สุพรรณิการ์ (นวนิยายชุด บุปผารัญจวน) (มณีจันท์)

สุพรรณิการ์ (นวนิยายชุด บุปผารัญจวน) (มณีจันท์)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160022670
สั่งจองสินค้า (ต้องการสินค้า)
ราคา: 350.00 บาท 227.50 บาท
ประหยัด: 122.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

          เด็กเส้นของ โบมอนต์ อินดัสตรีส์

 

 

            กรุงเทพมหานคร สองเดือนก่อน

                บรรยากาศยามค่ำ ณ เลานจ์วีไอพีของโรงแรมห้าดาวบนถนน

สุขุมวิทในวันทำงานกลางเดือนมีคนไม่มาก เมื่อร่างโปร่งของสาวน้อย

คนหนึ่งปรากฏตัวหน้าประตู พนักงานชายที่ยืนคอยรับแขกจึงมองด้วย

สายตากังขา

                ใบหน้าเรียวใสนั้นยังอ่อนเยาว์ อยู่ในขั้นสวยน่ารักแม้จะแทบ

ไร้เครื่องสำอาง ชุดที่เธอสวมไม่ใช่เดรสหรืออาภรณ์เซ็กซี่เหมือนสาวๆ

ส่วนใหญ่ที่มาเยือนที่นี่และมักมากับคู่ควงของตน แต่สาวน้อยผู้มา

คนเดียวอยู่ในชุดสกินนียีนสีดำกับเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว สวมรองเท้า

คัตชูส้นเตี้ยแบบใส่เล่นสีเดียวกับเสื้อ และสะพายกระเป๋าแบรนด์เนม

ใบเล็กรุ่นยอดนิยมซึ่งมีสนนราคาสูงถึงหกหลัก

                เมื่อประกอบกับผิวพรรณเนียนใสและออร่าสะดุดตามาแต่ไกล

ทำให้เธอดูเหมือนทายาทไฮโซหรืออย่างน้อยก็ลูกหลานคนมีเงิน

แตกต่างจากบรรดาสาวสวยที่มักควงมากับอาเสี่ยคนละรุ่นเป็น

ส่วนใหญ่

                “ฉันมาหาคุณพันธกานต์ เขามาถึงหรือยังคะ” เธอค้นเมม-

เบอร์การ์ดใบหนึ่งออกมายื่น

            บริกรชายมีท่าทางกระตือรือร้นทันตาเห็น เพราะบัตรแข็งที่เธอ

ถือการันตีว่าเป็นแขกวีไอพีตัวจริงและมีจำนวนไม่มาก

                “มาถึงเมื่อครู่นี้เองครับ” ผู้ให้บริการบอก รับบัตรแล้วรีบผายมือ

ให้เธอเข้าไปด้านในก่อนเดินนำทาง

                การตกแต่งในเลานจ์แห่งนี้เน้นความเรียบง่ายแต่ดูหรูหรา

ในสไตล์ของสุภาพบุรุษซึ่งเป็นสมาชิกส่วนใหญ่

                ชุดโซฟาที่เธอถูกบริกรพาเข้าไปนั่งถูกจัดเป็นสัดส่วนอยู่ติด

กระจก มองเห็นวิวแสงสีของกรุงเทพมหานครตอนหัวค่ำ

                ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่หน้าตาดีที่นั่งเอกเขนกรออยู่ไม่ได้ลุกขึ้น

เมื่อเธอไปถึง เขาแค่ขยับนั่งตัวตรงแล้วยกมือรับไหว้

                “เฮียเวสรอนานไหมคะ” สาวน้อยยิ้มกว้างสดใสสมชื่อ

                “ไม่นาน เฮียเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง น้องไหมหิวรึเปล่า”

                “ไหมเพิ่งกินลูกชิ้นรองท้องก่อนขึ้นบีทีเอส เดี๋ยวกลับไปกินที่บ้าน

ก็ได้ค่ะ” เธอบอกเช่นนั้นเพราะรู้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่ไม่มีเวลามาก

