ด้วยสายตาไม่ชอบใจ ในฐานะผู้จัดการคนหนึ่ง หล่อน ควรจะมีอำนาจเหนือกว่าพนักงานระดับล่างทุกคน ณ ที่แห่งนี้ หากแต่ไหนแต่ไร มา หล่อนไม่เคยได้รับความยำเกรงจากพศิกา จนเกิดเป็นความหมั่นไส้ไม่ชอบใจ แตกทำอะไรไม่ได้นอกจากจับกลุ่มนินทากับกลุ่มคนที่ไม่ชอบหน้าพศิกาเหมือน กันเท่านั้น และก็มีอีกคนหนึ่ง ที่หล่อนรู้ว่าคงอยากจะทราบข่าวใหม่นี้ใจแทบชาด

ผู้ จัดการแผนกต้อนรับเดินกลับมานึ่งที่โต๊ะทำงาน รีบเขียนอีเมลส่งไปยัง นลินี เพี่อรายงานความคีบหน้าบนเกาะให้ทราบ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หล่อนก็ยังคงจงรักภักดีต่อนายเก่าที่หย่าร้างกับอนุพงศ์ไปเกือบยี่สิบปี หากนลินื ยังต้องการรู้ข่าวคราวของที่เกาะอยู่ตลอดเวลา และปานนี้คงจะเต้นผางไปแล้ว เมื่อรู้ว่าพศิกากลับมา...

สอง คนที่สุดารัตน์กำลังกล่าวขวัญถึงในทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ กำลังเดินเสียบชายหาดขาว ที่ทอดยาวมาตั้งแต่ด้านหน้าเกาะไปจนถึงด้านข้างที่ เพิ่งขยายห้องพักออกไป หลังพระอาทิตย์คล้อยตํ่าลงบ้างแล้ว เจ้าชองรีสอร์ต หนุ่มใหญ่กำลังชี้บ้านแต่ละหลังในสวนพาราไดส์ให้พศิกาดูว่าแต่ละบ้านเสือก โลเกชันแบบไหน และคนที่ออกแบบเสือกแบบแต่ละหลังให้เหมาะสมกับจุดที่ตั้ง ได้อย่างแนบเนียน ภายในก็ออกแบบต่างกันไป แต่เหมาะสมกับการใช้งานอย่าง ลงตัว ซึ่งเมื่อมองจากชายทะเลแทบจะไม่เห็นบ้าน เพราะมันดูกลมกลืนไปกับ ต้นไมใหญ่เดิม และต้นไม้ที่ปลูกเพิ่มขึ้นจนดูเหมือนอยู่ในสวนสวรรค์จริงๆ

“สวยมากๆ เลยค่ะ” เธอกวาดตามองไปรอบๆ ด้วยความชื่นชม “คุณ ขวัญนี่เก่งมากนะคะ” เธอเอ่ยชมสถาปนิกสาว

“เก่งมากเลยแหละ และทำงานดี งานหนักแก่ไหนก็ไม่เคยบ่นสักคำ คนที่นี่ชอบเธอกันหมด”

พศิกาพยักหน้ารับ...นึกชมว่าสถาปนิกสาวเช้ากับคนได้ง่ายกว่าเธอ แล้ว อนุพงศ์ก็เล่า

“เมื่อ สามปีก่อนแฟนชองเธอ เดี๋ยวนี้เป็นสามีแล้ว มาจองห้องพักที่นี่ และขอปรึกษาลุงเรื่องคุณขวัญ บอกว่าอยากจะปรับความเช้าใจกัน ลุงก็ยกบ้าน หลังโน้นให้ แต่เขาไม่ยอม ลุงจึงให้ในราคาพิเศษ พอตอนทั้งสองจะกลับ ลุงก็ให้ ชองขวัญวันแต่งงานชองทั้งคู่เป็นแพ็กเกจฮันนีมูน ทั้งสองก็มาจริงๆ ปานนี้คงจะ มีลูกหลายคนแล้วละทั้ง”

“เท่า ที่พั้นช์รู้ เธอกำลังตั้งท้องคนที่สองแล้วค่ะ” พศิกาหัวเราะเบาๆ “พั้นช์มีเวลาแก่โทร.ไปหาเธอ แต่ไม่มีเวลาไปเยี่ยม ตั้งใจว่าถ้าได้กลับไปกรุงเทพฯ คราวหน้า จะแวะไปหาค่ะ”

“ดี ลูก...ลุงว่าคู่นั้นน่ารัก เห็นว่ารักกันตอนไปเรียนที่อเมริกาโน่นแน่ะ” อนุพงศ์บอก และยังออกเดินไปเรื่อยๆ ตามหาดทรายละเอียด พศิกาได้ยิน

เธอถอนหายใจเบาๆ...

