หนังสือชุด หิมวันต์รัญจวน : นิมิตนาคา

หนังสือชุด หิมวันต์รัญจวน : นิมิตนาคา

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160012671
ผู้แต่ง: เก้าแต้ม
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 230.00 บาท 115.00 บาท
ประหยัด: 115.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

จุดเริ่มต้น

 

รถมอเตอร์ไซค์สีดำคันเก่งแล่นเข้าไปจอดเทียบด้านหน้าของ

สำนักพิมพ์ ‘ฟ้าคราม’ พร้อมกับเจ้าของรถซึ่งกำลังถอดหมวกกันน็อกออก

ปล่อยผมสีดำสนิทสยายออกจากหมวก ใบหน้ารูปไข่งดงามสะดุดตาผู้คน

ในละแวกนี้ไม่น้อย

ร่างสูงทว่าบอบบางสวมเสื้อยืดกับยีนสีซีดตัวเก่ง หล่อนเสยผมทัด

หู ขยับแจ็กเกตให้เข้าที่พร้อมกับแขวนหมวกกันน็อกคู่ใจไว้กับแฮนด์ เดิน

เข้าไปในสำนักพิมพ์ด้วยความเร่งรีบ พนักงานต้อนรับชื่อชมพู่ซึ่งนั่งอยู่

ด้านหน้ายิ้มให้

“มาแล้วหรือคะคุณษา รีบเข้าไปเถอะค่ะ บก. รออยู่แล้ว”

วันวิสาเดินตรงไปตามทางเดิน ขึ้นบันไดไปชั้นสองมุ่งหน้าสู่ห้อง

ของบรรณาธิการและผลักประตูเข้าไป กวาดตามองจนเห็นขายาววางพาด

กับโต๊ะทำงานด้านหน้า ส่วนบรรณาธิการนั้นกำลังอ่านเอกสารในมืออย่าง

ขะมักเขม้น เมื่อเห็นว่ามีคนเดินเข้ามาก็ลดกระดาษลง

“ทำไมมาสายล่ะษา พี่รอตั้งนานแล้ว”

พิมพ์ธนาเป็นผู้หญิงอายุสี่สิบปลาย ผมสั้น สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีน

บุคลิกลุยๆ ไม่ผิดกับลูกน้องสักเท่าไร

ไม่มีใครคิดว่าวันหนึ่งสาวไฮโซจะหันมาทำหนังสือของตัวเอง แม้

ช่วงแรกจะอาศัยร่มเงาของฉันทวัช เจ้าพ่อยักษ์ใหญ่ของหนังสือพิมพ์ไทย-

นิวส์ แต่ตอนนี้ชื่อของฟ้าครามก็โด่งดังไปทั่ว แถมยังเป็นคู่แข่งซึ่งน่าจับตา

มองกับเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกเมืองไทยอีกด้วย

พิมพ์ธนาเรียนจบมาทางด้านวารสารศาสตร์โดยตรง ชีวิตในรั้ว

มหาวิทยาลัยมีแต่ข่าวฉาวกับทายาทนักธุรกิจหลายคนไม่ซ้ำหน้า หลังจาก

ใช้ชีวิตแบบลูกไฮโซที่ไม่เป็นโล้เป็นพายอยู่หลายปี จู่ๆ วันหนึ่งก็ลุกขึ้นมา

ประกาศตัวว่าสนใจสิ่งพิมพ์ แถมยังจะช่วงชิงตำแหน่งหนังสือสารคดี

แนวหน้าของประเทศไทยมาให้จงได้

ณ เวลานั้นทุกคนคิดว่าพิมพ์ธนาคงจะแค่เห่อชั่วคราว แต่สิบปี

ต่อมาหล่อนก็ทำได้จริง แถมตอนนี้หล่อนยังเป็นบรรณาธิการหญิงเพียง

คนเดียวของหนังสือสารคดีท่องเที่ยวในประเทศไทย

“ขอโทษค่ะ บก. พอดีวันนี้ษาตื่นสาย เมื่อคืนกว่าจะคุยกับคนให้

ข้อมูลและเขียนสกู๊ปเสร็จก็ดึกมากแล้ว”

“แต่ษาก็มีข่าวดีมาให้พี่ใช่ไหม”

