รักมิรู้เลือน

รักมิรู้เลือน

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160023165
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 230.00 บาท 149.50 บาท
ประหยัด: 80.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

สิบปีต่อมา

 

มิลินี โจนส์ ต้องเดินผ่านร้านขายหนังสือพิมพ์ทุกเช้าและเย็น

เพราะมันตั้งอยู่หน้าทางเข้าสถานีรถไฟใต้ดิน เย็นวันนี้ก็เช่นกัน ขณะ

ที่เธอกำลังจะเดินผ่านไปนั้น หางตาจับภาพบางอย่างจนต้องหันไป

มอง แล้วก็หยุดเดินขึ้นมาอัตโนมัติ ก่อนจะจ้องมองไปที่ตรงนั้นตาเขม็ง

 นั่น!

เธอร้องอยู่ในใจ ก่อนจะพุ่งไปที่หน้าร้านขายหนังสือพิมพ์ใน

ทันที เพื่อดูให้ชัดว่าสิ่งที่เธอเห็นนั้นเป็นความจริง คนที่อยู่บนหน้าปก

นิตยสารไทม์คือเขา

 ใช่จริงๆ ด้วย

 ดวงตาสีน้ำตาลไหม้มองเหมือนไม่เชื่ออยู่ชั่วครู่ แล้วจู่ๆ ร่างก็

สั่นเทาด้วยความอยากที่จะร้องไห้ น้ำตาอุ่นๆ พานจะไหลออกมา

เพราะนานหลายปีเหลือเกินที่เธอพยายามตามหาเขา ในที่สุดก็พบ

 “นิตยสารไทม์ฉบับหนึ่งค่ะ”

 เธอรีบหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า พอหลุบตามองภาพบนปก

ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าว “พระเจ้า!”
                เสียงอุทานดังขึ้นด้วยความดีใจมากกว่าความสงสัยว่าเขาไปอยู่

 บนหน้าปกนิตยสารชื่อดังได้อย่างไร น้ำตาพานจะไหลออกมา เธอจึง

 รีบกะพริบตาเพื่อสกัดกั้นให้มันไหลย้อนกลับไป และเริ่มเดินออกไป

จากที่ตรงนั้น

 และเมื่อมิลินีเข้าไปในอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ที่อาศัยอยู่คนเดียวใน

 อินวูด เธอวางข้าวของต่างๆ ลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา จากนั้นก็เริ่มให้

 ความสนใจนิตยสารที่เพิ่งซื้อมาเมื่อครู่หลังจากที่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว

เหลือเชื่อ!

 เธอมองภาพของ คลิฟฟ์ แมคโมร่า ที่สวมชุดสูทสีเข้มแทนที่จะ

เป็นกางเกงยีนกับเสื้อยืดคอกลมสีขาวธรรมดา คงเป็นเพราะภาพสมัย

ก่อนยังติดตา ตอนนั้นเขาดูผอม สูง และกล้ามเนื้อยังไม่เจริญเติบโต

 เต็มที่ แต่ตอนนี้ไม่ใช่...

 ร่างกายของเขาดูกำยำบึกบึนมากกว่าแต่ก่อน แต่ส่วนประกอบ

บนใบหน้ายังคงเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นคิ้วเข้มที่พาดยาวเหนือดวงตา

คมกริบ ปากหนารูปกระจับ และเส้นผมที่ยังคงดำขลับราวกับขนอีกา

แต่ไม่ได้ยาวสยายเต็มแผ่นหลังอีกต่อไป เพราะตอนนี้มันสั้นรองทรง

รับกับรูปหน้าของเขา

เธอจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยพูดกับเขาเอาไว้ว่า...

 ‘ฉันอิจฉาคุณจริงๆ ที่มีเส้นผมสวยถึงขนาดนี้ ดูเส้นผมของฉันสิ

 มันฟูมากแค่ไหน ฉันอยากมีเส้นผมอย่างคุณจริงๆ เลยคลิฟฟ์’

พอนึกถึงอดีตแล้วก็ยิ้มเศร้าออกมา เจ็บปวดเหลือเกิน แม้เวลา

จะผ่านมาเนิ่นนานถึงขนาดนี้ แต่ความรักของเธอที่มีต่อเขาก็ยังคงอยู่

หญิงสาวเริ่มอ่านบทสัมภาษณ์ที่อยู่ข้างใน หลังจากอ่านจบแล้ว

 ก็อดชื่นชมในความสามารถของเขาไม่ได้ จังหวะชีวิตที่ดีส่งผลให้เขา

กลายเป็นนักธุรกิจที่ใครๆ ต่างจับตามอง

ดีจัง

มิลินียิ้มกับตัวเองแล้วหันไปทางต้นเสียง เพราะใครคนหนึ่ง

กำลังเคาะประตูห้องของเธออยู่ หญิงสาวมองผ่านช่องตาแมวเมื่อเห็น

 ว่าเป็นใคร จึงเปิดประตูรับอีกฝ่ายที่กำลังส่งยิ้มมาให้

“คือว่า...”