และกำลังจะมีนัดต่อกับดาราสาวสวยที่เป็นแฟนสาวของตน

                “งั้นเฮียสั่งของว่างมาให้เราก่อน คุยเสร็จแล้วน้องไหมลงไปต่อ

ที่ห้องอาหารของโรงแรมได้เลย ที่นี่เขาขึ้นชื่อ” เขาบอกพลางส่ง

สัญญาณให้บริกรที่คอยจับตาดูแขกทุกโต๊ะเข้ามาขอเมนู โดยสาวน้อย

ร้องขอไอศกรีมทับทิมกรอบกับชาเลมอน บนโต๊ะมีแก้วกาแฟร้อนที่

เกือบหมดของชายหนุ่มวางอยู่ก่อน กับแลปทอปกำลังเปิดใช้งานซึ่ง

บอกว่าเขาไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์

                ระหว่างรอของว่างมาเสิร์ฟ ถุงกระดาษใบหนึ่งที่ชายหนุ่มนำมา

ด้วยถูกวางบนโต๊ะ แค่เอียงคอมองตาสีดำระยับก็เป็นมันวาว

                “ของไหมเหรอ”

                “เฮียสั่งเข้ามาให้ ลองดูสิว่าเราชอบรึเปล่า”

                สาวน้อยรับถุงมาเปิดดูตามคำเชื้อเชิญอย่างกระตือรือร้นโดย

ไม่สนใจรักษามาด เพราะหนุ่มหล่อรายนี้คือคนรักของพี่สาวคนโต

ซึ่งเคยพูดคุยทั้งทางโทรศัพท์ ทางไลน์ และนัดเจอกันเช่นนี้มาหลาย

ครั้งเมื่อเขาเอ่ยขอความช่วยเหลือบางอย่าง และเธอยอมรับปากร่วมมือ

ด้วยเต็มที่ หลังจากขอคำมั่นสัญญาแบบลูกผู้ชายจากเขาเป็นมั่นเหมาะ

จนพอใจ

                ตั้งแต่นั้นมา สถานะของทั้งคู่ก็เหมือนว่าที่พี่เขยกับว่าที่น้องภรรยา

โดยที่ฝ่ายหลังได้ค่าหัวคิวจากการช่วยงานแต่ละครั้งเหมือนวันนี้

                ของในถุงเป็นกล่องสีขาวเรียบหรู ยังไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าเป็น

สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดที่เพิ่งวางในท้องตลาดไม่นาน

                “โอ๊ย รู้ได้ยังไงว่ามือถือของไหมจะเจ๊ง” สาวน้อยบอกพลางเปิด

กล่องเพื่อยลโฉมสมบัติชิ้นใหม่อย่างใจร้อน ห่อปากเมื่อเห็นว่าเป็นรุ่น

ที่มีหน่วยความจำเยอะที่สุด เคสเป็นสีชอกกิงพิงก์มันวาวลายไม้

ด้านหลังยังสลักชื่อภาษาอังกฤษของเธอไว้อย่างสวยงามเป็นลายเซ็น

ไม่เหมือนใคร ตาใสจึงเปล่งประกายวิบวับเหมือนดาวประกายพรึก

เมื่อเงยหน้าขึ้น “สวยที่สุดอ้ะ เฮียใจดีที่สุดในโลก”

                “เราชอบ ใช้ประโยชน์ได้ก็ดีแล้ว” ชายหนุ่มบอกอย่างเอ็นดู

                “ไหมชอบมาก จะรักษาของอย่างดีค่ะ” สุพรรณิการ์ยกมือไหว้

ชดช้อยแล้วเก็บของเพราะไอศกรีมกับเครื่องดื่มถูกยกมาเสิร์ฟพอดี

รอจนบริกรถอยออกไปจึงเปิดกระเป๋าใบเล็กซึ่งเป็นอภินันทนาการ

ชิ้นก่อนหน้าเพื่อหยิบกระดาษปึกหนึ่งออกมา

                “คิวงานล่าสุดไหมส่งไฟล์เข้าอีเมลให้เฮียเวสไปแล้ว ส่วนนี่

เป็นรายการที่ไหมทำเองเพราะกลัวลืม”

                ชายหนุ่มรับปึกกระดาษที่เป็นตัวพิมพ์และพรินต์ออกมาเรียบร้อย

เปิดอ่านดูคร่าวๆ “เราคุยกับใครมาบ้าง”

                “อาพตกับพี่ว่านเป็นหลักค่ะ ไหมทำอ้างอิงไว้ตรงด้านล่าง”

                ใบหน้าคมสันปรากฏรอยยิ้มอย่างพอใจเมื่อสังเกตเห็น “ไม่

เปลี่ยนใจมาทำงานกับเฮียแน่เรอะ”

                “ไม่เอาอ้ะ เดี๋ยวโดนกล่าวหาว่าใช้เส้น”

