บาปรักแรงปรารถนา (เดวิล อิน เลิฟ , กรวรินทร์)

บาปรักแรงปรารถนา (เดวิล อิน เลิฟ , กรวรินทร์)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786115020058
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 240.00 บาท 156.00 บาท
ประหยัด: 84.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

โตเกียว...

“แล้วแกจะทำยังไงต่อไป”

“ผมว่าจะไปเมืองไทย ไปพบพี่สาวตามที่แม่บอกไว้”

“อือ...ฉันก็ว่าดีเหมือนกัน หลบไปซักพักดีกว่า รอให้เรื่องมันซาลงก่อน แล้วแกค่อยกลับมาก็แล้วกัน”

“ครับ ทางนี้ผมฝากพี่ดูแลด้วยก็แล้วกัน”

ริว หรือ ทาคาฮิโตะ ริว ยืนมองหลุมฝังศพมารดาของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะ เขาแม่คงไม่ต้องมาด่วนจากไปเร็วอย่างนี้ เขากำกระดาษในมือแน่น แม่ก็ยังเป็น แม่อยู่วันยังคํ่า ถึงจะป่วยมากขนาดไหนท่านก็ยังสู้อุตส่าห์เขียนจดหมายทิ้งไว้ ให้เขาหนีไปอยู่เมืองไทย ประเทศอันเป็นบ้านเกิดของแม่ โดยที่นั่นจะมีพี่สาว คอยดูแล

“แม่ครับ ผมขอโทษ ถ้าผมไม่เป็นยากูซ่า แม่คงไม่จากผมไปเร็วขนาดนี้” หยาดน้ำตาของลูกผู้ชายหลั่งลงบนหลุมฝังศพของผู้เป็นแม่

“อย่าคิดมากน่า น้าวิเองเขาคงไม่อยากเห็นแกต้องมาทุกข์ใจอย่างนี้หรอก” คาโต้หรือ เซนจิริ คาโต้หัวหน้าพรรคคุโรริว ตบบ่าของริวเบาๆ เชิงปลอบใจ

 

ก่อนจะวางช่อลิลลี่สิขาว ดอกไม้โปรดของวิชุดาหรือแม่ของริว ลงบนหลุมฝังศพ

“แล้วแกจะไปเมืองไทยเมื่อไหร่”

“พรุ่งนี้ครับ”ริวเอามือเช็ดน้ำตาลวก ๆ ใบหน้าอันโศกเศร้ากลับมาเย็นชา

เช่นเดิม

“ทำไมเร็วนักล่ะ แล้วแกบอกทางโน้นไว้แล้วหรือยัง”

“บอกแล้วครับ ผมเอาจดหมายที่แม่เขียนไว้เป็นภาษาไทยส่งไปให้แล้ว ป่านนี้น่าจะได้รับแล้ว”

“แล้วแฟนแกล่ะ ปล่อยเอาไว้แบบนี้ ฮิคารุมันโม่คาบไปกิน,หรอกเรอะ”

“นั่นแหละครับที่ผมเป็นห่วงที่สุด ยังไงผมฝากพี่ดูแลฮานะจังให้ด้วย

อย่าให้ไอ้บ้านั่นมาเกาะแกะเป็นอันขาด”

“ได้ ฉันจะดูให้ แล้วแกก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วยล่ะ ติดต่อกลับมาด้วยนะ”

“ครับ”

ชายทั้งสองแม้จะต่างวัยกัน แต่ความที่ทำงานร่วมกันมานานหลายปี ทำให้ พวกเขาเข้าใจกันมากกว่าคนรุ่นเดียวกันเสียอีก

 

กรุงเทพฯ...

