หนังสือชุด สายลับจับแอ๊บ : (เรื่อง) ลับไขรหัสใจ

หนังสือชุด สายลับจับแอ๊บ : (เรื่อง) ลับไขรหัสใจ

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160012831
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 200.00 บาท 130.00 บาท
ประหยัด: 70.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

                     Lucky in game...unlucky in love

 

 

                “ผมขอให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและดูแลเกศไปจนกว่าชีวิต

จะหาไม่”

                น้ำ เสียงนุ่มนวลประดุจฟองเบียร์ และรอยยิ้มบาดใจสาวของเจ้าบ่าว

ผู้หล่อเหลาบนเวทีนั้น เรียกเสียงโห่แซวจากบรรดาเพื่อนหนุ่มสาวที่มาร่วม

แสดงความยินดีกันอย่างมีสีสัน ขณะที่เจ้าสาวยิ้มรับทั้งน้ำ ตารื้น เมื่อเจ้า-

บ่าวหนุ่มหันไปเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ก็มีเสียงแว่วว่าอิจฉาๆ มาจาก

เพื่อนเจ้าสาวผู้โสดสนิทและมีแววว่าจะเกาะคานทองนิเวศน์ไปอีกยาวนาน

                “เกศก็ขอสัญญาว่าจะรักและดูแลกันต์ตลอดไปค่ะ”

                เจ้าสาวเอ่ยเสียงสั่นเครือ ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดลงที่วทันยู

แขกรับเชิญผู้สวมชุด ‘เพื่อนเจ้าบ่าว’ และติดกุหลาบขาวไว้ตรงอกเสื้อสูท

สีเทาเพียงคนเดียวในงาน

                เขากำแก้วเหล้าบนโต๊ะมือเกร็ง ขบกรามแน่นอย่างพยายามเก็บ

กลั้นอารมณ์บางอย่างไว้ภายใน แต่ชายหนุ่มก็พยายามคลี่ยิ้มส่งมาให้

ถึงกระนั้นเกศสุดาก็มองเห็นความร้าวรานในแววตาของเขาชัดเจน จนเธอ

พูดอะไรไม่ออกแม้สักคำ

                เจ้าสาวแสนสวยที่สวมชุดสีขาวฟูฟ่องส่งไมโครโฟนคืนให้พิธีกร

และรับทิชชูจากเจ้าบ่าวมาซับน้ำตาด้วยตัวเอง

                “ตั้งวงรินกินเหล้า ถ้าไม่เมาไม่เลิก ”

                เสียงร้องเพลงดังอ้อแอ้ของเพื่อนเจ้าบ่าวทำให้ชายหนุ่มผู้ทำหน้าที่

พยุงกึ่งลากวทันยูออกมาจากงานเลี้ยงไม่รู้ว่าจะสงสารหรือขำดี

                ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมคาย ไว้หนวดเคราตัดสั้น และ

เซตผมที่ปกติปล่อยยุ่งๆ ไม่เป็นทรงให้ปัดไปด้านหลังจนดูเรียบร้อยเข้ากับ

ชุดสูท ออกแรงลากเพื่อนสนิทออกจากลิฟต์แล้วลากไปตามทางเดินปูพรม

สีแดงเลือดนก ก่อนกดรหัสปลดล็อกที่ประตูเพื่อเข้าไปในห้องชุดบน

คอนโดมิเนียมริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งใกล้กับสถานที่จัดงานแต่ง

                เขาลากวทันยูให้นอนกึ่งนั่งบนโซฟา อยากตบหน้าผากคุณเพื่อน

เจ้าบ่าวสักที เพราะดันยิ้มเผล่ออกมาทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขัน

                “ยิ้มหาพระแสงอะไรวะ”

