หนังสือชุด หิมวันต์รัญจวน : ร่ายรักกินรา

หนังสือชุด หิมวันต์รัญจวน : ร่ายรักกินรา

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160012633
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 240.00 บาท 120.00 บาท
ประหยัด: 120.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

พบเจอ

 

            ณ เขาจันทบรรพตอันงดงามและร่มรื่น ที่แฝงตัวอยู่ในป่า

เร้นลับทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือถัดจากสระอโนดาต มาหลายโยชน์

เป็นที่ตั้งของเมืองจันทกินนร

แต่กินนรนั้นมิได้เป็นเหมือนกันหมด พวกกินนรและกินรีถูกแบ่ง

ประเภท แบ่งถิ่นฐานที่อยู่อย่างชัดเจน กินนรหมายถึงอมนุษย์ครึ่งนกเพศ

ชาย ส่วนกินรีนั้นหมายถึงอมนุษย์ครึ่งนกเพศหญิง

สูงสุดของพวกกินนรเรียกว่า เทวกินนร เป็นกินนรกึ่งเทพ มีร่างท่อน

บนเป็นเทพ สวมพัสตราภรณ์งดงามด้วยเครื่องทรงอย่างเทวะและท่อน

ล่างเป็นนก อาศัยอยู่ในเมืองเทวนาทกินนรบริเวณเชิงเขาไกรลาสซึ่ง

ปกครองโดยท้าวสคเรศ ต่ำลงมาคือพวกจันทกินนรมีร่างเป็นมนุษย์และ

มีปีก อาศัยอยู่บนยอดเขาจันทบรรพต ปกครองโดยท้าวประทุมเรศ

แล้วก็ยังมีกินนรและกินรีอีกห้าประเภทด้วยกันที่อาศัยอยู่บนเขา

แห่งนี้ อันได้แก่ ทุมกินนร กินนรซึ่งอาศัยอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้ ทัณฑมาณ

กินนรอาศัยอยู่แถวสระบัว โกนตกินนร, สกุณกินนร, กัณณปาวรุณกินนร

ซึ่งชอบบินอยู่ทั่วไปในป่าที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติและความอัศจรรย์ที่ถูก

เรียกว่า ป่าหิมพานต์

ภูเขาสูงเรียงตัวสลับซับซ้อน ต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมทั่วผืนป่า ใบไม้

แต่ละใบเขียวขจี ผลไม้ทั่วทั้งพื้นป่าส่งกลิ่นหอมกำจายฟุ้ง ท้องฟ้าสีใส

ราวกับมีเพชรส่องประกายอยู่ด้านบน ผืนน้ำเบื้องล่างระยับเหมือนแก้ว

มรกต สรรพสัตว์ทั้งหลายมีรูปกายแปลกประหลาดและใหญ่โต บ้าง

น่ากลัว บ้างชวนมอง บ้างชวนให้พิศวง

ป่าหิมพานต์ถูกแบ่งออกเป็นสัดส่วนและมีสัตว์หลายจำพวก ซึ่ง

อาศัยอยู่ในเขตแดนของตนเอง โดยมีสระอโนดาตที่กล่าวกันว่าน้ำในสระ

จะไม่มีวันแห้งเหือดเป็นจุดศูนย์กลางของป่า โดยบริเวณริมสระอโนดาต

มีท่าน้ำอยู่ทั้งสี่ทิศ ท่าน้ำแต่ละทิศมีรูปร่างเป็นใบหน้าสัตว์ อันได้แก่ หน้า

สิงห์ หน้าช้าง หน้าม้า หน้าวัว ที่เรียกกันในชื่อ สีหมุข หัตถีมุข อัสสมุข

และอุสภมุข

ผู้ที่สามารถลงอาบน้ำ ณ ท่าน้ำเหล่านี้ได้ก็คือเหล่าเทวะ นักบวช

นักสิทธิ์และวิทยาธร สายน้ำจากสระอโนดาตจะไหลออกจากภายใน

โดยผ่านออกไปทางปากของรูปสัตว์ทั้งสี่ ไหลเวียนวนไปรอบสระอโนดาต

ก่อนจะไหลลงสู่มหาสมุทรทั้งสี่ทิศ

ส่วนสัตว์หิมพานต์นั้นก็จะอยู่กันเป็นหลักแหล่งของตนเอง พวกช้าง

หรือครึ่งช้างจะอาศัยอยู่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกเฉียงเหนือ พวก

