ล่าหัวใจนางฟ้า

ล่าหัวใจนางฟ้า

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020527
ผู้แต่ง: มณีจันท์
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 280.00 บาท 182.00 บาท
ประหยัด: 98.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

   ความปวดร้าวของพ่อ

 

กรุงเทพมหานคร วังยุคลเดช

หม่อมราชวงศ์สกาวจันทร์ ยุคลเดช นั่งซบหน้าอยู่กับพระเพลา

ของพระบิดา หม่อมเจ้าสหบดี ยุคลเดช ราชนิกุลร่างออกท้วมตามวัย

ลูบพระหัตถ์บนผมสีดำสนิทเป็นลอนสลวยช้าๆ

“พ่อเสียใจจริงๆ ลูก ถ้าพ่อรู้ว่าเรื่องจะเลวร้ายถึงขั้นนี้ คงจะบอก

หญิงเสียนานแล้ว”

“อย่าทรงวิตกไปเลยเพคะท่านพ่อ หญิงกับดาราโตแล้ว เราดูแล

ตัวเองได้ สมบัติไหนๆ ก็ไม่มีค่าเท่ากับท่านพ่อหรอกเพคะ”

“พ่อโชคดีที่มีอภิชาตบุตรอย่างลูกหญิงทั้งคู่ แต่วังยุคลเดชอยู่กับ

สกุลเรามากว่าร้อยปีแล้ว ก็ไม่ควรจะตกไปอยู่ในมือคนอื่น พ่อละอายใจ

กับบรรพชนเหลือเกินลูก” พระสุรเสียงแสดงถึงความโทมนัสอย่างลึกซึ้ง

ทำให้คุณหญิงสกาวจันทร์น้ำตารื้นด้วยความสงสารพระบิดา

“งั้นเราก็ขอชื้อคืนไม่ได้หรือเพคะ เราเหลือเงินอยู่ตั้งเยอะ หญิง

จะเอาของเก่าของหม่อมแม่ไปขายด้วย คงได้เงินเกือบจะพอๆ กัน แล้ว

หญิงกับดาราค่อยผ่อนต่อ ดีไหมเพคะ?” วงหน้ารูปหัวใจสีขาวอมทอง

ระเรื่อ เงยขึ้นมองพระพักตร์ของหม่อมเจ้าสหบดีด้วยสายตามีความหวัง

                ของเก่า คือเครื่องเพชรทองประจำราชสกุลยุคลเดช คงจะขายได้

หลายสิบล้าน หญิงสาวไม่เสียดายเลยหากจะทำให้เธอได้บ้านมา

คืนพ่อ

“ไม่ได้หรอกลูก ของนั่นจะต้องเป็นของหญิง เก็บไว้เป็นทรัพย์สิน

ติดตัวไว้ออกเรือนจะได้ไม่ไปมือเปล่าวังนี้เป็นความรับผิดชอบของพ่อเอง

พ่อทำใจได้ลูก เราย้ายออกไปหาบ้านหลังเล็กๆ อยู่กันก็ได้นะ” ถึงจะ

ตรัสอย่างนั้น แต่สุรเสียงของหม่อมเจ้าสหบดีก็ลั่นพร่า ยากจะปกปิด

ความในพระทัย

หม่อมราชวงศ์สกาวจันทร์เม้มปากแน่น!ดีว่านี่เป็นสิ่งที่ยากนักหนา พระบิดาทรงดำรงอยู่ด้วยพระเกียรติมาตลอดชีวิต คุณหญิง!ดีว่าไม่ใช่

