รวีช่วงโชติ (สีฟ้า)

รวีช่วงโชติ (สีฟ้า)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9789742533328
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 400.00 บาท 356.00 บาท
ประหยัด: 44.00 บาท ( 11.00% )

เนื้อหาบางส่วน

“มาแล้ว...มาแล้ว” นิสิตหญิงสองสาวผละจากหน้าต่างห้องเลกเซอร์

ชั้นปีที่ ๔ บอกกลุ่มของตนด้วยเสียงตื่นเต้น ทำให้นิสิตชายลองสามคนผู้นั่ง

อยู่หลังห้อง เปรยขึ้นอย่างหนั่นไล้นิด ๆ ตามประสาเพื่อนพ้องที่สนิทสนม

“โธ่เอ๊ย! เห็นกันอยู่ทุกอาทิตย์ ทำตื่นเต้นไปได้”

“อาทิตย์นี้วันพิเศษนี่ยะ อย่าอิจฉามารศรีไปหน่อยเลยน่ะ” สาวสวย ‘ดาว’

ตั้งแต่เมื่อเข้าเป็นน้องใหม่ รู้จักในหมู่เพื่อนฝูงว่าแก่นมาแต่เด็ก ทำตาเขียวใส่เพื่อน

ชาย

“วันพิเศษ...อ้วก! พิเศษของฝรั่ง อยู่ ๆ ก็วิ่งตามก้นกันมัน”

“เฮ้ย...เดี๋ยวนี้ถือตามหลักสากุล่วะ รุงันแห่งความรักย่อมเป็นวันสากล เพราะ

ความรักย่อมมีอยู่ และเหมือนกันทุกแห่งในโลก”

ผู้แทนคณะหญิงซึ่งอยู่ในชั้นปีสุดทท้ายด้วยห่าทางติดจะ ‘นักเลง’ นิดๆ ปีนี้

เป็น ‘พี่เอื้อย’ ของแทบทุกคนในคณะต่อล้อต่อเถียงแทนเพื่อนหญิง

“เอ๊อ! ระวังเถอะ จะอกหักนี้หัวใจหล่นกันเรี่ยราดขี้เกียจเหยียบขี้า”

“ฟัง...ฟังมันว่า” พี่เอื้อยหัวร่อ หล่อนนั่งอยู่ที่โต๊ะเรียนเรียบร้อยแล้ว ร้อง

บอกพวกเพื่อน ๆ ที่ยังมะรุมมะต้มอยู่ตรงโต๊ะอาจารย์

“เฮ้ย...มานั่งที่เสียที อาจารย์มาแล้ว”

ทันทีที่โผล่เข้โปในหัองเลกเซอร์ อาจารย์พิเศษผู้สอนวิชากฎหมายก็สังเกต

เห็นสิ่งสะดุดตากว่าวนอื่น ๆ ทันที นั่นคือช่อกุหลาบแดงหุ้มด้วยกระดาษปรุลายลูกไม้

โปร่งวางอยู่บนเตะ

ม.ร.ว.รวิช่วงโชติยิ้มนิด ๆ ยังไม่หันที่นิสิตหญิงจะกล่าวว่ากระไร นิสิตชาย

หลังท้องตัวเล็ก และออกจะหมื่น ๆ ก็บอกเขาว่า

“วันวาเลนไทน์ครับ อาจารย์ พวกผู้หญิงเขาให้อาจารย์’’

“ขอบคุณครับ” อาจารย์ก้มศีรษะนิดๆไห้ทุกคนในท้อง

                เท่านั้นเอง แม้จะหมื่นและทะเล้นตามประสาหนุ่มสาว แต่กับอาจารย์แล้ว

นิสิตมหาวิทยาลัยนี้กังค่อนข้างจะหัวโบราณเย้าแหย่ม้าง ทว่าก็เคารพนับถือ ไม่

ถึงกับลามปาม

บรรยายวิชากฎหมายหมดชั้วโมง รวิช่วงโชติก็ถือช่อกุหลาบแดงประมาณ

ยี่สิบดอกออกมาจากห้อง ‘ดาว’ ที่,พวกเพื่อนสนิท'ร่วมชั้นล้อกัน-ว่าเป็น ‘ดาวค้างฟ้า’

เพราะการเป็นนิสิตชั้นปีที่ ๔ ในมหาวิทยาลัยนี้ ถือ'ว่าเป็นคนแก่แล้ว ส่งเสียงตาม

ออกมาว่า

“อย่าลืมเลือกกุหลาบนะคะ อาจารย์ชอบดอกไหน?’’