วันวิสาเอื้อมไปหยิบแฟ้มงานจากเป้สะพายหลังส่งให้แล้วคลี่ยิ้ม

หล่อนเพิ่งทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จเมื่อคืน

หญิงสาวทำงานในสำนักพิมพ์มาเป็นเวลาสองปีแล้ว แต่ก่อนหน้า

นั้นเคยเป็นนักข่าวของไทยนิวส์ ด้วยความตั้งใจมุ่งมั่น บุคลิกที่ห้าวผิดกับ

ใบหน้าหวานๆ ทำให้พนักงานคนอื่นพากันขยาด จะมีก็แต่คู่ซี้คือธนะชัย

ที่หล่อนยอมสนิทสนมด้วย ทั้งคู่มักจะตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ แต่คงต้อง

ยกให้วันวิสาเป็นขาใหญ่ เพราะเปรียบเหมือนลูกพี่ ส่วนธนะชัยทำหน้าที่

เป็นคนคอยดูแลความปลอดภัยให้อีกฝ่าย

“แน่นอนค่ะ...นี่ค่ะ สกู๊ปที่ บก. ต้องการ ว่าแต่วันนี้ บก. มีอะไร

หรือเปล่าคะ ทำไมเรียกษาเข้ามาด่วน”

พิมพ์ธนาเลื่อนแฟ้มเอกสารตรงหน้าให้ วันวิสารับมาและเปิดออกดู

ข้อมูลในนั้นทำให้หล่อนอ้าปากค้าง

                “บก. อยากให้ทำเรื่องบั้งไฟพญานาคหรือคะ”

“ใช่...พี่เล็งเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ยิ่งรู้ว่าอันซีนก็เล็งเหมือนกันมันยิ่ง

น่าสนุก”

หนังสืออันซีนเพลส เป็นไม้เบื่อไม้เมากับฟ้าครามมาหลายปีแล้ว

นับตั้งแต่หนังสือเปิดตัวทั้งคู่ก็ผลัดกันสร้างกระแสให้ฮือฮา แต่บ่อยครั้งที่

วันวิสาอดคิดไม่ได้ว่า ทางนู้นมักจะเลียนแบบความคิดของพิมพ์ธนาเป็น

ประจำ

“พี่ได้ข่าวจากวงในว่าทาง บก. เบิ้มกำลังระดมอาสาสมัครเดินทาง

ไปที่หนองคาย งานนี้บอสใหญ่เปย์ไม่อั้น ขอให้ได้ข่าวเด็ดจริงๆ”

บรรณาธิการเบิ้มคือหัวหอกสำคัญที่คอยดูแลอันซีนเพลส ขณะที่

เจ้าของแท้จริงเป็นนักธุรกิจเงินหนา อดีตคู่รักของพิมพ์ธนา ไม่มีใครรู้

ว่าคนสองคนซึ่งเคยเป็นคนรู้ใจจนถึงขั้นจะแต่งงานก้าวมาสู่จุดจุดนี้ได้

อย่างไร แม้แต่วันวิสาเองก็ไม่กล้าเอ่ยปากถาม หญิงสาวก้มมองเอกสาร

ในแฟ้มตรงหน้า

ในแฟ้มเป็นเรื่องเกี่ยวกับปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นใน

ลำน้ำโขงตั้งแต่ พ.ศ. 2529 หรือที่เรียกกันว่า บั้งไฟพญานาค

หลายปีที่ผ่านมามีนักข่าวและผู้สนใจมากมาย ทั้งนักวิทยาศาสตร์

และนักฟิสิกส์ต่างพยายามหาเหตุผลว่า ลูกกลมๆ เรืองแสงลอยขึ้นจาก

น้ำไปบนอากาศได้อย่างไร

เมื่อสิบเอ็ดปีก่อนนักข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่งเสนอข่าวว่า บั้งไฟญานาค

เกิดจากการยิงปืนของทหารในฝั่งลาว แต่ชาวบ้านและคนในพื้นที่ซึ่งมี

ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาคก็ยังไม่ยอมเปลี่ยนใจ ทุกปีจังหวัดที่เคยเกิด

ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคจึงมีผู้คนมากมายเดินทางไปพิสูจน์ แต่จน

