กุญแจหัวใจ

กุญแจหัวใจ

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160008544
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 300.00 บาท 195.00 บาท
ประหยัด: 105.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

“ติ๊ง”

สิ้นเสียงเล็กๆ นั่น ประตูลิฟต์ของคอนโดมิเนียมหรูหราระดับ

ห้าดาวก็เปิดออกช้าๆ เด็กหญิงสวมชุดกระโปรงฟูฟ่องสีชมพูชะโงกหน้า

ออกมาจากลิฟต์อย่างไม่มั่นใจ เธอหันไปมองหญิงสูงวัยที่ยืนยิ้มอยู่

ข้างหลังก่อนส่งสายตาหวาดหวั่นเอ่ยถาม

“พี่พลอยอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอหม่าม้า”

มณีได้ยินคำถามนี้ก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะตลอดชั่วโมงกว่าจากอยุธยา

ถึงกรุงเทพฯ เด็กหญิงมุกตาภาหรือน้องมุกเจ้าตัวน้อยจอมซนคนนี้ก็เอาแต่

ถามมาตลอดทางจนเธอและสามีคร้านจะตอบ...เมื่อไหร่จะถึงเสียที

เมื่อไหร่จะได้เจอพี่พลอยของเธอเสียที...

“จริงสิ ไป ออกไปได้แล้วน้องมุก พี่พลอยของเราอยู่ชั้นนี้ละ” หญิง

สูงวัยแต่งเนื้อแต่งตัวสมวัยจับมือเล็กค่อนข้างเย็นเอาไว้พลางจูงเด็กน้อย

ออกมาจากลิฟต์ เลี้ยวซ้ายเดินมาตามทางไม่ถึงสิบก้าวก็มาหยุดหน้า

ประตูห้องห้องหนึ่ง

หน้าประตูห้องนั้นติดป้ายไม้แกะสลักเป็นลวดลายดอกกล้วยไม้

แซมดอกชบา ทั้งดอกและใบสีสันสดใสประดับแทนเลขที่ห้อง

มณีกดออดหน้าประตูเพียงครั้งเดียว เสียงใสๆ ถามผ่านอินเตอร์คอม

ก็ดังขึ้น

“ใครคะ”

พอเด็กน้อยได้ยินเสียงหญิงสาวลอดประตูมาเท่านั้นก็เบิกตาโต

เท่าไข่ห่าน เสียงนี้น้องมุกจำได้ไม่มีวันลืม เสียงพี่พลอยของเธอนั่นเอง

“น้องมุกค่ะ น้องมุกเอง เปิดประตูให้น้องมุกหน่อยพี่พลอย”

เด็กหญิงพูดไปก็เคาะประตูห้องไปอย่างยินดี ภาพนั้นทำให้คุณมณีที่

ยืนมองอยู่อดหัวเราะไม่ได้ เพราะท่าทางลิงตะกายประตูของหลานสาว

ซึ่งเธอเลี้ยงดูมาช่างเหมือนลูกอีกคนไม่มีผิดราวกับถอดแบบกันมาอย่างไร

อย่างนั้น

ครู่เดียวเท่านั้นประตูห้องก็เปิดออก ผู้ยืนอยู่หลังประตูเป็นหญิงสาว

อายุเพิ่งครบยี่สิบห้าไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ทว่าใบหน้ากลมๆ ที่ไม่ได้แต่ง

