ยุทธการล่า จารกรรมรัก

ยุทธการล่า จารกรรมรัก

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165000642
ผู้แต่ง: ณารา
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 240.00 บาท 120.00 บาท
ประหยัด: 120.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

วันหยุดของนายทหารหนุ่มสิ้นสุดลงเกือบห้าวันก่อนครบกำหนด

หลังจากได้รับโทรศัพท์จาก ร้อยเอก โร'แล เฟอร์ดินานด์ หัวหน้าทีมว่า มีบางสิ่ง บางอย่างที่เขาคิดว่าจาคอบควรจะเข้าไปดูที่ค่าย...และมันเกี่ยวกับภารกิจของ

ดร. มิลเลอร์ในฟิลิปปินส์ที่เพิ่งค้นหมายเลขโทรศัพท์ไป

ลางสังหรณ์ของหมวดหนุ่มทำงานขึ้นมาทันที...โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขา

เพิ่งจะทราบว่าเธอกำลังเดินทางไปปฏิบัติงานที่นั่นเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน ดังนั้นมันจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอย่างแน่นอน

ร้อยตรี จาคอบ วอลเตอรส์ ก้าวขึ้นบันไดหน้าตึกทำงานภายในค่าย

ฟอร์ตแบร็กก์ มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา ด้วยความร้อนใจ เมื่อไปถึงห้องทำงานของ โรนัลเขาก็เคาะประตู และหมุนลูกบิดประตูเข้าไปทันทีที่สิ้นเสียงอนุญาต

“มาเร็วดีนี่” โรนัลทักลูกน้องหนุ่มด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อน-จะมอง,นาฬิกา ข้อมือ “หนึ่งชั่วโมงกับสิบสองนาที”

จาคอบไม่ยิ้มตอบ เขาทิ้งตัวนั่งตรงเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานโดยไม่ต้องรอ อนุญาต และเข้าเรื่องทันที

“ดอกเตอร์มิลเลอร์ไปทำอะไรที่ฟิลิปปินส์ครับ” เสียงของเขาเคร่งเครียด เพราะทันทีที่ได้ยินคำพูดของหัวหน้าทีมเขาก็บึ่งรถออกจากป่า โดยใช้เวลาสวม เครื่องแบบเร็วยิ่งกว่าวิ่งร้อยเมตร แล้วก็ตรงมาที่นี่ ดังนั้นเขาจึงไม่เสียเวลาที่จะ พล่ามเรื่องอื่นอีก

“ใจเย็นสิไอ้หนู” โรนัลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยิบแฟ้มช้างตัวมาเปิด และ อ่านรายงานตรงหน้า “ดอกเตอร์ปาลิตา มิลเลอร์ หนึ่งในสมาชิกของทีมงาน

จากกระทรวงกลาโหม เดินทางไปฟิลิปปินส์ด้วยภารกิจพิเศษภายใต้ภารกิจ

บาลิกาทาน ๒๐๑๐ แต่เบื้องหลังเป็นภารกิจลับระหว่างสองประเทศตั้งแต่เมื่อสองวันก่อน”

จาคอบพยายามจะหายใจเช้าลึก อดทนพิงหัวหน้าร่ายยาว ทั้งที่อยาก

จะตัดเช้าสู่ประเด็นสำคัญใจจะขาดว่ามีเรื่องสำคัญอะไรเกี่ยวช้องกับปาลิตา

เพราะเรื่องที่เธอเดินทางไปฟิลิปปินส์นั้นเขาก็ทราบดี

“เธอปลอดภัยดีอยู่ใช่ไหม” เขาถามออกไปทันที

“น่าจะเป็นเช่นนั้น...จนกว่า...” โรนัลตอบกวนๆ ใบหน้าหล่อเหลาแบบ ละติน วัยต้นสามลิบ ยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเขาร้อนใจ ถ้าไม่ติดว่าคนตรงหน้าเป็น ผู้บังคับบัญชาที่เคารพนับถือและทำงานร่วมคันมานานแล้วละก็ เขาอาจจะกระโดด ข้ามโต๊ะและเค้นคอโรนัลให้รีบๆ พูดให้จบโดยเร็ว

