ยุทธการสลัดนอ

ยุทธการสลัดนอ

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160012244
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 250.00 บาท 162.50 บาท
ประหยัด: 87.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ดวงจันทร์บนฟ้าสาดส่องทั่วมหานคร แต่แสงสีขาวนวลของมัน

กลับทำหน้าที่ได้ไม่เต็มภาคภูมินัก เพราะสิ่งก่อสร้างในเมืองใหญ่ต่างตั้ง

 ตระหง่านบดบังแสงจันทร์ นอกจากจะไม่ง้อแสงงามแล้ว ตึกรามบ้านช่อง

 แต่ละหลังยังมีแสงไฟนีออนใช้เองโดยไม่ต้องพึ่งจันทรา

 ในค่ำคืนสุดสัปดาห์ แสงไฟนีออนสว่างไสวเป็นดั่งดอกไม้สีสวย

 ล่อใจให้ผีเสื้อราตรีได้สูดกลิ่นหอม โดยมีตัณหา สุรา และราคะ เป็นเกสร

 ทุกคนเรียกสิ่งนี้ว่า ‘ความสุข’

 เช่นเดียวกับสาวน้อยหน้าหมวยตัวเล็ก เธอน่าจะเพิ่งพ้นวัยบรรลุ

 นิติภาวะได้ไม่นาน แต่การเยื้องย่างแต่ละก้าวไม่ได้ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา

 เหมือนหน้าตาเลยสักนิด

 หญิงสาวเดินเชิดหน้าไปตามถนนด้วยความมุ่งมั่น เสื้อยืดรัดรูป

 สีขาวสกรีนใบหน้าเสือตัวนั้นไม่ได้ทำให้สายตาชายหนุ่มที่จับจ้องเกรงกลัว

 แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กางเกงขาสั้นเอวสูงสีชมพูเข้มโชว์เรียวขาสวย

 กลับเรียกร้องให้บุรุษเพศที่เธอเดินผ่านอยากตะครุบกลืนกินด้วยความ

 หิวกระหาย

 “ไปไหนจ๊ะน้องสาว” หนึ่งในวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่ทนไม่ไหว เริ่ม

 ปฏิบัติการแซวแม่เสือสาวตัวเล็กทันที

                หญิงสาวชะงักแล้วหันไปมองต้นเสียง สายตาคู่นั้นดูเซ็กซี่บาดจิต

 พวกเขามีท่าทีได้ใจเมื่อเห็นเธอ ‘เล่นด้วย’

“เป็นแท็กซี่เหรอ ถึงถามแบบนี้” สาวตัวเล็กไม่พูดเปล่า ยังใช้นิ้ว

 พันเส้นผมเล่น กิริยาเหมือนจะเอียงอาย แต่ก็ไม่ได้ถอยหนี

 “ไม่ได้เป็น แต่ถ้าเธออยากไปไหน เราก็พร้อมจะไปส่งถึงที่” เขา

 กระแทกเสียงตรงประโยคสุดท้าย เป็นที่ชอบใจของเพื่อนในกลุ่ม

 “ถ้าอย่างนั้น...” เธอยิ้มกริ่ม จับจ้องคู่สนทนาอย่างไม่กลัว “พาฉัน

 ไปสวรรค์ได้หรือเปล่าล่ะ”

 สิ้นประโยค ชายหนุ่มทั้งกลุ่มก็โห่ร้อง พร้อมกับทั้งผลักทั้งดันให้

 คนแซวเดินเข้าไปประชิดสาวร่างเล็ก

 “เร็วสิมึง หญิงเขาอ่อยขนาดนี้” เพื่อนทั้งหมดส่งเสียงเชียร์ กลับ

 เป็นหนุ่มปากดีที่เดินตัวสั่นเข้าไปหาหญิงสาว

 “ว่าไงล่ะ” สาวสวยเปิดเกมรุก ใช้มือลูบแผงอกชายหนุ่ม พร้อมกับ

 เอียงหน้ากระซิบข้างหูเขา “พาไปได้หรือเปล่า”

