นวนิยายชุด แด่...เธอที่รัก : ทัชมาฮาล...ตราบคงคาคู่หิมาลัย (ลัลล์ลิล)

นวนิยายชุด แด่...เธอที่รัก : ทัชมาฮาล...ตราบคงคาคู่หิมาลัย (ลัลล์ลิล)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160017874
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 260.00 บาท 130.00 บาท
ประหยัด: 130.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

รถหรูคันสีดำเงาวับแล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าอาคารสำนักงาน

บุรุษผิวเข้มร่างสันทัดคนหนึ่ง รอคอยต้อนรับขับสู้ผู้มาเยือนด้วยท่าทาง

นอบน้อม

ชายหนุ่มสองคนก้าวลงจากรถคนละด้าน สวมแว่นกันแดดด้วยกัน

ทั้งคู่ คนแรกสวมสูทผูกไท แต่งกายตามฉบับสากลนิยม อีกคนสวมชุด

เสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็กส์ ดูเรียบง่าย สบายๆ กว่าคนแรก

“สวัสดีครับคุณอันราม ยินดีต้อนรับสู่ฟิล์มซิตีครับ ผมมาโนชจะเป็น

ผู้นำคุณทัวร์พื้นที่ในวันนี้” เจ้าถิ่นแนะนำตัว ยกมือไหว้ด้วยท่าทางยินดีปรีดา

ที่ได้ต้อนรับแขกคนสำคัญ

“สวัสดีคุณมาโนช” บุรุษที่ชื่ออันรามถอดแว่นแล้วยิ้มให้อย่างกันเอง

ก่อนแนะนำบุรุษข้างกาย

“นี่คือสถาปนิกที่ปรึกษาประจำบริษัทผม มิสเตอร์ราเจช ชาร์มา”

มาโนชหันไปทางผู้ชายอีกคน แล้วยื่นมือออกไปจับทักทายอย่างคน

ตะวันตก ราเจชยื่นมือออกมาจับตอบรับการทักทายด้วยท่าทางสุภาพ

เช่นกัน

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ เราหวังว่าจะได้เห็นผลงานน่าทึ่งของคุณที่นี่”

มาโนชรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก...เป็นวาสนาที่ได้พบตัวจริงในวันนี้

คฤหาสน์มูลค่าหลักร้อยล้านรูปีของ อันราม อัมบานี ความงดงาม

เป็นที่เลื่องลือไปทั่วเมืองมุมไบ ในวงการรู้กันทั้งนั้นว่าเป็นฝีมือการออกแบบ

ของสถาปนิกหนุ่มไฟแรงที่ชื่อ ราเจช ชาร์มา...

“เชิญครับ ผมจะพาคุณทั้งสองไปชมพื้นที่ก่อสร้าง” มาโนชผายมือ

เชื้อเชิญบุคคลทั้งสองไปที่รถกอล์ฟ ซึ่งทางฟิล์มซิตีเตรียมไว้รอพร้อมอยู่

แล้ว

แดดช่วงใกล้เที่ยงร้อนจัด พนักงานหญิงสองคนประจำอาคาร

สำนักงานรู้หน้าที่ รีบกางร่มเข้ามาพร้อมบริการ แต่อันรามโบกมือปฏิเสธ

ไม่รับ ราเจชก็เช่นกัน สองหนุ่มเดินไปขึ้นรถกอล์ฟ นั่งข้างหลังคู่กัน โดย

มีมาโนชทำหน้าที่เป็นคนขับ

ฟิล์มซิตีมีอาณาบริเวณกว้างขวางมาก พื้นที่เป็นพันไร่ ต้องใช้เวลา

เกือบห้านาทีกว่าพวกเขาจะมาถึงจุดหมายปลายทาง ระหว่างทางอันรามกับ

ราเจชสังเกตสิ่งก่อสร้างข้างทางมาโดยตลอด พวกเขาเห็นกองถ่ายทำ

ภาพยนตร์กำลังใช้สถานที่กันอยู่หลายกอง

“พื้นที่ก่อสร้างฉากเพิ่มเติมในโซนนี้มีจำนวนห้าสิบไร่ครับ นี่เป็น

ประเภทฉากที่เราต้องการ เราขอให้คุณราเจชช่วยออกแบบให้ใช้พื้นที่ทุก

ตารางนิ้วได้อย่างคุ้มค่าที่สุด” มาโนชพาชายหนุ่มทั้งสองลงเดินชมพื้นที่ที่

ปิดกั้นไว้เป็นเขตก่อสร้างฉากถ่ายทำภาพยนตร์โซนใหม่

ราเจชรับเอกสารจากมาโนชมาดูคร่าวๆ ก่อนถามว่า

“ฉากที่คุณลิสต์รายการมา จำเป็นจะต้องจัดลำดับอยู่เรียงกันตามนี้

หรือเปล่า”

