กลรักนฤมิต (กรรัมภา)

กลรักนฤมิต (กรรัมภา)

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160014385
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 270.00 บาท 135.00 บาท
ประหยัด: 135.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

กลับบ้าน

ค่ายทหารสหรัฐอเมริกา อัฟกานิสถาน

เสียงโหวกเหวกโวยวายของใครบางคนเปรียบเสมือนแสงสว่าง

นำทางอยู่ในความมืดมิดที่รายล้อมรอบกาย กลิ่นยาอบอวลอยู่ในนาสิก

ประสาททำให้คนที่นอนเจ็บมานานค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความ

รู้สึกแรกคือเจ็บแขนขวาจนแทบขยับไม่ได้ ความทรมานมหาศาลทำให้คน

ที่พยายามฝืนลุกขึ้นต้องชะงัก แล้วทิ้งตัวลงนอนเหมือนเดิมเช่นเดียวกับ

เสียงแหกปากแหกคอเมื่อครู่เช่นกัน ทุกคนหันมามองร่างสูงใหญ่ที่ทอด

ยาวอยู่บนเตียงพยาบาลพร้อมกันเป็นตาเดียว

“อึดฉิบหายเลยว่ะเจ.ที” เคลย์ตันเป็นคนแรกที่ปราดเข้าถึงตัวคน

เจ็บ ยังจำวินาทีที่เจ.ทีผลักเขาจนพ้นรัศมีแรงระเบิดของเฮลิคอปเตอร์นรก

ลำนั้นได้ เขาปลอดภัยและบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น แต่เพื่อนต้องเจ็บหนัก

หรือแม้แต่คนอื่นๆ ก็เช่นกัน เหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนที่ทำให้เสียเพื่อนร่วม

ทีมไปหนึ่งคนยังกระจ่างชัดในความทรงจำถ้าต้องมาเสียพลซุ่มยิงที่ดีที่สุด

ของทีมไปอีก มันคงเป็นภาพที่ตามหลอกหลอนไปตลอดชีวิตแน่

  “เป็นยังไงบ้างวะเจ.ที” เรือเอก นิติธรรม์ แมคอีเซอร์ หัวหน้า

เรดทีม2 จู่โจมของซีลทีมซิกซ์ถามขึ้นบ้าง

“ยังอยู่ดีน่าผู้กอง”

“คิดว่าจะไปเฝ้าซาตานแล้วซะอีก” พันจ่าเอก เจสัน ฟอสเตอร์

หนึ่งในสมาชิกปากเสียได้ทุกสถานการณ์เอ่ยขึ้นแล้วหัวเราะลั่น

“เสือกคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกไปช่วยไอ้เคลย์มัน สมน้ำหน้า”

“หุบปากนายบ้างก็ได้เจสัน”

“นิดนึงน่าผู้กอง ไอ้เจ.ทีมันยังไม่โกรธเลยเห็นไหม”

“ปืนผมล่ะ” แทนที่คนเจ็บจะถามเรื่องภารกิจ กลับถามถึงปืนสุด

รักสุดหวงเป็นคำแรก จนเพื่อนๆ ถึงกับหัวเราะครืนใหญ่ เพราะรู้ดีว่าเจ.ที

ฤรักปืนกระบอกนี้แค่ไหน

“เก็บซากไว้ให้แล้ว โดนระเบิดเละเลยว่ะ” เคลย์ตันตอบแทน

“แล้วภารกิจล่ะ”

“ไม่สำเร็จไง มันหนีไปได้ก่อนที่เราจะไปถึงอีก เรื่องนี้เราไม่ผิดหรอก

ต้องไปโทษพวกซีไอเอโน่น ข่าวมั่วชะมัด นี่สองครั้งแล้วนะที่พลาดเมื่อไหร่

ไอ้เวรนั่นจะโดนไล่ออกไปสักทีวะ ไม่น่าเอามันไว้หรอกคนแบบนี้น่ะ”