 “เอ่อ...ได้สิ” เขาหลับตาพริ้มและตอบตะกุกตะกัก จากที่กะจะแซว

 หญิงสาวอย่างที่เคยทำเป็นกิจวัตร ใครจะไปนึกว่าอยู่ๆ เทพธิดาที่เดินผ่าน

 จะมาโปรดปรานเขาอย่างง่ายดาย จินตนาการของหนุ่มวัยรุ่นตอนนี้

เลยเถิดถึงเกมรักอันเร่าร้อนของเธอกับเขาในโรงแรมที่ไหนสักแห่ง

 “ญาญ่า นี่หล่อนกำลังทำอะไร”

 เสียงใครบางคนดังขัดจังหวะทำให้เขาลืมตาขึ้น จึงพบว่าข้างๆ

 หญิงสาวตอนนี้มีสาวร่างบางอีกคนยืนกอดอกมองเธอกับเขาอย่างไม่พอใจ

 นัก

 “ก็...คุยกับผู้ชายไง เจ๊ไม่เห็นเหรอ” สาวชุดเสือตอบ แต่คนฟังกลับ

 ถอนหายใจ ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา

 “อีกแล้วนะ จะจีบใครอ่อยใครก็เลือกหน่อยสิยะ ยังทำตัวเป็น

 สก๊อยในวันวานอยู่ได้” เธอบ่นก่อนจะหันไปจ้องหนุ่มน้อยปากดีและ

ผองเพื่อน “แล้วนี่อะไร เด็กพวกนี้ดูท่าเพิ่งจะจบ ม. หก เอง เธอก็ยังให้ท่า

 เขาอีก”

 คำพูดของสาวสวยที่มาทีหลังทำเอาวัยรุ่นทั้งกลุ่มสะดุ้งโหยง

 “อ้าว...เจ๊ ถึงเราจะเด็ก แต่ก็มีหัวใจนะครับ” เด็กหนุ่มโต้กลับ

 เพราะรู้สึกเหมือนโดนลบเหลี่ยม ทำให้หญิงสาวที่แก่กว่าถอนหายใจซ้ำ

 “เหรอ...” เธอพูดพร้อมกลอกตามองข้างบน “จ้า...พ่อหนุ่มผู้มีหัวใจ

 ที่ต้องการใช้วันหยุดสุดสัปดาห์โดยไปยืมรถญี่ปุ่นราคาถูกๆ ของคุณพ่อ

 มาขับเล่น พร้อมกับชวนเพื่อนในแก๊งมายืนทำเท่ที่ย่านท่องเที่ยวของ

 คนกลางคืน ซึ่งไม่แน่ใจว่าพวกเธออายุถึงพอจะเข้าไปข้างในกับเขาได้หรือ

 เปล่า ฉันว่าถ้าเข้าไม่ได้ก็ควรเอาเวลาไปดูดนมคุณแม่แล้วนอนฝันหวาน

ที่บ้าน ยังจะแลดูมีประโยชน์มากกว่ามาทำกร่างยืนแซวหญิงนะ”

 สาวมาใหม่บ่นเป็นชุด ทำเอากลุ่มวัยรุ่นได้แต่ยืนอ้าปากหวอ

 “เจ๊บัว หยุดได้แล้ว” สาวตัวเล็กรีบขัดจังหวะ เพราะเกรงว่า

 หญิงสาวผู้มาทีหลังจะทำให้เรื่องไปกันใหญ่

 “เธอก็เหมือนกันญาญ่า ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้ว จะให้ท่าผู้ชายก็ให้

 เลือกหน่อย เอาที่หรู มีระดับ ไม่ใช่เด็กวัยเรียนแว้นๆ แบบนี้ นี่อย่าบอก

 นะว่าเธอยังคิดจะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีก” บัววารีหันมาเทศนาคน