“ไม่จำเป็นครับ จัดวางได้ตามคุณราเจชเห็นเหมาะสม ขอให้ใช้พื้นที่

ได้คุ้มค่าที่สุดเท่านั้น”

ราเจชพยักหน้าเข้าใจ

“นายว่าไง พอเป็นไปได้ไหม” อันรามถามความเห็น

ทางฟิล์มซิตีระบุความต้องการมาเต็มพิกัด อันรามไม่มั่นใจว่าราเจช

จะจัดวางฉากทั้งหมดลงในพื้นที่เพียงเท่านี้ได้หรือไม่

“น่าจะเป็นไปได้ครับ ผมจะลองออกแบบดู”

อันรามส่ายหัวพึงพอใจ ก่อนหันไปบอกมาโนชว่า

“คุณมาโนชไม่ต้องห่วง กลับไปบอกเจ้านายคุณได้เลยว่าฉากถ่ายทำ

ในโซนใหม่จะต้องออกมาอลังการยิ่งกว่าโซนเก่าอย่างแน่นอน คุณได้มือดี

ที่สุดมาแล้ว รับรองไม่ผิดหวัง”

มาโนชยิ้ม นึกในใจว่าอันรามเชื่อมือสถาปนิกคนนี้มาก ส่วนคนที่ได้

รับการยกย่องว่าเป็น ‘มือดีที่สุด’ ยังคงยืนนิ่ง ท่าทีสุขุม ไม่ได้แสดงปฏิกิริยา

ตอบรับคำชื่นชมแต่อย่างใด

การพูดคุยของชายทั้งสามชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงโครมครามดังมา

จากฉากถ่ายทำภาพยนตร์ในบริเวณใกล้เคียง เสียงดังมากเรียกความสนใจ

จากผู้คนทั่วบริเวณ

“มีอะไรกัน” อันรามชะเง้อมอง

“ดูเหมือนจะเกิดอุบัติเหตุครับ” มาโนชบอก แล้วออกวิ่งไปทางสถานที่

เกิดเหตุ

อันรามกับราเจชวิ่งตามไปดูด้วย พื้นที่ถ่ายทำบริเวณนั้นเป็นฉาก

จำลองคฤหาสน์หลังใหญ่ สองหนุ่มวิ่งเข้ามาถึงห้องรับแขกโอ่โถง ทีมงานตั้ง

มอนิเตอร์ดูภาพการถ่ายทำอยู่ตรงนั้น ราเจชกับอันรามเงยหน้ามองตาม

สายตาทุกคน แล้วเห็นบันไดโค้งขึ้นได้สองทางโอบล้อมเป็นรูปวงรีขึ้นไปสู่

บริเวณชั้นสอง

สิ่งก่อสร้างจากชั้นบนพังลงมา ราเจชเดาว่าน่าจะเป็นส่วนที่ทำเป็นมุข

ยื่นออกมา อาจเป็นระเบียงห้องนอนพระเอกหรือนางเอกของเรื่อง บัดนี้พื้น

ระเบียงกลายเป็นรูโหว่ ทำให้โครงสร้างรอบบริเวณพังลงมาด้วย เศษวัสดุ

ก่อสร้างพังทลายลงมากองทับถมอยู่ด้านล่าง

บรรยากาศภายในกองถ่ายชุลมุนวุ่นวาย ผู้คนกรีดร้องตื่นตระหนก

ทีมงานที่อยู่ในรัศมีใกล้จุดเกิดเหตุรีบวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น จนเมื่อฝุ่นผงจาง

ลงแล้ว มีคนได้สติกลับมาบ้าง ราเจชกับอันรามได้ยินใครสักคนสั่งการว่า

“เข้าไปช่วยนักแสดงเร็วเข้า!”

“โอ้ แย่แล้ว พวกเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า” ทีมงานหลายคนยกมือ

ปิดปาก มองไปที่ซากปรักหักพังกองทับถมสูงเกือบท่วมหัว

เมื่อนั้นเอง ราเจชกับอันรามจึงรู้ว่ามีคนติดอยู่ใต้ซากนั้น!