ครึ่งม้าก็จะอยู่ทิศตะวันตก ทิศใต้จะเป็นพวกวัว กวาง ส่วนพวกสิงห์และ

ครึ่งสิงห์ รวมทั้งมักกะลีผลจะอยู่ในป่าทิศตะวันออก ทั้งหมดนี้คือส่วนผสม

ที่กลายเป็นป่าหิมพานต์

ป่าแห่งนี้สงบสุข เรียบง่าย แต่บางครั้งก็เกิดเรื่องราววุ่นวายได้โดยที่

ไม่มีใครคาดว่าจะเกิด อย่างเช่นตอนนี้ที่เมืองจันทกินนรกำลังเกิดข้อถก

เถียงกันเรื่องการตัดสินใจเด็ดขาดของท้าวประทุมเรศผู้ครองเมือง

ภายในพระตำหนักฝ่ายในซึ่งอยู่ในเขตพระราชวังของเมืองกินนร

ณ พระตำหนักด้านในสุด อันเป็นพระตำหนักเดิมของเจ้าหญิงมาลี

เยาวเรศพระขนิษฐาของท้าวประทุมเรศ แต่เพราะอภิเษกสมรสกับกินนร

ซึ่งเป็นราชองครักษ์และได้ออกจากพระราชวังไป ธิดาที่ถือกำเนิดมาจึงไม่ได้

รับพระยศใดนำหน้า แต่สองปีต่อมาเจ้าหญิงมาลีเยาวเรศกับราชองครักษ์

หนุ่มเสียชีวิตลงในป่าลึก เนื่องจากหมดอายุขัยการเป็นชาวหิมพานต์

เทพารักษ์จึงพาธิดาตัวน้อยมาส่งให้ที่เมืองจันทกินนรด้วยความสงสาร

ท้าวประทุมเรศรับธิดาตัวน้อยมาอยู่ด้วยและให้อยู่ที่พระตำหนัก

เดิมของเจ้าหญิงมาลีเยาวเรศผู้เป็นพระมารดา แล้วนับตั้งแต่นั้นมา กินนร

และกินรีในวังก็รู้จักนางในฐานะท่านหญิงมาลัยเยาวเรศ พระราชนัดดา

ของท้าวประทุมเรศ ที่โปรดไม่ต่างอะไรกับพระธิดาทั้งสิบสองของพระองค์

เลย

ทว่าบัดนี้รับสั่งของท้าวประทุมเรศกลับทำให้ท่านหญิงน้อยกลืน

ไม่เข้าคายไม่ออก

“พระมาตุลา3 !” ท่านหญิงน้อยร้องเสียงหลงกับข้อสรุปและรับสั่ง

ของพระมาตุลาที่ทำให้หล่อนแทบล้มทั้งยืน เมื่อท้าวประทุมเรศรับสั่งให้

หล่อนเข้าพิธีดูตัวและหมั้นหมายในวันพรุ่งนี้

“เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ยกเว้นแต่พระองค์จะทรงยืนยัน

เหมือนเช่นที่ผ่านมา เจ้าก็รู้นี่หลานรักว่าพระองค์ทรงเป็นเทวกินนร แต่

พวกเราไม่ใช่”

“แต่หม่อมฉัน...”

“ไม่มีแต่ มาลัยเยาวเรศ”

ท้าวประทุมเรศทรงยืนกราน มาลัยเยาวเรศฟังแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบ

ไปจนกระทั่งท้าวประทุมเรศเสด็จออกจากพระตำหนักไป หล่อนยังนั่งนิ่ง

อยู่ที่เดิมด้วยความคิดที่สับสนวุ่นวายไปหมด เพราะการถูกสั่งให้เข้าพิธี

ดูตัวและหมั้นหมายกับผู้ที่ได้สมญานามว่า ‘มายาจันทรคราส’ มันไม่ใช่

เรื่องน่าพิสมัยเลยแม้แต่นิดเดียว

หล่อนจำได้ดีถึงภาพครั้งยังเยาว์วัย ตอนที่ได้เห็นเจ้าชายเทวกินนร

ผู้นั้นในระยะไกลในงานฉลองของเมืองจันทกินนรที่ท้าวสคเรศกับพระชายา

และเจ้าชายอิลวราชเสด็จมาด้วย แม้เห็นพระองค์ในระยะไกล แต่เสี้ยว

พระพักตร์ด้านข้างก็ทำให้ชวนนึกถึงสมญานามว่าคงเป็นเรื่องจริง แล้วยัง

วันที่เสด็จมาอีกในครั้งหลังและหล่อนได้เห็นความโกรธของพระองค์กับตา

แม้จะไกลเพียงนั้นก็ดูน่ากลัวแล้ว

“ไม่เอาหรอก ยังไงก็ไม่เอา ข้าไม่ยอมดูตัว ไม่หมั้นเด็ดขาด กับ

เทวกินนรผู้นั้น ทรงน่ากลัวเกินไป!” หล่อนบอกแล้วหันไปทางนางข้าหลวง

ที่เข้ามาปลอบใจ

“โธ่ ท่านหญิงเพคะ เข้าพิธีดูตัวเถอะเพคะ บางทีอาจเป็นเหมือน

กับคราวที่ผ่านมาก็ได้นะเพคะ” นางจันทากินรีนางข้าหลวงเอ่ยและอ้าง

ถึงกรณีที่ผ่านมา เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท้าวสคเรศกับท้าวประทุมเรศมี

ดำริเรื่องการอภิเษกสมรสของเจ้าชายและเจ้าหญิงเมืองกินนรทั้งสอง แต่

มันเป็นครั้งที่สิบสามแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่ผ่านมากับพระธิดาทั้งสิบสอง

พระองค์ของท้าวประทุมเรศ ก็ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง เพราะเจ้าชาย

อิลวราช เทวกินนรผู้นั้นทรงไม่ยอมอภิเษกสมรสง่ายๆ แม้จะแค่ให้มาดูตัว

ว่าที่พระคู่หมั้นคู่หมายก็ยังไม่เคยเสด็จมาเลยด้วยซ้ำ

แต่ท้าวประทุมเรศก็มิเคยโกรธเคืองแม้แต่น้อย เพราะศักติของ

เทวกินนรที่สูงกว่าย่อมมีสิทธิ์เลือกกินนรที่อยู่ระดับชั้นเหนือกว่าเสมอ แต่

ด้วยความที่ทรงเป็นพระสหายต่อกัน ระหว่างท้าวสคเรศผู้ปกครองเมือง

เทวนาทกินนรกับท้าวประทุมเรศผู้ครองเมืองจันทกินนร ก็ทรงหารือกัน

บ่อยครั้งว่าด้วยเรื่องการจับเจ้าชายอิลวราชอภิเษกสมรสและต้องทำให้

สำเร็จให้ได้ด้วย แต่ดูเหมือนว่าจะหาสำเร็จไม่ เพราะแค่ท้าวสคเรศเอ่ยปาก

เตรียมทาบทาม เจ้าชายอิลวราชก็เผ่นหนีหายไปเสียทุกครั้ง จนหลายฝ่าย

คิดว่าหากท้าวสคเรศกับท้าวประทุมเรศไม่ได้เป็นพระสหายกันมาก่อน คง

ได้ขุ่นข้องหมองพระทัยกันเป็นแน่แท้ ที่เจ้าชายอิลวราชทรงทำเหมือนกับ

ระธิดาของท้าวประทุมเรศไม่ดีพอสำหรับพระองค์!

“ไม่เอาหรอก เจ้าก็รู้ว่าพระองค์น่ากลัวเพียงใด” คนไม่ยอมดูตัว

ไม่ยอมหมั้นยืนยันท่าเดียว

“ท่านหญิงเคยเห็นเจ้าชายหรือเพคะ”

“เคยสิ...” หล่อนตอบแล้วลดเสียงลง “แต่เห็นแค่แวบเดียว ไกลๆ

นะ”

“แต่พวกเทวกินนรบอกว่า เจ้าชายอิลวราชมีพระสิริโฉมงดงามยิ่ง

นะเพคะ” นางจันทาพยายามหว่านล้อมเต็มที่ทั้งที่ดูก็รู้แล้วว่าไม่สำเร็จแน่

ถ้าเจ้าชายอิลวราชทรงมีความคิดเป็นของพระองค์เองมากเพียงใด ท่าน

หญิงมาลัยเยาวเรศก็มีความคิดของนางเองมากเช่นนั้น แล้วพอบวกกับ

ความกลัวจากการกล่าวขานของพระธิดาทั้งหลายที่เคยเล่าประทาน

เกี่ยวกับเจ้าชายพระองค์นั้นให้ฟังก็ยิ่งไปกันใหญ่

ทั้งเรื่องที่ทรงดุดัน ทั้งเรื่องที่ทรงเข้าร่วมการศึกในศึกครุฑยุดนาค

กับท้าวสคเรศ จนได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากจอมพญาแห่ง