จาคอบคัดฟันกรอด รู้ว่าหัวหน้าทีมกำลังล้อเล่นกับความอดทนของเขา “จนกว่าอะไรครับ” เสียงของเขาตํ่า มันดังมาจากล่าคอ บอกให้คนพิงรู้ว่า

หากยังล้อเล่นอีกอาจจะเกิดเรื่องได้

“จนกว่า...จะได้รับความคุ้มครองจากเรา” ดูเหมือนโรนัลจะเริ่มเช้าใจว่า ถึงเวลาต้องรีบบอกแล้ว จึงเปลี่ยนทำที จริงจังขึ้น เรียกมาดผู้บังคับบัญชากลับมา

 “หมายความว่า เราจะต้องล่งทีมไปคุ้มกันเธออย่างนั้นหรือครับ” จาคอบ รีบถามทันที

“ผู้พันสแตนตันสั่งมา ให้ล่งทีมของคอสต้าไป” โรนัลเล่าตามที่ได้เช้าร่วม ประชุม เมื่อพันตรี แดเนียล สแตนตัน อดีตหัวหน้าทีมที่เลื่อนตำแหน่งขึ้น

ไปเป็นผู้บัญชาการระดับสูง และถอนตัวออกจากภารกิจภาคสนามไปเรียบร้อย แล้วเมื่ออายุมากขึ้น เพี่อเปิดโอกาสให้เด็กใหม่ก้าวเช้ามาในทีม เป็นผู้ตัดสินใจ เพราะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางระหว่างลูกน้องของเขาคับ ดร. มิลเลอร์

จาคอบทำหน้าผิดหวังไปในบัดดล แต่พอได้ยินประโยคต่อมาของ หัวหน้าทีม เขาก็ตาลุกวาว

“แต่ฉันจำได้ว่าเมื่อวันก่อนนายเพิ่งจะขอให้หาเบอร์โทรศัพท์ของ ดอกเตอร์คนนี้ ถ้าจำไม่ผิด คงจะเป็นสาวน้อยที่เรียนเอ็มไอที และมาร่วมงานวันรับปริญญาของนาย”

“ใช่ครับ คนนั้นแหละ ผมเพิ่งคุยกับเธอเมื่อวันก่อน ว่าจะไปเยี่ยมเธอ หลังกลับจากฟิลิปปินส์” ชายหนุ่มบอกความตั้งใจ ทำทางกระตือรือร้นเต็มที่

“นั่นแหละ ฉันก็เลยลองถามผู้พันว่าจะส่งนายไปแทน คิดว่านายคงสนใจ งานที่ระบุมาไม่ยาก แค่ดูแลความปลอดภัยให้ทีมทดลองอาวุธที่ร่วมกับรัฐบาล ฟิลิปปินส์เท่านั้น เพียงแต่แกยังอยู่ในช่วงพักร้อน ฉันเลยไม่แน่ใจว่าแกอยากจะไปหรือเปล่า”

“ไปครับไป” จาคอบรีบคว้าโอกาสที่ฝานเข้ามาและจับไร้แน่น ไม่ปล่อยให้ ไปถึงมือของ เฮกเตอร์ คอสต้า ร้อยตรีหนุ่มรูปหล่ออีกทีมหนึ่ง เพราะเจ้าหมอ นั่นขึ้นชื่อเรื่องเจ้าชู้เหลือหลาย หากได้ไปทำงานร่วมกับปาลิตา มีหวังเฮกเตอร์

คงจะรีบตามจีบเธอแน่

“แต่วันพักร้อน”

“ผมขอคืน เอาไว้ค่อยกลับมาขอพักใหม่” เขาตอบง่ายๆ “แล้วผมต้องออกเดินทางเมื่อไหร่ครับ”

โรนัลหัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นแฟ้มให้

“รายละเอียดทุกอย่างอยู่ในนั้น ทีมของแกพร้อมแล้ว จำโทมัสรอแกอยู่”