 อายุน้อยกว่า

 “โธ่ ป้า คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก เจอพวกผมจัดให้สักดอกระวังจะ

 ลืมเด็กไม่ลง”

กลุ่มวัยรุ่นได้สติจึงโต้กลับ ขณะที่บัววารีตัวร้อนผ่าวด้วยความโกรธ

 ไม่ใช่เพราะโดนลบหลู่เรื่องเซ็กซ์ แต่เพราะพวกนั้นเรียกเธอว่า ‘ป้า’ ทำให้

 เธอถึงกับควันออกหู

 “หุบปาก ใครเป็นป้าพวกแกกัน ฉันอายุยังไม่ถึงยี่สิบห้านะยะ

 ไม่ต้องมายกความสำคัญว่าแก่กว่าแม่พวกเธอ”

 เธอตะโกนเถียง ทำให้กลุ่มวัยรุ่นเริ่มไม่พอใจ ก่อนที่เหตุการณ์จะ

บานปลาย มารีญา สาวต้นเหตุ ก็ทั้งฉุดทั้งลาก ‘ป้า’ ของกลุ่มวัยรุ่นหลบ

 ไปทางอื่นเสียก่อน

 “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันขอสั่งสอนไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม

 พวกนี้เสียก่อน คอยดู ฉันรู้จักเพื่อนที่เป็นสารวัตรนักเรียน จะให้มาลาก

เด็กพวกนั้นส่งพ่อแม่ให้หมดเลย รู้หรือเปล่าทำตัวแบบนี้ต่อไปอนาคต

 ของชาติจะเป็นยังไง ยังมีเยาวชนที่ด้อยโอกาส ไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าว

 แต่พวกนี้กลับทำตัวเสเพลไร้สาระไปวันๆ โอย...ฉันจะบ้าตาย”

 มารีญาปล่อยแขนบัววารีเป็นอิสระ ให้หญิงสาวที่แก่กว่าได้บ่นจน

 หนำใจ

 “อ้าว...จบแล้วเหรอ” สาวชุดเสือถามเมื่อเห็นพี่สาวเริ่มเหนื่อยกับ

การพูดไม่หยุด

 “ไม่ต้องมาประชด เพราะหล่อนคนเดียวนั่นแหละ ฉันถึงได้เป็นป้า

 ในสายตาเด็กพวกนั้น” ประเด็นเรื่องคำเรียกขานยังทำให้เธอหงุดหงิดไม่

 หาย

 “เจ๊จะไปถือสาอะไรกับวัยรุ่น พวกนั้นใครที่แก่กว่าตัวเอง มันก็

 เรียกลุงเรียกป้าหมดแหละ”

 “แกก็พูดได้สิ เพิ่งผ่านยี่สิบมาได้ไม่นาน”

 “ทำอย่างกับห่างกันเยอะ เจ๊ก็ไม่ได้ดูป้าขนาดนั้น ระดับบัววารี

 ถ้าไม่ปากจัดด่าเด็กไปแบบนั้น หนูว่าเจ๊ก็คงโดนแซวเหมือนหนูนั่นแหละ”

 มารีญาพูดตามจริง พี่สาวที่เธอนับถือคนนี้สวยแพ้ใครเสียที่ไหน ยิ่งพิศดู

 ดวงตากลมโต จมูกโด่งได้รูป พร้อมริมฝีปากคู่สวย ไปยังแห่งหนไหน ใครๆ

 ก็อยากมองหน้าบัววารีนานๆ

 ยังไม่นับผิวขาวอมชมพูระเรื่อ หน้าอกหน้าใจรวมถึงสะโพกก็ได้

 สัดส่วน ยั่วใจผู้ชายน้อยกว่าคนอย่างเธอเสียที่ไหน

 “ไม่ต้องมาปากหวานเอาใจฉันเลย” พี่สาวยังทำหน้างอนตุ๊บป่อง

 “โอเคน่าเจ๊ หนูก็แค่หว่านเสน่ห์กับเด็กหนุ่มบ้าง เจอแต่พวกเสี่ยๆ

มันก็เบื่อเหมือนกัน ไม่เอาละ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน อย่าเพิ่งอารมณ์เสียเลย

