ไฟรักเจ้าทะเลทราย (รินรณา)

ไฟรักเจ้าทะเลทราย (รินรณา)

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020879
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 390.00 บาท 253.50 บาท
ประหยัด: 136.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

แรงแค้น!

ในกระโจมใหญ่ของจอมทัพอ้นเกรียงไกรแห่งลาทาเกียร์ ซึ่งตั้ง

ประชิดกับกระโจมของเผ่ากอมัร หลังเสร็จสิ้นศึกสงครามโดยที่ฝ่ายแรกเป็น

ผู้ได้รับชัยชำนะไปตามความคาดหมาย เผ่าเล็กๆ มีหรือจะต้านทานอำนาจ แคว้นใหญ่อย่างลาทาเกียร์ได้

แม่ทัพที่นำทัพมาในครั้งนี้คือ เจ้าชายอัซคารี อัล ดิลยาซ์ องค์

รัชทายาทและว่าที่สุลต่านองค์ต่อไป เจ้าชายผู้มีพระสิริโฉมอันงามสง่า ทว่าโหด ร้ายยิ่งนัก อีกทั้งยังขึ้นชื่อเรื่องความเอาแต่พระทัยรวมไปถึงพระอุปนิสัยรุนแรง ยามที่โกรธเกรี้ยวก็ประหนึ่งพายุทะเลทรายที่พร้อมจะพัดทำลายทุกสิ่งให้ราบ เป็นหน้ากลอง ถึงจะเป็นเช่นนี้แต่พระองค์ก็ทรงพระปรีชาสามารถ

ในเชิงรบยิ่งนัก เมื่อมีการศึกสงครามทีไร พระองค์ก็เอาชนะอริราชศัตรูได้ทุก

ครั้งไป จนได้พระสมัญญา1ว่า เทพแห่งสงคราม อัซคารี

สงครามครั้งนี้เมือเจ้าชายอัซคารีเป็นฝ่ายปลิดชีพชีคกาอีร์แห่ง

เผ่ากอมัรในการประลองตัวต่อตัว ทำให้ทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็วหลังจากที่ ยืดเยื้อมานานวัน วันนี้เป็นวันที่ชีคคาของอีกฝ่ายจะมาตกลงทำสนธิสัญญา หรือจะเรียกอีกอย่างก็ได้ว่า มารับรู้สัญญาทาสว่าเผ่านี้จะตกเป็นเมืองขึ้นของ ลาทาเกียร์ ต้องส่งเครื่องบรรณาการปีละเท่าไหร่ อะไรบ้าง และที่สำคัญคือ ตัวประกันที่จะลงไปอยู่ที่เมืองหลวงเพื่อรับรองความปลอดภัยของชนเผ่ากอมัร

แต่เจ้าชายกลับทรงเห็นผู้ที่มาเป็นเพียงชายวัยกลางคนสวมชุดดิช-

ดาชาห์ เสื้อตัวในสีนํ้าตาลทับด้วยเสื้อคลุมสีดำอีกชั้นหนึ่ง ผ้าที่โพกก็มีที่รัด

เป็นเชือกถักสีดำธรรมดา เพียงแค่ทอดพระเนตรปราดเดียวก็ทรงทราบแล้ว

ว่าเป็นเพียงชนชั้นขุนนางไม่ใช่ผู้ปกครองที่นี่

เจ้าชายอัซคารี ผู้มีพระพักตร์คมคาย พระนลาฏเกลี้ยงเกลา พระ

ขนงหนาเข้ม นัยน์เนตรสีรัตติกาลนั้นสะกดทุกผู้ให้ตกอยู่ในอำนาจได้

พระนาสิกโด่งเชิดบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นคนที่รั้นและเอาแต่พระทัยนัก ริม

พระโอษฐ์บางเฉียบ มีพระมัสสุทีขริบไว้เป็นระเบียบ ปลายพระหนุมนมี

พระทาฐิกะขึ้นเขียวครึ้ม พระฉวีคลํ้าแดด ปลายพระเกศายาวพันไว้ด้วย

เชือกไหมอย่างดีพาดไว้ที่พระอังสาซ้าย

องค์รัชทายาทหนุ่มสวมฉลองพระองค์สีดำดุจเดียวกับดวงเนตรของ พระองค์ พระวรกายกำยำลาลันสมถับที่ออกศึกสงครามมานานปี พระองค์

ทรงกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนพรมหนาซึ่งปูทับด้วยหนังเสืออีกชั้นหนึ่ง พระองคุลี

ลากไปมาบนพระปราง ในขณะที่สายพระเนตรทำให้ผู้ที่มาเข้าเฝ้ารู้สึกได้ถึง บรรยากาศที่กดทับลงมา

“เจ้าเป็นใครถัน”

คำถามนี้ทำเอาผู้ที่ก้มหน้าคุกเข่าอยู่กับพื้นถึงขนาดเหงื่อตก

“กระหม่อมเป็นสมุหนายก...พ่ะย่ะค่ะ” ปลายเสียงติดจะสั่นเล็กน้อย

 “เจ้าเป็นผู้ปกครองที่นี่งั้นรึ” ทั้งที่พระองค์ก็ทรงรู้แน่แก่พระทัยแล้ว

แต่ก็ยังตรัสถามเพื่อกดตันอีกฝ่ายเล่น

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมาแทนท่านชีคคา นางไม่สามารถมาที่นี่ได้” “นางเป็นอะไรไป ถึงมาที่นี่ไม่ได้” พระขนงเข้มขมวดเพราะไม่พอพระทัย

การที่อีกฝ่ายส่งเพียงสมุหนายกมาตกลงกับพระองค์ทอว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ อย่างรุนแรง ในขณะที่จริงแล้วพระองค์สามารถส่งตัวแทนมาตกลงก็ย่อมได้

แต่ก็ยังยอมมาเจรจาเพียงเพราะถือว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นถึงภรรยาม่ายของ

ชีคกาอีร์

“นางโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของท่านชีคพ่ะย่ะค่ะ...ทำให้ไม่ สามารถออกว่าราชการได้” ชายวัยกลางคนกลืนนํ้าลายลงคออย่างยากเย็น ก่อนที่จะกลั้นใจทูลถึงเหตุผลจำเป็น

“เป็นผู้หญิงที่อ่อนแอเสียเหลือเกิน ไม่มีความเป็นขัตติยนารีเสียเลย

ไม่รู้จักหน้าที่ของตน ไม่รู้ว่าชีคกาอีร์เอานางมาทำเมียได้อย่างไร คนไร้ความ รับผิดชอบเช่นนี้ ไม่ไหวเลยจริงๆ”

สมุนนายกสะอีก เขากัดริมผิปากแน่นที่ท่านชีคคาต้องมาถูกตำหนิ

เป็นความผิดของนางหรือที่ไม่สามารถทำใจได้กับการสูญเสียคนรักไป

“แล้วนี่เจ้ามีอำนาจตัดสินใจแค่ไหน หรือว่าต้องเอากลับไปรายงานให้ ชีคคาของเจ้าตัดสินใจอีกครั้ง”

“ต้องกลับไปรายงานอีกพ่ะย่ะค่ะ”

อัซคาริ อัล ดิลยาซ์โบกพระหัตถ์ไล่สมุหนายกทันที

“ไปซะ ข้าไม่คิดจะพูดอะไรพร่ำเพรอ...ให้คนที่เป็นหัวหน้าเจ้าเข้ามา พบข้าเดี๋ยวนี้” พระสูรเสียงนั้นเด็ดขาดเต็มเปี่ยมไปด้วยพระราชอำนาจ ชี้ชัด

ว่าต้องเป็นไปตามพระราชประสงค์

“แต่ท่านชีคคายังป่วยอยู่ ไม่สามารถเข้าเฝ้าพระองค์ตอนนี้ได้จริงๆ

พ่ะย่ะค่ะ” สมุหนายกพยายามทูลทัดทาน

“นางจะป่วยแค่ไหนกันเชียว เสแสร้งละสิไม่ว่า”

ชายวัยกลางคนชักสีหน้าที่ท่านชีคคานั้นถูกล่วงเกินครั้งแล้วครั้งเล่า จากปากของผู้ที่เหยียบยาและบีบคั้นชนเผ่าของเขาจนสิ้นไร้หนทาง หากไม่ ยอมแพ้ก็ต้องสูญสิ้นไปจากแผ่นดินนี้ แต่เมื่อยอมพ่ายแพ้แล้วก็ยังต้องมาฝืน ทนกลํ้ากลืนกับการปฏิบัติเหมือนพวกเขาเป็นพลเมืองอีกชั้น เป็นทาสของ

พวกมัน...ลาทาเกียร์!