มาโนชอุทานตกใจ รีบล้วงหาโทรศัพท์มือถือ ต่อสายไปที่สำนักงาน

เพื่อขอกำลังเข้ามาช่วยเหลือด่วน

“ราอูล ลิต้า เป็นอะไรรึเปล่า ตอบด้วย” ผู้กำกับได้สติ รีบวิ่งไปที่จุด

เกิดเหตุ ก้มถามคนที่ติดอยู่ใต้ซากนั้น

ทีมงานคนอื่นๆ มาช่วยกันด้วย แต่ยังไม่มีใครมองเห็นตัวคนข้างใน

“ช่วยด้วย ผมอยู่นี่” มีเสียงผู้ชายตอบกลับมา

หลายคนเป่าปากโล่งใจ...พระเอกของเรื่องยังปลอดภัยดี

“แล้วลิต้าล่ะ” ผู้กำกับไม่ลืมส่งเสียงเรียกนางเอกด้วยอีกคน

ผลคือความเงียบ...ทุกคนหน้าตาซีดเซียว

“ฉันโอเคค่ะ” ทิ้งช่วงจากเสียงเรียกอึดใจใหญ่ๆ กว่าจะมีเสียงตอบ

กลับมา ทุกคนเป่าปากโล่งใจออกมาพร้อมกัน

ทีมงานผู้ชายพากันวิ่งเข้าไป เตรียมรื้อถอนกองเศษซากเพื่อช่วยคน

ออกมา

“ระวังนะครับ!” เสียงของราเจชหยุดทุกคนไว้

ทีมงานในกองถ่ายหนังหันมามองเขาเป็นตาเดียว บางคนกระซิบถาม

กันว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร เพราะไม่ใช่คนในกองถ่ายแน่

“อย่าแตะชิ้นนั้น คุณอาจทำมันพังครืนทั้งหมดได้”

ช่างไฟประจำกองถ่ายชักมือกลับทันที เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ราเจชพูด

เป็นความจริงหรือไม่ แต่ไม่มีใครกล้าเสี่ยง แต่ละคนทำตาปริบๆ ไม่มีใคร

กล้าขยับทำอะไร ปล่อยให้ราเจชเดินวนรอบกองซากปรักหักพัง

ราเจชทำสีหน้าครุ่นคิดหนัก สำรวจรอบบริเวณแล้ว เขาจึงทิ้งตัวลง

แนบกับพื้น มองหาคนที่ติดอยู่ข้างใน มีช่องว่างเล็กๆ พอให้เขาเห็นใบหน้า

ซีกหนึ่งของเธอ

“คุณเป็นยังไงบ้าง ถูกอะไรทับหรือเปล่า” สถาปนิกหนุ่มร้องถาม

หญิงสาวผู้โชคร้ายหันมาตามเสียง เธอมองเขาด้วยแววตาวิงวอนขอ

ความช่วยเหลือ

“มีไม้ทับขาค่ะ ฉันเอามันออกได้ไหม”

“อย่าเพิ่งขยับนะ รอผมแป๊บหนึ่ง” ราเจชลุกขึ้นประเมินโครงสร้างอีก

ครั้ง จนเมื่อแน่ใจแล้วจึงร้องขอความช่วยเหลือจากทีมงานที่ยืนทำตาปริบๆ

มองเขาอยู่ตลอด

“ช่วยกันยกตรงนี้ออกก่อน อย่าแตะต้องมุมนั้นนะครับ” ราเจชบอก

ตอนนี้เองที่ผู้กำกับทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เขาถามราเจชว่า

“คุณเป็นใคร”

“เขาเป็นสถาปนิก ถ้าเขาบอกว่ามันจะถล่มก็เชื่อเขาเถอะ” ราเจชไม่ใช่

คนตอบ แต่เป็นอันราม

ทีมงานยังคงหันมาสบตากันเลิ่กลั่ก ทำให้อันรามหงุดหงิด เพราะเสีย

เวลาช่วยคน เขาจึงถอดสูทโยนไว้แถวๆ นั้น ถลกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นและคลาย

เนกไท แล้วก้าวเข้าไปช่วยราเจชเอง

“ให้ฉันช่วยตรงไหน บอกมาเลยราเจช”