เพียงวังยุคลเดชที่ทรงสูญเสีย แต่เป็นพระเกียรติยศที่ยากหาสิ่งใดมา

ทดแทน สมบัติของราชสกุลที่ตกทอดมากว่าร้อยปี มีความหมายมาก

กว่าความเป็นสิ่งก่อสร้างมากมายนัก ใครเลยจะ!ใจพระบิดาเท่าเธอ

หม่อมเจ้าสหบดีแจ้งข่าวร้ายให้ทราบเมื่อเธอกลับจากอเมริกา ว่า

ท่านขายกิจการทั้งหมดให้ชาวต่างชาติไปแล้ว รวมถึงวังยุคลเดช ที่จะ

ต้องย้ายออกอีกภายในสองเดือนตามที่ตกลงกันไว้ เรื่องราวหนหลังที่

เธอไม่เคย! การคดโกงและความล่มสลายของมรดกที่ตกทอดมาจาก

บรรพบุรุษ ถูกถ่ายทอดออกมาจนหมดสิ้น

“ทรัพย์สินส่วนตัวไม่เห็นจำเป็นเลย หญิงกับดารายังไม่มีแพ่น เมื่อ

ไหร่จะมีก็ไม่! ก่อนกลับฮ่องกง พี่ชายเคบอกว่าจะออกทุนให้เราเปิด

บริษัทเล็กๆ ทำงานออกแบบถ่อสร้าง คงจะพอเลี้ยงตัวได้หรอกเพคะ

ท่านพ่ออย่างทรงกังวลพระทัยเกี่ยวกับพวกเราเลย” น้ำใจของธิดา

ทำให้คนเป็นพ่อตื้นตันจนอยากจะหลั่งพระอัสสุชล

“ไม่ต้องหรอกหญิง พ่อทนได้ อีกอย่าง อัศม์เทพถึงจะสนิทกับเรา

ก็ไม่ใช่ญาติสนิท พ่อไม่อยากรบกวนเขามาก เงินเก็บนี่ หญิงเอาไว้ใช้

ตั้งตัวกับน้องดีกว่านะ” ท่านชายรับสั่งหนักแน่น และไม่ยอมให้คุณหญิง

สกาวจันทร์พูดเรื่องตังกล่าวอีกเลย

คืนนั้น หม่อมเจ้าสหบดีถูกส่งเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการ

พระหทัยวาย หม่อมราชวงศ์สกาวจันทร์นั่งซบหน้ากับฝ่ามือ เมื่อแพทย์

เดินออกจากห้องไอชียู

“คุณหญิงจันทร์” เสียงเรียกเบาๆ ทำให้ร่างระหงผุดลุกจากเก้าอี้ ใบหน้าซีดเผือด

“อาหมอคะ อาการท่านพ่อเป็นยังไงบ้าง” นายแพทย์นพรัตน์ นายแพทย์ประจำตระกูล มีสีหน้าเห็นใจ เมื่อมองธิดาของผู้ที่มีพระอาการ ประชวรหนัก

“คุณหญิงต้องทำใจหน่อยนะครับ หลายปีมานี้ท่านมีเรื่องคิดมาก

แล้วก็ทำงานหนักเหลือเกิน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อาการทรุด แล้วยังมีโรค

แทรกช้อนอีกหลายโรค ผมคิดว่าท่านอาจอยู่ได้ไม่นานนัก”

“ไม่นะคะ...อาหมอต้องช่วยท่านพ่อนะคะ หญิงกับน้องไม่รู้เลย

ว่าท่านป่วย ถ้าเรารู้ คงกลับมาช่วยงานท่านก่อนหน้านี้แล้ว” น้ำตาไหล

อาบแก้ม เมื่อเธอจับมือนายแพทย์นพรัตน์ไว้ด้วยสีหน้าวิงวอน อีกฝ่าย

กุมมือเล็กและตบเบาๆ

“เราทำอะไรไม่ได้มากนักหรอกครับ อย่างมากก็แค่ช่วยยืดระยะ

เวลาออกไปให้นานที่สุด ถ้าท่านไม่มีเรื่องกังวลใจมากนัก อาจอยู่ได้อีก

สักปี หรือน้อยกว่านั้น”

“ปีหนึ่งหรือคะ?” คำพูดลั่นๆ นั้นไม่ใช่คำถาม แต่เป็นการบอก

ตัวเองด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด โอ...ทำไมหนอ เธอจึงมีเวลาน้อย

ขนาดนั้น เมือเรียนอยู่อเมริกา เธอกลับมาเยี่ยมบ้านปีละสองครั้ง โทร.

