บัวกลางใจ (หัสบรรณ)

บัวกลางใจ (หัสบรรณ)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160003662
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 260.00 บาท 130.00 บาท
ประหยัด: 130.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ภายในห้องเรียนมัธยมต้นปีที่สามห้องสอง เกิดความโกลาหล

ขึ้นในชั่วโมงเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ครูอำนวยยังไม่เข้าสอนทั้งที่เลยเวลา

มาเกือบสิบนาทีแล้ว คนนั่งติดประตูคอยชะโงกดูต้นทางเป็นระยะๆ

นักเรียนสามสิบสองคนบ้างจับกลุ่มคุยกัน บ้างลอก หรือทำการบ้านของวิชาอื่น

กลุ่มที่เป็นหัวโจกนั่งอยู่ด้านหน้าติดหน้าต่าง กำลังวางแผนจีบ

นักเรียนข้างห้องซึ่งเรียกได้ว่าสวยที่สุดในชั้นที่มีแค่สองห้อง คนที่ดู

เหมือนอายุมากสุดในกลุ่ม ตัวผอมเก้งก้าง ใบหน้าตอบแต่คมเข้มได้

สัดส่วนทั้งตา จมูก และปาก เลียริมฝีปากคล้ำอย่างกังวลใจ เพื่อนคนหนึ่ง

ในกลุ่มซึ่งมีรูปร่างท้วมใหญ่กว่าใครขมวดคิ้ว พยายามช่วยคิดหาวิธี

ครั้นจะเอ่ยปากขอความคิดเห็นจากเพื่อนผู้หญิงที่นั่งติดกันก็เกรงว่า

เจ้าหล่อนอาจคาบข่าวไปบอกคนสวยข้างห้องให้รู้ตัวเสียก่อน แต่พวกเขา

ยังไม่อับจนหนทาง ยังมีอีกคนที่สามารถช่วยได้

ทั้งกลุ่มมองไปยังโต๊ะแถวกลางด้านหลังห้อง ซึ่งเป็นบริเวณที่นั่ง

ของเพื่อนสนิทอีกคน เหตุที่พวกเขาไม่สามารถนั่งจับกลุ่มกันได้เนื่องจาก

ครูประจำชั้นมองออกว่าจะเกิดแหล่งซ่องสุมขึ้นในห้องเรียน ที่สำคัญคือ

เพื่อนของเขาเป็นหัวหน้าห้อง ภาพลักษณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่พอออก

จากห้องเรียน ทั้งหมดก็สุมหัวทำกิจกรรมลูกผู้ชายไม่เว้นวัน

“ไอ้หมงโว้ย!” เสียงใครคนหนึ่งตะโกนออกจากมาจากกลุ่ม

หัวโจก แต่ไม่อาจเรียกความสนใจได้

เด็กผู้ชายตัวผอม แขนขายาวเก้งก้าง ผู้จับจองโต๊ะหลังห้องมา

ตั้งแต่เทอมหนึ่งอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก กำลังถลึงตาใส่เพื่อนร่วมชั้นซึ่ง

อยู่ห่างจากโต๊ะเขาไปข้างหน้าอีกสองแถว เด็กผู้หญิงผมหยักศกตัวผอม

ไม่แพ้กันดวงตารับคำท้าไม่ยอมแม้แต่กะพริบ โดยมีเพื่อนตัวเล็กกว่าพูด

ให้กำลังใจ

“ถ้าแกชนะ ฉันเลี้ยงไอติม” เด็กผู้หญิงตัวเล็กบอก

“ไอ้หมง!” เพื่อนกลุ่มเดิมตะโกนข้ามห้องหลายครั้ง สุดท้ายก็

เลิกราปล่อยให้มันสนุกกับเกมจ้องตา

ไอ้หมงของเพื่อนๆ หรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนถลึงตาใหม่แต่ไม่กะพริบ