                พันธิตรบ่นอย่างหงุดหงิดพลางถอดเสื้อสูทตัวนอกออก ทั้งที่อากาศ

ปีนี้หนาวหนักกว่าทุกปี แต่การพยุงกึ่งลากวทันยูที่มีรูปร่างพอๆ กับตัวเอง

ขึ้นมาถึงชั้นสามสิบนี้ ก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนเพิ่งเดินออกมาจากฟิตเนส

หลังยกเวตอยู่นานนับชั่วโมงก็ไม่ปาน

                ชายหนุ่มพาดเสื้อสูทไว้บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ใกล้ๆ กัน เขา

ดึงเนกไทลงพร้อมกับเดินอ้อมเคาน์เตอร์สีน้ำ ตาลเข้มไปยังตู้เย็นเพื่อหาน้ำ

ดื่ม ขณะที่คู่บ่าวสาวเพิ่งพากันรวบกระโปรงฟูฟ่องของเจ้าสาวเข้ามาใน

ห้องรับแขกของเขาอย่างทุลักทุเล

                “เป็นไงบ้างยู” เกศสุดานั่งลงบนโซฟาข้างกันและร้องถามอย่าง

ห่วงใย “ที่จริงไปนอนที่บ้านเราก็ได้ ไม่เห็นต้องรบกวนคุณติณณ์เขาเลย”

                “ไม่เป็นไรหรอกครับคุณเกศ” พันธิตรเดินออกมาจากมุมครัวพร้อม

ถือน้ำดื่มสะอาดกับแก้วสามใบมาด้วย เขาวางลงบนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา

แม้จะรู้ดีว่านอกจากวทันยูแล้วคงไม่มีใครมีอารมณ์จะดื่มน้ำสักเท่าไร

“คอนโดฯ ผมอยู่ใกล้แค่นี้เอง เดินออกมาจากโรงแรมที่จัดงานแค่ห้านาที

ด้วยซ้ำ ยูมันเมาเละขนาดนี้ ให้มันนอนที่นี่ดีแล้วครับ แล้วอีกอย่าง...

วันนี้วันแต่งงานของพวกคุณ ควรใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากกว่ามาดูแลเพื่อน

เจ้าบ่าวขี้เมานะผมว่า”

                “แต่เกศกับกันต์ยินดีดูแลยูนะคะ คุณติณณ์”

                “เอาน่า” วทันยูเอ่ยแทรก ใบหน้าเขาแดงก่ำด้วยฤทธิ์เหล้า และ

รอยยิ้มพรายทั้งๆ ตาแทบปิดนั้นก็อาจเป็นเพราะน้ำ เมา “ติณณ์มันอุตส่าห์

ลากเราขึ้นมาถึงนี่แล้ว อย่าให้มันลากลงไปอีกรอบเลยเกศ ลากขึ้นลาก

ลงเดี๋ยวมันคงตายก่อนพอดี”

                เขาหัวเราะเสียงแห้งจนต้องลุกนั่ง และคว้าน้ำแก้วหนึ่งที่พันธิตร

รินไว้ไปดื่มจนหมดแก้ว หวังให้ตัวเองสร่างเมามากพอที่จะประดิษฐ์คำพูด

ที่ดูเข้มแข็งที่สุดออกมาได้

                “ดึกแล้วนะ เกศกับกันต์กลับไปเถอะ ติณณ์มันพูดถูก คืนแต่งงาน

ไม่ใช่เวลาจะมาดูแลเพื่อนเจ้าบ่าวขี้เมา”

                วทันยูเงยหน้าขึ้นยิ้มตอบแววตาห่วงใยอย่างเหลือล้นของคนทั้งคู่

ก่อนลดสายตาลงมองหน้าเกศสุดา เขายิ้มทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ และน้ำ เสียง

แหบเครืออย่างพยายามเก็บกลั้นอารมณ์บอบช้ำจนถึงที่สุด

                “ดีใจด้วยนะ เราขอแค่อย่างเดียว ขอให้เกศกับกันต์มีความสุข...