 จาคอบกัดฟันกรอด มองผู้บังคับบัญชาของเขาด้วยสายตาหงุดหงิด

สุดขีด เพราะถูกล้อเล่นจนหัวหมุน ทั้งที่ทีมของเขาพร้อมที่จะปฏิบัติการ และ

จ่าสิบเอก โทมัส มอรีส บัดดีของเขา พร้อมกับลูกทีมทั้งหมดได้เตรียมตัว

จะออกเดินทางแล้วด้วยซ้ำ เป็นไปได้ว่า โรนัลรู้ว่าเขารู้จักกับปาลิตา จึงเสนอ

ส่งทีมเขาไปแทนตั้งแต่ในที่ประชุม ก่อนจะโทร. เรียกตัวเขามา

หมวดหนุ่มเปิดแฟ้มไล่สายตาไปตามตัวอักษรอย่างลวกๆ เครื่องบินของเขาจะออกในคืนนี้ ด้งนั้นเขามีเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่จะจัดข้าวของ และเป็น ปฏิบัติการภาคสนามเพราะเดินทางไปพร้อมกับเครื่องบินของกองทัพบก ไม่ใช่

แฝงตัวไปกับทีมงานของกระทรวงกลาโหม เป็นตัวของตัวเอง ไม่ยากเท่าไร ไม่ต้องปลอมตัวเป็นนักวิทยาศาสตร์ เพราะมันคงจะยากน่าดู

“คราวนี้ฉันแต่งตั้งให้แกเป็นหัวหน้าทีม กับชุดเดิม” โรนัลบอก เพราะ หลังได้เลื่อนตำแหน่ง เขาก็ต้องรับผิดชอบงานมากยิ่งขึ้น หลายครั้งในการปฏิบัติ งานได้แบ่งทีมออกเป็นทีมย่อย จาคอบจะได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีม หลังจากมีลูกทีมที่เพิ่งฝานการฝึกใหม่เข้ามา และคราวนี้ก็เช่นกัน

ทีมของเขาท่างานร่วมกันมาหลายปี แต่เดิมมีโรนัลเป็นหัวหน้าและเขา เป็นน้องใหม่ เวลาผ่านไปโรนัลก็ได้เลื่อนตำแหน่ง เขาเองก็เช่นกัน ด้งนั้นเมื่อมี เด็กใหม่ที่เพิ่งผ่านการฝึกฝนเข้ามาเพิ่ม ทีมก็จำต้องแบ่งออกเพี่อความคล่องตัว โรนัลที่ได้คอยสังเกตการทำงานของเขามานานแล้ว จึงตัดสินใจเลือกเขาเป็น หัวหน้าทีมคนต่อไป เป็นการสร้างทีมงานใหม่ๆ ขึ้นมาแทนคนเก่าที่เกษียณจาก ภารกิจภาคสนามไป และเขาก็ได้รับมอบหมายงานสำคัญให้รับผิดชอบมากขึ้น เรื่อยๆ

“ครับผม” เขาลุกขึ้นตบเท้า หากก่อนที่เขาจะหมุนตัวออกไป ผู้บังคับ บัญชาก็รั้งไร้

“เจค...”

“ครับ” เขายืนนิ่ง รอรับคำสั่ง

“งานนี้ดูเหมือนไม่ยากก็จริง...แต่เมื่อใดก็ตามที่การปฏิบัติงานเกี่ยวข้อง คับประเทศ'ที่มีพู้ก่อการ-ร้ายแล้ว ฉันคิดว่าแกควรจะระวังตัวใหัดี เพราะมันไม่น่า ไร้วางใจเท่าไหร่”

จาคอบนิ่งฟัง

“ฉันไม่รู้ว่าอาวุธที่จะท่าการทดลองที่ว่านั่นคืออะไร เขาอาจจะบอกให้ นายรู้ หรือปิดเป็นความลับก็ได้ ยิ่งกระทรวงกลาโหม แกก็รู้ว่าเก็บความลับ

สุดยอดไว้มากมาย และเด็กของแกจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับอะไรก็ไม่รู้”

คนฟังพยักหน้าริบรู้

“ฉันให้คนสืบข่าวมาเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้อะไรมากมาย และไม่รู้ว่า

จะเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายของฟิลิปปินส์ที่ถูกล่งเข้ามาเพี่อก่อวินาศกรรม

ในแอลเอเมื่อหลายเดือนก่อน แต่ถูกซีไอเอท่าลายแผนการลงเสียก่อนหรือไม่

ยังไงนายควรจะระวังตัวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อย่าประมาทเป็นอันขาด”

“ครับผม” จาคอบตอบ'รับ

“อีกอย่าง ฉันจะรอฟังรายงานจากแกทุกระยะ ถ้ารู้สึกว่ามีอะไรไม่

ชอบมาพากล ให้รายงานฉันเป็นการส่วนตัว เพราะฉันอาจจะส่งทีมไปช่วยเหลือ แกได้ทันท่วงที อย่ารอให้ถึงวินาทีสุดท้าย เข้าใจไหม”

“เข้าใจครับผม” จาคอบตบเท้าอีกครั้ง แล้วโรนัลก็ส่งยิ้ม

“อ้อ แล้วอย่าลืมว่าเดือนหน้าวันเกิดครบรอบสองขวบของวิกเตอร์ แจน จะบินมาที่นี่และเขาคงอยากจะให้อาเจคมาร่วมงานด้วย”

จาคอบยิ้มเมื่อคิดถึงเด็กชายวิกเตอร์ บุตรคนที่สองของโรนัลกับจันทร์- มาลา ภรรยาที่ทำงานอยู่หน่วยข่าวกรองระหว่างประเทศของชีไอเอ ที่ชอบเล่น กับเขาทุกครั้งที่ตามมารดามาฟอร์ตแบร็กก์ ทั้งนี้เป็นเพราะเขาอยากมีลูกสักคน

กับอมานด้า จึงชอบเล่นกับบุตรชายของโรนัลเป็นพิเศษ เด็กน้อยก็เลยติดเขาเป็นตังเม

“ครับ ผมไม่พลาดแน่”

“โชคดี แล้วพบกัน” โรนัลอวยพร แล้วจาคอบก็หมุนตัวออกจากห้องไป หากเจ้าของห้องยังมองประตูที่ปิดลงด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะเคยสอบถามภรรยาไปแล้วเรื่องการทดสอบอาวุธที่ฟิลิปปินส์ แต่เธอ ไม่สามารถหาข่าวใดมาให้ได้เลย มันจึงอาจเป็นไปได้ว่า เป็นแค่การร่วมมือระหว่าง สองประเทศทดลองและฝึกอาวุธร่วมกันเท่านั้น หรือบางที...อาจจะมีอะไรมาก กว่านั้นที่เธอไม่รู้

เป็นที่รู้กันทั่วว่า กองทัพสหรัฐฯ ล่งทหารรวมทั้งหน่วยรบพิเศษจำนวน หนึ่งไปช่วยฝึกทหารฟิลิปปินส์เพี่อต่อสู้กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายภายใต้ชื่อ บาลิกาทาน ๒๐๐๒-๑ ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๐๐๒ และยังมีโครงการต่อเนื่องมาเป็น

ระยะๆ ทั้งยังมีการทดลองอาวุธต่างๆ อีกหลายโครงการร่วมกัน ซึ่งส่วนใหญ่

ก็จบลงด้วยดี และอาจจะมีบางครั้งที่อาจถูกลอบโจมตีจนทหารสหรัฐฯ เสียชีวิต ไปก็มีเข่นกัน

แต่ที่แปลกคือ การทดลองอาวุธในครั้งก่อนหน้า กระทรวงกลาโหมไม่มี คำสั่งให้ล่งหน่วยรบพิเศษไปช่วยดูแลความปลอดภัยให้แก่ทีมงาน หรือว่าหน่วย ข่าวกรองพิเศษได้รับรายงานอะไรมา...แต่เมื่อลองสอบถามภรรยาไปแล้ว ก็ไม่ได้ ข้อมูลใดๆ

