สาปจันทร์อาบทราย (รมย์นลิน)

สาปจันทร์อาบทราย (รมย์นลิน)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160004577
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 240.00 บาท 156.00 บาท
ประหยัด: 84.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

อักขระภาพเฮียโรกลิฟิกที่จารึกอยู่บนผนังศิลาสีทราย

ตรงบริเวณหนึ่งของมหาวิหารคาร์นัก เทวสถานอันยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์รวม

จิตใจชาวไอยคุปต์ในอดีตกาล มีการกล่าวถึงพระราชวังโบราณช่วง

รัชสมัยฟาโรห์เนเฟอร์ซาอมุนว่า ได้อันตรธานไปจากแผ่นดินอียิปต์

ประหนึ่งโดนม่านมนตร์บดบังตา รวมถึงเชื้อพระวงศ์กับเหล่าข้าราช-

บริพารต่างก็หายสาบสูญเช่นเดียวกัน

การจลาจลในอาณาจักรจึงอุบัติขึ้นดุจไฟลามทุ่ง สร้างความ

วอดวายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า ขณะที่ชาวประชากำลังสิ้นหวังและหมด

อาลัยตายอยากยามบ้านเมืองระส่ำระสาย ก็มีวีรบุรุษผู้กล้าหาญชาญชัย

สถาปนาตนขึ้นเป็นฟาโรห์ เพื่อปกครองอาณาประชาราษฎร์ให้ร่มเย็นผาสุกสืบมา

“ไร้สาระ จู่ๆ พระราชวังใหญ่โตจะหายสาบสูญไปได้อย่างไร”

รณกร แสงสุริยะชัย นักโบราณคดีหนุ่มชาวไทยวัยยี่สิบสี่ปี

ส่ายศีรษะนิดๆ หลังอ่านจารึกล้ำค่าบนกำแพงประวัติศาสตร์เสร็จสิ้น

ความแปลกประหลาดของเรื่องราวผ่านตัวอักษรภาพนั้นช่างน่าตลก

ขบขันคล้ายนิทานหลอกเด็ก หรือเทพนิยายเพ้อฝันของพวกผู้หญิง

จนเขาไม่อาจเชื่อถือได้แม้แต่น้อย

“รณ...เสียมรรยาทจริงเชียว ในฐานะที่พวกเราเป็นนักโบราณคดี

ก็ควรศึกษาเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จก็ตาม”

ปภาพินท์ วิริยะโสภา นักโบราณคดีสาวชาวไทยวัยเดียวกัน

ไม่พึงพอใจเท่าไร เมื่อเพื่อนชายคนสนิทใช้วาจาก้าวร้าวอย่างไม่ควร

กระทำต่อสถานที่สักนิดเดียว

“อย่าบอกนะว่า...พิณเชื่อเรื่องตลกพรรค์นี้” เขากล่าวพลางหัน

มองหญิงสาวข้างกายทันที “แม้ประวัติศาสตร์สามารถทำให้มนุษย์ล่วงรู้

ถึงอดีต และความเป็นมาจากอารยธรรมกับวัฒนธรรมที่หลงเหลือ แต่

เราก็ควรเชื่อในสิ่งที่มีหลักฐานพิสูจน์ได้มากกว่าตัวอักษรไม่มีที่มาที่ไปนะ”

“แล้วรณกล้าพูดได้อย่างไรว่าเรื่องนี้ไม่มีที่มาที่ไป ทั้งที่ยังไม่ได้

ค้นคว้าหาข้อมูลหรือหลักฐานเพิ่มเติมมากกว่านี้”

หญิงสาวผู้มีใบหน้ามนสวยสะบัดหน้าเชิดใส่จนเส้นผมสีดำขลับ

พลิ้วไหว ก่อนสาวเท้าหนีไปอีกทาง ทำเอาเพื่อนร่วมอาชีพหลายสิบคน

ซึ่งกำลังศึกษาดูงานอยู่บริเวณใกล้เคียงส่งเสียงหัวเราะคิกคักอย่างรู้กันว่า

ถึงเวลาง้องอนของรณกรอีกแล้ว

“พิณ...ผมขอโทษ” ชายหนุ่มร้องเรียกเพื่อนสาวพลางวิ่งอ้อมไป

ดักหน้าไว้อย่างรวดเร็ว “ผมสัญญาว่า...ต่อไปนี้จะไม่พูดถึงประวัติ-

ศาสตร์ในทางไม่ดีอีก”