 แอนนา โมเรซ เป็นเพื่อนบ้านข้างห้องที่ยังเป็นนักศึกษา

มหาวิทยาลัยที่ต้องเรียนและทำงานไปด้วยในคราเดียวกัน ชีวิตของ

เธอจึงดูยุ่งเหยิงอยู่นิดหน่อย

 “มีอะไรหรือ”

 “ช่วยฉันหน่อยนะ ได้โปรด...ฉันต้องทำรายงานให้เสร็จภายใน

สัปดาห์นี้ แต่ตอนนี้กำลังมีปัญหา” แอนนาคว้ามือเธอขึ้นจับพลางส่ง

สายตาออดอ้อน

 “ปัญหา?” มิลินีเลิกคิ้ว

 “ใช่แล้ว งานพิเศษน่ะสิ ฉันต้องไปทำงานพิเศษวันพรุ่งนี้ แต่

ต้องอยู่ทำรายงานกับเพื่อนๆ ให้เสร็จก่อนกำหนดส่ง ซึ่งก็ใกล้แล้ว”

 “หมายความว่ายังไง จะให้ฉันไปทำงานแทนอย่างนั้นหรือ”

 “ใช่แล้ว ได้โปรด ช่วยฉันหน่อยนะ นะ...ได้โปรด” แอนนาออด-

 อ้อน

มิลินีรู้จักอีกฝ่ายมาสองปี เธอรู้อยู่ว่าแอนนาทำงานพิเศษอยู่

สองงาน หนึ่งคือเสิร์ฟอาหารในร้าน สองคือเสิร์ฟไวน์ในงานเลี้ยงที่

นานๆ จะมีขึ้นสักครั้ง ซึ่งเธอเดาเอาว่างานที่ว่าน่าจะเป็นอย่างหลัง

 “งานไหน” เธอถาม

 “เดินเสิร์ฟไวน์ในงานการกุศล”

 “หยุดไม่ได้หรือ” เธอคิดว่าน่าจะหยุดได้

 “ไม่ได้ พอดีว่าทางนั้นเขาขาดคน ไมค์บอกว่าถ้าฉันไปไม่ได้ก็

ช่วยหาคนทำแทนให้หน่อย เพราะเป็นงานการกุศลที่ใหญ่มาก ใช้คน

เยอะ ถ้าไม่ติดว่าต้องทำรายงานให้เสร็จ ฉันไม่พลาดงานนี้แน่ เพราะ

ค่าแรงดีมาก” แอนนาสาธยายออกมายาวเหยียด

 “แต่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดของฉัน” เธอทำงานตั้งแต่วันจันทร์ถึง

วันศุกร์ จึงต้องการพักผ่อนในวันเสาร์-อาทิตย์

“ฉันรู้ ได้โปรด ฉันนึกถึงใครไม่ออกนอกจากคุณ ได้โปรด...”

 “ก็ได้” มิลินีใจแข็งปฏิเสธต่อไปไม่ได้

 “โอ้...ขอบคุณมากๆ นี่ค่ะ” แอนนาปล่อยมือแล้วล้วงกระดาษ

 เล็กๆ แผ่นหนึ่งจากกระเป๋ากางเกงออกมาส่งให้

 “นี่คือเบอร์ติดต่อของไมค์ ฉันเขียนสถานที่จัดงานเอาไว้ให้คุณ

แล้ว เดี๋ยวฉันจะโทร. ไปบอกไมค์ว่าคุณทำงานแทนฉันนะคะ ส่วน

ค่าแรง ไมค์จะจ่ายให้คุณเป็นเงินสดทันทีหลังเลิกงาน”

 มิลินีรับกระดาษแล้วหลุบสายตาดูเบอร์โทรศัพท์กับสถานที่

จัดงาน

“ไปถึงที่นั่นก่อนบ่ายสามนะคะ แล้วก็ต้องสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว

กระโปรงสีดำ และรองเท้าหุ้มส้นสีดำค่ะ” แอนนาบอกรายละเอียด

ต่างๆ ในทันที

“โอเค”