                พันธกานต์ส่ายหัวอย่างอารมณ์ดี “จริงสิ เราสอบเสร็จรึยัง”

                “อีกไม่ถึงเดือนก็เสร็จหมดทุกตัวค่ะ...” บอกกำหนดคร่าวๆ ให้

เขาฟังพร้อมรายงาน “บริษัทเรียกไหมเข้าไปสัมภาษณ์เพิ่มเติมวันที่

สิบเดือนหน้า ถ้าไม่ติดอะไรก็ให้เริ่มงานได้เลย”

                “ไม่พักก่อนรึไง เดี๋ยวเฮียจะซื้อทริปให้”

                ตาสีดำเป็นประกายวาวขึ้นเพียงแวบเดียว ก่อนหน้ามุ่ยลงอย่าง

แสนเสียดาย “เดี๋ยวพี่ป่านกับที่บ้านจะสงสัย อีกอย่างทำงานสักปี

ค่อยเก็บเงินไปเที่ยวดีกว่า เดี๋ยวไหมก็มีเงินเดือนของตัวเองแล้ว”

                “ตามใจ กินของว่างเถอะ จะละลายหมดแล้ว...”

                สาวน้อยผงกหัว ตักไอศกรีมเข้าปากอย่างอารมณ์ดีระหว่าง

คุยกับว่าที่พี่เขยจ้อยๆ ไม่สนใจว่าใครจะเข้าจะออกในเลานจ์ ต่อเมื่อ

กินเสร็จจึงบอกลาพันธกานต์ รับบัตรสมาชิกคืนใส่กระเป๋าเพื่อลงไป

หามื้อค่ำกินต่อในห้องอาหารด้านล่างไม่ให้เสียเที่ยว เพราะโรงแรม

แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารบุฟเฟต์นานาชาติทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็น

 

                หลังแยกจากพันธกานต์ และกำลังรอลิฟต์เพื่อลงไปชั้นจี

ซึ่งเป็นชั้นของห้องอาหาร ก็มีเงาของใครบางคนมายืนด้านหลังระหว่าง

ที่เธอเงยหน้ามองแผนผังของโรงแรมบนผนัง ทว่าสุพรรณิการ์ไม่สนใจ

กระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก

                เธอก้าวเข้าไปก่อนและหันกลับมา จึงประจันหน้ากับแขกอีกราย

ที่ใช้ลิฟต์ตัวเดียวกันและเบิกตาโต

                ชายหนุ่มร่างสูงก้าวตามเข้ามาในห้องโดยสารแคบๆ และจ้อง

ตอบสาวน้อยด้วยดวงตาคมปลาบสีน้ำตาลทอง

                เขาก็คือชายหนุ่มที่อยู่กับนิศากรและแขไขในงานสวดพระ-

อภิธรรมศพของบัญชาที่วัดวันแรก ก่อนที่เธอกับพี่สาวจะถูกอัปเปหิ

ออกมา หลังมีการปะทะคารมกันเพราะเจ้าภาพไม่ยินดีต้อนรับ

                สุพรรณิการ์ไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและมีความเกี่ยวข้องอะไรกับ

แม่ลูกคู่นั้น แต่การที่เขาอยู่ที่นั่นกับคนที่เคยพูดจาร้ายกาจใส่หน้าแม่

และพยายามทำลายพี่สาวสุดที่รักของตน ทำให้เขากลายเป็นฝ่าย

ตรงข้ามไปโดยปริยาย ตาดำขลับจึงหรี่ลงอย่างไม่เป็นมิตร

                “มิสจะไปชั้นไหนครับ” เสียงของใครอีกคนหนึ่งที่อยู่ในลิฟต์

ด้วยถามขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ

                เด็กเรียนอินเตอร์จึงตอบโดยอัตโนมัติเป็นภาษาเดียวกัน “ชั้นจี

ค่ะ ขอบคุณ”

                 เธอยอมละสายตาไปเหลือบมองคนถามแวบหนึ่งเพื่อยิ้มให้

จึงเห็นว่าเขาเป็นชาวต่างชาติในชุดสูทลำลองเหมือนนักธุรกิจ รูปร่าง

สูงไล่เลี่ยกับหนุ่มตัวโตคนแรกที่น่าจะเป็นคนชาติเดียวกันแต่ท่าทาง

เป็นมิตรกว่าเพราะยิ้มตอบเธออย่างกว้างขวาง

                “จะลงไปทานอาหารหรือครับ”