เด็ดขาด ดวงตาสองชั้นหลบในค่อยๆ โตขึ้น เขากำลังเสียสมาธิเพราะ

อะไรบางอย่างไหลยืดเป็นสีเขียวออกจากจมูกของคนที่เขาใช้เวลาร่วม

สิบนาทีจ้องตาด้วย โอ้พ่อแก้วแม่แก้ว! เกิดมาไม่เคยเห็นอะไรน่า

สยดสยองขนาดนี้ ดูนั่น! มันกำลังไหลเข้าปากแล้ว โอ๊ย...ทนดูต่อไปไม่ได้

“ทำอะไรทุเรศอย่างนี้...อูย หมงรับไม่ได้” สิ้นเสียงเขาก็กระโดด

วิ่งออกไปทางประตู สวนกับครูอำนวยซึ่งโซซัดโซเซเข้ามาทันได้ยิน

หางเสียงโหยหวนของหัวหน้าห้อง เสียงหัวเราะหายไปพร้อมกับเสียง

สูดน้ำมูกอย่างแรงดังมาจากที่นั่งแถวกลาง ครูอำนวยแหงนมองนักเรียน

ตัวโย่ง ใบหน้าอีกฝ่ายซีด ท่าทางร้อนรนและตระหนกสุดขีด

“จะไปไหน?”

“ห้องพยาบาลครับ”

“ไม่สบายเป็นอะไร”

“ผมจะอ้วก!” เขาทำท่าจะขย้อนออกมาจริงๆ ครูสอน

คณิตศาสตร์ก็ใช่ย่อย ลูกกระเดือกโปนๆ ในคอแดงก่ำขยับขึ้นลงเหมือน

จะคายของเก่าตามนักเรียนด้วย เขารีบหลีกทางให้นักเรียนซึ่งวิ่งออกไป

อย่างไม่คิดชีวิต

“สงสัยมันจะแพ้ท้องน่ะครู” เสียงนักเรียนดังมาจากโต๊ะริมหน้าต่าง

ครูอำนวยคว้าชอล์กขว้างใส่ทันที ตรงนั้นกรีดร้องราวกับโดน

ข้าวสารเสกเรียกเสียงหัวเราะทั้งห้อง ครูเคาะกระดานดำเป็นสัญญาณ

ให้เงียบ แล้วทั้งห้องก็เริ่มบทเรียนที่ช้าไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว

เด็กผู้หญิงผมหยักศกพลิกกระดาษเบาๆ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย

ตอนเพื่อนตัวเล็กนั่งโต๊ะติดกันสะกิด

“แกทำให้ไอ้หมงแต๋วแตกไปเลย”

“อย่าลืมสัญญาล่ะ ไอติมสองถ้วย” ดวงตาปรือเต็มไปด้วยนัยน์ตา

สีดำมากกว่าขาว ล้อมกรอบด้วยขนตางอน กะพริบหลายครั้งเสมือนว่า

ถ้าไม่ตกลงก็จะไม่หยุด

“ถ้วยเดียว” คนตัวเล็กเตือน

“ถ้วยเดียวสำหรับชัยชนะ ส่วนอีกถ้วยสำหรับเสียงร้องลืมหลุม

ของผีไอ้หมง” คนเพิ่งชนะแข่งจ้องตามาหมาดๆ ท้วง

คนฟังก้มหน้าหัวเราะเบาๆ ก่อนพยักหน้า “เย็นนี้เจอกันหลังโรงเรียน”

คำสนทนาถูกบันทึกไว้ในสมองของเด็กนักเรียนหญิงซึ่งนั่งเป็น

พยานให้หัวหน้าห้องกับนักเรียนหญิงคู่อริจ้องตากัน ปากบางเหยียด

หน้าตาเอือมระอา เธอเคยขอเปลี่ยนที่นั่งแต่ครูอำนวยไม่ยอม และก็

ต้องทนไอ้คู่นี้ต่อไป ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าพวกมันดี

‘ผู้หญิงก็ร้าย ผู้ชายก็แรด’

 