คุยกับท่านพ่อทุกอาทิตย์ ตอนนั้นทุกอย่างก็ดูปกติ

ทำไมพระบิดาจึงเลือกปิดบังเรื่องสำคัญขนาดนี้ไว้กับตัวเอง หาก

แม้เพียงเธอจะรู้ เวลา...คงไม่เหลือน้อยอย่างนี้ เธอและดาราอาจทำ

อะไรเพื่อแบ่งเบาภาระ ช่วยเป็นธุระให้ ท่านพ่อจะได้ทรงเหน็ดเหนื่อย

น้อยลง ทุกอย่างคงไม่เลวร้ายและสายจนเกินไป

“หญิงต้องทำยังไงบ้างคะ?” เสียงถามแทบกระซิบ เพราะอาการ

ตื้อในลำคอ

“ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับคุณหญิง ทำให้ท่านกังวลใจน้อย

ที่สุด ได้อยู่กับคนที่ท่านรัก ไม่มีเรื่องเครียด ก็จะช่วยได้มาก แต่ตอนนี้

ท่านต้องพักดูอาการที่นี่อีกหลายวัน คงต้องให้ยานอนหลับเกือบตลอด

เวลา เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวเต็มที่ก่อนจะกลับวัง”

“ได้ค่ะ ท่านจะรู้ไหมคะว่าหญิงมาเฝ้า”

“แทบจะไม่รู้หรอกครับ อย่างน้อยๆ ก็สองสามวัน หลังจากนั้น

ก็คงดีขึ้น”

“ขอบคุณค่ะอาหมอ”

“คุณหญิงกลับไปนอนพักเถอะครับ ผมจะให้พยาบาลพิเศษดูแล

ท่านเอง พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่”

“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ นายแพทย์นพรัตน์ขอตัวกลับไป

ขณะที่มีมืออูมๆ มารั้งข้อศอกเธอไว้

“ทูนหัวของนม ไปนอนเถอะค่ะ นมจะอยู่เฝ้าท่านเอง เห็นทางวัง

โทร. มาถามว่า จะให้แจ้งคุณหญิงดาราเลยหรือเปล่าคะ?” สตรีวัยกลาง

คนในชุดผ้าซิ่นสำเร็จรูป และเสื้อลูกไม้เรียบร้อยสมวัย มองหญิงสาว

ที่เธอเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กด้วยความรักและสงสาร

“อย่าเพิ่งเลยจ้ะนม ดารายังสอบไม่เสร็จ เหลืออีกไม่กี่วัน รู้ไป

จะพานกังวลใจเปล่าๆ เดี๋ยวเขาสอบเสร็จ หญิงจะโทร.บอกเองจ้ะ”

“ทูนหัวของนม อย่าคิดมากเลยนะคะ”