 มามะ ขอกอดที”

 มารีญาอ้าแขนกว้าง บัววารีจึงยิ้มออกมาได้ พร้อมกับอ้าแขน

 ตอบรับอ้อมกอดนั้น

 “คิดถึงเจ๊นะ” คนตัวเล็กออดอ้อน

 “เออ...ฉันรู้”

 “เจ๊ ยังสวยเหมือนเดิมเลยนะ ไม่ได้เจอกันเกือบเดือนได้แล้วเนาะ

 แต่ที่การันตีว่าเป็นเจ๊แน่ๆ ก็คือยังวีนยังเหวี่ยง แถมบ่นได้ทุกสถานการณ์”

 มารีญาแอบหยิกแกมหยอก

 “อ้าว อีนี่ งั้นอีเจ๊โรสมันไม่ยิ่งกว่าฉันอีกเหรอ ขานั้นเคยบุกไปตบ

 ทั้งเมียหลวงพ่วงด้วยแม่ผัวมาแล้ว” บัววารีพาดพิงถึงหญิงสาวอีกคนซึ่ง

 เป็นพี่สาวคนโตของแก๊งพวกเธอ

 “จริงด้วย พูดแล้วก็ขำ แค่คิดก็อยากเจอแล้ว นานๆ ได้นัดมีตติง

 แบบนี้ที คอยดูสิ วันนี้ฉันจะแรดให้กระจายไปเลย” มารีญากระโดด-

 โลดเต้นดีใจราวกับเด็กน้อย

 “น้อยๆ หน่อย ยายตัวเปี๊ยก หล่อนคิดว่าแรดได้คนเดียวงั้นสิ

 อย่าคิดมาเทียบชั้นกับฉัน” บัววารีเชิดหน้าประกาศศักดาตัวเอง

 “ไม่หรอกค่ะ หนูรู้ว่านอของพวกเรามันคนละขนาดกันอยู่แล้ว”

 มารีญาหมายถึงศักยภาพของแรดของเธอกับพี่ๆ แต่ละคน ที่ดูจะต่างชั้น

 กัน

 “แต่หลังๆ ฉันว่าขนาดมันชักจะเท่ากันแล้ว เพียงแต่เปลี่ยนไป

คนละสีเท่านั้นแหละ” บัววารีรู้สึกได้ว่าความแรดของแต่ละคนเริ่มจะ

 เท่าเทียมกันแล้ว ที่ต่างกันคงเป็นจริตในการวางตัวเท่านั้น

 “อย่างนั้นก็ได้” มารีญาหัวเราะ แล้วหันมองแสงสีหน้าร้านผับ

 ชื่อดังร้านประจำของพวกเธอ “เข้าไปข้างในเถอะเจ๊ หนูอยากเจอเจ๊โรส

 แล้ว จะได้ครบทีมสามสาวแรดตัวแม่เสียที”

               

                น้องสาวหัวเราะคิกคักและเดินนำเธอเข้าไปข้างใน

                บัววารียังคงยืนจ้องไฟที่ตกแต่งหน้าร้านอยู่อย่างนั้นราวกับแมลง

 ตัวน้อยที่หลงไฟ แสงกะพริบของมันช่างงดงาม ชวนให้คนหลงใหล นาน

 เท่าไรแล้วนะที่คนอย่างเธอใช้ชีวิตเป็นผีเสื้อราตรี...เพื่อกลบความเหงา

 ในหัวใจ

               