“หวังว่าจันทร์เจ้าคงจะจำได้ว่าแม่วิชุดาเป็นแม่ของลูก ถึงแม้ว่าเราจะ ไม่ได้เจอกันนานถึงยี่สิบกว่าปี แต่แม่ก็ไม่เคยลืมเลยว่าเคยมีลูกสาวที่น่ารักอยู่ เมืองไทย ป่านนี้จันทร์เจ้าคงจะเป็นสาวแล้ว แม่คิดถึงลูกมากนะ แต่เพราะความ จำเป็นทำให้แม่ไม่มีโอกาสกลับมาหาลูก อย่าโกรธแม่เลยนะลูก ที่แม่เขียน จดหมายมาหาลูกวันนี้ก็เพราะว่า แม่อยากขอร้องให้ลูกไปรับน้องชายของลูก ที่สนามบินวันที่ XX ตอนห้าโมงเย็นด้วยนะลูก น้องเขาเดือดร้อน แม่อยากให้ลูก ช่วยหน่อย สุดท้ายนี้แม่อยากบอกว่า แม่คงจะไปพบพ่อของลูกในอีกไม่ข้านี้แล้ว ดูแลสุขภาพด้วย รักและคิดถึง...แม่”

จันทร์เจ้า หรือ จันทัปปภา อ่านจดหมายลงทะเบียนจากญี่ปุ่นกลับไป กลับมาหลายรอบ แม่ที่เธอเคยคิดว่าคงจะลืมเธอไปแล้วหลังจากทิ้งเธอให้อยู่กับ พ่อตามลำพัง แม้กระทั้งงานศพพ่อเมื่อหลายปีก่อน แมกไม่ได้มาร่วมพิธี แต่

จู่ๆ ท่านก็ติดต่อมา แถมยังบอกว่าเธอมีน้องชายอีกด้วย

“สงลัยจะเป็นลูกกับแฟนใหม่” หญิงสาวรำพึงเบาๆ น้องชายหรือ ดี

เหมือนกัน เธอจะได้ไม่เหงา เพราะการอยู่คนเดียวในห้องเช่ามันช่างเหงา เหลือเกิน ถ้าได้น้องชายตัวเล็กๆ มาอยู่ด้วยก็คงจะดี...

17.30 น. วันต่อมา ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

“ครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ทำไมยังไม่มาอีก เครื่องดีเลย'หรือเปล่านี่”

จันทร์เจ้าก้มดูนาฬิกาข้อมือราคาหลายพันที1เจ้าตัวอุตส่าห์เก็บเงินอยู่ นานหลายเดือนอีกครั้ง พลางกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อมองหาเด็กผู้ชายญี่ปุ่น แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีวี่แววของเด็กญี่ปุ่นที่เธอมองหา

“สงสัยจะโดนหลอก กลับดีกว่า เสียเวลา'ชะมัด”

หญิงสาวตัดสินใจกลับบ้าน หลังจากที่รอมานานถึงสามชั่วโมงแล้ว...สู้ กลับไปแปลหนังสือนิยายดีกว่าได้ตังค์ด้วย เสียเวลาทำมาหากินหมด

ปิ้ง ป่อง ปิ้ง ป่อง

เสียงออดหน้าห้องตังอย่างต่อเนื่อง ทำให้มือที่กำลังพิมพ์เนื้อความตาม ที่ได้ถอดเอาไว้แล้วชะงักลง เธอเหลือบดูนาฬิกาที่ติดฝาผนังห้อง...สี่ทุ่มแล้ว ใคร กันมาเวลานี้ จันทร์เจ้าเกาหัวที่ไม่ได้สระมาแล้วหลายวันของเธอแรงๆ

“มาหาใครคะ”

หญิงสาวเปิดประตูออกไปและเอ่ยถามโดยไม่ได้มองหน้าคนที่มากดออด “Onesan (พี่สาว)”

สำเนียงไม่คุ้นหูทำให้จันทร์เจ้าต้องเงยหน้าขึ้นไปดู แล้วขยี้ตาแรงๆ อีกที ผู้ชายคนนี้เป็นใคร เทพบุตร,ที่1ไหนมา'จุตินี่ ใบหน้าเรียว ริมผี!ปากแดงสวยได้รูป จมูกโด่ง ดวงตากลม ตาสองชั้นอีกด้วย คิ้วดำเรียวทอดยาวจดหางตา ผมทรงวัยรุ่น สุดๆ ซึ่งเธอคงไม่กล้าตัดแน่นอน รูปร่างสูง แต่ทว่าดูแข็งแกร่ง สวมเลอผ้าที่ดูลํ้า สมัยกว่าเธอสัก 10ปีชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาที่อ่านได้ว่าสมเพช

“! #@% A&* (+(&% % >#$#! % A * (0}{@% % A&% ร#®! @ A

หมอนี่พูดภาษาอะไร เธอฟังไม่เข้าใจ แถมยังรัวเป็นชุดอีกต่างหาก แต่จากน้ำเสียงเหมือนกำลังต่อว่าใครสักคนอยู่

“Excuse me. May I help you ?”