ชาร์ลีเอ่ยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ยังโกรธเจ้าหน้าที่ซีไอเอชื่อ อีธาน รอด์จ

ไม่หาย เพราะไอ้บ้านั่นคนเดียวที่ทำงานพลาดจนทำให้ พันจ่าเอก เกรกอรี่

เทอร์เนอร์ เพื่อนร่วมทีมของเขาตายไปเมื่อสองปีก่อน แม้ไม่ใช่ความผิด

เรื่องข่าวมั่วโดยตรง แต่มันก็อดพาลไม่ได้อยู่ดี

“เอาน่า พลาดแล้วก็พลาดไป เราทำดีที่สุดแล้ว” หัวหน้าทีมว่า ทั้งที่ใบหน้ายังฉายแววเจ็บปวดทุกครั้งที่นึกถึงเพื่อนผู้ล่วงลับ

“ตอนนี้เราอยู่ที่ไหน” หนุ่มคนเจ็บกวาดดวงตาคู่คมกริบไปรอบๆ ตัว

“ในส่วนพยาบาลน่ะ” หัวหน้าทีมตอบ

“จบภารกิจนี้แล้วเอายังไง”

“กลับบ้านไง” ไมเคิล หนุ่มอีกคนในซีลทีมซิกซ์พูดขึ้นบ้างหลังจาก

เงียบอยู่นาน โดยมี เรือโท แมทธิว โดโนแวน ที่เข้ามาสมทบในทีมแทน

จ่าเกรกอรี่ที่เสียชีวิตไปและโธมัสสมาชิกเก่าแก่ของทีมยืนนิ่งไม่พูดไม่จา

กับใครเช่นกัน ส่วนชาร์ลีนั้นพอพูดจบก็เดินออกไปทันที คนอื่นๆ รู้ดีว่า

ชาร์ลีเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น เพราะตั้งแต่จ่าเกรกอรี่ตาย ชาร์ลีก็ตั้งตัวเป็น

ศัตรูกับเจ้าหน้าที่ซีไอเอผู้นั้นมาตลอด

“ปล่อยมันไปเถอะ ก็รู้อยู่ว่ามันไม่ปกติ”

“แล้วนายปกติดีหรือเจสัน” หัวหน้าทีมหนุ่มถามสีหน้าเรียบเฉย

“ปกติดีสิวะไอ้ผู้กอง หล่อเหมือนเดิมด้วยนะโว้ย ไม่ได้บุบสลายตรงไหนนี่”

“แน่นะ”

“ไปเช็กเดี๋ยวนี้ยังได้เลยผู้กอง ฉันฟิตปั๋งนะโว้ย”

“ฉันหมายถึงไปเช็กสมองต่างหาก” เจ.ทีแทรกขึ้นแทนหัวหน้าทีม

หนุ่มของตนเอง ไม่มีใครคิดว่าคำย้อนนิ่งๆ ของคนเจ็บจะทำให้เจสันถึง

กับสะอึกได้ ยิ่งบวกกับหน้าตาเหมือนคนตายด้านของคนพูดด้วยแล้ว

ยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่

“ไอ้ห่า...” เจสันเตรียมด่าต่อ แต่ยังไม่ทันที่หนุ่มๆ ซีลทีมซิกซ์จะ

ต่อล้อต่อเถียงกันมากกว่านี้ คุณหมอหนุ่มใหญ่ประจำค่ายประจำการก็

เดินเข้ามาตรวจอาการคนไข้ของตน จนคนอื่นๆ ต้องล่าถอยไปก่อน

“เราได้พักอย่างไม่มีกำหนดนะเจ.ที นายพอจะเดินทางได้เมื่อไหร่

เขาจะส่งเรากลับบ้านทันที” เรือเอกนิติธรรม์ หันมาหาลูกทีมตัวเอง ซึ่ง

คนเจ็บได้แต่พยักหน้ารับ แล้วมองเพื่อนๆ เดินออกจากห้องพักฟื้น โดย

ไม่ได้พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว

คนเจ็บพักรักษาตัวได้ราวๆ สี่สัปดาห์ ระหว่างนั้นบรรดาหนุ่มๆ

ในทีมต้องบรรยายสรุปปฏิบัติการของตัวเองจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ในที่สุด