“ทำไมท่านไม่พูดไม่บอกหญิงล่ะคะ?” หม่อมราชวงศ์สกาวจันทร์

นั่งซบหน้ากับฝ่ามือ แม่นมนั่งโอบเธอไว้พลางลูบหลังไหล่บอบบางอย่าง ปลอบโยน

“ท่านเป็นห่วงคุณหญิงน่ะสิคะ เห็นยังเด็กเหลือเกิน เรียนก็ยัง

ไม่จบ อีกอย่าง ท่านไม่คิดว่าเรื่องจะเลวร้ายถึงขั้นนี้ นายไพศาลกับ

พวกโกงท่านจนหมดตัว น่าแค้นใจนัก ไอ้พวกกินบนเรือนขี้รดบน

หลังคา” เสียงแม่นมกร้าวขึ้นยามเอ่ยถึงพระญาติห่างๆ ของหม่อมเจ้า

สหบดี ที่หนีออกนอกประเทศไปเป็นเดือนแล้ว

“ก่อนที่คุณหญิงจะกลับมา ท่านเคยคุยกับนมว่าเก็บหลักฐานที่

จะเอาผิดพวกมันไว้ แต่ท่านไม่ไว้ใจทนายความคนเก่า ท่านขอให้คุณ

อัศม์เทพช่วยหาทนายใหม่เพื่อส่งเรื่องฟ้องคดีฉ้อโกง แต่บังเอิญเขาติด

คดีอื่นกันอยู่ รอให้หาทนายไค้เมื่อไหร่ คุณหญิงอาจจะพอไค้เงินคืนบ้าง

นะคะ” แม่นมอรอนงค์เป็นญาติห่างๆ ในเครือญาติที่ท่านชายสหบดี

ดูแลมาตั้งแต่เล็ก จึงทราบความลับสำคัญหลายอย่างของราชสกุลยุคล-

เดชเป็นอย่างดี

“เราคงรอไม่ไหวหรอกค่ะ นมคะ หญิงอยากฝากท่านพ่อสักสอง

สามวัน” หญิงสาวพูดเสียงเด็ดเดี่ยว แววตาครุ่นคิดด้วยจุดประสงค์

บางอย่างที่หมายมาดไว้

“คุณหญิงจะไปไหนคะ?”

“หญิงจะไปอเมริกา”

 

เมืองดักลาส รัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา

หม่อมราชวงศ์สกาวจันทร์ก้าวลงจากรถที่เช่ามา เงยหน้ามอง

คฤหาสน์สไตล์เมคิเตอร์เรเนียนร่วมสมัยท่ามกลางอากาศร้อนระอุคล้าย

เมืองไทย แล้วก็ต้องหยีตากับความกว้างใหญ่ไฮโซระดับเวิลด์คลาสของ

บ้านพักส่วนตัวของอภิมหาเศรษฐีที่เธอมาขอเข้าพบ

กว่าจะผ่านเข้ามาได้ เธอต้องแสดงตัวแล้วแสดงตัวอีกไม่ต่ำกว่า

ห้าครั้ง จนไม่แน่ใจว่า เวลาเข้าพบประธานาธิบดีจะยากขนาดนี้หรือ

เปล่า? แล้วเธอมีสิทธิ์คาดหวังอะไรล่ะ หญิงสาวยักไหล่บอบบาง

เท่าไรแล้วทีเขายอมให้พบในเวลากระชันชิดเช่นนี้

หญิงสาวโทร. มาจากเมืองไทยทันทีที่กลับจากโรงพยาบาล ด้วย

 

เบอร์ส่วนตัวที่ค้นจากลิ้นชักทำงานของท่านพ่อ แต่คนรับสายเป็นเลขาฯ ส่วนตัว ชื่อโรเบอร์โต เขาโทร. กลับมาแจ้งหลังจากเธอฝากเรื่องไว้หนึ่ง

ชั่วโมงว่า เดมอน วิตทอริโอ ยินดีให้เธอมาพบที่เทกซัส หรือเธอจะรอ

เดือนหน้าก็ไค้ เพราะเขาจะไปเปิดโรงงานที่เวียดนาม โดยจะแวะ

ประเทศไทยก่อน

รอเดือนหน้า เธออาจขาดใจตายก่อนด้วยความร้อนใจ สกาว-

จันทร์จึงแจ้งว่าเธอจะมาพบทันที และจองเที่ยวบินที่เร็วที่สุด ก่อนจะมา

ถึงอเมริกาในอีกสิบสองชั่วโมงต่อมา

“มิสยุคลเดช” ชายร่างลันทัด ใบหน้าแบบชาวอิตาลี สวมสูท

สีนํ้าเงินเรียบกริบราวกับอยู่ออฟฟิซกลางมหานครนิวยอร์ก มากกว่า

บ้านพักส่วนตัวเดินออกมาต้อนรับเธอด้วยสีหน้าเป็นงานเป็นการพอๆ

กับท่าทีของเขา

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมคือโรเบอร์โต มิสเตอร์วิตทอริโอบอกว่า มิสอาจ