แล้วจนรอดก็ยังไม่มีใครทำสำเร็จ

“ถ้าพวกนั้นจะทำเรื่องเดียวกันจริงๆ ทำไมเราไม่เปลี่ยนหัวข้อล่ะคะ”

“พี่ไม่อยากเปลี่ยน อันซีนตั้งใจทำสกู๊ปเพื่อดิสเครดิตเรามาหลาย

ฉบับแล้ว แต่ครั้งนี้พี่คิดว่ามีมุมมองใหม่ๆ จะนำเสนอ”

พิมพ์ธนายิ้ม หยิบแฟ้มเอกสารอีกฉบับขึ้นมาส่งให้ รายงานในนั้น

ทำให้วันวิสาถึงกับอมยิ้ม

“บก. ไปได้มายังไงคะ”

“พี่แวะไปที่คณะเมื่อหลายวันก่อน อาจารย์มอบให้พี่ บอกว่าเป็น

รายงานที่ดีมาก ทำงานด้วยกันมาตั้งนานพี่ไม่ยักรู้ว่าษาสนใจเรื่องนี้”

พิมพ์ธนาเป็นรุ่นพี่ที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเดียวกับวันวิสา ส่วน

เอกสารตรงหน้าก็คือ บทวิเคราะห์เกี่ยวกับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค

ที่วันวิสาเขียนไว้เมื่อหลายปีก่อน ข้อมูลส่วนใหญ่ได้มาจากหนังสือพิมพ์

หรือสื่อออนไลน์

“ใช่ค่ะ ษาสนใจ เพราะษาไม่เชื่อว่าบั้งไฟพญานาคเกิดจากฝีมือ

ของคน”

“พี่ก็คิดเหมือนกัน แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ พี่ถึงอยากให้

ฟ้าครามของเราตีพิมพ์งานในลักษณะนี้บ้าง พี่อยากให้เป็นปมทาง

วิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ ผสมความเชื่อแบบโบราณ ดังนั้นพี่จึงเชื่อว่าษา

ต้องทำได้ดีจากสกู๊ปที่พี่เคยอ่าน”

“บก. ชมษาอีกแล้ว”

“แต่พี่รู้ว่าษาลำบากใจ และคุณแม่ษาเองก็ดูจะไม่ค่อยแฮปปี

เท่าไหร่”

มารดาของวันวิสาค่อนข้างเป็นห่วง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่หล่อน

ต้องเดินทางไปยังจังหวัดหนองคาย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีเหตุการณ์เลวร้าย

ที่สุดเกิดขึ้นกับครอบครัวของตน

“ษาต้องลองขออนุญาตท่านดูก่อน แต่ถ้ามันเป็นงานแม่น่าจะ

เข้าใจ”

“พี่ฝากความหวังไว้กับษานะ พี่อยากให้อันซีนเพลสหน้าแตกบ้าง

งานนี้พี่ให้เวลาษาสองอาทิตย์ แต่เสร็จงานต้องรีบส่งสกู๊ปทันที เพราะพี่

จะรีบตีพิมพ์ให้เร็วที่สุด คิดว่าพอทำได้ไหม”

“ไม่มีปัญหาค่ะ ษาจะลองกลับไปคุยกับแม่ดูเย็นนี้ ถ้ามีข่าวดีจะ

รีบมาบอก”

กว่าวันวิสาจะกลับถึงบ้านก็ค่ำมากแล้ว บ้านของหล่อนตั้งอยู่

ในหมู่บ้านจัดสรรย่านชานเมือง สองแม่ลูกใช้ชีวิตกันอย่างสมถะ หลังจาก

สูญเสียผู้นำครอบครัวไป งามเนตรก็เลี้ยงลูกสาวตามลำพัง เงินเดือนใน

 ฐานะพยาบาลรวมกับค่าเวรและค่าเฝ้าไข้พิเศษ พอที่จะเลี้ยงดูบุตรสาว

แต่ก็ต้องกระเบียดกระเสียรพอสมควร

โชคดีที่วันวิสาเป็นเด็กเรียนเก่งและหัวดีจึงสอบชิงทุนการศึกษาได้

พอเข้ามหาวิทยาลัยหญิงสาวก็ทำงานพิเศษที่ร้านกาแฟในช่วงเย็นถึงค่ำ

เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ หล่อนเรียนจบปริญญาตรีด้วยคะแนนเกียรตินิยม