ไม่ต้องห่วงเรา”

                น้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มของเกศสุดานั้น ถูกวทันยูเช็ดออกให้

อย่างเบามือ เขาเงยหน้าขึ้นพยักหน้าให้กันต์เป็นสัญญาณว่าให้พาตัว

หญิงสาวกลับออกไป

                กันต์หลุบตามองไหล่เปลือยที่สั่นเทาของเจ้าสาวของเขา ก่อนจับ

มือเธอและดึงให้ลุกขึ้นโดยไร้คำพูดจา

                บรรยากาศรอบกายทั้งสามคนอึดอัดราวกับขาดอากาศหายใจ จน

พันธิตรซึ่งเป็นคนนอกยังสัมผัสได้ เจ้าของห้องจึงเลี่ยงเข้าไปในครัวแล้ว

หยิบนั่นนี่มาวางบนเคาน์เตอร์กุกกัก แต่ก็ลอบมองเป็นระยะ

                “เกศกับกันต์กลับก่อนนะคะ” เกศสุดาปล่อยให้เจ้าบ่าวยืนรออยู่

ข้างโซฟา ขณะที่เดินไปบอกลาพันธิตรด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อยเสียจนดูไม่

เหมือนคนที่เพิ่งจะเข้าพิธีสำคัญที่สุดในชีวิตลูกผู้หญิงเลยแม้แต่น้อย “ฝาก

คุณติณณ์ดูแลยูด้วยนะคะ”

                “ครับ คุณเกศไม่ต้องห่วง ยูมันก็เพื่อนผมเหมือนกัน” พันธิตรตอบ

ยิ้มๆ และมองคู่บ่าวสาวพากันเดินไปทางประตูโดยที่กันต์ต้องรวบกระโปรง

เจ้าสาวยกขึ้นเพื่อให้เกศสุดาเดินได้สะดวก

                สองหนุ่มสาวหันมองวทันยูอีกครั้งที่หน้าประตู ชายหนุ่มผู้ดำรง

ตำแหน่งเพื่อนเจ้าบ่าวขี้เมาจึงโบกมือและยิ้มกว้างจนตาปิด

                กระทั่งคู่บ่าวสาวหายลับไป วทันยูก็หุบยิ้มลงทันควัน เขาคว้าขวด

น้ำขึ้นดื่มอึกๆ จนหมดขวดแล้วก้มหน้าลงใช้นิ้วนวดเปลือกตาด้วยท่าทาง

เคร่งเครียด อาการเมารั่วจนยิ้มโดยไม่มีสาเหตุและร้องเพลงมั่วซั่วหายวับ

ไปทันควัน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นรับผ้าเย็นจากพันธิตรก่อนเอนกายพิงพนัก

โซฟา และวางผ้าเย็นไว้บนดวงตาทั้งสองซึ่งปิดสนิท

                เจ้าของห้องชุดทิ้งให้คนอกหักนั่งพักอยู่แบบนั้น ส่วนตัวเขาเองเลี่ยง

มาอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอน เมื่อเรียบร้อยก็ออกไปดูที่ห้องรับแขก

อีกที

                พันธิตรเห็นเพื่อนเจ้าบ่าวขี้เมาซึ่งตอนนี้เป็นแขกของเขา กำลังริน

เหล้าราคาแพงที่เขาเก็บไว้ในตู้โชว์ใส่แก้วแล้วดื่มอั้กๆ ราวกับดื่มน้ำเปล่า

                “เดี๋ยวก็ตายหรอก” เขาเอ่ยติงอย่างรู้ดีว่าเพื่อนสนิทคออ่อน และ

ไม่สันทัดการดื่มเหล้าแค่ไหน “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไป ดึกแล้วนะ

พรุ่งนี้ฉันมีงานตอนเช้า”