เพราะไม่มีข้อมูลใดๆ นี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุของความไม่สบายใจ และ เป็นเหตุผลที่เขาตัดสินใจโทร.ไปเรียกจาคอบกลับมาทั้งที่ลูกทีมของเขากำลัง อยู่ในช่วงลาพักร้อน แต่เขาก็เชื่อว่า จาคอบย่อมจะเป็นห่วงเพื่อนในวัยเด็ก

หากรู้ว่าเธออาจตกอยู่ในอันตราย ซึ่งก็เป็นเช่น'นั้น-จริงๆ

อีกทั้งเขาเห็นว่าจาคอบควรจะได้ออกปฏิบัติการหลังจากประสบปัญหา ครอบครัว เพราะการแยกตัวไปอยู่โดดเดี่ยวในปาจะทำให้เกิดความเครียดเอา

ง่ายๆ ซึ่งการทำงานอาจจะช่วยดึงจิตใจออกจากความเศร้าและความผิดหวังได้

ที่สำคัญ...การได้ทำงานร่วมกันอาจจะสร้างมิตรภาพจากครั้งวัยเด็ก ระหว่างหนุ่มสาวทั้งสองขึ้นมาได้ หลังจากที่เขาเคยพบ ดร. สาวคนนั้นครั้งหนึ่ง และจากภาพถ่ายในแฟ้ม...เขาก็เชื่อว่าเธอผู้นี้จะพิชิตใจจาคอบ และทำให้ลูกน้อง ของเขาลืมอดีตภรรยาได้ไม่ยากเย็น

เขาก็หวังเหลือเกินว่า ภารกิจในครั้งนี้จะเรียบง่ายอย่างที่ควรจะเป็น ทดลองอาวุธเสร็จก็ยกทีมกลับ...แต่เขาไม่ประมาท และยังขอร้องภรรยาของ เขาว่า ทันทีที่มีข่าวจากฟิลิปปินส์ ให้รีบแจ้งให้เขาทราบทันที ซึ่งจันทร์มาลา ก็รับปากเป็นอย่างดี

“ฉันคิดว่าฉันได้ทำดีที่สุดแล้วเพี่อนาย เจคเพื่อนยาก ขอให้นายกลับมา พร้อมกับหัวใจดวงใหม่ แล้วฉันจะคอยแสดงความยินดี” โรนัลอวยพร...และ หวังเหลือเกินว่ามันจะเป็นอย่างที่เขาคิด...หากระยะเวลาฝานไปเกือบห้าปีทำให้ โรนัลลืมไปแล้วว่า กว่าเขากับภรรยาจะลงเอยกันก็ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เพราะฉะนั้นไม่มีใครรู้ว่าจาคอบจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง...แต่เมื่อก้าวมาถึง ตรงนี้แล้ว ทุกอย่างก็อยู่ในจุดที่ไม่อาจจะหวนกลับได้ นอกจากเดินหน้าต่อไปเท่านั้น!

เครื่องบินโดยสารของกองทัพสหรัฐฯ กำลังลดระดับลงจอดบนรันเวย์ ของสนามบินกองทัพอากาศฟิลิปปินส์ ร้อยตรีจาคอบมองไปยังเบื้องล่าง แสงอาทิตย์ยามบ่ายจัดทำให้เห็นเกาะแก่งมากมายชัดเจน และมีเกาะใหญ่อยู่เกาะหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง คือมะนิลา ที่เขากำลังจะลงไปเหยียบในไม่ช้านี้แล้ว

การเดินทางของเขาครั้งนี้ ในปฏิบัติการระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก บาลิกาทาน ๒๐๑๐ เป็นโครงการฝึกรบเพี่อต่อสู้กับการก่อการร้ายทางตอนใต้

ของฟิลิปปินส์ ซึ่งมีโครงการมากมายในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกด้านการ แพทย์ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ การรบ การใช้อาวุธ และรวมไปถึงการทดสอบ อาวุธที่ปาลิตาเดินทางลวงหน้าไปก่อน

สำหรับเขา เรียกว่าเป็นหนึ่งในทีมเสริมสำหรับการทดสอบอาวุธ ซึ่งมี ระยะเวลายาวนานสี่สัปดาห์ และจะเดินทางกลับพร้อมปาลิตากับทีมงานของเธอ