ฉิมพลี ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้ท่านหญิงมาลัยเยาวเรศกลัวเจ้าชายอิลวราช

มากขึ้นไปอีกเท่าตัว

“ไม่ว่าจะมีพระสิริโฉมงดงามเพียงใด แต่เมื่อทรงได้ชื่อว่าเป็น

‘มายาจันทรคราส’ ย่อมน่ากลัวอยู่ดี”

 นั่นคือการสรุปสุดท้ายของท่านหญิงมาลัยเยาวเรศ โดยไม่มีใคร

คาดคิดเลยว่า กินรีน้อยผู้แสนโสภาจะกล้าหาญถึงขั้นหนีออกจากเมือง

จันทกินนรและหนีออกจากป่าหิมพานต์ไปในเวลาต่อมา เพียงเพราะ

ไม่ต้องการหมั้นหมายกับเจ้าชายผู้น่าหวาดหวั่นพระองค์นั้น!

                ยามสนธยาท้องฟ้าเหลือบสีสันงดงาม ธรรมชาติที่ซ่อนเร้น

ได้เผยตัวตนอีกด้าน มิติที่เหลื่อมซ้อนกับบานประตูที่ผู้คนต่างค้นหา แต่

กลับไม่เคยมีผู้ใดได้พานพบ

แสงหนึ่งสว่างวาบออกมาจากแนวป่าทึบห่างจากน้ำตกอันงดงาม

ที่อยู่ในเขตผืนป่าเดียวกันไปไม่มาก ซึ่งเป็นบริเวณภูเขาอันอุดมสมบูรณ์

ของกาญจนบุรี ภายในบริเวณลึกลับที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้เลยว่าพื้นที่รัศมี

โดยรอบจากน้ำตกกินพื้นที่หนึ่งกิโลเมตร จะมีความเร้นลับซ่อนตัวอยู่

เสียงแหวกอากาศดังแผ่วเบาก่อนจะค่อยๆ ทวีความดังมากขึ้น

พร้อมกับร่างที่บินโฉบลงมาเหนือหลังคารถที่จอดอยู่ ปลายเท้าที่เหมือน

กับขานกยักษ์มีอาภรณ์ทองคำประดับข้อเท้า ค่อยแปรเปลี่ยนเป็นรองเท้า

บูตและเหยียบลงบนหลังคารถ แม้ไม่แรงแต่ก็ทำให้รถยนต์อเนกประสงค์

สะเทือนได้พอประมาณ หัวเข่าอีกข้างคุกเข่าลงเพื่อช่วยพยุง ‘การลงจอด’

ก่อนที่ร่างนั้นจะยืดกายขึ้นยืนตรงและอาภรณ์ทั้งหมดก็เปลี่ยนไปกลาย

เป็นเสื้อผ้าของมนุษย์ แต่ท่วงท่าของผู้มาเยือนนั้นบ่งบอกถึงความยโส

โอหังชัดเจน

ใบหน้าหล่อเหลาและดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลเป็นสิ่งที่แปลกที่สุด

สำหรับมนุษย์ แต่คงไม่เท่ากับปีกสีเขียวเลื่อมอำพันที่กางอยู่บริเวณช่วง

สะโพกดูอ่อนช้อยและงดงามระยิบระยับ ยิ่งยามที่ส่องสว่างเรืองรอง

ท่ามกลางบรรยากาศที่มืดลง ก็ยิ่งดูงดงามจับตาเข้าไปใหญ่

คนบนหลังคายิ้มแล้วจึงบินโฉบลงมา ยามเมื่อคนที่ยืนกอดอกอยู่

ใกล้ๆ รถยนต์หันมาหา เพราะรับรู้ได้ถึงการมาของเขา ชายคนนั้นดัน

ดั้งแว่นขึ้นพร้อมกับเปรยออกมาคำแรก

“ช้าจริงนะอิลวา”