                “ใช่ค่ะ”

                “ผมกับเจ้านายก็เหมือนกัน”

                “อ้อ”

                “ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีก” เสียงห้าวทุ้มค่อนข้างนุ่มทว่าสมเป็น

บุรุษเพศอย่างยิ่ง ทักขึ้นเป็นประโยคแรก

                เสียงของเขาทำผู้หญิงอ่อนระทวยได้เลยนะนี่ และนอกจากจะ

มีใบหน้าหล่อเหลาแบบร้อนแรงเป็นอาวุธ เขายังขยับมุมปากโค้งเป็น

รอยยิ้มซึ่งคงทำให้หัวใจผู้หญิงร้อยละเก้าสิบเก้าทำงานหนักขึ้นทันที

ทั้งที่ไม่ได้มีบุคลิกแบบหนุ่มเพลย์บอย แต่ความคมเข้มของพ่อเจ้าประคุณ

ก็ทำเอาเดือนมหาวิทยาลัยหน้าตาดีที่เธอคุ้นเคยจืดชืดลงทันตาเห็น

                “ทฤษฎีโลกกลมก็งี้แหละ”

                “มาทำอะไรที่นี่”

                “เจอคนค่ะ”

                สายตาของเขาลดลงดูถุงกระดาษในมือของเธอด้วยสายตาชนิด

หนึ่งซึ่งทำให้คนถือ ‘ค่าหัวคิว’ หน้าร้อนโดยไม่ต้องเอ่ยคำ ต้องโทษ

ทักษะการอ่านภาษากายกับนิสัยชอบจับผิดที่ดีกว่าคนส่วนใหญ่ของ

เธอเองนั่นแหละ สาวน้อยเลยชักสีหน้า

                “มองอย่างนี้หมายความว่ายังไง”

                “มองอย่างนี้ คือมองอย่างไหน” หนุ่มหล่อย้อนถาม เลิกคิ้วมอง

เธอเหมือนผู้ใหญ่เห็นเด็กที่กำลังตีโพยตีพายโดยไม่มีสาเหตุ

                ปากจิ้มลิ้มเม้มแน่น โกรธขึ้นมาตามประสาคนเลือดร้อน “ก็มอง

เหมือนฉันมาค้ายาน่ะสิ”

                “อย่างเรา...” ตาคมกล้ากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจดเท้าราวกับ

ประเมินระคนบางสิ่งที่เธออ่านไม่ออก “น่าจะฉลาดเลือกทำงานอื่นที่ถูก

กฎหมาย หรืออันตรายน้อยกว่าการค้ายา แต่หาเงินได้มากกว่า”

                ประโยคนั้นไม่เฉพาะเจาะจงอะไร แต่ทำไมผิวแก้มเนียนถึง

ร้อนวูบขึ้นเองเพราะสัญชาตญาณส่วนตัวก็ไม่รู้

                และเจ้ากรรมที่มันเป็นหนึ่งในน้อยครั้งสำหรับตัวร้ายที่คิดหา

คำพูดเหมาะๆ มาตอบโต้ไม่ทัน

                ประตูลิฟต์เปิดออกตอนนั้นพอดี ร่างโปร่งจึงก้าวพรวดออกไป

ก่อนเหมือนชายหนุ่มทั้งคู่เป็นอากาศธาตุ แล้วเดินเข้าห้องอาหารตาม

ป้ายบอกทาง แม้จะรู้สึกเสียบรรยากาศและความอยากกินลดลงไป

บ้าง แต่เมื่อเห็นความอลังการของบุฟเฟต์นานาชาติในห้องอาหาร

น่าตื่นตาพอๆ กัน ความโกรธก็พลันเลือนหาย

                สาวน้อยเริ่มปฏิบัติการตักของกินเป็นซาซิมิสดใหม่กับเครื่องดื่ม

ไปวางจองที่โต๊ะก่อน จากนั้นจึงกลับไปตักซูชิหลายหน้า ออร์เดอร์กุ้ง

ตัวโตกับหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ตัวใหญ่เบิ้ม ตักฟองดูชีสกับขนมปัง

