โซ่พันธกานต์

โซ่พันธกานต์

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160003631
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 250.00 บาท 162.50 บาท
ประหยัด: 87.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

1

 

ดารินทร์หอบร่างเหนื่อยอ่อนกลับมาที่บ้าน มองป้ายประกาศขายบ้านด้วยหัวใจห่อเหี่ยว เธอสามารถอาศัยบ้านหลังนี้ได้จนกว่าจะมีเจ้าของรายใหม่มาซื้อ หญิงสาวเดินเข้าไปในบ้านที่เธอแสนรัก บ้านที่เต็มไปด้วยความสุข กลิ่นอบเค้กของมารดาหอมฟุ้งไปทั่วบ้านไม่เคยจางหาย ภาพเงาของบิดาที่รักการปลูกดอกกล้วยไม้ราวกับชีวิตจิตใจกำลังเดินไปมาอยู่ในเรือนกล้วยไม้

ทว่าความสุขกลับอยู่กับเธอได้ไม่นาน เมื่อมารดาที่รักยิ่งเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากนั้นบิดาก็พาภรรยาคนใหม่เข้ามาพร้อมกับเด็กหญิงซึ่งเป็นลูกติดของพิมลพรรณที่อายุน้อยกว่าเธอสองขวบชื่อว่า

‘อินตรา’

สองสาวต่างสายเลือดทว่ากลับได้รับการเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา และแล้วฝันร้ายก็มาเยือนดารินทร์อีกครั้ง เมื่อบิดาของเธอเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจตอนหญิงสาวอายุเพียงสิบสามปี แม่เลี้ยงที่เคยแสนดีมองเธอเป็นตัวภาระที่ท่านอยากปัดออกไปให้พ้นตัว ทว่ากลับไม่สามารถทำได้ พิมลพรรณส่งเสียให้เธอร่ำเรียนเพื่อไม่ให้ชาวบ้านครหา กระนั้นก็ใช้งานดารินทร์ราวกับคนใช้คนหนึ่ง

“คุณพ่อคุณแม่ ดาไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว” หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนพื้นกอดรูปบิดามารดาเอาไว้แน่น ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจเสียให้ได้

เธอร้องไห้จนผล็อยหลับไป จนไม่รู้ว่ามีใครบางคนยืนมองเธอด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

“ดารินทร์เธอเป็นผู้หญิงยังไงกันแน่ ทำไมถึงยอมอุ้มบุญให้แก่คนที่ทำร้ายเธอมาตลอด” อเล็กซานโดรพิศมองใบหน้าหญิงสาวยามหลับประวัติคร่าวๆ ของหญิงสาวซึ่งมีชีวิตราบเรียบไม่หวือหวาส่งมาถึงมือเขาหลังจากเธอเดินออกไปจากห้องทำงานของเขาไม่กี่ชั่วโมง

ดารินทร์ โฉมพราย อายุ 27 ปี พนักงานบัญชีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ตลอดอายุ 27 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีแฟนหรือคบหากับชายหนุ่มคนใดฉันชู้สาว

ผู้หญิงหน้าตาเรียบๆ จืดชืดกับประวัติที่แทบไม่น่าสนใจ ทว่าดวงตาของเธอกลับทำให้เขาไม่อาจปล่อยเธอไปได้ ดวงตากลมโตใสซื่อบอกเขาว่าเธอไม่ได้โกหก ยิ่งเมื่อมาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเธอด้วยตัวเองแล้ว เขายิ่งไม่สามารถทนเฉยอยู่ได้ เพราะถ้าหากว่าเด็กในท้องเป็นลูกของเขาจริง ความฝันที่มารดาของเขาอยากมีหลานก็ไม่ไกลเกินเอื้อม

ดารินทร์ลืมตาขึ้นด้วยความตกใจเมื่อพบว่าตนอยู่ในอ้อมกอดของอเล็กซานโดร

“คุณอเล็กซานโดร!” หญิงสาวตะลึงงันไปชั่วขณะ “ปล่อยฉันลงนะคุณอเล็กซานโดร” เธอพยายามดิ้นทว่าชายหนุ่มกลับนิ่วหน้ามองหญิงสาวอย่างตำหนิ

“อย่าดิ้น เดี๋ยวเด็กเป็นอันตราย” เขาปรามเสียงขุ่น ซึ่งได้ผลเพราะหญิงสาวหยุดดิ้นทันที มือทั้งสองข้างรีบโอบรัดรอบคอของชายหนุ่มไว้ราวกับกลัวตก

“คณุ จะพาฉันไปไหน” หญงิ สาวเอ่ยถามเมื่อเขาอุ้มเธอออกมานอก

บ้าน รถลัมเบอร์กินีคันหรูจอดเด่นอยู่หน้าบ้านสองชั้นขนาดสามห้องนอน

“เธออยากได้ที่พักกับอาหารมิใช่หรือ”