 เจ้าของนามอิลวากระตุกยิ้มแล้วยื่นมือไปตรงหน้า ใช้นิ้วชี้และ

นิ้วกลางแตะลงบนหน้าผากของอีกฝ่ายแล้วหลับตาเพื่อถ่ายทอดบางอย่าง

ให้อีกฝ่ายรู้ถึงเหตุผลการมาช้าของตนเอง มโนภาพต่างๆ ถูกป้อนเข้าใส่

ทั้งหมดและเมื่อภาพดับวูบลง เสียงเปรยอย่างหนักใจของคนถูกฉายภาพ

ให้เห็นก็ดังตอบมา

“เจ้าจะทำให้ข้าเดือดร้อนนะอิลวา”

 “ข้านึกว่าเจ้าชินแล้วเสียอีก เหมราช...” ชายหนุ่มผู้มีปีกงดงาม

ตอบกลับก่อนจะหุบปีก ทำให้มันหายไปด้วยอำนาจวิเศษที่พอเก็บความ

ลี้ลับของอำนาจวิเศษไว้ เขาก็กลายเป็นหนุ่มหล่อที่ทำให้หัวใจของสาวๆ

ต้องหลอมละลายได้เลยทีเดียว

“ข้าคงชินได้ยาก ตราบใดที่เจ้ามาพร้อมปัญหาทุกครั้ง...อิลวราช”

หนุ่มแว่นผู้ชื่อเหมราชและมีดีเป็นถึงดอกเตอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านพืช

สวนและนักวิจัย เอ่ยนามเต็มของอีกฝ่ายออกไปแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

อีกระลอก ก่อนจะเริ่มสิ่งที่ทำให้คนที่เพิ่งหุบปีกตัวเองไปหมาดๆ ต้องยกนิ้ว

 ข้างหนึ่งขึ้นอุดหูตนเอง

“เจ้าคิดว่าหนีมาถึงตรงนี้แล้วจะรอดไปได้จริงๆ หรืออิลวา ถึงเจ้า

จะรอดมาแล้วสิบสองครั้ง แต่อาจไม่มีครั้งที่สิบสามก็ได้ กี่ปีแล้วนะที่เจ้า

ปฏิเสธ โอ้! ใช่ ข้านึกออกแล้ว หนึ่งร้อยสิบเก้าปีของหิมพานต์ ข้าว่าก็

สมควรแล้วที่เจ้าจะโดน ‘เด็ดปีก’ เสียบ้าง”

เหมราชบอกแล้วทำหน้าบึ้งใส่คนที่ยังเอามือข้างหนึ่งอุดหูไว้ด้วย

ท่วงท่าจงใจยั่วประสาทชัดเจน แถมยังมีหน้าโต้กลับมาด้วยอีกว่า

“พูดแบบนี้หรือว่าเจ้าอยากโดน ‘ดึงหาง’ บ้าง ข้าจะได้รีบไปเป็น

พยานให้เลย”

คำพูดของอิลวาที่เน้นชัดไปถึงรูปลักษณ์แท้จริงของอีกฝ่าย เหมราช

ได้แต่ทำเสียงฮึในลำคอก่อนจะตอบต่อถ้อยคำนั้นกลับไป

“ข้าดูเหมือนคนอยากมีห่วงผูกคอหรือไง”