หน่วยรบพิเศษหลายหน่วยถูกส่งมาเพี่อฝึกให้แก่ทหารของที่นี่ เขาเองเคยมาร่วมฝึกกับฟิลิปปินส์เมื่อหลายปีก่อนครั้งหนึ่ง ในโครงการฝึกดำรงชีพในปากับหน่วยรบพิเศษของที่นี่ ก็เลยได้เรียนภาษาตากาล็อกเล็กน้อย แต่โชคดี

ที่ชาวบ้านส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดี และมักพูดภาษาที่เรียกว่า ทากรีสคือตากาล็อกคำ อังกฤษคำ จึงช่วยลดปัญหาเรื่องการสื่อสารลงไปได้บ้าง

“เอ้...คิดอะไรอยู่รึ”

จาคอบหันไปมองช้างตัว เห็นโทมัสบัดดีของเขากำลังมองด้วยสายตา ค้นคว้า เพราะตั้งแต่เริ่มออกเดินทางทั้งสองแทบไม่ได้พูดคุยกันเลย เพราะต่าง ก็หลับเพี่อเก็บแรงเอาไว้ พอใกล้จะถึงโทมัสก็ตื่นขึ้นและเห็นเขากำลังอ่าน รายละเอียดของปฏิบัติการในแฟ้ม พอปิดแฟ้มลง โทมัสจึงเอ่ยขึ้น

“ไม่ได้คิดอะไรเลย สมองว่างเปล่ามาก” จาคอบยิ้มตอบเพื่อนคู่หูที่อายุ มากกว่าถึงห้าปี เมื่อเขาเช้าร่วมทีมของโรนิล ก็ได้เป็นบัดดีกับโทมัสหลังจาก

ที่อดีตบัดดีเสียชีวิตไปในปฏิบัติการนับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่โทมัสชอบที่จะเป็น ทหารชั้นประทวนต่อไปเพราะไม่อยากต้องรับผิดชอบเพิ่มขึ้น ขณะที่เขาตัดสินใจ เรียนจนจบมหาวิทยาลัย จึงได้เลื่อนตำแหน่งจากชั้นประทวนขึ้นเป็นชั้นสัญญาบัตร

แล้วก็เป็นอย่างที่โทมัสคิด เพราะงานและภาระความรับผิดชอบก็เพิ่มขึ้นตามตำแหน่งที่สูงขึ้น

“แกโอเคไหม?” ปกติโทมัสจะเป็นคนพูดน้อย นานกว่าจะได้ยินเขาพูด อะไรสักครั้ง พอได้ยินคำถามจาคอบก็เลิกคิ้วขึ้น บัดดีของเขาจึงขยายความ

“อมานด้าน่ะ”

“อ้อ...ก็โอเค...ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องจบ” เขายักไหล่อย่างไม่เห็นเป็น เรื่องสลักสำคัญ

โทมัสพยักหน้ารับ ก่อนจะตบมือลงบนบ่าเพื่อนหนักๆ หากก็ยังสงสัย “กัปตันบอกว่า งานนี้ควรจะเป็นของทีมเฮกเตอร์...”

“ใช่ แต่กัปตันยกให้เราเพราะดอกเตอร์มิลเลอร์” คราวนี้ถึงตาของโทมัส เลิกคิ้วขึ้นบ้าง “เธอเป็นเพื่อนในวัยเด็กของฉัน คนที่ไปร่วมงานรับปริญญา ของฉัน จำไต้ไหม”

“อ้อ...” โทมัสลากเสียงยาว ก่อนที่ริมฝีปากใต้หนวดดกจะคลี่ยิ้มกว้าง “คนสวยคนนั้นนั่นเอง”

“ใช่” จาคอบยิ้มออกมาบ้าง “เธอทำงานให้เพนตากอน เป็นหนึ่งในทีม ผลิตอาวุธที่นำมาทดลองที่นี่”

“ว้าว...สวยและเก่ง” คนฟังผิวปากหวือ ก่อนจะมองจาคอบด้วยสายตา ค้นคว้า “แกมีแผนอะไรในใจหรือเปล่าวะ”