                “แต่ฉันไม่มีนี่หว่า” คนเมาหันไปยักคิ้วข้างเดียวยั่ว แม้ว่าดวงตา

จะแดงก่ำจากความเจ็บช้ำที่ตอนนี้อาจลืมๆ ไปบ้างแล้วเพราะน้ำเมา

“เหล้าแกอร่อยดี อร่อยกว่าในงานอีก ขวดก็สวยด้วย” เขาชูขวดวิสกี้ขึ้น   

พร้อมกับหยีตา “ยี่ห้ออะไรวะ ขวดแปลกดี”

                “ชีวาส รีกัล รอยัล ซาลูต ห้าสิบปี ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะบ่มเมื่อปีหนึ่ง

เก้าห้าสองแล้วบรรจุลงขวดเพื่อเฉลิมฉลองการครองราชย์ครบรอบห้าสิบ

ปีของสมเด็จพระราชีนีอลิซาเบธที่สอง ตอนปีสองพันสองผลิตออกมาสอง

ร้อยห้าสิบห้าขวดทั่วโลก ราคาหนึ่งหมื่นดอลลาร์สหรัฐ”

                วทันยูพ่นน้ำเมาราคาเรือนแสนพรวดทันควัน จนพันธิตรอุทานเสียง

หลงเพราะกลัวว่าพรมปูพื้นจะด่าง แต่แล้วชายหนุ่มเจ้าของห้องและ

เจ้าของวิสกี้ก็ถอนหายใจอย่างหน่ายเซ็งและไม่ถือสา เพราะเห็นใจวทันยู

ซึ่งอกหักครั้งใหญ่จากเกศสุดา เพื่อนสาวคนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เยาว์วัย

                พันธิตรไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวทันยู เกศสุดา และกันต์มากนัก รู้แค่ว่า

สามคนนี้มีบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน อายุเท่ากัน โตมาด้วยกัน ตัวเขานั้น

รู้จักวทันยูก็ตอนเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เรื่องวทันยูแอบชอบเกศสุดา เขา

ก็เพิ่งมารู้ก่อนวันแต่งงานไม่กี่วัน เพราะชายหนุ่มหลุดปากพูดกับเขาตอน

เมาในงานวันเกิดเพื่อนว่าอกหัก คนที่รักกำลังจะแต่งงานอะไรทำนองนี้

                เขาไม่แปลกใจเลย เพราะเห็นอยู่ว่าช่วงสองสามปีหลังวทันยูครอง

ตัวเป็นโสดมาตลอด หลังถูกผู้หญิงคนที่สามหักอกด้วยประโยคคลาสสิก

ว่า ‘ดีเกินไป’ สำหรับวทันยูแล้วมันคงคลาสสิกเกินเหตุไปนิด เพราะเขา

เคยคบผู้หญิงมาสามคน และถูกทิ้งด้วยเหตุผลเดียวกันมาสามคนถ้วน

ไม่ขาดไม่เกิน

                และด้วยท่าทางของเกศสุดาซึ่งห่วงใยวทันยูเหลือเกินในวันนี้ ก็ทำ

ให้พันธิตรอดคิดไม่ได้ว่าสาวเจ้าก็รับรู้ถึงความรู้สึกของเพื่อนเขาเหมือนกัน

แต่ก็อาจไม่ได้รับรักวทันยูเพราะเหตุผลเดียวกับสามคนแรก ซึ่งถ้าเป็นแบบ

นั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือยุให้เพื่อนลองเลวดูสักตั้งดี จะได้ไม่ต้องอกหัก