เธอถามเป็นภาษาที่เธอถนัด และหวังว่าเขาคงจะเข้าใจ แต่แทนที่จะได้ คำตอบ เขากลับเดินกระแทกบ่าเธอเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ

“Hey! What are you doing”

จันทร์เจ้ารีบเดินตามเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอรู้ลึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะแม้ว่าหมอนี่จะหล่อมากขนาดไหน เธอก็ไม่ควรด่วนสรุปว่าเขาเป็นคนดีเพียงเพราะหน้าตา

“Hey! You”

หญิงสาวเดินไปขวางหน้าเพื่อกันไม่ให้เขาเดินลึกเข้ามาในห้องเธอมาก กว่านี้ แต่เขากลับยื่นกระดาษในมือให้เธอ จันทร์เจ้ารับมาอ่านอย่างงงๆ และ จำได้ว่าเป็นลายมือเดียวกันกับที่ส,งมาให้เธอเมื่อหลายวันก่อน ซึ่งเนื้อความใน กระดาษแผ่นนั้นระบุว่า ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าขณะนี้ คือน้องชายของเธอ

“น้องชายเหรอนี่”

ดวงตาโตของเธอเบิกกว้างอย่างตกใจ ด้วยคาดว่าน้องชายที่แม่บอกอายุ คงไม่น่าเกินสิบขวบ แต่ไอ้ที่อยู่ตรงหน้าเธอ มันน่าจะเกินยี่สิบแล้ว

“kerei lie”

“อะไร นายพูดอะไร แน่จริงก็พูดภาษาไทยสิ”

“##A%A&A&*()(_*&A%glA%%%#@@A ท”

ดูเหมือนว่า เขา คงไม่ เข้าใจที่เธอพูด ถึงได้พูดภาษาต่างดาวใส่เธอ แบบนี้ ดีละ เธอจะได้ด่าได้ถนัดปาก

“นี่ไอ้ตี๋รูปหล่อ ฉันละไม่อยากจะเชื่อเลยว่านายจะเป็นน้องชายฉันจริง ๆ ท่าทางยังกับกุ๊ย ดูไม่ได้เอาซะเลย”

“กุ๊ยแปลว่าอะไรหรือเจ๊ ผมไม่เข้าใจ แต่ที่เข้าใจคือเจ๊นี่คือสุดยอดของ ความทุเรศเลยอะ”

 

 

 

 

 

“กุ๊ยแปลว่าอะไรหรือเจ๊ ผมไม่เข้าใจ แต่ที่เข้าใจคือเจ๊นี่สุดยอดของ

ความทุเรศเลยอะ”

จันทร์เจ้าหันขวับทันทีที่ได้ยิน เธอคงหูฝาดไป หมอนี่พูดภาษาไทยได้หรือ “Again”

“ผมไม่เข้าใจหรอกนะไอ้คำว่ากุ๊ยน่ะ แต่ผมรู้ว่า คำว่าทุเรศมันหมายถึงเจ๊

นี่เอง”

ชัดเลยหมอนี่พูดภาษาไทยได้แล้วทำไมมันไม่พูดแต่แรกล่ะ เอ๊ะ! เมื่อกี้ มันว่าอะไรนะ มันว่าเราทุเรศนี่นา หน่อย1ไอ้เด็กเมื่อวานซืน บังอาจมาก