พลซุ่มยิงหนุ่มก็ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ตอนนี้พวกเขาอยู่บนเครื่องบิน

 C-130 ของกองทัพสหรัฐฯ และการเดินทางนับสิบชั่วโมงสิ้นสุดลง เมื่อนก

เหล็กลำยักษ์แตะรันเวย์ในเขตฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกา

หลังจากข่าวเรื่ององค์กรก่อการร้ายชื่อโครนอสปูดออกมา ประเทศ

จึงต้องเฝ้าระวังและปราบปรามการก่อการร้ายสากลตลอดเวลา ซีลทีมซิกซ์

หรือเรียกอีกชื่อว่า ‘เดฟกรู’ จึงต้องทำงานกันหนักขึ้น เพราะพวกเขาคือ

หนึ่งในกลุ่มเจซอก3 และต้องมาประจำการอยู่ที่แดมเนก รัฐเวอร์จิเนีย

อันเป็นสถานที่ประจำการที่แท้จริงของซีลทีมซิกซ์นั่นเอง แต่ก็ไม่มีปัญหา

กับพวกหนุ่มๆ เพราะที่นี่มีบ้านพักให้ ส่วนพวกมีครอบครัวอยู่แล้วก็

สามารถหาบ้านพักหลังใหม่ได้ไม่ยาก

บรรดาหนุ่มๆ สมาชิกเรดทีมของซีลทีมซิกซ์จึงลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย

เตรียมตัวลงจากเครื่องบิน สามเดือนแล้วที่ไม่ได้กลับบ้านและไม่ได้ติดต่อ

กลับไปหาคนในครอบครัวเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ทำใจยอมรับกันได้ทุก

คนอยู่แล้ว แต่เมื่อสองหนุ่มในทีมแต่งงานมีครอบครัวออกไป ก็เริ่มมี

ปฏิกิริยาทันที บ่นคิดถึงลูกถึงเมียแทบตลอดเวลาประจำการที่คาบูล

เจ้าของดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มกวาดตามองเพื่อนร่วมทีมที่พูดคุย

กันโหวกเหวกราวกับอยู่กลางป่าก็ไม่ปาน เขานั่งอยู่ในมุมมืดของตัวเครื่อง

โดยไม่พูดจาอะไรกับใครเท่าไร มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เจ.ที หรือยศทาง