แต้มเครื่องสำอางดูอ่อนกว่าอายุนัก หน้าตาเธอไม่ถึงกับสวย แต่พอเธอ

แย้มยิ้มเท่านั้น ลักยิ้มกดลึกสองข้างแก้มและดวงตาเปล่งประกายระยิบ

ระยับราวมีดาวนับล้านดวงบรรจุอยู่ในนั้น เสริมให้ดวงหน้าเรียบๆ นั้น

ดูดีขึ้นมาอย่างประหลาด

“พี่พลอย! น้องมุกคิดถึงพี่พลอยจังเลย” พูดจบเด็กน้อยที่กำลัง

กระโดดเหยงๆ ด้วยความดีใจก็โผเข้าไปกอดเอวหญิงสาวทันที

“จ้า...พี่ก็คิดถึงน้องมุกเหมือนกัน” พลอยสวยพูดพลางอุ้มเจ้าตัว

น้อยขึ้นมาหอมแก้มซ้ายทีขวาทีจนแก้มเด็กหญิงแทบเปื่อยจึงจะจบการทักทาย

“หม่าม้าหวัดดีค่า อ้าว แล้วทำไมหม่าม้าถึงได้มาคนเดียวล่ะ พ่อ

หายไปไหน” หลังจากรับขวัญน้องน้อยให้หายคิดถึงแล้วพลอยสวยก็หัน

ไปทักทายผู้เป็นแม่ที่ยังคงยืนยิ้มไม่หุบอยู่นอกห้อง

“อยู่ข้างล่าง อีกเดี๋ยวคงขึ้นมา” มณีบอกลูกสาวก่อนจะก้าวเข้ามา

ในห้องพร้อมปิดประตูให้ จากนั้นเธอสาวเท้าเข้าไปในห้องครัวก่อนเป็น

อันดับแรกด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ แล้วจึงพยักหน้าเล็กน้อย

เมื่อเห็นห้องครัวเป็นระเบียบเรียบร้อย ในซิงก์ไม่มีจานชามที่ยังไม่ได้ล้าง

อยู่เลย อุปกรณ์เช่นมีด ตะหลิว หม้อ กระทะก็จัดวางเป็นที่เป็นทาง

คุณมณีใช้นิ้วลูบเคาน์เตอร์ครัว ‘อื้ม...สะอาด’

หลังพิสูจน์ความสะอาดของห้องครัวเรียบร้อยแล้ว คุณนายผู้รัก

สะอาดก็ก้าวเข้าไปสำรวจห้องน้ำของลูกชายที่เป็นห้องน้ำสำหรับแขกด้วย

 เธอกวาดตามองไปโดยรอบ ความสะอาด...นับว่าใช้ได้ แต่เมื่อมองไปยัง

โถสุขภัณฑ์เธอก็ต้องขมวดคิ้วนิดๆ เมื่อไม่เห็นต้นกระบองเพชรที่เธอซื้อมา

ประดับไว้บนนั้นเมื่อเดือนก่อน มันหายไปไหนล่ะนี่

‘ฮึ...ถ้ามันไม่ตาย พลอยรึว่าเพชรก็คงทำมันแตกไปแล้วสินะ เฮ้อ...

ไอ้ลูกสองคนนี้ ไม่รู้จักรักและดูแลของเอาเสียเลย’ มณีส่ายหน้าพลางบ่น

ในใจ

แม้ลูกทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ เรียนใกล้จบปริญญาตรีแล้ว แต่

สำหรับคนเป็นแม่ อย่างไรลูกก็ยังเด็ก ความรับผิดชอบไม่สูงพอ และทำให้

แม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยอยู่เสมอ

“แล้วพ่อจะจำห้องได้เหรอหม่าม้า พ่อไม่ได้มาที่นี่ตั้งปีแล้วละมั้ง”

 เสียงพลอยสวยตะโกนลั่นๆ ดังเข้ามาถึงในห้องน้ำทำให้คุณมณีจำต้อง

ก้าวออกมายังห้องรับแขก

คุณมณีกวาดสายตาไปรอบๆ ห้องรับแขกนั้นมีสภาพเหมือนทุกครั้ง

ที่เธอมาเยือน คือเต็มไปด้วยสารพันหนังสือนิยายรักหวานแหววของ

ลูกสาวกับแผ่นเกมและวีซีดีของลูกชาย

ความรกรุงรังทำให้เธอต้องขมวดคิ้วมุ่น คุณมณีเริ่มหยิบหนังสือที่

วางระเกะระกะบนพื้นมาไว้บนโต๊ะกลมข้างโซฟาเดี่ยวสีส้มแปร๋นนั้นก่อน

เป็นอันดับแรก จากนั้นจึงกอบซีดีเกมที่กระจัดกระจายอยู่ข้างกันขึ้นตั้ง

เป็นแถว

พลอยสวยย่นจมูกนิดๆ เมื่อเห็นความเจ้าระเบียบและรักสะอาด

ของผู้เป็นแม่ เธอเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ รักสบายนิดๆ ขี้เกียจหน่อยๆ ดังนั้น