“สัญญาแบบนี้เป็นรอบที่เท่าไรแล้ว” ปภาพินท์กล่าวด้วยน้ำเสียง

ขุ่นเคือง เพราะรู้จักนิสัยชายหนุ่มมากพอจะคาดเดาได้ไม่ยากว่า ไม่กี่

วันหลังจากนี้เขาจะต้องพูดคำคำนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน

ความเป็นเพื่อนสนิทรู้จักกันมาเนิ่นนานตั้งแต่วัยเด็กจวบจน

ปัจจุบัน ได้บ่มเพาะมิตรภาพระหว่างทั้งคู่ให้กล้าพูดคุยอย่างเปิดเผย

แทบทุกเรื่อง ทั้งที่อุปนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะหากไม่ใช่

คนใกล้ตัวจริงๆ คงไม่มีใครคาดคิดว่า ผู้หญิงเรียบร้อย พูดจาไพเราะ

เยี่ยงปภาพินท์จะสามารถคบหารณกร ผู้ชายนิสัยห่าม พูดจาติดตลก

แบบไม่คิดหน้าคิดหลังสักเท่าไรได้ยาวนานกว่ายี่สิบปี แต่กระนั้นก็มี

สิ่งหนึ่งซึ่งทั้งสองคนมีเหมือนกัน คือ ความชื่นชอบในประวัติศาสตร์ที่

ฝังรากลึกจนแทรกซึมกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและจิตใจ

“พิณก็รู้ว่าปากผมมันไวกว่าสมองเสียอีก” เขาโอดครวญเสียง

อ่อย ยอมรับความผิดพลาดของตนเองพลางจับแขนอีกฝ่ายเขย่าราวกับ

เด็กๆ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนสาวมักใจอ่อนยอมยกโทษให้ทุกครั้งถ้าใช้วิธีนี้

“คราวหน้าอย่าทำแบบนี้อีกล่ะ” หญิงสาวกล่าวอย่างจำยอม

พร้อมกลอกนัยน์ตากลมโตไปมาอย่างอิดหนาระอาใจ “คิดดีๆ ก่อนพูด

ออกมา เพราะฉันขี้เกียจทะเลาะเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“ครับผม!” รณกรตอบรับเสียงดัง ทำท่าวันทยหัตถ์ติดตลกอย่าง

ร่าเริง ก่อนจะรีบเดินตามปภาพินท์ไปค้นคว้าหาข้อมูลบริเวณอื่น โดย

ไม่ลืมหันมาชูนิ้วหัวแม่มือให้เพื่อนพ้องร่วมทีมในเชิงว่า ‘ปฏิบัติการง้อ

ครั้งนี้ลุล่วงเรียบร้อย’

 

ดวงตะวันใกล้ลาลับอับแสง หลังจากเดินทางบนฟากฟ้า

มานานกว่าครึ่งค่อนวัน ความเหน็ดเหนื่อยของเหล่ามนุษย์ตัวน้อยๆ

อาจไม่เทียบเท่าความวิริยอุตสาหะของเทพรา แต่กระนั้นปภาพินท์

กับรณกรก็รู้สึกเมื่อยล้าเหลือกำลังจนสัปหงกตลอดทางระหว่าง

นั่งเครื่องบินลำเล็กจากเมืองลักซอร์ มหานครแห่งทวยเทพ มาถึง

กรุงไคโร เมืองหลวงของประเทศอียิปต์

ปภาพินท์แทบเขวี้ยงกระเป๋าสะพายทิ้งอย่างไม่แยแส ทันทีที่

กลับมาถึงห้องพักเล็กๆ แคบๆ ในศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์แกลตัน