อาจารย์หนุ่มออกจะงง ๆ ต่อเมื่อเหลือบเห็นกวนดอกแต่ละก้านมีกระดาษขาว

ชิ้นนิดๆ มีตัวอักษรเขียนด้วยหมึกพันไว้  จึงเข้าใจ อดยิ้มไม่ได้  นิสิตหญิงพวกนี้

ชุกชน มักจะมีเรื่องแหย,เขาอยู่เสมอ วันวาเลนไทน์นี้...พวกหล่อนพากันเขียนชื่อ

พวกหล่อนแต่ละคนพันไว้กับก้านดอกกุหลาบ ทำนองไห้เขา เลือกคู่!

รวิช่วงโชติเดินถือกุหลาบมาถึงห้องไถสุชั้นบน พบกับอาจารย์หญิงในคณะ

สองคน เดินมาจากห้องทำงานปีกขวาของตัวตึก หล่อนทั้งสองยิ้มหักทาย

“วันนี้ทำไมมาสอนบ่ายคะ” ถามเพราะตามปกติชั่วโมงสอนของอาจารย์รวี-

ช่วงโชติคือแปดโมงเช้า

“วันนี้บังเอิญมีธุระครับ เลยขอเลื่อนมาสอนตอนบ่าย ทีแรกจะของด แต่

พวกนิสิตเขาขอให้เลื่อนมาสอนบ่ายแทน

“คงจะเป็นนิสิตหญิง” อาจารย์ผู้หนึ่งพูดยิ้ม ๆ

“เรียกว่าเป็นพิเศษทีเดียว ธรรมดาเวลาอาจารย์ของดพวกนี้มักจะชอบใจ

นิสิตหญิงคงจะขู่เข็ญให้พวกก็ผู้ชายอยู่เรียน นิสิตคณะนี้ พวกผู้ชายเขาเป็นสุภาพ

บุรุษ ผู้หญิงขี้นกชี้ไม้เป็นไม้ ยอมกันอยู่เสมอ” หล่อนหัวเราะพลางมองดู

ช่อกุหลาบในมือของเขา

“วันนี้ กุหลาบแดงเกลื่อนกรุง ไม่ยอมให้อาจารย์งดเพราะจะมอบกุหลาบ

แดงให้อาจารย์นี่เอง”

อาจารย์ทั้งสาม เดินตามกันลงบันไดสู่ห้องโถงชั้นล่าง เวลานั้นเป็นเวลาบ่าย

นิสิตคณะนี้ส่วนมากเลิกเรียนทั้งแต่เที่ยง บางชั้นเท่านั้นจึงจะมีการบรรยายพิเศษ

ตอนบ่าย เวลานั้นจึงเหลือนิสิตเดินๆยืนๆอยู่ไม่กี่กลุ่ม

นิสิตหญิงห้าหกคนยืนเตร่อยู่ในห้องโถง แต่ละคนถือกุหลาบแดงอยู่ในมือ

คนละดอก เว้นคนเดียวไม่มีกุหลาบอยู่ในมือ แด,ส่งยิ้มให้เขาอย่างล้อเลียนแกมชื่นชม

สองอาจารย์หญิงประจำคณะยิ้มกับพวกนิสิตสาว ๆ และเดินเลยลงบันไดตึกไป

“เอ้อเฮอ...อาจารย์ได้กุหลาบจากพี่ ๆชีเนียร์ตั้งหอบ”

คนหนึ่งออกอุทาน แล้วย่อตัวนิดๆ ส่งกุหลาบให้เขาพรอมกับคนอื่นๆพา

กันยื่นกุหลาบมือสลอน

“นี่ของพวกจูเนียร์ค่ะ แต่ไม่ใช่ในฐานะอาจารย์ไม่ได้สอน

พวกเรา แต่ในฐานะคุณน้า”

พวกนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับโสภิตพิไล ซึ่งดูเหมือนโสพิไลจะอายุมาก

กว่าคนอื่นสักหน่อย เพราะหล่อนเลียเวลาเสียตั้งสองปี จนเพื่อนๆร่วมรุ่นตอนเรียน

มัธยมปลายด้วยกันจบมหาวิทยาลัยออกไปแล้ว หล่อนเพิ่งเรียนอยู่ปีสามเท่านั้น

โสภิตพิไลมองดูน้าชายอย่างศรัทธาชื่นชม ขณะที่เขารับกุหลาบจากเพื่อน ๆ

และยิ้มเรื่อย ๆ อย่างแสนสุภาพตามนิสัย

ว่าที่จริง หล่อนค่อนข้างจะหวงน้าชายมากอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่กับพวก