 ซ้ำซากอยู่แบบนี้

                จะว่าไปการแต่งงานคืนนี้ก็เป็นเรื่องช็อกของสื่อมวลชนและแฟน

ละครของเกศสุดา นางเอกอันดับหนึ่งของช่องฟรีทีวีชื่อดังซึ่งกำลังบูม

สุดขีดด้วย ข่าวการท้องก่อนแต่งถูกกระพือดุจไฟไหม้ฟางเพราะเป็นการ

แต่งงานสายฟ้าแลบ

                ตัวเกศสุดาเองก็โสดสนิท ไม่เคยให้ข่าวว่าคบหากับใคร ไม่ว่าจะ

เป็นกันต์หรือวทันยูเธอก็ใช้คำว่า ‘เพื่อนสนิท’ กับทั้งสองหนุ่มมาตลอด

                เมื่อจู่ๆ กันต์ก็กลายเป็นเจ้าบ่าวในคืนนี้ จึงมีข่าวลือมากมายถูก

ปล่อยออกมาให้ผู้เสพข่าวได้เมาท์กันอย่างสนุกปาก แต่พันธิตรมองว่าคน

ที่รู้ตื้นลึกหนาบางอย่างแท้จริงก็คือคู่บ่าวสาวมากกว่า

                ชายหนุ่มทอดสายตามองเพื่อนที่ยังถือขวดวิสกี้ค้าง หน้าตาเหลอหลา

อย่างเข้าอกเข้าใจอารมณ์อยากเมาแบบที่วทันยูเผชิญมาหลายวันก่อน

วันงานจนกระทั่งวันนี้ เขาเองก็เคยอยากนำเหล้าขวดนี้ออกมาจากตู้ของ

บิดาทั้งตอนอกหักครั้งแรกและครั้งที่สองจากผู้หญิงคนเดิมเหมือนกัน...

แต่รู้ดีว่าถ้าตอนนั้นบังอาจแตะต้องของขวัญที่ส่งตรงมาจากอังกฤษขวดนี้

เขาคงถูกตีจนมือชา

                “ของพ่อน่ะ อาจอห์นส่งมาให้เป็นของขวัญวันเกิด”

                เขาหมายถึงเพื่อนสนิทของบิดาที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัยออกซ์-

ฟอร์ดด้วยกันเมื่อหลายสิบปีก่อน ก่อนที่บิดาของเขาจะกลับมาเป็น

พระเอกชื่อดังของเมืองไทย และแต่งงานกับมารดาเขาซึ่งเป็นสาวนอก

วงการ ในตอนที่ชื่อเสียงกำลังเฟื่องฟูสุดขีด

                บิดาของพันธิตรเป็นคนเก่ง เป็นทั้งดาราเจ้าบทบาทและนักธุรกิจ

แนวหน้าของประเทศ แม้จะเสียชีวิตไปหลายปีแล้วด้วยโรคประจำตัว แต่

ก็ทิ้งบริษัท ‘ชยันต์ฟิล์ม’ ไว้ให้เขาบริหารต่ออย่างสบายๆ จนชายหนุ่มอด

คิดไม่ได้ว่าหากไม่มีท่าน เขาจะไปหกคะเมนตีลังกาอยู่ที่ไหน

                วทันยูกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ก่อนวางขวดเหล้าลงบนโต๊ะเล็ก

เบื้องหน้าอย่างทะนุถนอมราวบิดาตระกองกอดบุตร

                “ขอโทษว่ะ” เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ของดูต่างหน้าพ่อแกใช่ไหมวะ”

                พันธิตรหัวเราะ “ดื่มไหวก็ดื่มไปเหอะ พ่อฉันไม่ว่าหรอก ที่บ้านมี

ของดูต่างหน้าพ่ออยู่เต็มบ้าน แต่ไม่มีสิ่งของอะไรที่เป็นของดูต่างหน้าพ่อ

ได้ดีเท่ากับที่ฉันยังสำนึกในบุญคุณของท่านเสมอ ไม่ว่าท่านจะยังมีชีวิต

อยู่หรือจากไปแล้วหรอก” เขารินเหล้าลงในแก้วสองใบแล้วส่งใบหนึ่งให้

วทันยู “แด่ผู้ชายที่มีดีแต่หล่อไปวันๆ Lucky in game...unlucky in love

ตลอดกาลแบบเรา”