มาดิป ไม่เว้นแม้แต่สลัดเป็ดรมควันและเหล้าโชชุ

                แอบเบ้ปากให้ฟัวกราส์ชิ้นหนานุ่มเพราะสงสารสัตว์ที่ถูกทรมาน

จับใจ และคาเวียร์รสขื่นเพราะไม่ปลื้ม

                รอบสุดท้ายที่เธอเดินกลับมายังโต๊ะซึ่งมีของกินละลานตา

อัดแน่นก็ต้องหรี่ตาลง เพราะเพิ่งเห็นว่าหนุ่มตัวโตที่เพิ่งเจอกันนั่งห่าง

ออกไปแค่โต๊ะเดียว เขายังมองเธอด้วยแววตาที่ทำให้สาวน้อยเกือบ

สะดุดปลายเท้าล้มให้ขายหน้า

                “บ้าเอ๊ย!” สุพรรณิการ์บ่นพึมพำกับตัวเอง และนั่งเก้าอี้ตัวที่หัน

หลังให้เขา จะได้ไม่ต้องเห็นกันให้รู้แล้วรู้รอด

                จะเปลี่ยนที่ตอนนี้คงไม่ทัน เพราะของกินที่คัดสรรมาแล้ววาง

อยู่เต็มจนขนย้ายลำบาก

                เธอหยิบมือถือออกมาถ่ายภาพลงเฟซบุ๊กและแชร์โลเกชันให้

เพื่อนๆ อิจฉาเล่น ก่อนเริ่มจัดการกับบรรดาของกินที่ขนมาและทำให้

แขกหลายคนหันมองอย่างอึ้งๆ เนื่องจากรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของ

เจ้าของโต๊ะเพียงคนเดียวช่างไม่เข้ากับปริมาณอาหารที่สาวๆ ทั่วไป

อาจจะกินได้ถึงสองสามคนในเวลาปกติ

                กินไปก็มีเสียงเด้งของข้อความดังขึ้นตลอดเวลาเพราะเจ้าตัว

โดดเด่นเป็นที่ชื่นชอบในคณะ

                ระหว่างกินก็หยิบมือถือที่ได้เป็นของขวัญออกมาเปลี่ยนซิม

อย่างเห่อของใหม่ เพราะบังเอิญมีซิมอยู่สองเบอร์

                ลองแตะหน้าจอทัชสกรีนไล่ดูแอปพลิเคชัน ลงท้ายด้วยการเปิด

โปรแกรมผู้ช่วยส่วนตัวที่ชาญฉลาดขึ้นมาลองหัดใช้งานกับชวนคุยเล่น

พลางหัวเราะคิกคักคนเดียวอย่างพออกพอใจโดยไม่สนบรรยากาศ

แวดล้อม

                กินไปเล่นไปอย่างไม่รีบร้อน ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงดีอาหารที่ขนมา

ก็เรียบวุธจนครัวแทบไม่ต้องล้างจาน

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

สุพรรณิการ์ น้องเล็กตัวร้ายแห่งบ้านสุกนต์ธีคือ จอมเจ้าเล่ห์ จอมงก ไม่กลัวใคร
สาวน้อยได้งานหลังเรียนจบในบริษัทข้ามชาติที่เสี่ยบัญชาฝากฝังไว้ก่อนเสียชีวิต
แต่ถูกกลั่นแกล้งจนเป็นเหตุให้อยู่ท่ามกลางมรสุมของบ้านธนภัทรวณิช ซึ่งล้วนเกลียดชังตน
 
เร็กซ์ ภูบดี โบมอนต์ เดินทางมาช่วยสืบคดีของบิดาซึ่งถูกลอบยิงอย่างมีเงื่อนงำ
โดยรักษาการในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร และผู้จัดการมรดกของตระกูล
ทว่ายิ่งขุดคุ้ยความลับจากอดีต  เขากลับพบว่าผู้ต้องสงสัยล้วนอยู่ใกล้ตัว
 
เพราะอยากแก้เผ็ดครอบครัวที่พยายามกำจัดตนจากบริษัทฯ และเก็บค่าหัวคิวนายใหญ่
คนเจ้าคิดเจ้าแค้นจึงวางแผนให้ภูบดีกับพี่สาวคนรองได้ครองคู่ เพื่อหาความลับของศัตรู
แต่แมวอ้วนเจ้าเล่ห์ที่รู้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องตัวเองไม่รู้ว่า คนที่เขาอยากกินน่ะ... คือตัวเธอ!
 
จากโศกนาฏกรรมและความแตกร้าว สู่ความลับเพื่อคลายปมอดีต...
และทุกนิยามของความรักอันงดงาม

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021