พี่ๆและเพื่อนๆในมหาวิทยาลัย เพราะหล่อนรู้ว่าพวกนี้พากันแหย่เล่นเพราะคะนอง

ชุกชนไปอย่างนั้นเอง ไม่มีใครคิดจะรู้‘จับ’ น้าชายของหล่อนอย่างจริงๆจังๆ

โสภิตพิไลผละจากเพื่อน ๆ วิ่งตามเขาไป เพราะนัดกันไว้แล้วว่าวันนี้จะติด

รถกลับบ้านกับเขาด้วยเลย

นิสิตปีหนึ่งที่เรียกกันว่า ‘เฟรซซี่’ สามคนยืนอยู่เชิงบันไดตึก

คนหนึ่งถือกุหลาบแดงอยู่ในมือ

รวีช่วงโชติมองไปเรื่อยๆ สบตาคนถือกุหลาบแดงโดยไม่ตั้งใจ ที่สบตาหล่อน

ก็เพราะกระแสสายตาของหล่อนดูเหมือนจะมีพลังตึงดูดบางอย่าง ทำให้เขามองดู

หล่อนตั้ง ๆ ที่ไม่ตั้งใจ

แล้วก็รูสกทันทีว่านัยน์ตาของหล่อนสวยประหลาด

ทีแรกเขาคิดว่าหล่อนจะเดินเข้ามาหาเขาและยื่นกุหลาบแดงให้ ทว่าหล่อน

เพียงแต่มองดูเขาเฉยๆ เพื่อนๆของหล่อนเสียอีก ยังมีสีหน้าอมยิ้มอมแอ้มกัน

เขา ไม่เฉยเมยอย่างหล่อน

เสียงหล่อนร้องเรียกโสภิตพิไลเบาๆ รวีช่วงโชติชำเลืองมองทางหางตา เห็น

หล่อนวิ่งเข้ามาหาโสภิตพิไล และยื่นกุหลาบแดงให้

รวีช่วงโชตินึกข้นอยู่ในใจ...

...โธ่เอ๊ย เด็ก...ยังติดนิสัยเด็กนึกเรียนในโรงเรียนผู้หญิงล้วน ๆ ซึ่งมักจะมี

การชื่นชมยินดี รัก'ใคร่ศรัทธากัน,1นพวกผู้หญิงด้วยกันเอง...

รวิช่วงโชติเปิดประตูรถทางด้านคนขับ กำลังจะยื่นช่อกุหลาบไปวางไว้ตอน

หลังรถ แต่โสภิตพิไลซึ่งเปิดประตูเข้านั่งคู่กับเขา ดึงเอามาถือไว้

“หนูถือให้เองค่ะ”

รวีช่วงโชติขับรถเคลื่อนออกจากที่ โสภิตพิไลถามเขาว่า

“พวกพี่ ๆชีเนียร์รู้ไหมคะ'ว่า'วันนี้เป็นวันเกิดน้าชายด้วย”

“เรื่องอะไรจะให้รู้ล่ะ” รวีช่วงโชติตอบแกมมัวเราะ “แค่นี้พวกนิสิตชายก็ดู

เหมือนจะเขม่นแย่แล้ว”

เขาเหลือบตูผู้ที่เขาคิด'ว่าเป็นหลานสาวโดยแท้ของเขา เห็นหล่อนวางกุหลาบ

ของเขาทั้งหมดไว้บนตัก คงถือแต่กุหลาบแดงดอกใหญ่ล่งกลิ่นหอมหวานที่เด็กคน

นั้นให้มา พลางยกขึ้นเคลียกลืนแดงสดฉํ่ากับริมฝีปาก

“เด็กคนนั้นเครซี่เธอมากเรอะ”

“คนให้กุหลาบน่ะหรือดะ เปล่าหรอกค่ะ แกไม่ได้ให้เอง ของนิสิตวิศวะคน

หนึ่งน่ะ”

“อ๋อ...แม่สื่อ..วิงโชติอุทานเสียงเรื่อยๆ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เหลือบ

มองหลานสาวอีกครั้งหนึ่ง

“ฝากกุหลาบแตงมาให้วันนี้ ออกจะมีความหมายอยู่นะ”

โสภิตพี่ใลหัวเราะ

“ก็เหมือนกับที่พวกนิสิตให้กุหลาบแดงน้าชายนั่นแหละค่ะ”