ที่นั่น...เธอก็ตกหลุมรักครั้งแรกเหมือนกัน...

เธอ หัวเราะเยาะตัวเองในใจ แต่มันเป็นรักที่ต้องห้าม เพราะ'ชายผู้นั้นเป็น พี่ร่วมสายเลือดเดียวกัน เวลาผ่านมานาน เธอบอกตามตรงว่ารู้สึกกลัวที่จะมี ความรักครั้งใหม่ ดังนั้นอเมริกาก็ไม่ได้มีมนตร์ขลังกับเธออีก “วันก่อน ลุงโทร.ไปที่อังกฤษ...”

พศิกาหันมองคน พูดที่หยุดเดินและเหม่อมองออกไปที่ทะเล ทำทาง ครุ่นคิด...ถ้าเขาเริ่มต้นเช่นนี้ ก็หมายความว่าจะเอ่ยถึงอดีตภรรยา หรือไม่ก็บุตร ชายอย่างแน่นอน หากเธอก็ไม่ชัก ได้แต่รอฟัง

(ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

 

รายละเอียด

ความคับแค้นใจของ ?พศิกา? ที่ได้รู้ความจริงว่าพ่อของตนไปมีหญิงอื่น เป็นเหตุให้หัวใจของผู้เป็นแม่แตกสลาย เธอถึงหนีออกจากบ้านเพื่อหลบหนีความจริงอันแสนปวดร้าวนี้ เธอโชคดีที่ได้พบ ?อนุพงศ์? จึงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่รีสอร์ตบนเกาะไข่มุก มีหน้าที่การงานที่ดี มีเจ้านายที่รักและเอ็นดูประดุจลูกสาว แต่ ?นลินี? อดีตภรรยาของอนุพงศ์ไม่คิดเช่นนั้น เธอมาปรากฏตัวที่เกาะไข่มุกพร้อม ?เตชิน? บุตรชาย กล่าวหาพิศิกาว่าเป็นเมียเก็บของอนุพงศ์ ท่ามกลางทะเลอันแสนเงียบสงบ คนสำคัญบนเกาะถูกปองร้าย เตชินกับพศิกาอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของมรสุมอันปั่นป่วน...ทะเลลุกเป็นไฟ...เธอกับเขาจะต้องหาทางดับมันลงให้จงได้... เธอโชคดีที่ได้พบ ?อนุพงศ์? จึงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่รีสอร์ตบนเกาะไข่มุก มีหน้าที่การงานที่ดี มีเจ้านายที่รักและเอ็นดูประดุจลูกสาว แต่ ?นลินี? อดีตภรรยาของอนุพงศ์ไม่คิดเช่นนั้น เธอมาปรากฏตัวที่เกาะไข่มุกพร้อม ?เตชิน? บุตรชาย กล่าวหาพิศิกาว่าเป็นเมียเก็บของอนุพงศ์ ท่ามกลางทะเลอันแสนเงียบสงบ คนสำคัญบนเกาะถูกปองร้าย เตชินกับพศิกาอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของมรสุมอันปั่นป่วน...ทะเลลุกเป็นไฟ...เธอกับเขาจะต้องหาทางดับมันลงให้จงได้