ตอนเที่ยง หน้าห้องน้ำชายกลายเป็นที่ชุมนุมของนักเรียนหัวโจก

ชั้นมัธยมสามทั้งสองห้อง ใครคนหนึ่งอดไม่ได้เมื่อนึกถึงตอนหัวหน้าห้อง

สองวิ่งแหกปากออกจากห้องในชั่วโมงเรียน

“ตอนคาบสี่เอ็งแหกปากทำไม”

เด็กชายร่างโย่งผิวขาวถ่างตาขึ้นทันทีเมื่อมีนักเรียนหญิงรุ่นน้อง

เดินผ่าน ปีนี้เขาสมัครชิงตำแหน่งประธานนักเรียนด้วย คู่แข่งก็ไม่ใกล้ไม่

ไกล ไอ้บอมเพื่อนในกลุ่มนั่นเอง แต่มันอยู่ห้องหนึ่ง ส่วนเขาอยู่ห้องสอง

ซึ่งเป็นห้องที่มีนักเรียนได้เกรดเฉลี่ยระดับปานกลางถึงต่ำสุด ทำให้เขา

เป็นรองในสายตาของผู้มีสิทธิ์ลงคะแนน หรือก็คือนักเรียนชั้นประถม

และมัธยมต้นทั้งหมด

“ยายสัต...” เขาคำรามอย่างเคียดแค้น “ท้าจ้องตากับข้า แล้วจู่ๆ

ก็เล่นนอกกติกา ชกใต้สะดือข้า” ระดมพล หรือ หมง ของเพื่อนๆ ย่น

คอไหล่สั่น แค่นึกถึงก็ขยะแขยง

“ข้าเห็นมันตูดติดเก้าอี้ทั้งวัน มันจะกล้าข้ามไอ้หวานมาชกเอ็ง

เชียวเหรอ” จีรศักดิ์ ผู้มีใบหน้าคมเข้มเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆ และนั่งติด

หน้าต่าง เฝ้ามองเหตุการณ์ตั้งแต่ทั้งคู่จ้องตากันจนเพื่อนของเขาวิ่ง

เตลิดออกไปนั่นแหละ

“ถ้าไม่เจอฝ่าบาทสองข้างกระแทกหน้ากลับไป ก็ไม่ใช่หมงแล้ว”

ระดมพลขยี้ใบไม้แห้งประหนึ่งเป็นหน้าของคู่อริ

“ตกลงว่าเอ็งแหกปากทำไม”

“จ้องกันอยู่ดีๆ มันก็ปล่อยลอดช่องออกมา คราวนี้ข้นคลั่กเลยละ

เอ็ง แถมกำลังจะไหลเข้าปากมันอยู่แล้ว อีกนิดเดียว” ถึงตอนนี้ระดมพล

ก็แสดงอาการขยะแขยงเต็มที่ ท่ามกลางสีหน้าสยดสยองของเพื่อน

บางส่วนหัวเราะท่าทางของเขา

“ยายสัตนี่มันอุบาทว์ได้ที่จริงๆ วันก่อนมันมาคุยอะไรกับเอ็งน่ะไอ้บอม”

คนถูกถามส่ายหน้าเหมือนไม่อยากพูดถึง

“หรือว่ามันมาขอเอ็งเป็นแฟน” เสียงเฮลั่นจนนักเรียนที่เดินผ่าน

ไปมาต้องหยุดมอง

“ถ้ามันได้เอ็งเป็นแฟนจริงๆ ข้าจะแก้ผ้าวิ่งรอบสนามบอลเลย”