“ใช่ ฉันอยากได้ แต่ถ้าคุณยื่นมันเพราะความสมเพชละก็ไม่จำเป็น ฉันเลี้ยงดูเด็กคนนี้ได้ เด็กคนนี้อยู่ในท้องของฉัน เติบโตขึ้นมาเพราะฉัน ฉะนั้นเขาก็คือลูกของฉัน ฉันจะเลี้ยงเขาเอง” หญิงสาวเชิดหน้าอย่างถือดี

ในขณะที่อเล็กซานโดรแทบไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูด เพราะเขามัวแต่สนใจกลิ่นกายสาว กลิ่นหอมอ่อนๆ ติดจมูก หอมกว่าน้ำหอมราคาแพงที่ผู้หญิงคนอื่นๆ พรมฉีดลงบนเรือนกาย มันเป็นกลิ่นหอมของแป้งยาสระผม และโลชันบำรุงผิว ผสานรวมกับกลิ่นกายสาวซึ่งมันมีฤทธิ์ร้ายแรง ทำให้เขารู้สึกต้องการเธออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อเล็กซานโดรวางหญิงสาวลงอย่างหักห้ามความรู้สึก

“สบายใจได้ ฉันไม่ได้สมเพชเธอเลยดารินทร์ ฉันแค่เป็นห่วงเด็กในท้องต่างหาก ฉันจะรอจนกว่าเด็กจะคลอดเพื่อตรวจดีเอ็นเอ ที่ทำแบบนี้เพราะฉันต้องการตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม ก่อนที่เธอและน้องสาวของเธอจะคิดแผนสกปรกมาแบล็กเมล์ฉัน”

“ขอให้รู้ไว้ว่าฉันไม่ต้องการอะไรจากคุณเลย แค่ขอให้คุณรักและเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดีก็พอ ฉันอยากให้เขามีอนาคตที่สดใส แน่นอนว่าถ้าเขาอยู่กับ ฉันเขาอาจไม่ได้โอกาสนั้น ” ดารินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ลูบท้องเบาๆ อย่างแสนรัก

ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะสวยขึ้นได้เพียงเพราะใบหน้าอ่อนโยนยามเอ่ยถึงลูกน้อยในครรภ์

อเล็กซานโดรเบือนหน้าหนี แล้วขับรถออกไปยังท้องถนนที่ทอดยาวเบื้องหน้า ใจก็ครุ่นคิดว่าจะพาเธอไปที่ไหนดี ที่คฤหาสน์ของเขานั้นบิดามารดาไม่อยู่ เพราะพากันเดินทางไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ รอบโลกกว่าจะกลับคงอีกหลายเดือน แต่จะให้เธออยู่กับเขาเห็นจะไม่ดีแน่ขนาดเธอท้องโตยังสามารถเขย่าอารมณ์เขาได้ถึงเพียงนี้ ขืนใกล้ชิดไปมากกว่านี้อาจเป็นอันตรายต่อหัวใจเย็นชาของเขา

คงต้องให้เธอพักเรือนหลังเล็กด้านหลังคฤหาสน์เป็นดีที่สุด ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลหูไกลตาจนเกินไปนัก ชายหนุ่มคิดได้เสร็จสรรพก็เหลือบมองหญิงสาวข้างกาย พบว่าเธอหลับไปแล้ว คงจะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เพราะไม่ใช่ตัวคนเดียว จะไปไหนมาไหนก็คงลำบากไม่น้อย

 

“ดารินทร์ตื่นได้แล้ว” หนุ่มลูกครึ่งละตินอเมริกันปลุกหญิงสาว เมื่อเห็นเธอขยับตัวตื่นเขาจึงเดินลงมาจากรถ หญิงสาวกะพริบตาช้าๆ ทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาอีกครั้ง แล้วเปิดประตูรถออกมาหยุดยืนด้านนอก แหงนมองคฤหาสน์สีน้ำตาลอ่อนตัดกับสีขาวสไตล์วิกตอเรียน แม้จะหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์ ทว่ากลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและโรแมนติกราวกับหนังรักที่หญิงสาวชอบดูอยู่เนืองๆ

ดารินทร์เหลือบมองชายผู้เป็นเจ้าของบ้านอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ว่าเขาจะมีบ้านเช่นนี้ เพราะมันช่างไม่เข้ากับรูปร่างบึกบึนดวงตากร้าวเย็นชาเลยแม้แต่น้อย และดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่

“ยิ้มอะไรนักหนา” เขาตะคอกเสียงห้วนอย่างไม่พอใจ คฤหาสน์หลังนี้บิดามารดาของเขาเป็นคนออกแบบ มันจึงดูหวานอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโรแมนติก ซึ่งเขารู้ดีว่ามันไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด

“แค่ยิ้มฉันก็ไม่มีสิทธิ์หรือคะ” หญิงสาวตอบแล้วแอบเบ้ปาก นึกเกลียดท่าทางวางอำนาจของเขาเสียเหลือเกิน

“อย่าคิดว่าฉันจะให้สิทธิ์เธออยู่บ้านหลังนี้ ส่วนของเธอคือเรือนเล็กด้านหลัง พอครบกำหนดเด็กคลอดเมื่อไหร่ ฉันจะตรวจดีเอ็นเอทันทีแต่ความจริงจะตรวจตอนนี้เลยก็ย่อมได้ ถ้าเธอตกลงเรื่องราวมันจะได้จบๆ ไป"

“ไม่ค่ะ ต้องรอให้คลอดออกมาแล้วเท่านั้น การเจาะน้ำคร่ำตรวจมันอันตรายเกินไป ฉันไม่ยอมเด็ดขาด” หญิงสาวโอบท้องเอาไว้อย่างแสนรัก

“ดูเธอจะรักเด็กนี่เหลือเกินทั้งที่มันทำให้เธอต้องลาออกจากงาน ชีวิตเธอวุ่นวายก็เพราะเด็กนี่ แต่เธอก็ยังเลือกที่จะปกป้องอย่างนั้นหรือ" เขาเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาจ้องจับอยู่บนใบหน้านวลที่เม้มริมฝีปากเข้าหากันสนิท เชิดจมูกรั้นขึ้นอย่างไม่พอใจคำถามของเขา

“เขาอยู่ในท้องของฉันมาถึงห้าเดือนเศษ ฉันเฝ้าดูแลเขามาตลอด ถ้าฉันไม่รักเขาสิถึงต้องเรียกว่าแปลก” เธอเถียงอย่างไม่ลดละ

“เตรียมใจไว้บ้างก็ดี เพราะถ้าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน แน่นอนว่าเธอจะไม่มีสิทธิ์ในตัวเด็กอีก ตามฉันมา” พูดจบก็หมุนตัวแล้วก้าวยาวอาดๆ นำหน้าดารินทร์ไป โดยหารู้ไม่ว่าคำพูดเมื่อสักครู่ของเขาได้ทำลายหัวใจของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจนน้ำตาคลอ เธอกำมือเข้าหากันแน่น ได้แต่พร่ำบอกตนเองว่าให้อดทน

อดทนอีกนิดนะดา เพื่ออนาคตที่สดใสของเด็กในท้อง เธอไม่ควรเห็นแก่ตัวเก็บเด็กเอาไว้ เด็กควรได้รับการดูแลจากพ่อของเขา เธอทำถูกแล้วดา ทำถูกแล้ว...

บ้านไม้สีขาวชั้นเดียวท่าทางคงปิดตายเอาไว้นาน กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่ามีคนมาคอยทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถูไม่ขาด ดารินทร์เดินเข้าไปในบ้านซึ่งมีห้องรับแขก ห้องนอน และห้องครัวขนาดกะทัดรัดแยกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน เธอค่อนข้างพอใจมากทีเดียว

“ขอบคุณนะคะคุณอเล็กซานโดร” หญิงสาวยิ้มให้เขาแล้วเอ่ยขอบคุณจากใจ ทว่าอีกฝ่ายกลับตีหน้ายักษ์ราวกับไม่พอใจอะไรบางอย่าง

“ไม่ต้องขอบใจฉันเพราะฉันไม่ได้ทำให้เธอ พรุ่งนี้ทนายของฉันจะมาร่างสัญญา ว่าหากผลตรวจดีเอ็นเอออกมาว่าเป็นลูกฉัน เธอจะได้รับเงินหนึ่งล้านบาทเป็นค่าอุ้มบุญ และไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในตัวเด็กคนนี้อีกเป็นอันขาด”

“ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ ฉันแค่อยากมาเยี่ยมหรือมาหาแกบ้างก็เท่านั้นเอง ทำไมคุณถึงได้ใจดำนัก” ดารินทร์ไม่คิดเลยว่าเขาจะทำร้ายจิตใจเธอได้อย่างเลือดเย็น เธออุ้มท้องจนคลอด แต่กลับไม่ให้แม้แต่แตะต้องเด็ก

“ไม่ได้” เขาปฏิเสธเสียงเฉียบขาด

“คุณใจดำมาก ฉันไม่ตกลงอะไรทั้งนั้น ลูกในท้องนี่เป็นลูกของฉัน ไม่ใช่ลูกของคุณหรือลูกของอินตรา ฉันขอไปตายเอาดาบหน้าดีกว่าอยู่ภายใต้การดูแลของคุณ” หญิงสาวสะบัดหน้าแล้วทำท่าจะเดินหนีทว่าอเล็กซานโดรกลับใช้เรือนกายแข็งแกร่งของเขายืนขวางประตูเอาไว้