 “เป็นงานการกุศลหารายได้เข้ามูลนิธิสตารร์ เพื่อช่วยเหลือ

คนไร้บ้านในนิวยอร์ก งานนี้มีแต่พวกไฮโซทั้งนั้น บางทีคุณอาจจะเจอ

คนดัง” แอนนายิ้มหลอกล่อ

“จ้ะ” มิลินียิ้มรับคำพูดเหล่านั้นอย่างไม่สนใจเท่าไร แล้วชู

กระดาษขึ้น เพื่อเป็นการยืนยันว่าจะไปทำงานแทนให้อย่างแน่นอน

ตามที่ปากพูด

 

มูลนิธิสตารร์ออกบัตรเชิญแขกกิตติมศักดิ์ที่ร่ำรวยและ

มีชื่อเสียงในแมนฮัตตันให้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แขกเหรื่อทั้งหญิงและ

ชายล้วนแต่งกายด้วยชุดราตรีกับทักซิโดสีดำ

 

                มิลินีถือขวดไวน์ด้วยมือทั้งสองข้าง และคอยรินไวน์ใส่แก้วให้

แขกอยู่เรื่อยๆ

“เขามางานนี้ด้วย”

“โอ้...พระเจ้า! เขาหล่อกว่าในนิตยสารไทม์อก เธอได้อ่านมัน

ไหม”

 “อ่านสิ ฉันเพิ่งได้อ่านวันนี้เอง ได้ยินชื่อของเขามานานแล้วนะ

แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง พระเจ้า! เขาหล่อมากจนฉันใจสั่นไปหมดแล้ว”

 “ฉันก็เหมือนกัน สงสัยจังเลยว่าเขาแต่งงานมีภรรยาแล้วหรือ

 ยัง บทสัมภาษณ์ของเขาในนิตยสารไทม์มีแต่เรื่องธุรกิจ”

 “ฉันก็อยากรู้ว่าเขาโสดไหม”

 “ฉันก็เหมือนกัน ฉันหวังว่าเขายังไม่มีใคร”

 “ฉันด้วย”

เสียงพูดคุยเคล้าเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงสองคนที่กำลัง

เอ่ยถึงนิตยสารไทม์ ดึงสายตาของมิลินีให้หันไปมอง พอเธอเห็นว่า

หญิงสาวทั้งสองคนนั้นกำลังมองบางสิ่งอยู่ จึงเบนสายตามองตาม

คลิฟฟ์!

เธอตื่นตะลึงไม่น้อยที่เห็นเขา พลันความรู้สึกต่างๆ ก็พรั่งพรูออก

มาจนอยากตะโกนออกไปว่า...เธออยู่ตรงนี้ แต่ไม่มีเสียงใดหลุดออก

จากปาก ทั้งๆ ที่เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้วแท้ๆ ห่างออกไปไม่ไกล...

 จู่ๆ หญิงสาวก็ก้มหน้าลงมองเสื้อผ้าของตัวเอง ในขณะที่เขา

 สวมแบล็กไทมาในฐานะแขกผู้ทรงเกียรติ แต่เธอกลับสวมชุดบริกร

 “เติมไวน์ให้หน่อย” แขกคนหนึ่งยื่นแก้วมาให้เธอตรงหน้า

 สายตากับความคิดจึงถูกดึงไปแวบหนึ่ง

 เธอหันกลับไปมองทางเขาอีกครั้งหลังจากที่รินไวน์ใส่แก้วให้

 แขกเรียบร้อย คลิฟฟ์กำลังยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่พากันรุม

 ล้อมเข้าไปหา คืนนี้เขากลายเป็นดาวเด่นของงาน เพราะบทสัมภาษณ์

ของเขาในนิตยสารไทม์ฉบับสัปดาห์นี้

 “นั่น คลิฟฟ์ แมคโมร่า ใช่ไหม”

 เธอหันไปมองเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งรู้จักกันไม่กี่ชั่วโมงที่ส่งเสียงขึ้น

มา ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ช่างเศร้าหมองอย่างประหลาด เพราะ

เขาอยู่ไกลจนเธอเอื้อมมือออกไปคว้าไม่ถึงเสียแล้ว

“ใช่ เขาคือ คลิฟฟ์ แมคโมร่า”

“ฉันเห็นผู้หญิงหลายคนพูดถึงเขา”

 “ฉันก็ได้ยิน”

 “เขาหล่อจัง เหมือนคำเปรียบเปรยในนิยายโรมานซ์ เขาหล่อเหลา

เหมือนเทพเจ้ากรีกลงมาจุติ”

 “เพราะเขามีเชื้อสายอินเดียนแดงครึ่งหนึ่ง” มิลินีตอบออกไป

โดยอัตโนมัติ

“จริงหรือ รู้ได้ยังไง ไม่เห็นว่าเขาจะเหมือน”

 “ฉันอ่านเจอในนิตยสารไทม์”

 “อ๋อ...”