หญิงสาวไม่ปล่อยเวลาให้ไร้ค่า เธอรีบทิ้งตัวลงบนฟูกนอนหนานุ่มอย่าง

หมดแรง แม้เธอจะหลงใหลอารยธรรมเก่าแก่สักเพียงใด แต่การเดินทาง

ไปกลับระหว่างอียิปต์บนกับอียิปต์ล่างภายในวันเดียวก็หนักหนาสาหัส

ขนาดสลบไสลไม่เป็นท่าทุกครั้ง

นับว่ายังโชคดีที่ ศาสตราจารย์จอห์น แกลตัน ไม่เรียกเธอเข้าพบ

เฉกเช่นเพื่อนชาย ซึ่งเท้ายังไม่ทันจะแตะพื้นเสียด้วยซ้ำ ก็มีคำสั่ง

เรียกตัวด่วนเสียแล้ว ต่อให้รณกรตาใกล้ปิดก็จำต้องฝืนใจไปตาม

คำบัญชาเจ้าของศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์แห่งนี้อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

การเป็นนักโบราณคดีในประเทศอียิปต์มากว่าสองปี ไม่มีสักวัน

ที่ปภาพินท์จะไม่คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนอย่างประเทศไทย ไหนจะเรื่อง

อาหารการกินก็หนักเครื่องเทศจนรู้สึกเลี่ยน ไหนจะเรื่องอากาศร้อนและ

แห้งแล้งจนผิวพรรณหยาบกร้าน ยังไม่รวมสภาพสังคมซึ่งแวดล้อม

ด้วยฝูงชนต่างภาษา ศาสนา และวัฒนธรรม หากไม่ได้รณกรคอยอยู่

เป็นเพื่อนข้างกายยามอ่อนล้า เธอคงหนีกลับไปหาครอบครัวตั้งแต่วันแรกแล้ว

ปังๆ!

ประตูไม้ซีดาร์สะเทือนตามแรงเคาะรัวของใครบางคน ทำให้

หญิงสาวหลุดจากภวังค์ และลุกขึ้นนั่งมองรอบกายด้วยความมึนงง

“พิณ...เปิดประตูให้ผมหน่อย!”

คำเร่งเร้าจากเพื่อนชายสร้างความขุ่นเคืองให้เจ้าของห้องที่ต้อง

ลุกไปปลดโซ่คล้องกลอนเพื่อเปิดประตูตามคำสั่งอย่างหัวเสียไม่น้อย

“ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนี้...มีอะไร”

“ผมได้รับคำสั่งให้ไปร่วมศึกษาดูงานที่โอเอซิสซิวากับคณะวิจัย

ของศาสตราจารย์แกลตัน เป็นเวลาสามเดือน...สุดยอดไปเลยใช่ไหม!”

คำตอบนั้นทำเอาเธอตาสว่าง และรีบอ่านเอกสารในมือเพื่อนชาย

ซึ่งกำลังมีความสุขเสียเหลือเกิน

“ว้าว...ยอดเยี่ยมจริงๆ ดีใจด้วยนะ” ปภาพินท์กล่าวขณะ

เขย่ามืออีกฝ่ายเพื่อแสดงความยินดีกับความก้าวหน้าในอนาคตของ

รณกรซึ่งเริ่มปรากฏเด่นชัด เพราะศาสตราจารย์จอห์น แกลตัน คง

ไม่คว้าบุคคลไม่เอาไหนไปร่วมเดินทางต่างสถานที่นานถึงสามเดือนแน่นอน

“เอ่อ...ความจริงแล้วผมขออนุญาตศาสตราจารย์แกลตันให้พา

พิณไปด้วย แต่การเดินทางครั้งนี้เป็นแบบกองคาราวานข้ามผ่าน

ทะเลทราย ท่านจึงเกรงว่าพวกผู้หญิงจะรู้สึกลำบาก เลยให้พวกผู้ชายไปเท่านั้น”

น้ำเสียงหดหู่ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวนึกเอ็นดูเขาขึ้นมา แหม