ทหารเต็มๆ คือ เรือตรี เจ.ที สไวเกอร์ ผู้นี้จะอยู่ในทีมแบบเงียบๆ จนเหมือน

คนไร้ตัวตน

“เจ.ทีมันกลับมาด้วยหรือเปล่าวะ” เจสันคนเดิมแหกปากเสียงดัง

หลังจากเห็นคนอื่นๆ ลุกขึ้นกันหมดแล้วแต่คนเพิ่งหายเจ็บยังนิ่งเฉยเหมือน

รูปปั้นขึ้นทุกวัน ผิดกับนิติธรรม์และเคลย์ตัน ที่ใจคอจะถลาลงจากเครื่อง

ให้ได้ หลังจากรู้ว่าลูกเมียมารอรับอยู่ที่นี่

“นายนี่ก็ช่างหาเรื่องเจ.ทีมันซะจริงๆ” ไมเคิลส่ายหน้า บางทีก็นึก

รำคาญเจสันเหมือนกัน คนอะไรทั้งหาเรื่องและกัดชาวบ้านเขาไปได้ทั่ว

“นายดูมันสิ ทำเหมือนไม่ได้มาด้วยกัน หรือมันไม่เอาวิญญาณ

มาว่ะ” ไม่พูดเปล่า เจสันเดินเข้ามาใกล้ๆ ฉวยโอกาสตีก้นไมเคิลเต็มแรง

แล้วชักสีหน้ากวนๆ เข้าใส่ ไม่สนแม้แต่นิดเดียวว่าอีกฝ่ายถลึงตามองอย่าง

หัวเสีย

“ไอ้เวรนี่!” คนถูกลวนลามสบถตามมาอีกยาวยืด “หาเรื่องจริงๆ

นะนายน่ะ วอนโดนตีนซะแล้วไหมล่ะ หื่นนักไปหาอีหนูแถวบ้านนายโน่น”

“นิดหน่อยน่า กวนไอ้เจ.ทีไม่ขึ้น กวนนายนี่ได้เรื่องกว่าเยอะว่ะ

ไมกี้”

“เดี๋ยวจะได้ตีนด้วย” ไมเคิลยกเท้าขึ้นมาแล้วชี้ให้ดู “แน่จริงไปเก่ง

กับเจ.ทีสิวะ ให้มันฟาดปากสักเปรี้ยง”

“เจ็บแขน” คนถูกพาดพิงถึงพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“โอ๊ย! นี่ไง มันพูดออกมาแล้ว ตายห่า ต้องจุดพลุฉลองไหมวะ...

ทอม นายไปขอกระสุนปืนหมดอายุมาสักสองลังแล้วยิงฉลองเลยดีกว่า”

หนุ่มกะล่อนที่ชื่อเจสันหัวเราะร่วนแล้วหันไปพยักพเยิดกับโธมัส จากนั้น

จึงเดินไปชกบ่าซ้ายเจ.ทีที่ไม่ได้บาดเจ็บ

“น้อยๆ หน่อยเจสัน เจ.ทีมันบาดเจ็บเพราะช่วยเรานะ” ชาร์ลีตาม

เข้ามาสมทบ

“แต่ฉันเป็นคนแบกมันขึ้นบ่าหนีมานะโว้ย คนหรือหมีควายวะ

ตัวหนักฉิบหาย”

“แค่แบกมันออกมา ทำยังกับเป็นผัวมันไปได้ จะลำเลิกบุญคุณ

อะไรนักหนาวะ” โธมัสยักคิ้วหลิ่วตา ส่งผลให้ทั้งคนเจ็บและคนปากเสีย

ถึงกับถลึงตามองคนพูดขวางๆ แล้วหันมามองหน้าคู่กรณีของตนเอง พลัน

ขนตามเนื้อตัวก็ตั้งชันทันที

อยู่ดีๆ มาหาว่าเป็นคู่เกย์กับไอ้บ้าเจสันเนี่ยนะ!

“มัวคุยอะไรกันอยู่วะ” เสียงปานฟ้าผ่าของหัวหน้าทีมหน้าโหดดัง

ขึ้น “เจ.ที. นายกลับบ้านพร้อมฉันเลยแล้วกัน นายแขนเดี้ยงแบบนี้ขับรถ

เองไม่ได้แน่”

“เกรงใจน่ะผู้กอง ผมไปเองได้”

“มันจะรบกวนอะไรนักหนาวะ ก็ฉันบอกว่าจะไปส่ง อย่าเรื่องมาก

นักเลยน่ารำคาญ...ไปเร็วๆ ลูกเมียฉันรออยู่”

“เดี๋ยวสิผู้กอง” แทนที่จะเป็นเจ.ที ที่เดินตามคนพูดไป แต่กลับเป็น

นายเจสันจอมกวนประสาทคนเดิมที่ขัดขึ้นเสียก่อน

“อะไรอีกวะเจสัน”

“น้องเมียผู้กองมาด้วยเปล่า น้องคนนั้นน่ะน่ารักนะ ขอจองเลยได้

ไหม คนอะไรแม่งโคตรน่ารักเลยว่ะ นี่บอกได้เลยว่าชอบมาก อยากได้...