คล้อยหลังเพื่อนร่วมงานที่เดินออกไปทำหน้าที่ต่อ มิลินีจ้องมอง

เขาอยู่เงียบๆ มีความคิดที่จะไม่เข้าไปทัก จึงเดินเลี่ยงไปทางอื่น แต่

แล้วความรู้สึกเศร้าสร้อยระคนหม่นหมองก็ตลบอบอวลอยู่ในอก เพราะ

 ความมุ่งมั่นที่จะตามหาเขาให้พบหลายปีมานี้กลายเป็นความวูบโหวง

ที่ออกจะขมปร่าอย่างบอกไม่ถูก

เธอเคยถามตัวเองอยู่หลายครั้งว่า...ถ้าเจอคลิฟฟ์ในสถานภาพ

ที่แต่งงานแล้ว เธอจะทำอย่างไร คำตอบก็คือ เธอจะต้องตัดใจจากเขา

ให้ได้

มิลินีทำงานต่อไปโดยไม่เฉียดเข้าไปในระยะสายตาอันคมกริบ

ของคลิฟฟ์ เธอเดินไปเดินมาหลายชั่วโมงจนขาแข็ง ความเมื่อยล้า

ทำให้เธออยากหยุดพักสักครู่ เพราะไม่ได้เดินเสิร์ฟอาหารแบบนี้มา

นานแล้ว ตอนนี้เธอทำงานนั่งโต๊ะสบายๆ อยู่ในออฟฟิศ

“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ” มิลินีบอกเพื่อนร่วมงาน อีกฝ่าย

 พยักหน้ารับรู้

เธอเดินออกจากห้องโถงใหญ่ไปยังห้องน้ำที่ตั้งอยู่ด้านนอก ก่อน

ที่จะเห็นม้านั่งที่ตั้งอยู่ในสวน จึงเดินไปนั่งพักที่นั่น สลัดรองเท้าส้นสูง

ออก แล้วใช้กำปั้นทุบน่องเบาๆ เพื่อคลายอาการเมื่อยล้า แต่แล้วจู่ๆ

ปลายเท้าของใครคนหนึ่งก็เข้ามาอยู่ในระยะสายตา พอเงยหน้าขึ้นมอง

ใจดวงน้อยกระตุกวูบขึ้นมาทันที

ดวงตาคมกริบของคลิฟฟ์กำลังมองมาที่เธอ จ้องจนเธอเริ่ม

หายใจไม่ออก พอเธอเห็นดังนั้นจึงรีบคว้ารองเท้าส้นสูงกลับมาสวม

“เดี๋ยวสิ” เขารั้งเธอเอาไว้เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะเดินหนี

เวลานี้ขอบตาทั้งสองข้างของเธอร้อนผ่าว อยากโผเข้าไปกอดเขา

และบอกว่าคิดถึงเหลือเกิน

“เธอมาทำอะไรอยู่ที่นี่” คำถามของเขาบ่งบอกว่ารู้จักเธอ

“ฉันเมื่อยขานิดหน่อยค่ะจึงหลบออกมาพักสักครู่”

“นั่นเธอใช่ไหม”

“ใครคะ” เธอไม่แน่ใจนัก จึงเงยหน้าขึ้นแล้วสบสายตาด้วย

“เมล”

มิลินีไม่รู้จะตอบอะไร ร่างทั้งร่างเริ่มสั่นอย่างระงับเอาไว้ไม่อยู่

ทั้งที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานถึงสิบปี กลับมาเจอกันอีกครั้งแบบนี้ เขา

ยังคงมีอิทธิพลต่อเธออยู่มาก...มากเกินจนเธออยากที่จะร้องไห้

“เมล...ใช่เธอจริงๆ ด้วย” เขาคราง กระแสเสียงแฝงความแปลก

ใจระคนยินดี

เธอยิ้มรับสีหน้าเศร้าสร้อย และถามกลับขณะพยายามทำตัวให้

สดใส

“จำฉันได้ด้วยหรือคะ เห็นฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021