บางครั้งจึงอดไม่ได้ที่จะแอบหมกขยะเอาไว้ตามมุมตามซอกบ้าง

“หม่าม้าเคยบอกแล้วใช่มั้ย ว่าห้องรับแขกน่ะมันเป็นหน้าตาของ

บ้าน ทำไมเราถึงไม่เก็บหนังสือพวกนี้ให้มันเป็นที่เป็นทางหน่อยฮึพลอย”

พลอยสวยย่นจมูกใส่แม่จอมขี้บ่นก่อนจะแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“พลอยก็เก็บแล้วไง เห็นมะ เรียงเป็นระเบียบเรียบกริ๊บเลย” เธอ

ว่าพลางผายมือไปยังตู้หนังสือสองตู้ที่ตั้งเด่นขนาบข้างโซฟาตัวยาวสีขาว

ที่เธอนั่งอยู่ ในนั้นเต็มไปด้วยหนังสือตั้งเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่คุณมณีไม่สนใจสักนิด กลับตั้งอกตั้งใจเขี่ยนิตยสารที่ซุกอยู่

แถวๆ หลังโซฟาออกมา

“ไอ้นิสัยชอบหมกของไว้หลังโซฟานี่เมื่อไหร่ถึงจะหายฮึพลอย โต

เป็นสาวเป็นนางแล้วนะเรา”

พอแม่เริ่มบ่นมากขึ้นแถมไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ เสียด้วย พลอย-

สวยก็ทำหน้ามุ่ยบุ้ยใบ้บอกน้องมุกที่นั่งตักตนอยู่ทำนองว่าแม่บ่นอีกแล้ว

เจ้าตัวน้อยหัวเราะร่วน

‘เฮ้อ พอไม่เจอกันก็คิดถึง แต่พอมาเจอกันแค่ไม่กี่นาทีก็อยากจะ

หนีซะแล้ว’ พลอยสวยคิดขำในใจก่อนจะพยายามเปลี่ยนเรื่องถามถึง

ผู้เป็นพ่ออีกครั้ง

“พ่อหลงแล้วมั้งเนี่ยหม่าม้า พลอยลงไปตามดีไหม”

“อ๋อ อาม่าเขาฝากของมาให้ลุงเก้าด้วยน่ะ สงสัยคงจะนั่งคุยกันอยู่

ละมั้ง เราน่ะไม่ต้องห่วงพ่อเราหรอก เพราะเพชรอยู่ที่ร้านลุงเก้าพอดี เดี๋ยว

คงขึ้นมาด้วยกัน”

พอพูดถึงของฝาก ดวงตาหญิงสาวก็เป็นประกาย

“เอาของมาฝากลุงเก้า แล้วของฝากพลอยล่ะ หม่าม้าลืมซื้อรึเปล่า”

คุณมณีเหลือบมองลูกสาวจอมตะกละก่อนจะค้อนควั่ก

“โอ๊ย ใครจะไปกล้าลืมของของเราล่ะ ก็เล่นโทร. ทวงแล้วทวงอีก

สุดท้ายนี่ถึงกับโทร. หาพ่อเราเลยไม่ใช่เหรอ นี่พ่อเราก็เลยไปเหมาลูกชุบ

มาทั้งถาดเลย ไม่รู้ว่าจะซื้อมาทำไมเยอะแยะ ยังกับว่าเราจะกินคนเดียว

หมดอย่างนั้นแหละ”

คุณมณียังบ่นอีกยืดยาวแต่พลอยสวยไม่ใส่ใจจะฟังอีกต่อไปเพราะ

ตอนนี้ใจเธอลอยไปถึงลูกชุบของโปรดเสียแล้ว

ด้วยถูกเลี้ยงดูมาอย่างไข่ในหิน พลอยสวยจึงไม่ใคร่สนใจเรื่อง

ความสวยความงามและเพศตรงข้ามแบบสาวๆ วัยเดียวกันเท่าไรนัก ชีวิต

เธอมีแต่ อาม่า พ่อ หม่าม้า น้องชาย น้องสาว แล้วก็...ของกินอร่อยๆ

เท่านั้น

ชีวิตนางสาวพลอยสวยช่างมีความสุขเสียนี่กระไร

 