อันดับหนึ่ง สร้างความภูมิใจให้แก่มารดาเป็นอันมาก

จนกระทั่งหญิงสาวเข้าทำงานในสำนักพิมพ์ งามเนตรก็ยิ่งภูมิใจ

ในตัวลูกสาวมากขึ้น แม้จะไม่ค่อยได้มีเวลาให้กันมากนัก แต่ทั้งคู่ก็ยัง

สนิทสนมกัน มารดาถือหลักว่าเลี้ยงลูกสาวเหมือนเพื่อน หากมีเรื่องไม่

สบายใจสามารถปรับทุกข์ได้ทุกเมื่อ และทั้งสองก็ช่วยกันผ่อนบ้านหลัง

ใหม่ที่สะดวกสบายขึ้น

หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในบ้านซึ่งร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่และ

ไม้ดอกไม้ประดับ ทั้งหมดนี้เป็นน้ำพักน้ำแรงของวันวิสากับมารดา หาก

ใครว่างก็ช่วยกัน ผ่านมาสองปีแล้วต้นไม้เริ่มแตกกิ่งก้านสาขา ไฟในสนาม

เปิดเอาไว้เพียงดวงเดียวพอมองเห็นทางเดินซึ่งทำจากหินกลมวางเรียง

เป็นแนว ด้านซ้ายมีชิงช้าขนาดกะทัดรัดไว้ให้เจ้าของบ้านนั่งชมจันทร์รับ

ลม ขณะกำลังจะเปิดประตูบ้าน จู่ๆ หล่อนก็รู้สึกว่ามีใครบางคนจับจ้อง

อยู่

“น้าคินทร์ใช่ไหมคะ”

เงานั้นค่อนข้างสูง ยืนนิ่งถัดจากชิงช้าไปหน่อยเดียว พอได้ยินเสียง

ก็ค่อยขยับออกมา วันวิสากวาดตามองร่างตรงหน้า แม้เขาจะไม่ตอบแต่

หล่อนก็จำได้

“มายืนเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียง ตกใจหมด”

“จะตกใจทำไม ทำอย่างกับว่าไม่เคยเห็นกันอย่างนั้น” ชายหนุ่ม

เย้า

“แหม...น้าคินทร์ก็ นี่มันกลางคืนนะคะ จู่ๆ มายืนเงียบๆ เดี๋ยวษา

ก็ช็อกตายกันพอดี น้ามารอษานานหรือยังคะ”

“สักพักหนึ่งแล้ว...ทำไมวันนี้กลับดึกจัง” นาคินทร์ต่อว่า

วันวิสาต้องรายงานความเป็นไปในแต่ละวัน นอกจากแม่ ลุงกสิณ

ก็มีผู้ชายคนนี้ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยหล่อน วันไหนกลับดึกชายหนุ่มจะมา

ยืนรอเป็นประจำ

“วันนี้มีประชุม”

นาคินทร์กำลังจะอ้าปากถาม แต่วันวิสาชิงดักคอขึ้นก่อน

“ษาบอกแล้วนะคะ...ตั้งแต่เมื่อวาน แต่น้าคินทร์จำไม่ได้เอง ห้าม

โทษษาเด็ดขาด”

“รู้แล้ว...แต่ก็ยังเป็นห่วง สมัยนี้มีคนไม่ดีเยอะจะตาย ไปไหน

มาไหนต้องระวังตัว”

“ทำอย่างกับว่าษาจะยอมอย่างนั้น ขืนใครมารังแก ษาก็จะใช้

คาราเต้ฟาดคอมันให้หักไปเลย”

วันวิสายิ้ม ชอบอะไรโลดโผนมาตั้งแต่เล็กแล้ว พอเข้าเรียน

มหาวิทยาลัย หล่อนก็รีบเข้าชมรมศิลปะป้องกันตัว หล่อนถือคติว่าต้อง

ช่วยเหลือตัวเอง และที่ผ่านมาหญิงสาวก็พิสูจน์ให้เห็นเสมอว่าเป็นคน

สู้คน นาคินทร์เคยยิ้มชอบใจ แต่วันนี้กลับมีสีหน้าเคร่งเครียด

“แต่ถึงยังไงก็อาจจะพลาดพลั้งได้ทุกเมื่อ อย่าประมาทศัตรู เพราะ

นั่นคือหนทางสู่ความตาย”