ป่านนี้คงโตเป็นสาวเต็มไม้เต็มมือน่าดู” พูดไม่พูดเปล่า เจสันยังถูฝ่ามือ

อย่างหมายมาดอีกด้วย บวกกับหน้าตาหื่นกามของชายหนุ่ม ส่งผลให้

หัวหน้าทีมหนุ่มมองตาขวาง

“น้อยๆ หน่อย นั่นน่ะน้องเมียฉันนะโว้ย อย่ามาทำเป็นเล่นไป”

“ทำไม กลัวเมียด่าเหรอไอ้ผู้กอง” เจสันยักคิ้วล้อเลียน    

  “เออสิวะ!” คนหวงน้องเมียส่ายหน้าพรืด เขาเดินนำหนุ่มๆ สมาชิก

ซีลทีมซิกซ์ลงจากเครื่องบิน แล้วตรงไปยังส่วนสำนักงานกองทัพเรือ

ก็ปรากฏร่างบอบบางของภรรยาสุดที่รักอุ้มลูกสาววัยสองขวบเศษมารอ

อยู่แล้ว

ท่าทางของพวกที่มีคนรักมารออยู่เบื้องหน้าทำให้พวกคนโสดทั้ง

หลายได้แต่แอบแบะปากด้วยความหมั่นไส้ โดยเฉพาะเจสันที่แสดงอาการ

อย่างชัดเจนด้วยการเอ่ยลอยๆ

“พวกที่เมียลูกมีเมียแล้วนี่ก็แปลกนะ หวงลูกหวงเมียนี่ไม่เท่าไหร่

แต่หวงยันน้องเมียนี่มันยังไงๆ อยู่นา”

“ไอ้...”

“พอเถอะ น่ารำคาญ” คำพูดของคนเจ็บหน้าตายถึงกับทำให้

สงครามย่อยๆ ระหว่างหัวหน้าทีมกับหนุ่มจอมกะล่อนอย่างเจสันชะงัก

แล้วหันมามองคนที่เข้าเฝือกแขนขวาเป็นตาเดียว

“ฉิบหายแล้วไอ้เจ.ที ฉันนึกว่าหูฝาด นี่นายพูดได้จริงๆ ใช่ไหม”

“เตะปากคนก็ได้” แล้วมือสไนเปอร์หน้านิ่งก็เดินออกไปรอขึ้นรถ

หัวหน้าทีมหน้าตาเฉย ไม่พูดไม่ถามอะไรทั้งสิ้น จนคนอื่นๆ ส่ายหน้าแล้ว

หัวเราะเสียงดัง

“ฉันว่ามันรำคาญนายมานานแล้วว่ะเจสัน ทำหน้าเหมือนคนอยาก

ตายขนาดนั้น” ชาร์ลีหัวเราะ เดินมาตบบ่าเพื่อน แล้วเดินแยกตัวออกไป

“ก็เห็นมันมีอยู่หน้าเดียว”