ระดมพลบอก คนฟังต่างตบมือร้องโห่ฮากันอย่างสนุกสนาน

“มันเป็นผู้หญิง ข้าเป็นผู้ชาย ทำไมถึงเป็นแฟนกันไม่ได้” วิษณุ

หรือ บอม มีรูปร่างท้วม ผิวขาว ใบหน้าหมดจด แก้มอิ่ม จมูกโด่งเป็น

สันทำให้ผู้หญิงมองเหลียวหลังมานักต่อนัก เขาไม่ได้แสดงอาการไม่

พอใจ เพียงแต่ไม่เข้าใจความคิดของระดมพล

“นึกถึงความเป็นจริงดูสิ ผู้หญิงผมกระเซิง ว่างเป็นต้องสางผม

เหากระเด็น จนไอ้หวานยังด่าไปหลายครั้งเพราะกระโดดลงมาวิ่งไล่จับกัน

บนสมุดมัน เท่านั้นยังไม่พอ ลองสังเกตเวลามันยิ้มสิ ฟันหน้ามีอะไร

เหลืองๆ ดำๆ เกาะเต็มไปหมด พูดแล้วกินข้าวไม่ลง แล้วยังมีกระบน

หน้ามันอีก...” คนพูดแทบจะลงไปชักดิ้นชักงอ ผู้หญิงอะไรอัปลักษณ์เป็นบ้า

“เคยได้ยินไหมว่า ถ้าคนถูกกดดัน หรือเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่น

มากเข้า สักวันมันจะระเบิดออกมา ข่าวต่างประเทศก็มีบ่อยไม่ใช่เหรอ

ว่ามีมือปืนกราดยิงนักเรียนตายนับสิบ แต่ที่แท้คนร้ายก็เป็นนักเรียน

ด้วยกันเองที่ถูกเพื่อนล้อทุกวัน” วิษณุไม่เห็นด้วยกับทัศนคติของเพื่อน

“ข้าไม่กลัวหรอกปืน กลัวแต่มันจะยิงกระสุนลอดช่อง หรือไม่ก็

เขวี้ยงเหาใส่...ข้ายังไม่อยากโกนหัวตอนนี้ ผมกำลังสวยเลย” ระดมพล

ควักกระจกบานเล็กซึ่งพกติดตัวตลอดขึ้นมาส่องผมสั้นเกรียน ทำเอา

เพื่อนๆ หัวเราะ

“ที่เอ็งพูดมาจริงหรือเปล่า” วิษณุย้ำ

“ไม่...ยังไม่หมด ระวังมันแตะตัวด้วยนะโว้ย น้ำเหลืองมันอาจมีพิษ

เหมือนคางคก เอ็งต้องดึงเส้นเมาออกก่อน ไม่งั้นจะหาว่าหล่อไม่เตือน”

คราวนี้เขาระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสะใจ เพื่อนคนอื่นตัวงอตามๆ กัน

ยกเว้นคนที่ทำหน้าเครียด

“เอ็งบอกว่าจะแก้ผ้าวิ่งรอบสนามบอล ถ้าข้าเป็นแฟนกับ...”

“ยายสัตนั่น...ใช่ ถ้าข้าไม่ทำตามคำพูดขอให้อกหักรักคุดตุ๊ดเมิน

ไม่มีใครรักจริงเลยชาตินี้ เพี้ยง!”

วิษณุตบมือระดมพลที่พนมไว้ เพื่อให้คำสาบานนั่นเป็นจริง

“เว้นแต่เอ็งจะทำให้ยายคางคกยอมแต่งงานด้วย คำสาปนี้จึงถอน”

 

ถ้าสั่งอีกถ้วยแกต้องออกตังค์เองนะ” มรกตส่ายหน้ากับ

ความตะกละของเพื่อน ไอศกรีมกะทิถ้วยละห้าบาทก็จริง แต่เธอมีเงิน

ติดกระเป๋าแค่วันละยี่สิบบาท แม้จะไม่ต้องเสียค่าอาหารกลางวันเพราะ

กินข้าวถาดโรงเรียนที่จ่ายเป็นรายเดือนอยู่แล้ว แต่ขนมก็ยังเป็นสิ่ง

จำเป็นสำหรับสาวน้อยร่างเล็กอย่างเธอ ไอศกรีมสองถ้วยก็สิบบาท

ตอนนี้เงินในกระเป๋าเธอเหลือแค่สิบบาทเท่านั้น

“อิ่มแล้ว” คนพูดยกถ้วยขึ้นซดเสียงดังจนแม่ค้าหันมามองหน้า

แล้วสายตายังเผื่อแผ่ไปยังท่อนขาซึ่งมีรอยจ้ำๆ เหมือนแผลยุงกัดอยู่ทั่ว

จนเป็นที่มาของฉายาคางคกที่เพื่อนผู้ชายในห้องเรียก แต่ดูเจ้าของขาลาย

จะไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร บางครั้งยังเกาโชว์จนมีทั้งเลือดและน้ำใสๆ