‘ติ๊งต่อง’

เสียงออดประตูดังมาจากหน้าห้องดึงดูดความสนใจของเด็กหญิง

ที่กำลังยืนดูนกตัวน้อยเกาะราวระเบียง เด็กหญิงรีบวิ่งมายืนตาแป๋วอยู่

หน้าประตูห้อง อยากจะเปิดประตูแทบขาดใจ แต่เพราะเคยถูกสั่งสอนมา

ว่าห้ามเปิดประตูให้คนแปลกหน้าเด็ดขาดจึงได้แต่เอ่ยถามเจื้อยแจ้ว

“ใครคะ”

“ผี...หัว...ขาด...”

พอได้ยินเช่นนั้นเด็กหญิงก็ถึงกับยืนตัวแข็งทำตาโตอย่างตื่นกลัว

ใช่แล้ว เด็กซนแบบน้องมุกไม่เคยกลัวอะไร ไม่ว่าจะเป็นคางคก

แมลงสาบ หรือว่างูก็เคยจับมาเล่นแล้วทั้งนั้นตามประสาเด็กชนบทที่ใช้

ชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ แต่...เรื่องผีนี่ดูจะเป็นเพียงเรื่องเดียวที่

เด็กหญิงกลัว กลัวอย่างไม่มีเหตุผลจนขี้ขึ้นสมองเลยทีเดียว

เด็กน้อยรีบเหลียวซ้ายแลขวา มองหาแม่กับพี่สาว แต่...ไม่มีใครอยู่

ใกล้ๆ แถวนั้นเลย

“เปิด...ประตูให้ผีหน่อย...”

เสียงพูดยานคางดังลอดมาอีก คราวนี้เด็กหญิงเบะปากส่งเสียง

ร้องไห้จ้าอยู่หน้าประตูนั่นเอง

พอได้ยินเสียงเด็กร้องไห้แว่วๆ ดังมาจากอีกฟากประตู พชรพล

หนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายของเด็กขี้แยคนนั้นก็หัวเราะร่วนก่อนจะ

หันไปพูดกับพ่อ

“น้องมุกนี่ยังกลัวผีขี้ขึ้นสมองเหมือนเดิมเลยเนอะพ่อเนอะ”

แทนที่จะเห็นด้วยกับลูกชาย คุณแสงผู้เป็นพ่อกลับส่งมะเหงก

มาเขกกบาลเจ้าลูกเวรที่ชอบแกล้งน้องเป็นที่สุดแทน

“เราก็ยังชอบแกล้งน้องเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน เรียนจนจะจบ

ปริญญาอยู่แล้ว โตซะทีสิเราน่ะ” เขาถือโอกาสสั่งสอนลูกชายก่อนเคาะประตูห้องเสียเอง

“ปะป๊าเองน้องมุก เปิดประตูให้ป๊าทีลูก”

“ม่าย แง...” เสียงปฏิเสธดังขึ้นตามด้วยเสียงร้องแงๆ ที่เพิ่มเดซิเบล

ดังกว่าเดิมถึงสามเท่า

เสียงร้องไห้ดังลั่นนั้นทำให้พชรพลถึงกับหัวเราะก๊ากอีกครั้ง

“มันไม่กล้าเปิดหรอกพ่อ มา เพชรมีกุญแจ” พชรพลวางถุง

ก๊อบแก๊บสี่ถุงใหญ่ๆ ใส่ประดาขนมลูกอมที่ล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดของ

เขากับพี่สาวทั้งนั้นลงกับพื้น แล้วล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบคีย์การ์ดออกมา

ประตูห้องค่อยๆ เปิดออก น้องมุกเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งไปหาที่ซ่อนทันที

และเวลานี้ที่ซ่อนที่ดีที่สุดเท่าที่เธอจะหาได้ก็คือ...ช่องว่างที่กว้างเพียงแค่

ฟุตครึ่งหลังโซฟาสีส้มนั่นเอง

“ฮาโหล น้องมุกที่รัก ไปมุดหัวอยู่หนาย...มาให้ผีตาโบ๋หอมทีมะ”