 ดอกเตอร์หนุ่มสวนกลับแล้วเดินอ้อมท้ายรถไปเพื่อเปิดประตู เขา

กดรีโมตให้ปลดล็อกแล้วจึงเปิดประตูด้านคนขับขึ้นไปนั่งระหว่างรอให้

อีกฝ่ายตามขึ้นมาบนรถพร้อมกับคำตอบที่ถามค้างไว้ถูกส่งมา

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
26/06/2014

“ร่ายรักกินรา” เป็นเรื่องของ “อิลวราช” เจ้าชายชนชั้นสูงสุดของพวกกินนรค่ะ เพราะมีศักดิ์เป็นถึงเทวกินนร พระเอกโดนคลุมถุงชนจับให้หมั้นหมายกับ “มาลัยเยาวเรศ” เจ้าหญิงกินรี แต่ดันดื้อไม่อยากแต่งงาน เลยหลบหนีการดูตัวไปได้ทุกครั้ง หารู้ไม่ว่านางเอกก็กลัวเขาเช่นกัน เพราะเคยได้ยินว่าเขามีนิสัยมุทะลุ เพราะเคยไปช่วยครุฑรบในศึกครุฑยุดนาค แล้วบินผ่านพระจันทร์ก่อเกิดภาพเงามืดดูน่ากลัว จนเกิดเสียงร่ำลือถึงความโหด จนได้สมญานาม “มายาจันทรคราส” ทั้งคู่ต่างหลบหนีไปยังโลกมนุษย์ แต่หนียังไงก็หนีไม่พ้นเมื่อทั้งคู่ได้พบกันโดยไม่รู้ว่าใครเป็นใคร นางเอกก็ปลอมตัวเนหญิงสาวชาวมนุษย์ นามว่า “มะลิ” แต่พระเอกเราที่เป็นถึงเทวกินนรไม่ใช่ไก่ก่อนให้หลอกง่ายๆ เลยรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นคนธรรมดา จึงวางแผนสืบหาความจริง สืบไปสืบมาทั้งคู่กลับหลงรักกันโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริง ความรักของทั้งคู่จะลงเอยอย่างไรต้องไปติดตามอ่านในเล่มค่ะ นิยายเรื่องนี้แปลกกว่าเรื่องอื่นๆในชุด เพราะพระเอกกับนางเอก เป็นสัตว์หิมพานต์ทั้งคู่ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเหมาะสมหรืออายุขัย ช่วงแรกๆของเรื่องจะบรรยายถึงการที่ทั้งคู่หนีการดูตัว มาอยู่บนโลก พระเอกนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะชอบหนีเที่ยวเป็นประจำอยู่แล้ว แถมยังเป็นเป็นเทพอีก เลยเข้าออกโลกมนุษย์ได้เป็นว่าเล่น ผิดกับนางเอกที่ไม่ได้มีพลังอำนาจเหมือนพระเอก ไม่เคยมาเยือนโลกมาก่อน เธอเลยดูตื่นกลัวกับโลกแปลกใหม่ค่ะ แต่ขนาดหนีจากป่าหิมพานต์มายังไม่พ้นโคจรมาเจอกันอีก ทั้งคู่ไม่เคยเห็นกันมาก่อนเลยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร พระเอกรู้แค่นางเอกไม่ได้เป็นคนปกติเพราะนางเอกมีออร่าไม่เหมือนพวกมนุษย์ แต่แกล้งแอ๊บไม่รู้ ใช้โอกาสแอ๊บตีเนียนเข้าใกล้นางเอกเพื่อสืบหาความจริง ใกล้ชิดกันไปมาเลยตกหลุมรักกันทั้งคู่ มีหลายครั้งค่ะ ที่พระเอกและนางเอกเกือบจะรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่าย แต่พลาดตลอด กว่าจะรู้ความจริงลุ้นจนตัวโก่ง อีกคู่ที่ดิฉันชอบของเรื่องนี้คือคู่เพื่อนสนิทพระเอกซึ่งเป็นสัตว์หิมพานต์เหมือนกันแต่หนีมาพำนักอยู่บนโลก กับสาวข้างบ้าน แซบเว่อร์ไม่แพ้คู่หลัก สารภาพเลยว่าบางช่วงอ่านแล้วฟินกว่าคู่พระเอกค่ะ 555 กลับเข้าเรื่องมาที่พระเอกนางเอกต่อ พอรู้ความจริงพระเอกก็โกรธนะคะที่นางเอกปิงบัง นางเอกก็ตกใจเมื่อต้องมารักคนที่ตัวเองพยายามหนีมาตลอด ลึกๆดิฉันว่านางเอกยังแอบกลัวๆ พระเอกอยู่ และเพราะอยู่บนโลกนานๆทำให้นางเอกร่างกายอ่อนแอ พระเอกเลยต้องพากลับป่าหิมพานต์ การหนีออกจากป่าหิมพานต์สำหรับพระเอกอาจจะไม่เป็นไรเพราะเป็นถึงเทพ ส่วนนางเอกมีศักดิ์ต่ำกว่า เลยต้องถูกลงโทษค่ะ ฉากนี้น่าสงสารนางเอกมากๆ T-T อุปสรรคความรักยังไม่หมดแค่นั้น เพราะนางเอกไม่ยอมรับกับคนอื่นว่ารักพระเอก พระเอกเลยต้องหาวิธีทำให้นางเอกยอมรับหัวใจตัวเองให้ได้ แผนการของพระเอกคืออะไร แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ว่าบทสรุปสุดท้ายยังไงเธอก็หนีไม่รอด เพราะโดนเทวกินนรวางแผนหลอกล่อหวัทั้งงตัวและหัวใจของเธอ

สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2020