“เมื่อเธอก้าวเข้ามาที่นี่ เธอไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจ จะยอมเซ็นหรือจะรอขึ้นศาล คิดดูให้ดีนะดารินทร์ ว่าเธอมีทางเลือกกี่ทาง” มือหนึ่งเท้าประตูเอาไว้อย่างวางอำนาจ อีกมือหนึ่งยื่นมาเชยคางของหญิงสาวแล้วดันขึ้นเพื่อให้เธอสบตาเขาได้อย่างถนัดถนี่

“ไม่มีทางให้ฉันเลือกเลยสักทางต่างหาก” หญิงสาวเบือนหน้าหนี รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างแล่นมาจุกอยู่บริเวณลำคอ ใต้ตาร้อนผ่าวแค่เพียงคิดว่าเธอจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะเห็นหน้าเด็กในท้อง แค่คิดหัวใจของเธอก็แตกสลาย

“เพราะถ้าฉันมีทางเลือก แน่นอนว่าฉันจะไม่มีวันเดินเข้ามาขอความช่วยเหลือจากคนใจยักษ์อย่างคุณ ถ้าฉันรู้ ฉันจะหนีไปให้ไกลที่สุด...”

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ แล้วรั้งร่างบางเข้ามากอด มันคงจะรู้สึกดีกว่านี้หากไม่มีท้องของเธอคอยขวางเขาเอาไว้

“ปล่อยฉันนะ คุณอเล็กซานโดร ฉันเป็นแค่คนอุ้มบุญ ไม่ได้เป็นอีหนูของคุณ คุณจะมาทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ” สองมือเล็กๆ พยายามดันที่แผงอกกว้าง ทว่าเขากลับไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังโน้มใบหน้าลงมาชิดแก้มอิ่ม จนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดแก้มนวลและลำคอระหง ขนอ่อนบริเวณนั้นลุกชัน หัวใจของหญิงสาวเต้นแรงจนกลัวว่ามันจะกระโจนออกมานอกอก

ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์ล้นเหลือ เขามีพลังบางอย่างที่สามารถสะกดให้เธอยอมศิโรราบ ทั้งที่เธอพยายามจะปฏิเสธมัน

“ความจริงฉันไม่เห็นความจำเป็นที่เธอต้องไปอุ้มบุญให้อินตราเพราะถ้าเธออยากมีลูก ฉันสามารถทำให้เธอได้ หัวปีท้ายปีเลยก็ยังไหวสนใจหรือเปล่า ดารินทร์” เขากระซิบแผ่วที่ข้างหูด้วยถ้อยคำดูหมิ่นหญิงสาวใบหน้าแดงก่ำ เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น

“สำคัญตัวเองผิดไปหรือเปล่าคะ คุณอเล็กซานโดร” น้ำเสียงเย็นชาของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านเลิกคิ้วขึ้นสูง แล้วปล่อยหญิงสาวออกจากอ้อมกอด พิศมองใบหน้าโกรธขึ้งของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจ

“ฉันอุ้มท้องเด็กคนนี้เพราะอินตรา ไม่ใช่เพราะคุณ อย่าคิดเข้าข้างว่าฉันจะหลงรูปจนยอมนอนกับคุณ จำเอาไว้ด้วยว่าคุณจะเป็นผู้ชายคนสุดท้ายที่ฉันจะเหลียวมอง” เธอมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้

(ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

ดารินทร์...พี่สาวอดีตภรรยาของอเล็กซานโดร อุ้มท้องกว่าห้าเดือนมาแอบอ้างว่าเด็กในครรภ์เป็นลูกของเขา ลูกไม้ตื้นๆ มีหรือที่เขาจะหลงกล งานนี้เห็นทีต้องจับให้มั่นคั้นให้สารภาพออกมาให้จงได้! 
 
ความใจอ่อนทำให้ดารินทร์ยอมอุ้มบุญให้แก่น้องสาวต่างสายเลือด แต่แล้วน้องสาวตัวดีกลับหนีหาย ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายหน้ายักษ์ยิ้มยาก ที่ปรามาสว่าเธอคือจอมลวงโลก ทั้งยังหิวเงินไม่ต่างไปจากน้องสาว 
 
เธอจำต้องอดทนเพื่อลูกในท้อง เก็บงำความลับบางอย่างเอาไว้ แล้วยอมเจ็บปวดใจเพียงเพื่ออนาคตของ...ลูก! 
 
ทว่าการอุ้มบุญในครั้งนี้...ทำให้เขากับเธอไม่สามารถดิ้นหลุดจากโซ่ตรวนที่ทำหน้าที่พันธนาการทั้งสองเอาไว้ด้วยความรักตลอดไป 

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021