จะต้องรอสักสามสี่ชั่วโมง เพราะท่านยังประชุมไม่เสร็จ เชิญข้างใน

ดีกว่าครับ”

คำตอบว่าอาจจะต้องรอหลายชั่วโมงกว่าเจ้าของคฤหาสน์สุดหรู

จะให้เกียรติมาพบเธอ ทำให้หญิงสาวท้อใจเล็กน้อย ก่อนจะกลับมา

มุ่งมั่นเหมือนเดิม ดีเหมือนกัน เธอจะได้มีเวลาปรับตัวและแต่งเติม

หน้าตาซีดเชียวจากการเดินทางให้สดชื่นขึ้น

“มิสเอากระเป๋ามาหรือเปล่าครับ”

“ค่ะ ฉันจะพักที่โรงแรมในเมือง หรือบางที ถ้าคุยธุระเสร็จเร็ว

อาจจะไปอาบนํ้าที่สนามบินเลย” หญิงสาวแจ้งตามความเป็นจริง เธอ

ต้องรีบกลับเพราะท่านพ่อคงจะรู้สึกตัวในไม่ช้า และสกาวจันทร์อยากให้

ท่านสบายใจที่สุดเมื่อได้ฟื้นสติเต็มที่

“มิสเตอร์วิตทอริโอบอกว่า ให้มิสพักที่นี่ครับ ผมจะให้เด็กมายก

กระเป่าไปห้องพัก”

“เอ...คงไม่ต้องใช้เวลานานขนาดนั้นกระมังคะ?” ราชนิกุลสาว

ไม่แน่ใจ ยกข้อมือเล็กขึ้นดูเวลา บ่ายสี่โมงแล้ว เธอจะมีเวลากลับเข้า

เมืองไหมนะ?

“ให้เด็กยกเข้าไปเถอะครับ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงยังไง มิสจะ

กลับก็คงไม่มีปัญหา”

 “งั้นก็ได้ค่ะ” ห้องส่วนตัว...ดีเหมือนกัน จะได้อาบน่าเสียหน่อย

สกาวจันทร์เพิ่งรู้ตัวว่าอ่อนล้าเพียงใด เธอแทบไม่ได้หลับบนเครื่องบิน

ก่อนหน้านั้นก็ต้องนั่งเฝ้าท่านพ่ออยู่หลายชั่วโมง ทั้งเครียด ทั้งเหนื่อย

เมื่อนึกขึ้นได้ก็แทบไม่มีแรงก้าวเดินแล้ว

ร่างระหงสูงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรของหม่อมราชวงศ์สกาว-

จันทร์เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดเสื้อคลุมผ้าขนหนูสีขาว ผิวหน้าขาว

เรื่อเจือประกายทอง ผมหมาดชื้น ตาสีดำสนิทมองรอบห้องพักหรูระดับ

หกดาวและยิ้มน้อยๆ เอาเถอะ นับว่าโชคดีที่มีโอกาสเยือนคฤหาสน์ของ

อภิมหาเศรษฐี

สงสัย...ต้องเก็บไปเล่าให้ดาราฟังเสียหน่อย ฝ่ายนั้นคงอิจฉาเธอแย่ สองพี่น้องแม้อุปนิสัยแตกต่าง หากสนิทสนมกันมากกว่าพี่น้องคู่ไหนๆ

คงจะจริงที่เขาบอกว่าแฝดมักมีเซนส์ถึงกัน พวกเธอรู้ใจกันที่สุด

และมัก สนุกสนานกับเรื่องของอีกฝ่ายอยู่เสมอ บางครั้ง สกาวจันทร์ตามไป ไซต์งานกับน้องสาวช่วงปิดเทอม เวลาที่เธอไปรับจ็อบพิเศษช่วยงาน