“นายว่าใครทุเรศ” จันทร์เจ้าถกแขนเสือขึ้น เอามือเท้าเอว พร้อมเอาเรื่อง

เต็มที่

“หัดสองกระจกดูสารรูปตัวเองซะบ้างนะก่อนที่จะเปิดประตูรับใคร เห็น เจ๊แล้วผมอยากอ้วกอะ” ริวบอก ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาสีขาวลายดอกไม้ด้วย ท่าทางไม่สะทกสะท้าน

,องกระจกหรือ จริงสิ วันนี้เธออาบนํ้าตอนเข้าไปรอบเดียวเท่านั้นเอง แล้วก็ต้องไปรอรับไอ้เด็กบ้านี่ตั้งสามชั่วโมง กลับมาก็เปลี่ยนเสือผ้าท่างานต่อเลย

 

เสือผ้า...อ๊ะ ! จริงสิ เธอใส1กางเกงวอริมตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมที่ทั้งเก่าและขาด ส,วนเสือก็ใส่มาห้าปีแล้วละทั้ง คอเสือย้วยจนร่นมาถึงไหล่ สีของมันก็ซีดจนไม่เห็น ลายแล้ว

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน นายพูดภาษาไทยได้ทำไมไม่พูดตั้งแต่แรกล่ะ หลอก ให้ฉันเข้าใจผิดอยู่ได้”

“ก็แม่เป็นคนไทยผมก็ต้องพูดไทยได้สิ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน” ริวตอบ พลางยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะตัวเล็กที่ตั้งอยู่หน้าโซฟา จับคอเสือสะบัดเบาๆ “นี่เจ๊ ห้องเจ๊ไม่มีแอร์ฯ หรือไง โคตรร้อนเลยอะ”

“ไม่มี”

ริวมองพี่สาวที่เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึง 15 นาที พี่สาวของเขาไม่เห็นจะสวย เหมือนแม่สักนิด หน้าเงี้ยมันจนทอดไข่ได้เลยทั้ง แล้วดูผมซี ทำไมพะรุงพะรัง ขนาดนั้น เขามองเธอชนิดหัวจดเท้า แตกยังหาที่ดีไม่ได้เลย หน้าอกก็แฟบ ก้น

ก็ไม่มี ไม่มีอะไรน่ามองเอาเสียเลย

เมื่อเห็นสายตาของเขา เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเขากำลังดูถูกเธอ

“มองอะไร” จันทร์เจ้าถามอย่างหาเรื่อง

“เจ๊คิดว่าอย่างเจ๊จะมีอะไรให้ผมมอง ช่างไม่เจียมเอาซะเลย”

“นายนี่มัน...” จันทร์เจ้าทำท่าเงื้อมือ

“แม่บอกว่าพี่สาวที่เมืองไทยใจดี ไม่ทำร้ายน้อง”

เล่นยกแม่มาอ้างแบบนี้แล้วใครจะทำได้ล่ะ อย่างน้อยไอ้ตี๋ตาโตนี่ก็เป็น น้องชายเธอนี่นา จันทร์เจ้าลดมือลง

“นายชื่ออะไร แล้วมาที่นี่,ทำไม”

“ทาคาฮิโตะ ริว เรียกริวก็ได้ เบื่ออยู่ญี่ปุ่นแล้วอะ ก็เลยอยากมาอยู่เมือง ไทยบ้าง แล้วเจ๊อะ ชื่อจันทร์เจ้าใช่เปล่า”ริวถามกวนๆ

“ใช่ เรียกฉันว่าพี่ด้วย ไม่ใช่เจ๊ แล้วจะอยู่นานแค่ไหน”

“ก็แล้วแต่ว่าจะเบื่อเมืองไทยเมื่อไหร่ แล้วเจ๊จะให้ผมนอนห้องไหนอะ”

“นอนตรงนี้แหละ ที่นี่มีห้องเดียว แล้วก็เป็นห้องฉันด้วย ตังนั้นนายต้อง นอนตรงโซฟาข้างนอกนี่” จันทร์เจ้าชี้ไปตรงโซฟาที่ริวนั่งอยู่ “หา ! ไม่เอาหรอกแคบจะตาย ผมนอนได้ที่ไหนกัน”