                วทันยูหัวเราะขันตลกร้าย เขารับแก้วเหล้ามาแล้วชนกับแก้วของ

พันธิตร ดวงตาบอบช้ำมองหน้าเพื่อนสนิทอย่างขอบคุณ

                “แด่ชีวิตแต่งงานของคนที่ฉันรักที่สุด...ทั้งสองคน”

 

                แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาในล็อบบีของคอนโดมิเนียม

เผยให้เห็นร่างอวบอั๋นของหญิงวัยกลางคนที่ทำผมทรงตั้งกะบังและตีโป่ง

แข็งปั๋งเหมือนปูนปั้น นางสวมชุดผ้าไหมไทยหรูหราสีเขียวขลิบทองและ

สวมสร้อยเพชรเม็ดใหญ่จนดูเหมือนของเก๊ ราวกับตั้งใจจะไปเดินกรุย-

กรายในงานการกุศลของโรงแรมหรู แต่แท้จริงแล้วอรนาฏเพียงมาเยี่ยม

บุตรชายคนโตซึ่งโหมงานหนักและเอาแต่พักผ่อนนอนหลับที่คอนโดฯ

ส่วนตัว ไม่ได้กลับบ้านนานร่วมเดือนแล้วเท่านั้น

                นิ้วอวบที่มีแหวนเพชรพราวกดปุ่มลิฟต์ สีหน้ากระวนกระวายแบบ

ที่หากเหาะขึ้นไปบนชั้นสามสิบได้ นางก็จะทำ!

                พันธิตรอายุสามสิบปีเต็มแล้ว อายุอานามสมควรแก่การแต่งงาน

มีครอบครัวเสียที แต่ชายหนุ่มกลับโสดสนิทมาตลอด นางไม่รู้ว่านอกบ้าน

เขาเป็นอย่างไร เพราะพันธิตรก็ไม่เคยควงใครให้นางระแคะระคายหรือ

แม้กระทั่งมีข่าวมาเข้าหู

                แรกๆ อรนาฏก็ปลาบปลื้มที่บุตรชายขยันเรียน ขยันทำงาน ยิ่งบิดา

เขาเสียชีวิตไปกะทันหัน พันธิตรก็ยิ่งต้องทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัว จน

บริษัทเป็นปึกแผ่นอย่างทุกวันนี้

                แต่เมื่อเวลาผ่านไป...ผ่านไป อรนาฏก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้อุ้มหลาน