“ตรงนี้ครับคุณอันราม ผมนับถึงสาม ยกนะครับ” ราเจชบอก

เมื่อเห็นสองหนุ่มแปลกหน้าขยับเข้าช่วยกัน ทีมงานที่เหลือก็มิอาจ

ยืนดูเฉยๆ ได้ จึงรีบเข้าไปช่วยคนละไม้ละมือ มาโนชเพิ่งวางสายจากทาง

สำนักงาน เมื่อเขากลับมาแล้วเห็นแขกคนสำคัญเข้าไปช่วยยกเศษวัสดุ

ก่อสร้างก็ตกใจ ห้ามใครไม่ทัน ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เพราะตอนนี้ช่วย

ชีวิตคนสำคัญกว่า

ผู้ชายสิบกว่าคนช่วยกันขยับเศษซากทีละชิ้นสองชิ้นตามคำสั่งราเจช

มีช่วงให้ลุ้นระทึกบ้างตอนที่รื้อบางชิ้นออกมาแล้วเกิดเสียงพังครืน สร้าง

ความหวาดเสียวให้ผู้ชมที่ยืนเชียร์อยู่ ยังโชคดี...ส่วนที่พังลงมาอยู่อีกฟาก

ล้มเพียงไม่กี่ชิ้นแล้วก็กลับนิ่งสงบเหมือนเดิม ทุกคนปาดเหงื่อ รู้สึกเหมือน

กำลังเล่นเกมดึงไม้เจงก้า ใครดึงพลาดอาจทำตึกทั้งหมดพังถล่มลงมาได้

คนเดียวที่ยังดูสงบนิ่งคือราเจช เขาสั่งรื้อต่อ นับจากนั้นก็ไม่มี

อุปสรรคอะไรอีก ราอูลพระเอกของเรื่องได้ออกมาก่อนเพราะอยู่ด้านนอก

ส่วนนางเอกอยู่ลึกเข้าไปข้างใน ต้องรื้อชิ้นส่วนอีกหลายชิ้น กว่าจะเกิดช่อง

พอให้ดึงตัวออกมาได้

ราเจชก้มหมอบกับพื้น เอื้อมมือออกไปรับตัวนางเอกของเรื่องออกมา

“ระวังหัวนะครับ” เขาวางมือบนศีรษะของเธอ ป้องกันการกระแทก

เขาสังเกตเห็นเธอทำหน้าเหยเกตอนลงน้ำหนักเท้า คาดว่าน่าจะ

บาดเจ็บแน่ จึงตัดสินใจช้อนร่างบาง อุ้มเธอออกมาจากใต้ซากปรักหักพัง

ท่ามกลางสีหน้าลุ้นสุดตัวของทุกคน

ลลิตารู้สึกตั้งแต่ตัวเธอลอยหวือขึ้นมาจากพื้น สัมผัสได้ถึงท่อนแขน

แข็งแรงโอบกระชับเรือนร่าง เขาก้าวเดินด้วยจังหวะเร่งรีบแต่มั่นคง เธอ

ช้อนตาขึ้นมองเขา จากมุมที่อยู่ในอ้อมแขนเขาตอนนี้ เห็นชัดแค่แนวไรเครา

จางๆ ที่ปลายคาง ถัดขึ้นไปเห็นสันจมูกกับดวงตาเขานิดหนึ่ง แต่ก็ยังมอง

ไม่ถนัดนัก

“ลิต้า เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนไหม” ทีมงานหลายคนกรูกันเข้ามา

ดูอาการบาดเจ็บของหญิงสาว บางส่วนแบ่งไปดูแลพระเอก

ลลิตาละสายตาจากใบหน้าของฮีโรผู้ช่วยชีวิต หันมาพูดกับทีมงานว่า

“เจ็บแขนค่ะ”

ใบหน้าดาราสาวมอมแมม มีคราบสกปรกเปรอะเปื้อน แต่ทุกคน

ก็ยังเห็นสีหน้าเหยเกแสดงถึงความเจ็บปวด

“ที่นี่มีห้องพยาบาลหรือเปล่า” ราเจชหันไปถามมาโนช

ลลิตาเงยหน้ามองปลายคางเขาอีกครั้ง ขณะนี้เขาก็ยังไม่ปล่อยเธอลง

เลย

“มีครับ อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ นั่งรถผมไปดีกว่า เชิญครับ”