“เรื่องของนาย จัดข้าวของซะให้เรียบร้อย ฉันจะไปอาบน้ำแล้ว”

“อ้าว ! เจ๊ ผมไม่นอนตรงนี้หรอกนะ”

ริวตะโกนตามหลังร่างบางที่เดินหนีเข้าห้องน้าไปแล้ว เรื่องอะไรจะให้ อดีตรองหัวหน้าพรรคคุโรริวอย่างเขาต้องมานอนโซฟาตัวเล็กๆ อย่างนี้ รู้ไปถึง ไหนอายไปถึงนั่น

“นี่นายหลีกหน่อยซิ ฉันจะเข้าห้อง”

ริวมองร่างบางของพี่สาว ว่ากันว่าผู้หญิงจะสวยที่สุดก็ตอนที่อาบน้ำเสร็จ ใหม่ๆ เขาไม่เคยเชื่อทฤษฎีนี้เลย เชื่อแต่ว่าผู้หญิงที่อยู่ใต้ร่างของเขาเท่านั้นถึง จะเป็นผู้หญิงสวยที่สุด จนกระทั่งตอนนี้ ผู้หญิงที่เขาคิดว่าทุเรศกำลังยืนอยู่ตรง หน้าเขา มีเพียงผ้าขนหนูผืนใหญ่สิขาวพันร่างระหงอยู่ หยดน้ำพราวเกาะอยู่บน ตัวเธอ ริมฝีปากแดงน่าจูบ ดวงหน้าเรียวเปียกชื้น ผมที่ยาวจนเกือบถึงเอวเปียก ลู่ไปทางด้านหลังเปิดดวงหน้าให้โดดเด่นชื้นมา นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ ผู้หญิง

คนนี้เป็นพี่สาวนะ ริวริบห้ามตัวเองไม่ให้คิดกับเธอเกินเลยไปมากกว่านี้

จันทร์เจ้ามองริวอย่างหาเรื่อง ก็เจ้าตัวเล่นนั่งดูทีวีบนพื้นห้องแทนที่จะนั่ง บนโซฟา ทำเอาห้องเช่าแคบๆ ไม่มีทางเดินไปไหนได้

“เรื่องมากจริงๆ”

ริวกระถดขาชื้นนิดหนึ่งเพื่อเปิดทางให้เธอเดินผ่านจันทร์เจ้าอดใจเต้นแรง ไม่ได้เมื่อต้องเดินผ่านหน้าชายหนุ่มไป ตั้งแต่เกิดมานี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องเดิน ผ่านผู้ชายโดยที่มีแค1ผ้าขนหนูผืนเดียวปกปิดร่างอยู่ แต่เพราะมัวแต่ระวังไม่ให้ ผ้าขนหนูหลุดทำให้เธอไม่ได้มองว่าเขากระถดขาถึงแค่ไหน จึงสะดุดขาของเขา เต็มที่ ผลก็คือร่างของเธอลอยคว้างล้มลงทันที

“โอ๊ย ! ”

ทีแรกจันทร์เจ้านึกว่าเสียงตัวเองร้องเพราะล้มลงกระแทกกับพื้น แต่เมื่อ รู้สีกว่าไม่เจ็บอะไรตรงไหนจึงรู้ว่านั่นเป็นเสียงของริว ดวงตาโตของเธอกะพริบ ปริบๆ เมื่อประสานสบกับดวงตาที่อยู่ห่างจากเธอไม่ถึงนิ้ว จนจมูกแทบจะชนกัน ผู้ชายคนนี้ตาสวยจัง มันไม่ได้คมดุจพญาเหยี่ยวแตกไม่ได้ตี่เสียจนน่าเกลียด ดู กลมๆ ขนตาก็ยาว น่ารักจังน้องชายฉันเนี่ย

“ลงไปซะทีสิ หนักนะ”

จันทร์เจ้าริบลุกชื้นแล้วนั่งลงข้าง ๆ เขาอย่างรวดเร็ว

“ขะ...ขอโทษนะ เป็นไงเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า” จันทร์เจ้าละลํ่าละลัก

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021