                “น้าคินทร์ขู่อีกแล้ว ประเดี๋ยวษาก็ไม่กล้าเดินเข้าซอยคนเดียวพอดี

ค่าแท็กซี่เดี๋ยวนี้ก็แพงหูฉี่ ถ้านั่งทุกวันมีหวังอดตายแน่”

“ถ้ามันดึกมากก็หัดนั่งแท็กซี่เสียบ้างเถอะ ดีกว่าไปเจอผู้ร้ายกลาง

ทาง ใครจะช่วย”

“ไม่เอาหรอกค่ะ เปลือง ษาอยากผ่อนบ้านหมดเร็วๆ แม่จะได้เลิก

อยู่เวรดึกเสียที น้าคินทร์เข้าบ้านก่อนดีไหมคะ”

“อย่าเลย น้าแค่จะมาเตือนเรื่องที่เราจะไปต่างจังหวัด”

“น้ารู้ได้ยังไงคะ”

วันวิสาเลิกคิ้ว ความจริงหล่อนควรจะเลิกถามประโยคนี้แล้วด้วยซ้ำ

นาคินทร์รู้ทุกเรื่อง ทุกครั้งที่ซักถามชายหนุ่มก็จะยิ้ม ส่ายหน้า ไม่ยอมบอก

เหมือนเช่นเคย หญิงสาวเคยคิดเล่นๆ ว่าเขาคงเป็นหมอดูหรือไม่ก็ผู้ที่มี

ญาณทิพย์ หล่อนไม่รู้ว่านาคินทร์ทำงานอะไร รู้แค่ว่าเขามีเวลาว่าง

เหลือเฟือ

“ษาควรจะถามว่า น้าไม่รู้อะไรมากกว่า”

“อย่าบอกนะคะว่า น้าคินทร์จะห้าม” หญิงสาวเอ่ยอย่างกระเง้า-

กระงอด

“ห้ามแล้วเราเคยฟังที่ไหน”

“ค่อยยังชั่ว อย่างนี้ค่อยสมเป็นน้าคินทร์หน่อย” วันวิสายักไหล่

“พักนี้ษาฝันอะไรบ้างไหม”

หญิงสาวพยักหน้า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กันหลังอุบัติเหตุก็คือ

ความฝันแปลกๆ และบางครั้งมันก็มาในรูปของลางสังหรณ์ วันวิสาไม่เคย

สนใจจนกระทั่งวันต่อๆ มาที่ฝันมักเป็นจริง

“ก็ฝันเดิมๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นยังไม่มีเลยค่ะ ความจริงไม่มีก็ดี ษา

เบื่อเป็นตัวประหลาดเต็มทีแล้ว”

“จำที่น้าเคยบอกได้ไหม จงทำตัวอยู่ในศีลในธรรมแล้วพระจะ

คุ้มครอง”

 