ราเจชไม่รอช้า รีบอุ้มร่างคนเจ็บตามหลังมาโนชไป อันรามกับทีมงาน

อีกสองคนก็ตามไปด้วย

 

“มีแผลหรือเปล่า”

นั่นคือคำถามแรกจากผู้กำกับ หลังซิมรินทีมงานกองถ่ายโทร. ไป

รายงานอาการบาดเจ็บของลลิตา ทางห้องพยาบาลบอกว่าไม่น่าจะมีอะไรหัก

แต่แนะนำให้ไปตรวจเช็กเพื่อความแน่ใจที่โรงพยาบาลอีกที

“ไม่มีค่ะ พยาบาลเช็ดทำความสะอาดให้แล้ว แขนขายังเนียนสวย

เหมือนเดิม ไม่ต้องห่วง” ซิมรินยืนยันให้หายห่วง

การถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนี้ใช้ทุนมาก ทุกอย่างตระเตรียมไว้หมด

แล้ว หากนักแสดงบาดเจ็บ หรือมีรอยแผลไม่น่ามองก็อาจเป็นอุปสรรคต่อ

การถ่ายทำ ถึงแม้ว่าสมัยนี้จะมีเทคนิคการแต่งหน้าและการตัดแต่งภาพด้วย

คอมพิวเตอร์ แต่ก็จะเป็นการเพิ่มภาระให้ทีมงานโดยไม่จำเป็น

คนซื้อตั๋วเข้ามาดูหนัง นอกจากต้องการเนื้อเรื่องที่สนุกสนานแล้ว

ความสวยหล่อของพระนางก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ผู้กำกับจึงกังวลเรื่อง

พวกนี้เป็นธรรมดา

หลังวางสายจากผู้กำกับ ซิมรินเดินกลับมาที่เตียงคนเจ็บ ลลิตา

นางเอกสาวกำลังกล่าวขอบคุณชายหนุ่มผู้ช่วยชีวิตเธอไว้

“ขอบคุณที่ช่วยฉันนะคะ” ลลิตามองชายหนุ่มที่อุ้มเธอออกมาจาก

ซากปรักหักพังด้วยแววตาซาบซึ้ง

“ไม่เป็นไรครับ” ราเจชยิ้มให้อย่างสุภาพ

อันรามมองคนเจ็บแทบไม่กะพริบตา เขาไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน จึง

                    (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

‘ทัชมาฮาล’ คือหลักฐานแห่งตำนานความรักอันยิ่งใหญ่ที่เขาไม่เคยซาบซึ้ง 
ทว่าเมื่อได้พบเธอ หัวใจก็คล้ายต้องมนตร์ขลังให้แปรเปลี่ยน 
ทัชมาฮาลมิใช่สิ่งที่เขาปฏิเสธอีกต่อไปแล้ว 
แต่เป็นสิ่งย้ำเตือนว่าความรักมีอานุภาพมากเพียงไร
 
โครงการบ้านจัดสรรในอินเดียคือสาเหตุที่ทำให้มาริสาต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่ดินแดนภารตะที่มีตำนานและอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ 
เธอวาดหวังว่าจะต้องไปเห็นมันด้วยตาตัวเองสักครั้ง 
ทว่าสำหรับราเจช แม้ทัชมาฮาลจะมีตำนานโรแมนติกมากมายเพียงไร ก็มิอาจสั่นคลอนหัวใจสถาปนิกหนุ่มอย่างเขาได้เลย 
ชายหนุ่มไม่เคยเชื่อและไม่เคยซาบซึ้งกับมันเพียงเพราะเบื้องหลังอันดำมืด 
ทว่าเมื่อได้พบเธอ ความอ่อนหวานของเธอก็กัดเซาะหัวใจที่มั่นคงดั่งหินผาจนกร่อน...ราเจชรู้ตัวแล้วว่าหัวใจของเขาไม่แกร่งดั่งแต่ก่อนอีกแล้ว 
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เขาอาจต้องสูญเสียเธอไป ราเจชจึงยิ่งแน่ใจ...
พระเจ้าชาห์ ชะฮาน ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนรักมากเพียงไร ชายหนุ่มก็ไม่ต่างกัน
 
เพียงเพื่อความรัก เขายอมทำทุกวิธีเพื่อให้เขากับเธอได้อยู่เคียงข้างกันตลอดไป...ตราบคงคาคู่หิมาลัย

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2020