                คนที่เดินเข้ามาทีหลังสวยสะดุดตาคนที่อยู่ในผับไม่แพ้ใคร

เจ้าของใบหน้าสวยหวาน รูปร่างสมส่วน อยู่ในชุดเดรสคอกว้างสีขาว

ปักชายผ้ายาวพลิ้วบริเวณแขนเสื้อทั้งสองข้าง ข้อมือขวาสวมกำไลมุก

 เข้ากันกับกระเป๋าคลัตช์สีเงินที่เธอถือไว้ในมืออีกข้าง

                “เป็นอะไรไปเจ๊ มัวแต่เดินอ้อยอิ่งอยู่นั่นแหละ ไม่ได้มาเสียนาน

 ไม่คุ้นสถานที่เหรอ หรือคิดถึงวันวาน” มารีญาถามพี่สาวที่เดินตามหลังมา

                 “เปล๊า” บัววารีปฏิเสธเสียงสูง แล้วแอบบ่นในใจ ไม่ว่าเธอจะคิด

 อะไร น้องสาวคนเล็กของกลุ่มดูเหมือนจะเดาใจได้หมด “ฉันก็เดิน

 นวยนาดกวาดสายตาหาผู้ชายบ้างสิยะ เดินเร็วแบบหล่อนเขาเรียกว่า

ไปตามควายย่ะ”

                 มารีญาได้แต่ยิ้มตอบ ไม่คิดสู้เรื่องฝีปากกับพี่สาวคนนี้

                 “แล้วเราจองโต๊ะไหนไว้นะ” บัววารีชะเง้อมอง กวาดสายตาหา

 บริกรให้มาดูแล

                 “โต๊ะมุมเดิมนั่นแหละเจ๊ นั่นไง อีเจ๊โรสชูไม้ชูมือเป็นชะนีขอส่วนบุญ

 อยู่ตรงนั้นแล้ว” มารีญาบุ้ยปากไปยังโซฟาด้านในสุดของร้านที่อยู่ติด

 ระเบียงกระจก ซึ่งเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

                 สตรีวัยสามสิบต้นๆ ยืนกางแขนรับเพื่อสวมกอดทั้งมารีญาและ

 บัววารี รอยยิ้มของเธอไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าคมคาย

                 “เป็นไงบ้างจ๊ะ น้องๆ ดอกของพี่” คำทักทายแบบหยอกเอินทำให้

 รู้ว่าสามสาวสนิทชิดเชื้อกันพอสมควร

                “แหม...ถ้าน้องมันดอก แล้วทำไมพี่มันจะดอกไม่ได้ล่ะคะ และ

 ดูท่าจะบานฉ่ำกว่าด้วย” บัววารีสวนกลับจนทั้งวงฮาครืน

                 “แน่นอนสิ เพราะแก๊งเราชื่อแต่ละคนเป็นดอกไม้ทั้งนั้น และดูท่า

 จะเป็นสีทองด้วย” ประโยคสุดท้ายโรสรินเบาเสียงลงเล็กน้อย เพราะ

เกรงใจโต๊ะข้างๆ ที่อาจได้รับรู้กิริยาห่ามๆ ของเธอ

                 “วันนี้แต่งตัวสวยเชียวนะ พี่สาวคนโตของเรา” บัววารีชมพี่สาว

 อย่างใจจริง แม้โรสรินจะอายุมากที่สุด แต่กลับสวมชุดเดรสเกาะอก

 สีแดงสด ขับผิวขาวให้เด่นอย่างไม่อายใคร

                 “แหม...พวกเราก็สวยกันทุกคนอยู่แล้ว มาๆ มานั่งก่อน จะยืนให้

 หอยแห้งกันทำไมยะ”