                (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
26/06/2014

“นิมิต นาคา” เป็นนิยายในชุดหิมวันต์รัญจวน เรื่องราวของ “วันวิสา” นางเอกของเรา ที่มีอาชีพเป็นนักข่าว เธอมีสัมผัสพิเศษมาตั้งแต่เด็ก สามารถเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ และด้วยความพิเศษนี้ทำให้เธอได้พบกับ “นาคินทร์” ชายปริศนาที่มักโผล่มาช่วยเหลือเธอทุกครั้งเมื่อยามเธอมีอันตรายหรือเมื่อเธอต้องการ และสอนเธอให้ได้รู้ว่าสัมผัสพิเศษของเธอไม่ได้เลวร้ายเสมอไป จนกระทั่งวันหนึ่ง เมื่อเธอเห็นภาพนิมิต ของ “ภูฉาย” ว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย จึงรีบเข้าไปเตือนเขา สร้างความประทับใจให้กับ “ภูฉาย”เป็นอย่างมาก ตรงข้ามกับ “อธิน” บริการ์ดหนุ่มรูปหล่อของ “ภูฉาย”ที่ไว้ใจเธอ เพราะคิดว่าเธอมีแผนเข้ามาตีสนิทกับเจ้านายของเขา แล้วทุกคนก็ได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง เมื่อทีมข่าวของ “วันวิสา” เดินทางมาทำข่าวบั้งไฟพญานาค ที่จังหวัดบ้านเกิดของ “ภูฉาย” เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ “วันวิสา” ได้รู้ที่มีที่ไปของสัมผัสพิเศษที่เธอมี เป็นยังไงคะกับเนื้อเรื่องข้างบน เดาออกไหมคะว่าใครคือพระเอก ถ้านึกไม่ออก สปอยให้ก็ได้ค่ะ ว่าเขาคนนั้นก็คือ “อธิน” “นิมิต นาคา” จึงเป็นอีกเรื่องในชุดนี้ที่มีต่างจากเรื่องอื่นเพราะพระเอกและนางเอกเป็นมนุษย์ทั้งคู่ นิยายเกี่ยวกับพญานาคในตลาดบ้านเรามีไม่น้อย แต่นิยายเรื่องนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงพญานาคเจาะลึกขนาดนั้น อาจจะเป็นเพราะตัวเอกเป็นมนุษย์ ดังนั้นการดำเนินเรื่องทั้งหมดจึงเริ่มต้นจาก การมีสัมผัสพิเศษของนางเอก ผู้เขียนจะบรรยายตั้งแต่นางเอกยังเด็ก เธอพยายามปิดบังทุกคนมาเสมอเกี่ยวกับสิ่งพิเศษที่เธอมีเพราะไม่อยากให้ทุกคนมองเธอเป็วตัวประหลาด แต่เธอกลับทนไม่ได้เมื่อเห็นว่าคนๆหนึ่งจะมีอันตราย จึงรีบไปบอกเขา คาเรกเตอร์เรื่องนี้นางเอกจึงเป็นคนสวยที่มีน้ำใจค่ะ แต่ความมีน้ำใจของเธอทำให้พระเอกสงสัย เพราะไม่คิดว่าสิ่งที่นางเอกบอกจะเป็นเรื่องจริง และความกังขานี้ทำให้เขาเอาตัวไปพัวพันใกล้นางเอกเรื่อยๆ จนตกหลุมรักเธอ นางเอกถึงแม้ตอนแรกจะไม่ชอบขี้หน้า แต่พอใกล้ชิดก็ห้ามใจไม่รักพระเอกไม่ไหว ภูฉายเองที่แอบเล็งๆนางเอกไว้ตอนแรก เมื่อเห็นว่านางเอกชอบพระเอกก็คิดแค้นค่ะ พระเอกเลยงานเข้าโดยไม่รู้ตัว ส่วนเรื่องชายปริศนา “นาคินทร์” นั้น เขาไม่ได้เป็นคนธรรมดา แต่มีความเกี่ยวข้องกับครอบคัวนางเอกโดยตรง ดังนั้นวันหนึ่งเขาจึงตัดสินใจเล่าความจริงให้นางเอกฟัง ฝ่ายนางเอกคนดีของเรา ไม่เคยคิดโทษโกรธเขาเลยค่ะ เพราะเขาอยู่เคียงข้างและดูแลนางเอกมาตั้งแต่ยังเล็ก ความผูกพันธ์ที่นางเอกมีต่อเขาจึงไม่ใช่สิ่งที่จะตัดกันได้ง่ายๆ ตัวนาคินทร์เองเขาก็มีศัตรูที่ไม่หวังดีที่ได้วางแผนจับตัวเขาไป แอบคิดเหมือนกันว่าพระเอกเรื่องนี้บางฉากบทจะเด่นน้อยกว่านาคินทร์ไปนิด แต่ผู้เขียนบรรยายมาตลอดว่าคนที่นางเอกรักคือพระเอกอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนนาคินทร์ให้ความรู้สึกว่านางเอกรักแบบพ่อ เธอเลยไม่สามารถละเลยได้เมื่อนาคินทร์เป็นอันตราย ตามเข้าไปช่วยไปป่าหิมหานต์ พระเอกก็ร้องเพลงรอไปเรื่อยๆ บทหวานของนิยายเรื่องนี้จึงมีไม่เยอะค่ะ แต่จะให้เห็นถึงความรักที่มั่นคงของทั้งคู่มากกว่า ถ้าอยากรู้ว่าเรื่องจะจบยังไง ลองไปหาอ่านได้เลยค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020