พชรพลพูดขณะหอบหิ้วข้าวของไปวางบนโต๊ะกินข้าว ก่อนจะกวาดตามอง

ไปรอบๆ ห้อง แล้วก็ต้องกลั้นหัวเราะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีชมพูพองฟู

แลบออกมาหลังโซฟาสีขาวตัวนั้น

พชรพลสะกิดผู้เป็นพ่อให้ดูสภาพหลานสาวคนโปรดที่บัดนี้ทำ

ราวกับเป็นนกกระจอกเทศมุดหัวซ่อนอยู่ในทรายโดยที่ทั้งตัวยังยืน

เด่นหราอยู่บนพื้น

นี่คงคิดสินะว่าถ้าเธอไม่เห็นเขา เขาก็คงมองไม่เห็นเธอ โธ่...

เด็กเอ๋ยเด็ก

“อยู่ไหนหว่า ในห้องครัวก็ไม่มี หรือว่าอยู่ในห้องน้ำ” ชายหนุ่ม

แกล้งเดินลงส้นเท้าหนักๆ เข้าไปใกล้เด็กหญิงซึ่งพยายามอย่างยิ่งที่จะหด

ตัวให้ลีบเล็กลงอีกนิด

“เอ...ห้องน้ำก็ไม่มี หิวเลือด... น้องมุกจ๋า อยู่หนาย...”

ในห้องนอนของน้องชาย พลอยสวยได้ยินเสียงร้องแปดหลอดของ

น้องมุกดังมาตั้งแต่ตอนกำลังเปลี่ยนผ้าปูที่นอนแล้ว แต่ที่เธอไม่รีบออกมา

ดูเพราะไม่คิดว่าน้องสาวจะได้รับบาดเจ็บหรือว่าเป็นอะไรมาก เด็กหญิง

มุกตาภาขึ้นชื่ออยู่แล้วในเรื่องขี้แยและขี้อ้อน แค่ยุงหรือมดกัดเธอก็ร้องไห้

เพื่อเรียกร้องความสนใจได้เสมอ

เมื่อจัดห้องเรียบร้อย พี่สาวคนโตก็เดินออกมายังห้องรับแขก และ

ทันทีที่เห็นหน้าเจ้าน้องชายตัวแสบ เธอก็ร้องอ้อ

“นี่มันยังมาไม่ทันถึงวันเลย แกก็แกล้งมันซะแล้วเหรอไอ้เพชร

ไอ้โรคจิต!”

“ก็คิดถึงเสียงร้องแงๆ ของมันนี่ ไม่ได้แกล้ง ไม่ได้ยินเสียงแงๆ ของ

น้องมุกแล้วมันหดหู่”