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
27/06/2014

“(เรื่อง)ลับไขรหัสใจ” เป็นนิยายในชุด "สายลับจับแอ๊บ" ซึ่งเค้าว่ากันว่าเป็นลำดับที่สองของชุดนี้ค่ะ แต่ดิฉันว่าจะอ่านเรียงหรือไม่เรียงก็ตามแต่สะดวก เพราะมันไม่ได้งงถึงขนาดว่าต้องอ่านตามลำดับเป๊ะๆ แต่ถ้าอ่านตามลำดับอาจจะเพิ่มอรรถรสในการอ่านเพิ่มขึ้นมากกว่า เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า “บัวบุหงา” นางเอกของเรื่อง โดนแม่ของ “พันธิตร” จ้างวานให้เธอตามสืบพฤติกรรมของลูกชาย เพราะสงสัยว่าลูกชายแมนสุดเซอร์จะกลายเป็นลูกสาว นางเอกซึ่งเกลียดพวกแอ๊บแมนอยู่แล้วเพราะมีความหลังฝังใจกับพวกเกย์ เลยตัดสินใจตั้งใจทำภารกิจ “ทะเลลาเวนเดอร์” ให้ดีที่สุดเพื่อพยายามเปิดโปงพระเอกค่ะ อ่านมาได้ถึงตอนนี้ดิฉันก็ลุ้นแล้วค่ะว่านางเอกจะใช้แผนอะไร แต่ไม่ต้องลุ้นมากเพราะผู้เขียนสร้างตัวช่วยมานางเอกตรึม ตัวช่วยแรกเธอมีเพื่อนสนิทที่เป็นนักประดิษฐ์ของแปลกๆ (คล้ายๆดอกเตอร์อากาสะ แห่งโคนัน) ดังนั้นนางเอกเราจึงมีอุปกรณ์แปลกๆ มาใช้ในการสืบเจ๋งๆเพียบ ทีนี้เมื่อมีอุปกรณ์แล้ว ขั้นตอนต่อไป นางเอกก็ต้องหาทางไปอยู่ใกล้ชิดพระเอกใช่ไหมคะ ผู้เขียนเลยเนรมิตตัวช่วยที่สองซึ่งนำนางเอกไปใกล้ชิดพระเอกได้อย่างสบาย โดยเขาไม่สงสัย ชอบคาเรกเตอร์นางเอกเรื่องนี้ด้วยค่ะ เธอดูเป็นคนห้าวๆ จนสาวกรี๊ด แม้จะแอบขัดนิดๆ กับบ้านนางเอกที่ดูหมือนพวกไฮโซก็ตาม(อันนี้ดิฉันคิดเองค่ะ ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ) ส่วนพระเอกเป็นคนหล่อมาดเซอร์ ซึ่งถ้าเขาเป็นพวกแอ๊บจริง ดิฉันว่าเขาคงเหมาะจะเป็นฝ่ายรุกมากกว่า พระเอกเรื่องนี้เจ้าเล่ห์ใช่ย่อยค่ะ สปอยเลยก็ได้ เพราะคิดว่าผู้เขียนเองก็เปิดเผยให้รู้ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว ว่าพระเอกแอบหลงรักนางเอกมาตั้งนานแล้ว เอ๊ะ ยังไงน๊า แอบสงสัยกันใช่ไหมคะว่าไปเจอกันตอนไหน ติดตามในเล่มเลยค่ะ เลยวางแผนการตลบหลังนางเอก พยายามทำตัวให้น่าสงสัยว่าตัวเองเป็นเก้งเพื่อให้นางเอกคอตามสืบพฤติกรรม ร้ายจริงๆ แต่ให้อภัยค่ะ เพราะทำเพราะรัก >//< นางเอกก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเล้ยยย มิหนำซ้ำ ยิ่งสืบก็ยิ่งหวั่นไหวกับพระเอก แต่ต้องห้ามใจไว้เพราะกลับประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย อกหักเพราะรักตุ๊ดอีกรอบ ขำตอนที่พระเอกชอบหาเรื่องมาแกล้งให้นางเอกเข้าใจผิดค่ะ ตลกดี แต่อีกใจก็แอบสงสารนางเอกที่กดดันตัวเองลึกๆ ว่าห้ามเผลอใจให้พระเอก แต่ห้ามอะไรก็ไม่ยากเท่าห้ามใจค่ะ บรรยาการท่ามกลางทะเลพาไปอีก นางเอกเลยหลงกลตกหลุมที่พระเอกจอมเจ้าเล่ห์วางแผนไว้เต็มเปา ช่วงสุดท้ายไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อย เพราะพระเอกสารภาพความจริงออกมาเองว่าเขารู้อยู่แล้วว่านางเอกตามสืบเขา นางเอกก็อึ้งกิ่มกี้สิคะ ที่สำคัญ ตัวช่วยเธอในตอนแรกกลับไปเป็นตัวช่วยเขาซะงั้นนน หุหุ นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มีหวานกุ๊กกิ๊กอย่างเดียวนะคะ มีฉากที่ทะเลาะกันบ้าง และก็ชอบที่พระเอกใจเย็น มีเหตุผลค่ะ อ่อ ส่วนถ้าคิดว่านิยายเรื่องนี้มีแต่เรื่องตามสืบพระเอกละก็ บอกเลยว่าคิดผิด เพราะมีปมซ้อนซ่อนเงื่อนและความเกี่ยวพันของตัวละครต่างๆมากกว่าที่คิด อ่านแล้วไม่ผิดหวังค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021