“หน้าอื่นก็มี จำไม่ได้เหรอตอนที่นายเรียกชื่อจริง ของมันครั้งแรก

น่ะเป็นยังไง” ไมเคิลท้วง ขณะที่เจสันทำหน้ากระอักกระอ่วนทันที ทำไม

จะจำไม่ได้ว่าวันแรกในกรีนทีมของเขาและเจ.ทีเป็นอย่างไร

ในวันแรกของการฝึกบุกช่วยเหลือตัวประกันบ้านสังหารในกรีนทีม

ด่านแรกของการคัดสรรซีลทั้งหมดทั้งมวลเข้าเป็นซีลทีมซิกซ์ พวกเขาพัก

อยู่ในโรงนอนคอนกรีต อบอวลกลิ่นเหงื่อไคลและสเปรย์กำจัดแมลง ไม่มี

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

ปิยพัชร | 1 รีวิว
16/01/2015

เรื่อง กลรักนฤมิต เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระเอกซึ่งเป็นมือปืนหน่วยซีลค่ะ และนางเอกเป็นนักศึกษาแพทย์และนักเคมีค่ะ ทั้งสองคนได้เจอกันในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่โดยพ่อนางเอกและพี่สาวพระเอกตายอย่างปริศนาในห้องแลป ที่ใช้ทำการทดลองพืชชนิดหนึ่งซึ่งเป็นความลับและมีความสำคัญในเวลาต่อมา เหตุการณ์นี้ทำให้พระนางต้องมาร่วมกันสืบเรื่องการตายของพ่อและพี่สาว เพราะมีเบื้องหลังซ่อนอยู่ ด้วยความใกล้ชิด สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จากการเสียคนในครอบครัว ความมุ่งมั่นที่จะหาตัวคนร้าย สิ่งที่เขาและเธอนั้นมีคล้ายกัน ก่อให้เกิดความรักขึ้นทีละน้อย แม้พระเอกจะเป็นคนไม่ค่อยพูด ดูดิบๆเถื่อนๆ แต่เป็นผู้ชายที่รักษาสัญญาและรักมั่นคง ทำให้นางเอกนั้นตกหลุมรัก เช่นเดียวกัน นางเอกเป็นผู้หญิงที่ฉลาดเรียนเก่ง แต่กลัวการเผชิญโลกภายนอกมากเพราะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี พระเอกจึงอยากจะดึงนางเอกมาอยู่ในโลกของเขาให้ได้ พร้อมทั้งเหตุการณ์ต่างๆที่ดำเนินไปอย่างเข้มข้น มีการวางแผนและติดตามสืบหาคนร้ายและการเอาตัวรอดของพระนางเพื่อให้รู้ความจริงทุกอย่างและจับคนร้ายให้ได้ เรื่องราวชักใหญ่โตเมื่อคดีนี้เกี่ยวข้องกับการก่อการ้ายระดับประเทศ เขาและเธอจึงต้องพบเจอเหตุการณ์ที่อันตรายหลายครั้ง ทั้งการโดนหักหลังเพราะคนที่ไว้ใจกลับกลายเป็นศัตรู เรื่องนี้เขียนให้มีสีสันมากขึ้นโดยเพิ่มคู่รักต่างวัยเมื่อนักศึกษาสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นต้องมาเจอกับเด็กมัธยมปลายที่ตามตื้อจีบเธอ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป้นหลานชายพระเอกนั่นเอก มีฉากกุ๊กกิ๊กต่อล้อต่อเถียงกันสร้างความสนุกและลดความตึงเครียดของเรื่อง ในหนังสือเล่มนี้ยังสอดแทรกความรู้เกี่ยวกับการทหารและอาวุธของหน่วยซีล อเมริกาและความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ทำให้เนื้อเรื่องแปลกใหม่ไม่น่าเบื่อเหมือนนิยายรักหวานแหววอย่างเดียวค่ะ แต่อ่านๆไปอาจจะงงเรื่องบุคลิกนางเอกเล็กน้อยนะคะเพราะเดี๋ยวก็ดูฉลาดมาก จริงจังมาก เดี๋ยวก็ดูอ่อนต่อโลกเกินไป แต่พออ่าใกล้จบเนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นมีเหตุการณ์อันตรายหลายอย่าง ตัวละครเลยต้องชัดเจนขึ้นค่ะ โดยรวมแล้วสนุก บู้ หวานพอดี น่าอ่านค่ะ และยังมีอีกหลายเรื่องในหนังสือซีรี่ย์ชุดนี้นะคะ เรื่องนี้สนุกที่สุดในความคิดเราเลยค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020