“เหมือนกันที่ไหน พวกผู้หญิงเขาให้สนุกๆไปอย่างนั้นเอง ไม่เหมือนผู้ชาย

คนใดคนหนึ่งเจาะจงให้ผู้หญิงเป็นพิเศษ”

เขาหวงหล่อนเหมือนกัน...โสภิตพิไลนึกขันนิด ๆ ปลื้มหน่อย ๆ

                (ร)(ร)

“น้าชายทราบได้ยังไงคะว่าเป็นพิเศษ”

“เพราะไม่ได้ให้มาเป็นหอบเหมือนอย่างน้าได้รับน่ะซี...จริงไหมล่ะ...เขาให้

เป็นพิเศษ? อยู่ชั้นอะไร ชื่ออะไร บอกหน่อยได้ไหม”

“วิศวะปีสุดท้าย แต่เรียนหกปี” หล่อนหัวเราะขันๆ “อย่าสนใจเลยค่ะ

น้าชาย ไม่มีอะไรจริงจังหรอกค่ะ ก็พบปะพูดจา คบกันไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นเอง”

 “บ้าน่ะไม่ว่าอะไรหรอก อยากเตือนให้ระวังหน่อยเท่านั้น ไม่อยากให้ต้อง

เป็นคนชนิดหัวใจไปทาง ตัวต้องไปอีกทาง”

“พูดง่ายๆ ไม่อยากให้รักจับสุนัข แต่ต้องแต่งงานกับราชสีห์ ใช่ไหมคะ?”

คนถามถามเสียงหัวเราะ

“เธอเอาคำพูดนี่มาจากไหน?”

“เอามาจากนักประพันธ์รุ่นเกามากๆคนหนึ่งค่ะ สมัยที่ผู้ชายยังจองหอง ยัง

ทระนงอยู่มาก หนูเคยอ่าน...ดูเหมือน...พระเอกจะเสียสละอะไรทำนองนั้น เสียสละ

ให้นางเอกแต่งงานจับคนอื่น พี่แกบอกนางเอกวาเธอรักกับสุนัขได้ แด,เวลาแต่งงาน

ต้องแต่งงานจับราชสีห์!”

“แต่สำหรับเธอ...ระวังนะจ๊ะ...จะไม่ใช่พระเอกเป็นคนเสียสละ อนาคตของ

เธอขึ้นจับคุณยาย”

“อย่าว่าแต่หนูเลย ถึงน้าชายเองก็เถอะค่ะ”

“นั้นเป็นเพราะท่านรักเรามาก ด้องการให้ทุกอย่างดีที่สุดสำหรับเรา”

“น้าชายยังไม่มีอะไรขัดแย้งกับท่าน อีกหน่อยถ้าบังเอิญน้าชายอยากทำอะไร

ที่ต้องการอิสระของตัวเอง บางทีน้าชายอาจจะไม่พูดอย่างนั้น”

            รวีช่วงโชติส่ายหน้าช้า ๆ

“น้าแน่ใจว่าคงจะไม,มีการขัดแย้ง คุณยายของเธอ ดูเผินๆเป็นคนดุ เด็ด

ขาด แต่ท่านก็เป็นคนมีเหตุผล”

สองน้าหลานสนทนากันมาเรื่อย ๆ จากมหาวิทยาลัยผ่านมาทางศาลาแดง

เลี้ยวเข้าถนนวิทยุ ออกสุขุมวิท ไม่นานนักก็ถึงซอยบ้าน...

ใครคนหนึ่งยืนชะเง้อชะแง้อยู่แถวประตูรั้วซึ่งเป็นประตูไม้ปิดทึบ ขัดกลอน

ข้างไนตลอดเวลา รวิช่วงโชติหักรถเลี้ยวจ่อประตู ยังไม่กดแตรเหมือนเช่นเคย

เพราะทั้งเขาและโสภิตพิไลจำได้ว่าผู้หญิงที่ยืนชะเง้ออยู่บนทางเท้าใกล้ประตู คือ

อุษาวดี...อดีตหม่อมสาของหม่อมเล้าโชติช่วงรวี รวีวาร

วูบแรก โสภิตพิไลบังเกิดความไม่พอ'ไจนัก หล่อนอยากให้อดีตที่เคยมีชีวิต

อยู่กับ ‘ป้าสา’ ลบหายไปจากชีวิต แต่แล้วความรู้สึกส่วนดีก็แทรกขึ้นมาขัดความ

เย่อหยิ่ง...

หล่อนจึงเปิดประตูรถออกไปยื่นหน้าถาม

“ป้าสา...สึกจากแม่ชีแล้วเรอะคะ”

 

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020