...รณกร แสงสุริยะชัย ใช่คนธรรมดาเสียเมื่อไร

หน้าตาหล่อเหลาคมคาย กับบุคลิกภาพสง่างามของเขาสามารถ

ดึงดูดสตรีหลากหลายเชื้อชาติให้เหลียวมองประหนึ่งเป็นนักแสดงหรือ

นายแบบชื่อดังทุกครั้งที่ปรากฏโฉมต่อสาธารณชน อีกทั้งยังเป็นลูกชาย

หัวแก้วหัวแหวนของ นายพลณรงค์ฤทธิ์ แสงสุริยะชัย ฐานะการเงินของ

ทางบ้านเลยสูงกว่าคำว่า ‘มีอันจะกิน’ หลายเท่าตัว

แม้ความเพียบพร้อมจะส่งผลให้มีอาชีพที่มีหน้ามีตาทางสังคม

ให้เลือกง่ายๆ แต่รณกรก็ไม่คิดแยแส และข้ามฟ้าข้ามทะเลมาเป็น

นักโบราณคดีถึงประเทศอียิปต์ตามที่เคยสัญญาไว้กับเธอตั้งแต่สมัยเยาว์วัย

“ไม่เป็นไรหรอก...ฉันไม่ได้ไปคราวนี้ ก็ยังมีคราวหน้า เมื่อมีโอกาส

ผ่านเข้ามารณก็ควรรีบคว้ามันไว้นะ” กลายเป็นปภาพินท์ที่ต้องปลอบใจ

 

คนโชคดี “แล้วอย่าลืมเอาประสบการณ์ที่ได้มาฝากฉันด้วยล่ะ”

“ผมสัญญาว่าจะรีบกลับมา เพื่อเอาประสบการณ์ดีๆ ที่ได้รับ

มาฝากพิณเป็นคนแรก” รณกรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น โดยไม่รู้

เลยว่า...เขาจะไม่ได้กลับมาทำตามคำพูด!

 

จากวันนั้นจวบจนวันนี้ เวลาก็ล่วงเลยมากว่าหกเดือนแล้ว

แต่คณะวิจัยสำรวจโอเอซิสซิวาจำนวนสิบคนก็ยังไม่ได้ติดต่อกลับมายัง

ศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์แกลตันเลยสักครั้งเดียว ถึงกระนั้นบุคลากร

คนอื่นๆ ในสำนักงานก็ไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ เพราะการตรวจค้น

ซากอารยธรรมมักมีการยืดเยื้อเสมอ และครั้งนี้ก็คงด้วยเหตุผลเดียวกัน

“วันนี้ก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากคณะวิจัยฯ เหรอคะ” ปภาพินท์

เอ่ยถามรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่จัดสรรตารางงานต่างๆ ให้ ศาสตราจารย์

จอห์น แกลตัน โดยตรง

“ยังเลย” หล่อนตอบก่อนจะจิบกาแฟสำเร็จรูปในถ้วยกระเบื้อง

ด้วยอารมณ์เบิกบานใจตามปกติวิสัยของลูกน้องยามเจ้านายไม่อยู่สั่งงาน

“แต่นี่มันหกเดือนเต็มๆ แล้วนะคะ”

“ใจเย็นๆ สิพิณ ทุกคนก็รู้ว่าศาสตราจารย์แกลตันมักทุ่มเทเวลา

ให้การทำงานอย่างเต็มที่ จนลืมติดต่อกลับมายังศูนย์วิจัยฯ บ่อยครั้ง”

“อย่างน้อยรณหรือใครสักคนในคณะวิจัยฯ ก็ควรติดต่อกลับมาบ้างนะคะ”

“พวกเขาคงไม่สะดวกติดต่อกลับมา เพราะบริเวณโอเอซิสซิวา

อยู่ห่างจากกรุงไคโรมาก อาจทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับสัญญาณโทรศัพท์

ก็ได้ ขนาดพี่โทรศัพท์ไปยังศูนย์วิจัยประวัติศาสตร์เทเลอร์ในโอเอซิสซิวา

ตั้งหลายครั้ง ก็ไม่มีสัญญาณเช่นกัน” คำอธิบายนั้นไม่ได้ทำให้ผู้ฟังอุ่นใจขึ้นเลย

ข่าวคราวไม่คืบหน้าสร้างความหงุดหงิดใจให้หญิงสาวพอสมควร

ยิ่งเห็นทุกคนเมินเฉยประหนึ่งเป็นเรื่องปกติก็ทำให้เธอไม่อาจทนอยู่ต่อไป ได้

จึงก้าวฉับๆ ออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว

ช่วงสามเดือนแรกปภาพินท์ยังไม่หวาดวิตกถึงเพียงนี้ เพราะคิดว่า

งานทางด้านโน้นคงยุ่งวุ่นวายจนไม่สามารถสละเวลาทำอย่างอื่นได้ ทว่า

ช่วงสามเดือนหลังก็เริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากล

เพราะหากรณกรไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อกลับมา เขาจะต้องพยายาม

ส่งจดหมายทางไปรษณีย์หรือหาวิธีอื่นๆ อย่างแน่นอน ไม่ใช่หายเงียบจนผิดวิสัย

 

วิถีชีวิตในมหานครไคโรยังคงคึกคักด้วยพ่อค้าแม่ขายที่

นำสินค้าหลากหลายประเภทมาเสนอให้แก่นักท่องเที่ยวพร้อมอวดอ้าง

สรรพคุณต่างๆ เกินควร ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเรือนหรือเครื่องประดับ

ล้วนถูกวางขายริมทางเดินอันจอแจด้วยผู้คน บางครั้งปภาพินท์ก็อด

ไม่ได้ที่จะเลือกชมเลือกหาข้าวของเพื่อประดับประดาห้องตามรสนิยม

แต่รณกรมักห้ามปรามอยู่ร่ำไป เพราะเกรงว่าเธอจะเสียรู้คนร้าย ซึ่งแอบ

ขโมยวัตถุโบราณจากสุสานเก่าแก่มาอย่างผิดกฎหมาย

“โอ๊ย! ยัยพิณ ทำไมถึงฟุ้งซ่านแบบนี้”

หญิงสาวพึมพำต่อว่าตนเอง ทั้งที่ตั้งใจออกมาเดินเล่นในข่าน-

อัล-คาลิลี ซึ่งเป็นตลาดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองหลวง และเป็นศูนย์กลาง

สินค้าด้านงานฝีมืออันเก่าแก่ และปัจจุบันขายสินค้าจำพวกของที่ระลึก

เช่น เครื่องหนัง กล่องประดับลวดลาย เครื่องเงิน ทอง อัญมณี

ทองเหลือง ทองแดง ฯลฯ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดเรื่องเพื่อนชาย

กลับกลายเป็นคิดถึงเขามากกว่าเดิมเสียได้

การเป็นผู้หญิงไทยตัวคนเดียวในสังคมต่างถิ่นช่างลำบากลำบน

ไม่น้อย เมื่อไม่อาจทำอะไรได้ดั่งใจปรารถนา ปภาพินท์ต้องการออก

                         (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

อาถรรพ์วันจันทรา นำพาหญิงสาวจมสู่โลกแห่งคำสาปใต้ผืนทราย และพบว่าโลกอดีตซ่อนอยู่ภายใต้โลกปัจจุบัน รอคอยการหลุดพ้นจากความเป็นนิรันดร์ ความรัก ความริษยา และคำสาปแช่ง ยังลงทัณฑ์ผู้เป็นต้นเหตุของคำสาป ดุจพันธนาการที่รอการปลดเปลื้อง เพราะอาถรรพ์หรือโชคชะตา พาให้ปภาพินท์เข้ามาอยู่ในพระราชวังโบราณที่อันตรธานไปจากแผ่นดินอียิปต์ ประหนึ่งโดนม่านมนตร์บดบังตา โดยจะผุดขึ้นมาบนผืนทรายทุกคืนพระจันทร์เต็มดวง และพบกับกษัตริย์หนุ่มผู้รอการชดใช้ความผิดในอดีต ทั้งที่ตกเป็นเชลย แต่หญิงสาวกลับรู้สึกคุ้นเคยกับวิถีชีวิตในรั้วพระราชวังแห่งนี้ คล้ายต้องบางอย่างที่รอคอยมาแสนนาน ความลับ โศกนาฏกรรม และความจริงยังรอการแก้ไข...แต่ใครคือผู้ปลดปล่อยที่แท้จริง


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021