ไหลออกมาจากแผล ให้พวกผู้ชายพากันร้องโวยวายวิ่งหนีไปคนละทาง

“งั้นไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันขึ้นรถโรงเรียนไม่ทัน”

“อีกตั้งสิบนาทีแน่ะ ขอกินน้ำก่อน” คนผมหยักศกกระเซิงเต็ม

ศีรษะเดินไปหยิบแก้วตักน้ำจากกระติกสีแดง แก้วเดียวก็จริงแต่ตัก

หลายครั้งจนแม่ค้าหันมาค้อน

“ไอ้หมงบ้ามันตั้งใจจะเล่นงานแกจนเรียนจบหรือไง”

คนน้ำเหลืองไม่ดีจนแค่โดนยุงกัดก็เป็นแผลเต็มตัวเลิกคิ้วเหยียด

ปากแบบไม่สนใจ

“มอเอาการบ้านมาให้ลอกหน่อยสิ”

“ฉันยืมหวานมาลอก ยังไม่เสร็จเหมือนกัน พรุ่งนี้แกมาแต่เช้านะ”

มรกตแนะนำ

“ไม่ละ ตื่นไม่ไหว แกนั่นแหละมาลอกตอนเช้า เอาการบ้านของ

หวานมาให้ฉันก่อน”

“มะเหงกแน่ะ” มรกตเงื้อมือ ส่วนอีกข้างกอดกระเป๋าแน่น

“มะเหงกหรือจะสู้เหาได้ หรืออยากได้ลอดช่องไปกินตอนนั่งรถ

กลับบ้าน” คนพูดยกนิ้วขึ้นมาจ่อรูจมูกข้างหนึ่งเตรียมพร้อมยิงกระสุนลอดช่อง

“ไอ้สัต ไอ้บ้า!” มรกตลุกขึ้นวิ่งหนีเข้าไปในโรงเรียนโดยมีคนตัว

สูงกว่าวิ่งตามหลัง แม่ค้าขายไอศกรีมส่ายหน้าระอาแล้วหันไปสั่งสอน

ลูกชายตัวเล็ก

“คนพูดจาหยาบคายแบบนั้นอย่าไปเอาอย่างนะลูก คนอื่นมอง

เขาจะหาว่าพ่อแม่ไม่สั่งสอน” เด็กชายพยักหน้าเบาๆ แต่พอผู้เป็นแม่

หันไปเก็บโต๊ะ ก็คว้าเงินสิบบาทวิ่งปร๋อไป กว่าคนเป็นแม่จะรู้ตัวก็ตาม

ไม่ทันแล้ว จึงได้แต่ตะโกนด่าว่าไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน

ทางด้านนักเรียนหญิงสองคนที่ไล่กันมา คนตัวเล็กที่วิ่งนำ

กระโดดขึ้นรถโรงเรียน แต่ขึ้นได้เฉพาะตัว กระเป๋านักเรียนถูกดึงไปจาก

มือต่อหน้าต่อตา แถมคนดึงยังวิ่งหนีไปไกลเกือบถึงตึกเรียน

มรกตวิ่งตามไปได้ครึ่งทางก็ยืนหอบ รังเกียจลูกกระสุนลอดช่อง

มากกว่าจึงได้แต่เฝ้ามองกระเป๋าตัวเองถูกรื้อ น้ำตาตกในเมื่อเห็นสมุด

สีชมพูที่ยืมมาอยู่ในมือของเพื่อน

 