คำตอบของลูกชายทำให้ผู้เป็นพ่ออดรนทนไม่ได้ถึงขนาดต้องเดิน

เข้ามาตบกะโหลกลูกรักอีกหนึ่งที

“พ่อบอกแล้วไงว่าอย่าแกล้งน้อง น้องมุก ออกมาได้แล้วลูก ปะป๊า

ตีพี่เพชรให้แล้วนะ เห็นไหม” คุณแสงแกล้งตบมือตนเองแรงๆ สามสี่ที

นับเป็นการแสดงละครที่ได้ผลเกินคาด เด็กน้อยค่อยๆ โผล่หน้าฉ่ำ

น้ำตาออกมาจากด้านหลังโซฟา

“นี่แน่ะ แกล้งน้อง นี่...ต้องโดนแบบนี้” เมื่อเห็นน้องมุกมองมา

          (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
29/07/2014

“กุญแจหัวใจ” เป็นนิยายของเจ้าของนามปากกา “ลิซ” ค่ะ ดิฉันเคยอ่านตั้งแต่สมัยนิยายเล่มนี้พิมพ์กับสำนักพิมพ์มันดี จนกระทั่งตอนนี้ได้มาพิมพ์กับสำนักพิมพ์ใหม่ ส่วนตัวคิดว่านิยายเล่มนี้เป็นนิยายที่อ่านได้เรื่อยๆค่ะ พล็อตไม่ได้หวือหวา หรือมีอะไรซับซ้อนซ่อนเงื่อน เป็นนิยายแนวครอบครัวค่ะ เพราะดูเน้นเรื่องครอบครัวเยอะ นางเอกเรื่องนี้เธอเป็นคนที่ดูเผินๆไม่ได้สวยสะดุดตา แต่พอยิ้มเท่านั้นออร่าวิ๊งกระจาย ความน่ารักโดนใจใครหลายๆคน รวมถึงพระเอกด้วย พระเอกกับนางเอกรู้จักกันครั้งแรกเพราะหลานพระเอกกับน้องคนเล็กของนางเอกเป็นเพื่อนกัน พระเอกเรื่องนี้เป็นนักธุรกิจ เขาไม่ค่อยจะมีเวลาให้ตัวเองและก็หลานเท่าไหร่ ส่วนนางเอกยังอยู่ในวัยเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ทำให้เธอค่อนข้างมีเวลาว่าง ดูแลน้องสาวและหลานพระเอกไปพร้อมกัน ครอบครัวนางเอกค่อนข้างเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งผู้เขียนได้มีการกล่าวถึงตลอดค่ะ เหมือนเป็นหัวใจหลักของเรื่องเลยทีเดียว นางเอกมีพี่น้องสามคน คือ นางเอก น้องชาย และน้องสาว น้องชายนางเอกก็แสบใช่เล่นนะคะ ชอบกวนประสาททั้งพี่สาวและน้องสาว ยิ่งพอรู้ว่าพระเอกปิ๊งนางเอกก็พยายามหาทางกันๆไว้เพราะหวงพี่ ไม่อยากให้พี่มีแฟน ฮา แต่งานนี้น้องชายหงายเงิบค่ะ เพราะนางเอกชอบพระเอกเหมือนกัน ฝ่ายพระเอกแม้จะชอบนางเอก แต่เพราะนางเอกยังอยู่ในวัยเรียน เขาเลยยังไม่บอกความรู้สึกของเขาให้เธอรับรู้ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงค่อยๆเป็นค่อยๆไป แต่นางเอกไม่ได้โง่นะคะ เพราะเธอดูออกว่าเธอคือคนที่พระเอกชอบ อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรกว่านางเอกของเรามีรอยยิ้มพิฆาตใจชาย เพื่อนสนิทของนางเอกก็ยังมาหลงรักค่ะ แต่เขายอมรับได้นะคะว่านางเอกไมได้รักเขาและเห็นเขาเป็นเพื่อนสนิท ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยไม่ขาดสะบั้น เท่านั้นยังไม่พอ พี่ชายของเพื่อนนางเอกยังมาหลงเสน่ห์นางเอกอีก แต่เขาไม่เหมือนน้องชายเพราะแค้นนางเอกที่ไม่ยอมรับรัก แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเพราะพี่ชายของเพื่อนนางเอกได้มีโอกาสเข้ามาใกล้ชิด และวางแผนแก้แค้นนางเอกได้เพราะ น้องสาวพระเอกมาหลงรักเขา แผนการชั่วร้ายจึงเริ่มก่อตัวขึ้น ดิฉันสงสารน้องสาวพระเอกค่ะ เธอเป็นคนมีปมเรื่องความรัก รักผู้ชายผิดมาตลอด มีลูก ก็ก็กลัวตัวเอง ต้องไปอยู่กับพระเอกแทน ดังนั้นเมื่อเจอกับพี่ชายเพื่อนนางเอกเธอจึงรักเขามาก จนให้เขาทุกอย่าง ไม่สนใจคำเตือนของนางเอกหรือใครว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ดี แล้วหางก็โผล่ออกมาด้วยจริงๆค่ะ เมื่อเขากอบโกยผลประโยชน์จากน้องสาวพระเอกได้เยอะเต็มที่ น้องสาวพระเอกเลยตาสว่าง เรื่องความรักของพระเอกนางเอกก็ไม่ได้หวานแหววมากนะคะ แต่น่ารักมากกกก แม่นางเอกพยายามช่วยพระเอกให้สมหวัง เพราะพ่อนางเอกหวงลูกสาว ตอนจบก็มีฉากหวานหลังแต่งงานกันให้อ่านเล็กน้อย …จบ

สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021