วิศวกรในโครงการก่อสร้างต่างๆ หรือบางครั้ง พันดาราก็ตามพี่สาว

ไปรับงานออกแบบตกแต่งภายใน และช่วยเธอเท่าที่ทำได้

ความที่รู้ใจกัน ดังนั้นความสนใจจึงใกล้เคียงกันด้วย สถาปนิก

กับวิศวกรก่อสร้าง พวกเธอแพลนไว้ว่าเมื่อเรียนจบจะทำงานด้วยกัน

ใช้ชีวิตด้วยกัน จนพี่ชายเค หรือ อัศม์เทพ ฟรานเซสโก เค อัครนทรี'วงศ์

แซวว่า ระวังจะไม่มีแฟน เพราะต่างฝ่ายต่างหวงกันเอง ไม่ชอบให้ผู้ชาย

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 

 


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

Blssoomeye | 1 รีวิว
27/11/2014

ล่าหัวใจนางฟ้า ผู้เขียน มณีจันทร์ ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Sugar Beat เป็นเรื่องที่อ่านถึงสองรอบด้วยกัน ไม่รู้เหมือนกันทำไม? แต่แค่ชอบ เพราะว่ามันสนุก แม้ว่ามันจะหนาไปกันเถอะ และที่ชอบอีกอย่างคือมีถึงสอคู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นพี่กับน้องทั้งพระเอกและนางเอก สองคู่ก็สองอารมณ์ สนุกไปคนละแบบ การล่าเรื่องก็ไม่ซับซ้อน อ่านไปได้เรื่อยๆ มีหลายอารมณ์ ทั้งโรแมนติก ดราม่า แอคชั่น เอาเป็นว่าครบรส ชอบงายเขียนของมณีจันทร์ตรงที่เขียนบุคลิกตัวละครได้อารมณ์คนอ่านมาก ชอบพระเอกของมณีจันทร์ ที่ไม่สามารถหาได้ในชีวิตจริง เนื่องจาก หล่อ รวย เก่ง ฉลาด แอบมีอำนาจหน่อยๆด้วย คือสามารถจินตนาการว่าตัวเองเป็นนางเอกได้ ส่วนนางเอกของมณีจันทร์ก็มีหลายบุคลิก ทั้งหวาน เรียบร้อย ขี้อ้อน หรือจะให้เก่ง ห้าว แก่น ซน ก็ได้ คือมีหลายบุคลิกจริง ยิ่งอ่านก็ยิ่งชอบ ถ้าถามว่าชอบคู่ไหนว่ากันระหว่างพี่กับน้อง ต้องบอกว่าชอบคู่พี่มาก เพราะแม้ว่าพระเอกจะร้ายไปหน่อยในช่วงเริ่ม แต่พอได้รักนางเอกแล้ว แบบว่าหวานมาก ขี้อ้อนสุดๆ (ตามสไตล์งานเขียนมณีจันทร์ เกือบทุกเรื่องจะออกแนวนี้ แต่คนอ่านก็ชอบมากค้า...) ในคู่ที่สองคู่น้องก็ชอบนะ แต่ก็ไม่มาก เพราะว่าตัวนางเอกจะออกแข็งๆหน่อย ชอบคู่พี่มากกว่า อ๋อ แล้วในตอนสุดท้ายจะมีการส่งท้ายไปอีกเล่มด้วย ในเล่มที่สอง แอบบกระซิบว่าเล่มที่สองก็แซ่บไม่แพ้เล่มแรก แต่เราชอบเล่มนี้มากกว่า เพราะพอตัวละครมีความสัมพันธ์กันแล้ว เนื่องเรื่องมันก็จะยิ่งสัมพันธ์กัน อ่านง่ายด้วย

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021