เจ้าชายหนุ่มเอนพระปฤษฎางค์ไปพิงพระขนน5สีสดด้านหลง

ปลายพระดรรชนีนั้นม้วนพระเกศาเล่นก่อนจะเอ่ยสุรเสียงเย็นเยียบว่า

“จะว่าไป คราวที่แล้ว ตอนที่พวกเจ้ายอมแพ้ ข้าก็ไม่เคยเห็นหน้า

นาง...ชีคคาของพวกเจ้าแม้แต่น้อย คราวนั้นข้าก็ยอมไปทีแล้วเพราะเห็นว่า อาจจะทำใจไม่ได้ที่สามีตายทั้งคน แต่นี่ก็ผ่าน1ไป,นานแล้ว ยังจะทำตัวเป็นเด็ก ไม่ยอมมาพบข้าอีก เห็นทีข้าคงจะยอมให้ชีคคาของพวกเจ้าทำเช่นนี้ต่อไปอีก ไม่ได้ ดีละ ในเมื่อนางไม่สบาย ข้าก็จะไปเยี่ยมนางหน่อยละกัน ดูซิว่าใกล้

จะตายตามสามีไปรึยัง ถึงได้เล่นตัวนัก” พระองค์ทรงยืนขึ้นอย่างรวดเร็ว

สมุหนายกถลาเข้ามาขวาง แต่เมื่อเจอกับพระเนตรคมวับราวกับมีดกันจาร์

ก็ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก ไม่อาจจะขัดขวางได้อีกต่อไป

เมื่อสายลมร้ายแห่งลาทาเกียร์หมุนผ่านไปรวดเร็ว สมุนนายกได้แต่ หวังว่า ท่านชีคคาของพวกเขาจะไม่เป็นอันตรายจากสายลมที่ทั้งร้อน ทั้งแรง และสุดจะร้ายกาจพระองค์นี้

เสียงพวกสาวใช้เอะอะโวยวายจากข้างนอกไม่ทำให้หญิงสาว

ตื่นตกใจแต่อย่างใด สำหรับ อิสลาชาเดล อัล โซสียาห์ ชีคคาแห่งเผ่ากอมัร

ซึ่งเป็นตำแหน่งที่นางเพิ่งจะเป็นได้ไม่ถึงเดือนนั้น คงไม่มีเรื่องอะไรแย่ไปกว่า การเสียคนรักอีกแล้ว

หญิงสาวอยู่ในอาการเหม่อลอย วงหน้าขาวสะอาดซีดเซียว ดวงตา

สีน้ำตาลอ่อนที่เคยใสกระจ่าง มาบัดนี้บวมชํ้าเพราะราไห้อย่างหนัก ประกาย ความเศร้าโศกระริกไหวอยู่ภายในหน่วยตาคู่งามโดยไม่สามารถจะบอกออก

 

มาได้ หยาดนาตายังคงหลั่งไหลออกมาเป็นธารน้ำสายเล็กบนร่องแก้ม

ไม่มีวันหมด ริมฝีปากที่เคยอวบอิ่มนั้นแห้งผากและแตกระแหง นางซบหน้า

ลงกับท่อนแขนเรียว

ผู้เป็นที่สุดของชีวิตนางจากไปอย่างที่ไม่มีวันหวนกลับมา นางอยาก

จะหยุดน้าตา...เพราะรู้ว่าร้องไปคนที่นางรักก็ไม่อาจฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้ เพียงแต่ใจดวงน้อยในอกมันราร้องว่าเศร้า...เศร้า...เศร้าเหลือเกิน นางทำได้ เพียงระบายความทุกข์ตรมออกมาเป็นหยดน้าตายามไร้ที่พึ่งพิง นานแล้วที่

นางไม่เคยร้องไห้ นับตั้งแต่วันที่กาอีร์แต่งตั้งนางเป็นคู่หมั้น สำหรับนางเป็น เรื่องยากที่จะยอมรับได้จริงๆ ว่ากาอีร์ไม่มีตัวตนอีกต่อไปแล้ว นางจะไม่มีวัน