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
27/07/2014

“ทะเลไฟ” เป็นนิยายภาคต่อจากไฟรักเกมร้อนค่ะ นางเอก “พศิกา” น้องสาวของนางเอกเรื่องไฟรักเกมร้อน ที่หนีหน้าจากทุกคนเพราะทนรับความผิดหวังเมื่อพ่อตนไปมีเมียน้อย นางเอกทำใจที่ครอบครัวแตกแยกไม่ได้ ตอนที่หนีมาเธอยังเป็นวัยรุ่นอารมณ์ร้อนอยู่ค่ะ ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล อีกปัจจัยที่ทำให้เธอตัดสินใจหนีเพราะเธอพี่ชายต่างแม่ ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้สถานะของอีกฝ่ายเคยคบกันเป็นแฟนมาก่อน นางเอกเลยรับไม่ได้ แถมประชดพ่อว่าเธอกับพี่ชายพลาดพลั้งมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้ว โชคชะตาทำให้นางเอกได้มาพบกับ “อนุพงศ์” เจ้าของ “เกาะไข่มุก” นางเอกจึงได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เกาะนี้ แต่ชีวิตของนางเอกไม่ได้สงบสุขนักเพราะ “นลินี”อดีตภรรยาของ “อนุพงศ์” และลูกชาย “เตชิน” พระเอกของเรื่องนี้ค่ะ ทั้งคู่คิดว่านางเอกเป็นเมียเก็บของ “อนุพงศ์” และ “นลินี”ก็กลัวนางเอกจะมีลูกมาแย่งสมบัติของลูกชายตัวเอง เลยเกลียดนางเอกเข้าไส้ ส่วนพระเอกรู้สึกได้ลึกๆค่ะ ว่านางเอกเป็นคนดี สวยด้วยนะเออ แหมม งานนี้เลยตกหลุมรักนางเอกเข้าเต็มเปา แต่เขาก็ยังต้องยั้งหัวใจไว้เพราะสับสนคิดว่านางเอกอาจจะมีลัมพันธ์ลึกซึ้งกับพ่อตัวเอง พวกคนร้ายก็ขยันเป่าหูให้แม่เขาไม่ชอบนางเอก และพยายามหาผู้หญิงมาให้พระเอกดูตัว ในเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นหรอกค่ะ ผู้เขียนได้เปิดเผยมาตั้งแต่ต้นแล้ว ดังนั้นปมหลักของเรื่องก็คือความโลภ อยากได้สมบัติของตระกูลพระเอกนั่นแหละ ดังนั้นเมื่อเขาจะรักนางเอกก็ต้องกลัวผิดใจกับแม่อีก ทั้งๆที่พระเอกไม่อยากจะเลือกใครเพราะทั้งแม่และนางเอกเป็นคนที่เขารัก นางเอกเรื่องนี้เธอก็เป็นคนดีจริงๆแหละค่ะ เพราะแม้ว่าครอบครัวของเธอจะเคลียร์ทุกอย่างลงตัวแล้ว ประกอบกับเธอโตขึ้น ความคิดความอ่านจึงมีมากกว่าในตอนวัยรุ่น แต่เธอก็ยังไม่ยอมกลับบ้านเพราะอยากช่วยงานและตามหาคนร้ายที่วางแผนฆ่าพ่อพระเอก ซึ่งถือเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ทำดีขนาดนี้ น่าสงสารที่แม่พระเอกชอบมองเธอในแง่ร้ายอยู่เรื่อย สาเหตุหลักก็มาจากความหึงหวง เพราะเธอหึงหวงสามี พอยิ่งโดนยุแยงเลยไปกันใหญ่ งานนี้ได้พี่ชายต่างแม่ (อดีตแฟนนางเอก ฮ่าๆๆๆ) อย่าง “พศิน” ที่ปลอมตัวเข้ามาช่วยน้องสาวสืบคดีด้วยนะคะ ตัวละครอีกตัวที่ดิฉันชื่นชอบในเรื่องนี้ก็คือ “อนุพงศ์” เนี่ยแหละค่ะ ชอบตั้งแต่เขาอุปการะนางเอก และแผนการที่วางแผนตลบหลังคนร้าย สุดยอดค่ะ คดีพลิกไปหลายตลบ เล่นเอาคนร้ายเงิบกันไปเป็นแถบ ปิดเรื่องได้อย่างสวยงามค่ะ เมื่อความจริงปรากฎ จากความร่วมมือช่วยกันสืบเสาะหาตัวคนร้ายโดยหลายๆคน ทำให้ในที่สุดก็สามารถเล่นงานคนร้ายได้ ความรักก็ราบรื่นเมื่อแม่ของพระเอกยอมรับในตัวนางเอก จบแบบแฮปปี้เอนดิ่งกันไปค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020