หลังเลิกเรียน บรรดากลุ่มนักเรียนชายมานั่งรวมตัวกันหน้าซุ้ม

ของวินมอเตอร์ไซค์ในตลาดซึ่งเป็นทางผ่านของนักเรียนต่างสถาบัน

เด็กหนุ่มหวีผมชโลมน้ำหอมมาดักรอสาวที่หมายปอง บ้างก็แซว หนักเข้า

ก็วิ่งตาม เป็นกิจกรรมสนุกสนานหลังเลิกเรียน

“น้องแอนให้พี่ไปส่งบ้านไหมจ๊ะ” ระดมพลที่ใส่น้ำหอมจนกลิ่นฟุ้ง

กว่าทุกคน ตะโกนเรียกนักเรียนชั้นมัธยมสองจากโรงเรียนเดียวกัน

แต่เด็กหญิงสามคนกลับหันไปยิ้มให้สิงห์อมควันที่นั่งอยู่ด้านในซุ้มแทน

“ไอ้จีไปยืนไกลๆ ได้ไหม”

“ข้ายืนของข้าอย่างนี้ทุกวัน” จีรศักดิ์ดูดควันบุหรี่เข้าเต็มปาก

ก่อนเอามือไพล่หลังขณะครูในโรงเรียนคนหนึ่งเดินผ่าน

“น้องแอนมองแต่เอ็ง แล้วเมื่อไหร่ข้าจะจีบติดซะที” ระดมพล

โอดครวญ จีรศักดิ์มีใบหน้าคมคายและดูเป็นผู้ใหญ่กว่าทุกคนในชั้นปี

จึงดึงดูดสายตาสาวๆ เป็นพิเศษ ทว่าเขากลับไม่สนใจใครนอกจากสาวสวย

ข้างห้อง ซึ่งมักจะมองผ่านเขาไปเพราะพฤติกรรมสูบจัดเกินวัย

“ถ้าเอ็งช่วยข้าจีบมด ข้าจะช่วยเอ็งเรื่องน้องแอน” จีรศักดิ์ขยี้

บุหรี่ตัวสุดท้าย ก่อนเดินมาสมทบกับกลุ่มเพื่อนซึ่งกำลังเคาะจังหวะ

ร้องเพลงแซวหญิงกันอย่างสนุกสนาน

ระดมพลทำหน้าเมื่อย ไอ้จีหวังเด็ดดอกฟ้า ฐานะอย่างมันจะมี

ปัญญาเลี้ยงผู้หญิงเหรอ เขาได้ยินมาว่ายายมดรสนิยมสูงจะตาย ตอนอยู่

มัธยมสอง รุ่นพี่ที่เคยตามจีบยายมดมาโอดครวญว่า แม่เจ้าประคุณ

กินอยู่อย่างหรูหรา ไอศกรีมถ้วยละห้าบาทไม่มีแล คบกันได้แค่วันเดียว

                                 (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

ความปากพล่อยในวัยเด็ก ทำให้หนุ่มรูปหล่อรวยเสน่ห์ ต้องมีชีวิตอยู่อย่างแห้งเหี่ยวไร้รัก ทางเดียวที่จะแก้ไขคือ ชนะหัวใจคู่อริในวัยเยาว์ให้ได้ 
 
สมัยมัธยมต้น ระดมพล ไม่เคยเกลียดกลัวใครมากกว่า สัตตบงกช เพื่อนสาวร่วมห้องที่ทั้งหน้าตาและนิสัยอัปลักษณ์จนไม่มีใครคบถึงขั้นสาบานว่าหาก วิษณุ เพื่อนสนิทยอมควงกับเจ้าหล่อน เขาจะแก้ผ้าวิ่งรอบสนามให้ดู 
 
เรื่องเกิดเมื่อวิษณุยอมคบกับสัตตบงกชจริงๆ แต่ระดมพลกลับไม่ยอมทำตามคำสาบาน ชีวิตจึงต้องไร้รักทั้งที่หน้าตาและคารมไม่เคยเป็นรองใคร 
 
จนเมื่อสิบกว่าปีผ่านพ้น คนทรงจึงทายทักว่า หนทางเดียวที่เขาจะหลุดพ้นคำสาปโสดนี้ คือ ต้องแต่งงานกับสัตตบงกชเท่านั้น! 

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020