ได้คุยกับเขา ไม่มีวันได้กอดเขา และไม่มีทางได้เจอเขาอีกไม่ว่าจะเมื่อวาน

วันนี้ พรุ่งนี้ และวันต่อๆ ไป

หญิงสาวพยายามจะฟืนตัวเอง นางย้ำบอกตัวเองว่าต้องเข้มแข็ง

ถึงตอนนี้จะไร้ที่พึ่งพิง แต่หน้าที่ของชีคคาที่ดียังต้องดำเนินต่อไป นางต้อง

ยืนหยัดเพื่อปกป้องคนที่เหลืออยู่ให้ได้ โดยเฉพาะฟาอิซ ทายาทคนสุดท้าย น้องชายซึ่งยังเล็กนักของกาอีร์

‘ฟาอิซ เขาจะตายไม่ได้เด็ดขาด,

หญิงสาวปิดเปลือกตาลง

‘ขอเถิด ขอวันนี้อีกสักวัน...ที่จะทำใจ เวลานี้ข้ายังไม่พร้อมที่จะออกไป เจอฆาตกร คนที่ฆ่าสามีของข้า,

เสียงผ้าที่ใช้กั้นแบ่งลัดส่วนห้องตังขึ้น อิลลาชาเดลไม่หันไปมองผู้มา แต่อย่างใด คิดว่าเป็นสาวใช้ที่อาจจะมายกกับข้าวที่นางยังไม่ได้แตะต้องไป เก็บ หญิงสาวยังคงก้มหน้าอยู่ไม่สนใจใครแม้แต่น้อย ในอ้อมกอดมีเสื้อของ

ชีคกาอีร์อยู่ นางยังอยู่ในโลกกึ่งความจริงและความฝัน ยังแสวงหาความ อบอุ่นของคนที่รัก...แต่เสื้อผ้าของเขาไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด มีแต่ตอกย้ำว่า

เจ้าของเสื้อจากไปแล้ว

“กาอีร์...ท่านยังอยู่ตรงนี้กับข้าใช่ไหม ยังไม่จากข้าไปใช่ไหม,, เสียง

พึมพำเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีซีด

“น่าสมเพชที่สุด นี่!สภาพของซีคคาของที่นี่ เป็นบ้านี่เอง” เจ้าชาย

อัซคารทรงยืนนิ่ง ทอดพระเนตรแผ่นหลังของสตรีผู้ดำรงฐานะสูงสุดแห่งเผ่า กอมัรอย่างสังเวชและดูแคลน แล้วทรงตัดสินทันทีว่า คนเช่นนี้ไม่มีค่าให้ พระองค์ต้องเสวนาด้วย ทรงขยับเพื่อจะเสด็จกลับ แต่อีกพระทัยหนึ่งก็อยาก จะทอดพระเนตรชีคคาของชีคกาอีร์สักหน อยากรู้ว่าจะสวยสดงดงาม

สักเพียงใดถึงได้มาแต่งงานกันตอนหน้าสิ่วหน้าขวานช่วงสงครามเช่นนี้

“นี่ เจ้าน่ะ หันหน้ามาให้ข้าดูหน่อยซิ” กระแสรับสั่งที่มีช่างลบหลู่

เกียรติซีคคานัก แต่คนอย่างพระองค์มีหรือจะสน ซึ่งอิลลาชาเดลเองก็เช่นกัน นางคร้านจะตั้งใจฟังเสียงที่รบกวนเวลาอันมีค่าของนาง

“นี่ เจ้าไม่ได้ยินข้าพูดหรือไง!” เจ้าชายทรงตะคอกใส่หญิงสาว ก่อนที่ จะทรงลับต้นแขนนางไว้แน่น แล้วดึงให้นางหันหน้ามาทางพระองค์

“เจ็บนะ” คนป่วยทางใจเริ่มรู้สึกตัว ความเจ็บดึงนางกลับมาลู่โลก ความเป็นจริงอีกครั้ง และแล้วอิลลาชาเดลก็พูดได้แค่นั้น พอๆ กับเจ้าชาย