“เปล่าเลย” เขายักไหล่อีกครั้ง “เพียงแต่สองวันก่อนหน้า ฉันกำลังคิดว่าจะแวะไปเยี่ยมเธอที่ ดี.ชี. แล้วค่อยดูว่าผลจะออกมาเป็นยังไง เพราะฉันไม่ไต้

เจอเธออีกเลยตั้งแต่วันรับปริญญา และฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นยังไงนับตั้งแต่ฉันออก จากบ้านตอนอายุลิบแปด ไม่รู้ว่าเธอเปลี่ยนไปหรือเปล่า ไม่รู้ว่ามีครอบครัวแล้ว หรือยัง ก็ไต้แต่หวังว่าเธอยังโสด”

“อืม....” คนฟังพยักหน้ารับ “คราวนี้แกก็มีโอกาสจะไต้รู้แล้วละ”

“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนคัน” จาคอบยิ้มมุมปาก

“ดี...อย่าเสียเวลาให้แก่สิ่งที่ไม่น่าจดจำ” โทมัสเอ่ยขึ้น คนฟังรู้ทันทีว่า หมายถึงใคร เพราะแต่ไหนแต่ไรมาบัดดีของเขาไม่เคยเอ่ยพาดพิงถึงอมานด้า

หรือพูดให้เธอเสียหาย ครั้งนี้ก็เช่นคัน “แต่ขออย่างเดียว”

“อะไร”

“อย่า'ใช้เด็กสาวที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เป็นเครื่องมือ”

จาคอบอึ้งไปทันที...สองสายตาประสานคันนึ่ง...โทมัสไม่หลบตาเมื่อพูดต่อ

“อย่าลืมว่าเธอไม่ใช่อมานต้า อย่าใช้ผู้หญิงคนหนึ่งลบภาพผู้หญิงอีก

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

ในขณะที่ ร้อยตรีจาคอบ กำลังอยู่ในระหว่างพักร้อนหลังการหย่าร้างได้ไม่นาน จู่ๆ เขาก็ถูกเรียกตัวกลับเพื่อมารับมอบหมายหน้าที่ใหม่ เป็นผู้อารักขาทีมวิจัยโครงการลับ และได้มารู้ในภายหลังว่า...เพื่อนหญิงในวัยเด็กที่เขาตามหามาสิบกว่าปี ดอกเตอร์ปาลิตา เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ 
จาคอบเห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงเร่งสานความสัมพันธ์ให้กลับมาดังเดิม แม้จะดูเหมือนไปได้สวย แต่ปาลิตาก็ไม่อาจตอบรับความปรารถนาดีจากชายหนุ่มได้เต็มร้อย ด้วยคิดว่าเขาเพียงแค่ต้องการใครสักคนมาทดแทนภรรยาเก่า...ก็เท่านั้น 
ซ้ำร้าย ยังมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายบุกปล้นและลักพาตัวทีมวิจัยไปอย่างอุกอาจ เดือดร้อนจาคอบต้องหายุทธวิธีที่จะช่วยชีวิตพวกเขาให้ได้ เพราะหนึ่งในทีมงานที่ถูกลักพาตัวนั้นมีปาลิตาอยู่ด้วย! 
ชายหนุ่มคงนอนตายตาไม่หลับแน่ๆ หากไม่ได้หญิงสาวผู้นี้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา

รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
27/07/2014

“ยุทธการล่าจารกรรมรัก” เป็นหนึ่งนิยายในชุดกรีนแบเร่ต์ของณารา พระเอกในชุดนี้เป็นสมาชิกหน่วยรบพิเศษของกองทัพบกอเมริกา และเล่มนี้พระเอกของเราก็คือ “ร้อยตรีจาคอบ” นั่นเอง เปิดเรื่องมาพระเอกก็หย่ากับเมียเลยค่ะ เขาและเมียคบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน แต่แล้ววันหนึ่งเมียเขาก็ได้เจอคนที่รวยกว่า จึงไม่ลังเลจะหย่าเพื่อไปหาชายคนใหม่ น่าสงสารพระเอกเหมือนกันนะคะ เพราะเขาเป็นชายหนุ่มที่มีรักมั่นคง ก็ต้องเสียใจเป็นธรรมดา เรื่องแปลกแต่จริงคือการที่อยู่ๆเขาฝันถึงเพื่อนสมัยเด็กอย่าง “ปาลิตา” ขึ้นมา เหมือนเป็นฝันบอกเหตุเลยค่ะ เพราะเขากับนางเอกต้องกลับมาเจอกันอีกครั้งเพราะต้องทำงานร่วมกัน นางเอกเรื่องนี้เธอมีมันสมองอัจฉริยะ จบ MIT ทำงานในกระทรวงกลาโหมของอเมริกา งานที่เธอและพระเอกต้องทำร่วมกันคือ การทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องมือที่นางเอกและทีมช่วยกันประดิษฐ์คิดค้นมา ไม่รูเพราะความเหงา หรืออารมณ์เปลี่ยว พระเอกเลยเดินหน้าจีบเพื่อนในวัยเด็กของเขาทันทีที่กลับมาเจอกันอีกครั้ง นางเอกก็มีความรู้สึกดีๆให้พระเอกมาตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เพราะเธอเคยหลงรักเขาตอนเป็นวัยรุ่น (และยังคงรักเขาอยู่) ดังนั้น การที่พระเอกเลือกคบแฟนสาวและลงเอยกันด้วยการแต่งงานสร้างความเจ็บปวดเสียใจให้นางเอกอย่างแสนสาหัส เส้นทางของทั้งคู่เห็นฉีกขาดกันมาครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งนี้พระเอกเลยไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นอีก เพราะเขามั่นใจว่านางเอกจะสามารถมาช่วยรักษาบาดแผลที่อดีตเมียทำไว้ได้ และนางเอกคือคนที่เขาสมควรจะรัก ซึ่งความจริงทั้งคู่ควรลงเอยกันไปนานแล้วค่ะ ถ้าพระเอกไม่ทำตัวงี่เง่าในสมัยนั้น น่าตบฟ่ำ ความรักของทั้งคู่ ถูกสลับด้วยมีพวกกล่มก่อการร้ายซุ่มโจมตีและ จับทีมนักวิจัยของนางเอกไปเพื่อเรียกค่าไถ่ ส่วนพระเอกกับนางเอกคลาดกับทีม มีเหตุการณ์ที่ทำให้ทั้งสองคนต้องมาอยู่ด้วยกันตามลำพังสองคนค่ะ ความใกล้ชิดของหนุ่มสาว ทำให้หัวใจสองดวงเริ่มเปิดรับกันและกันมากขึ้น แต่…ยังไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกนะคะ ฮ่าๆๆ ก็เพราะพระเอกของเราบาดเจ็บต่างหากล่ะ หุหุ แม้นางเอกจะรักพระเอก เธอยังไม่มีความเชื่อมั่นในตัวพระเอกมากพอ เพราะคิดว่าเขายังรักอดีตภรรยาของเขาอยู่ แม้ทั้งค่ะมีค่ำคืนที่ลึกซึ้ง แต่นางเอกเรื่องนี้มีปมค่ะ เพราะเธอขาดความรักมาตั้งแต่เด็ก ส่วนพระเอกในวัยเด็กก็เคยช่วยเหลือนางเอกไว้เลยทำให้นางเอกเกิดความประทับใจจนกลายเป็นความรัก ปมเรื่องการถูกจับตัวและไล่ล่าจากพวกผู้ก่อการร้าย ปิดได้อย่างสวยงามค่ะ พวกพระเอกในชุดกรีนแบเร่ต์เล่มอื่น เข้ามามีบทบาทช่วยด้วยน๊า แต่ประเด็นเรื่องความรักของพระนางกว่าจะเคลียร์ได้นิหืดขึ้นคอค่ะ ต้องมีผู้หวังดีหลายๆคนมาเป็นพรายกระซิบบอกให้พระเอกฉลาด ฉากจบพระเอกเลยตามมาง้องอนปรับความเข้าใจ แล้วทั้งคู่ก็ลงเอยกันอย่างมีความสุข…จบค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020