                 คำพูดแสนทะเล้นทำให้ทุกคนหัวเราะ บัววารีและมารีญารู้ดีว่า

 นี่แหละโรสรินของแท้ ต้องทั้งแรงและฮา

                บัววารีคืนรายการอาหารให้บริกร แล้วจึงหันมาถามข่าวคราวจาก

เพื่อนร่วมดื่มในคืนนี้

                “เป็นยังไงกันบ้างทุกคน ยังแรดเสมอต้นเสมอปลายกันไหม”

                 คำถามของตัวเองทำให้เธอนึกย้อนไปถึงวันนี้เมื่อสองปีก่อน ใคร

จะคิดว่าหญิงสาวที่ขี้แพ้และล้มเหลวเรื่องความรักจะมารวมตัวกันได้

                 คืนปลายฝนต้นหนาว บัววารีในชุดราตรีสุดสวยเดินโซซัดโซเซ

 มาจากรถแท็กซี่ เธอเพิ่งถูกแฟนหนุ่มที่คบกันมาถึงเจ็ดปีบอกเลิกมา

 หมาดๆ สิ่งเดียวที่เธอคิดยามเดินเข้ามาในผับหรูแห่งนี้คือ เธอจะดื่มและ

 ทำตัวให้เสเพลที่สุด ประชดให้การเป็นผู้หญิงที่แสนดีมานาน

                 ‘คุณดีเกินไป’ คือเหตุผลแสนน้ำเน่าที่เธอไม่นึกว่าจะได้ฟัง เมื่อ

 ตอนที่กุมภ์ แฟนหนุ่มที่ก่อร่างสร้างรักด้วยกันมาถึงเจ็ดปี ใช้เป็นข้ออ้าง

 ในการบอกเลิก

                 ความฝันที่จะสร้างอนาคตต้องพังทลาย เขาบอกเลิกเธอ จากนั้น

 ก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ ทิ้งให้หญิงสาวที่ทำทุกอย่างเพื่อความรัก

               

                (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

                                                                                                               

 

รายละเอียด

"ยุทธการสลัดนอ (SUGAR BEAT)" นำเสนอเรื่องราวของแก๊ง "แรดตัวแม่" แหล่งรวมตัวของสามสาวผู้ช้ำรัก ปณิธานของกลุ่มคือ พวกเธอจะ ‘แรด’ แบบไม่แคร์สื่อ ผู้ชายเจ้าชู้ได้ ผู้หญิงก็ต้องทำได้เหมือนกัน! แต่แล้วเหมือนฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางแดดจ้า เมื่อ "โรสริน" เจ๊ใหญ่ของแก๊งประกาศยุติความแรดอย่างเป็นทางการ เพราะเจอชายในฝันแล้ว สองสาวสมาชิกที่เหลืออย่าง "บัววารี" และ "มารีญา" จึงเกิดแรงฮึด ขอ ‘สลัดนอ’ ทิ้งบ้าง เพื่อหวังชนะใจชายหนุ่มแสนดีที่แอบหมายปอง แต่เส้นทางการเป็นหญิงไทยใจงามล้วนเต็มไปด้วยอุปสรรค โดยเฉพาะเมื่อคนหนึ่งเป็นถึงเจ้านายหนุ่มผู้เพียบพร้อม ส่วนอีกคนเป็นนักศึกษาแพทย์ข้างบ้าน เรื่องหวังจะพิชิตใจหนุ่มเพอร์เฟกต์แบบนี้น่ะหรือ บอกได้เลยว่ายาก! แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตสมาชิกแก๊งแรดตัวแม่เสียอย่าง เรื่องยากกว่านี้ยังผ่านมาได้ แล้วเพื่อหัวใจตัวเอง ใครจะไปยอมแพ้ง่ายๆ กันล่ะ !!

แล้วเรื่องราวจะดำเนินต่อไป และมีบทสรุปอย่างไร !? ขอเชิญคุณผู้อ่านมาติดตามร่วมกันในนิยาย "ยุทธการสลัดนอ" เล่มนี้

เขียนโดย "หัสวีร์"

 

400 หน้า


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021