อัซคารีที่ทรงนิ่งอึ้งไปเช่นกัน

“เจ้า...” เป็นคำเดียวที่หลุดออกมาจากปากของคนทั้งสอง ดวงตา

กลมโตของอิลลาชาเดลเบิกกว้างขึ้น ไม่คิดว่าจะได้พบเจอ ‘นักดนตรีพเนจร, เป็นครั้งที่สอง ไหล,บอบบางลู่ลงอย่างหมดแรง คนที่ได้สติก่อนกลับเป็น เจ้าชายอัซคารี พระองค์ทรงพระสรวลขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่แสดงถึง ความรู้สึกเหยียดหยันมากกว่า

“ที่แท้เจ้าก็เป็นซีคคาของที่นี่งั้นรี” พระโอษฐ์นั้นแสยะยิ้มใส่หน้าหญิง สาว พระหัตถ์ออกแรงบีบต้นแขนนางเพิ่มขึ้น อิลลาชาเดลทนไม่ไหวจึงร้อง ออกมา ความเจ็บปวดช่วยเรียกสติที่ปราดเปรื่องของนางคืนกลับมาอีกครั้ง หญิงสาวนิ่วหน้าแต่ก็รีบใช้สายตาสำรวจผู้มาใหม่ซึ่งนางคาดไม่ถึง

‘หากไม่ใช่ผู้มีอำนาจก็ไม่อาจเข้ามาที่นี่ได้, หญิงสาวเพิ่งตระหนักว่า นางพลาดไปแล้วที่ไม่เคยใส่ใจที่มาของนักดนตรีพเนจรแม้แต่น้อย

ผ้ากุตราห์สีดำบนศีรษะเขานั้นปลายขลิบด้วยด้ายทอง เข้ากับชุดดำ

ที่ปลายแขนเสื้อกับคอเสื้อปักดิ้นทอง เสวียนเชือกกักที่ใช้รัดผ้าทุตราห์ก็มีด้าย ทองพันเอาไว้ ดูแตกต่างจากภาพพจน์คนเดินทางที่นางเคยเห็นเขาเมื่อสองปี

ที่แล้ว

‘นี่ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ เขๆไม่ใช่คนพเนจรที่เคยรู้จักอีกแล้ว’

...ตราราชวงศ์อัล ดิลยาซ์ประดับอยู่ที่ด้ามทองของกันจาร์ที่เขาเหน็บ ไว้ที่เอว คนที่มาที่นี่มีแต่แม่ทัพที่เป็นเชื้อพระวงศ์เท่านั้น...เทพแห่งสงคราม เจ้าชาย อัซคารี อัล ดิลยาซ์

และ...อัซคารีคือคนที่ฆ่ากาอีร์ เขาคือคนที่พรากกาอีร์ไปจากนาง!

“ปล่อยข้านะ ข้าไม่ต้องการให้ร่างกายต้องแปดเปีอนไปด้วย เสนียด จัญไรจากคนต่างเผ่า” นางตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว ดวงตาที่แดงช้ำนั้นวาววับ ด้วยความเคียดแค้นที่ก่อกำเนิด น่าแปลกที่น้ำตาหยุดไหลทันทีเมื่อความ เกลียดชังเข้ามาแทนที่

“เจ้าเป็นใครกัน...ถึงมีสิทธิ์มาสั่งข้า” เจ้าชายโน้มพระพักตร์เข้าหา ใน ขณะที่พระหัตถ์ยิงบีบแน่น นัยน์เนตรสีรัตติกาลวาวโรจน์เริงแรงด้วยเพลิง

โทสะ

“ข้าใช้สิทธิ์ของชีคคาแห่งเผ่ากอมัรสั่งเจ้า ที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ของเจ้า

ออก ไปเดี๋ยวนี้นะ” หญิงสาวเริ่มคุมสติไม่อยู่ นางตะคอกออกมาเพราะคนตรงหน้านี้ คือฆาตกรซึ่งฆ่าคนที่นางรัก นางเกลียดเขา...เกลียด หากความรู้สึกบ่งบอก เป็นลีได้ ตอนนี้นางก็รู้สึกว่าหัวใจคงเต็มไปด้วยลีดำที่มันแทรกซึมเข้ามาทีละ น้อย

“ชีคคางั้นเหรอ ชีคคาเลียสติอย่างเจ้าเนี่ยนะ จะทำอะไรข้าได้...ตลก! ผู้หญิงที่เอาแต่กอดเสื้อสามีร้องไห้กลับกล้าบังอาจมาสั่งข้างั้นเรอะ น่าขำ จริงๆ” ตรัสแล้วเจ้าชายอัซคารีก็ทรงกระชากเสื้อออกจากมือของหญิง

 

       (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เมื่อสงครามนำความพ่ายแพ้และความสูญเสียครั้งใหญ่มาให้ "อิลลาชาเดล" ซ้ำร้ายนางยังต้องไปเป็นบรรณาการแก่ชายผู้พรากสามีของนางไปตลอดกาล เขาผู้นั้น คือ "เจ้าชายอัซคารี อัล ดิลยาซ์" ชายหนุ่มแปลกหน้าที่นางเคยมอบความรักให้เทพบุตรที่นางเคยเห็นกลายเป็นซาตานที่ไร้หัวใจ ความรักที่จะมีได้ก็ต้องอยู่ภายใต้กองไฟของความแค้นที่รอวันปะทุ ยิ่งเจ้าชายอัซคารีเลวร้ายเพียงใด ความแค้นก็ยิ่งยึดครองพื้นที่หัวใจของหญิงสาวได้แน่นหนาขึ้นเท่านั้น ทว่าความเกลียดชังก็ผลักดันให้อิลลาชาเดลคิดถึงเขาอยู่ทุกลมหายใจเช่นกัน ขอเชิญมาร่วมติดตามต่อในนิยาย "ไฟรักเจ้าทะเลทราย" เล่มนี้

เขียนโดย "รินรณา"

676 หน้า


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

chutarat | 1 รีวิว
18/08/2013

หนังสือนิยายเรื่องนี้ทำกรี๊ดมากๆ สนุกมาก นางเอกเป็นชีคคาเผ่าหนึ่งที่เพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน แต่สามีที่รักกลับถูกฆ่าในสงคราม พระเอกซึ่งเป็นคนพรากสามีสุดที่รักของนางเอกไปกลับกลายเป็นบุคคลที่เป็นรักแรกของนางเอก นางเอกจึงต้องกลับกลายไปเป็นเชลยเพื่อปกป้องน้องชายของสามีไว้ แถมพระเอกยังมีปมเกี่ยวกับเมียของตัวเองเป็นอุปสรรคความรักของทั้งคู่นอกจากความเเค้นที่นางเอกมีต่อพระเอกอีก เนื้อเรื่องเข้มข้นมากๆ พระเอกเจ้าเล่ห์ ฉลาด ทะเยอทะยาน นางเอกก็ฉลาดทันคน ตัวละครมีเหตุผลรองรับการกระทำ อ่านเเล้วสุดยอดมากค่ะ จะเห็นถึงความรู้สึกในใจ ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป ความขัดแย้งในใจของตัวละคร เรื่องของการเมือง ความสัมพันธ์ในราชวงศ์ก็วางพล๊อตได้สนุกมากๆค่ะ ดำเนินเรื่องให้คนอ่านได้ลุ้นไปทั้งกับเรื่องการเมืองและความสัมพันธ์ของตัวละคร ตัวละครที่ชอบที่สุดคือเรซาที่เป็นลูกบุญธรรมของพระเอกโขกกันมากับพระเอกเลยแม้จะไม่ได้เป็นพ่อลูกกันจริงๆก็ตาม ทั้งเจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการ โหดเหี้ยมได้ใจมากๆ อ่านจบแล้วเป็นเรื่องที่สนุกมากๆ เข้มข้น ดำเนินเรื่องได้จับใจคนอ่านจริงๆ ลุ้นอยากให้พระเอกนางเอกรักกันเร็วๆ ให้นางเอกปล่อยวางความแค้น เรื่องบัลลังก์จะเป็นยังไง พระเอกจะรอดจากเกมการเมืองหรือจะจัดการคนที่คิดร้ายยังไง แต่บทสรุปของคนที่คิดร้ายนี่คาดไม่ถึงจริงๆ อยากอ่านเรื่องของลูกชายพระเอกทุกคนด้วย สนุกมากๆ รายละเอียดทุกอย่างก็สมจริงมาก ฟินจริงๆ *สำหรับคนที่เป็นห่วงเรื่องที่นางเอกเคยแต่งงานนะคะ ไม่ต้องห่วงนางเอกยังไม่มีโอกาส...กับสามีเก่าค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021