ดีไซน์รักฉบับร้อน (วาริรา)

ดีไซน์รักฉบับร้อน (วาริรา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020787
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 300.00 บาท 195.00 บาท
ประหยัด: 105.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

            “คุณปู น้องรักยังไม่มาอีกเหรอ” เสียงร้อนรนของไตลิสต์

คนหนึ่งทำเอาผู้จัดการส่วนตัวของนางแบบกิตติมศักดิ์หวาดหวั่น เหลือบ

มองดีไซเนอร์สาวสวยเจ้าของห้องเสื้อบลอสซั่มที่กำลังเช็กความเรียบร้อย

ของชุดบนร่างระหงของนางแบบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนก้าวขึ้นสู่รันเวย์

            “ใจเย็นๆ รออีกแป๊บนะคะ เกือบถึงแล้ว” ผู้จัดการสาวพร่ำบอก

เป็นรอบที่ร้อย มือข้างหนึ่งยังแนบโทรศัพท์มือถือติดข้างหู แม้เสียงตอบ

กลับจะเป็นรอบที่ร้อยแล้วเช่นกัน ด้วยน้ำเสียงไม่รู้ร้อนรู้หนาวว่า... ‘ไม่มี

สัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก’

            “แบบนี้จะไม่ทันเอานะ ไหนจะต้องแต่งหน้าทำผม ที่ว่าหาใครเดิน

แทนดีกว่าไหมคุณมิ้นท์” สไตลิสต์สาวหันมาถามดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อ

บลอสซั่ม

            “คนที่จะใส่ชุดฟินาเรของบลอสซั่มต้องเป็นรักสรเท่านั้น เฉพาะ

ชุดนี้มิ้นท์ไม่ยอมให้ใครใส่เด็ดขาด” มินธาราตอบเสียงเย็นเยือก “เดี๋ยว

มันก็มาใช่ไหมพี่ปู มันคงไม่ทำให้แบรนด์ที่มันก็เป็นคนสร้างสิ้นชื่อหรอก”

            ผู้จัดการสาวถึงกับหน้าซีด หัวเราะแหะๆ

            ความคุ้นเคยกับดีไซเนอร์ผู้นี้ทำให้รู้ดีว่าภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น

พายุใต้ฝุ่นคงกำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้ารักสรยังไม่รับมา มีสิทธิ์ที่

ไต้ฝุ่นจะขยายตัวทำลายล้างงานแฟชั่นโชว์ให้ราพณาสูรได้ง่ายๆ

            “แย่แล้วค่ะ แย่แล้ว”

            ดูเหมือนปัญหาจะไม่ได้มีเพียงแค่นั้น เมื่อแบ็กสเตจสาวคนหนึ่ง

หอบเดรสยาวโทนสีชมพูหวานดีไซน์อลังการวิ่งเข้ามาหามินธารา แต่

สภาพเดรสตัวนี้เป็นฟินาเลปิดท้ายงานกลับมีสภาพขาดวิ่งเหมือนถูก

มีดกรีดเป็นทางยาวรอบตัว

            “ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ใครเป็นคนทำ” มินธาราตวาดลั่น

มือเรียวหยิบเดรสไหมชาติผสมผสานกับชีฟองตัวยาวขึ้นดู โทสะพุ่งขึ้น

เป็นริ้วๆ เมื่อฟินาเลที่ใช้เวลาสร้างสรรค์เนิ่นนานถูกทำลายจนแทบจะ

กลายเป็นเศษผ้า

            “ทีมงานทุกคนก็วุ่นอยู่กับนางแบบ ไม่มีใครไปเดินวุ่นวายแถวชุด

ฟินาเลเลยนะคะ” แบ็กสเตจสาวซึ่งเป็นคนพบชุดตอบเสียงสั่น ก้มหน้า

งุด ไม่กล้าสบตามินธารา

            “ก่อนหน้านี้พี่เดินไปเช็กของ ก็ยังเห็นชุดแขวนอยู่ปกติ” ตุน...

ดีไซเนอร์สาวประเภทสอง หนึ่งในลูกทีมบลอสซั่มบอกหน้าเครียด เพราะ

ฟินาเลแยกแขวนไว้ต่างหาก ในขณะที่แบ็กสเตจต่างวุ่นวายอยู่กับเหล่า

นางแบบจึงไม่มีใครทันสังเกต “แล้วจะทำยังไงดีคะ ใกล้จะเริ่มแสดงแล้ว

นะ แถมน้องรักก็ยังไม่โผล่มา”

            “เกิดอะไรขึ้นฮะน้องมิ้นท์ เมื่อกี้มีคนวิทยุบอกพี่ว่ามีปัญหา”

            ออร์แกไนเซอร์หนุ่มหัวใจสาวผู้ประสานงานก้าวลิ่วเข้ามายังหลัง

เวทีพร้อมหญิงสาวแต่งหน้าจัดจ้านอีกคน พอเห็นชุดฟินาเลถูกกรีดทั่วทั้ง

ตัวหญิงสาวจึงอุทานลั่น

            “ตายแล้ว นั่นชุด...ทำไมขาดแบบนั้นล่ะ”

            เพียงเห็นใบหน้าหญิงสาวผู้นี้ก็ทำให้ปรอทอารมณ์ของมินธารา

พุ่งปรี๊ด ก้าวอย่างรวดเร็วไปถึงตัวหญิงสาว ก่อนจะคว้าหมับเข้าที่

รอบคอระหง

            “ยายเอธยาหน้างิ้ว เธอใช่ไหมที่เป็นคนทำลายชุด”

            “โอ๊ย! จะบ้าเหรอ ปล่อยฉันนะ”

            “ไม่ต้องมาทำหน้าตาย ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนทำ เธอกล้าดียังไงมาทำ

กับชุดฉันแบบนี้”

            “ใจเย็นๆ ก่อนน้องมิ้นท์” ออร์แกไนเซอร์หนุ่มและทีมงานรีบเข้ามา

ดึงมินธาราออกจากเอธยา

            “ฉันเพิ่งเข้ามาเมื่อกี้ เธอมีหลักฐานอะไรหาว่าฉันเป็นคนทำ พาล

ชัดๆ”

            มินธาราแทบจะพุ่งเข้าใส่อีกครั้งหากตูนไม่รั้งตัวหล่อนไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ นอกจากทีมงานก็มีแต่เธอที่ถือวิสาหะเข้าออกหลัง

เวที แล้วเธอก็เป็นคนที่น่าสงสัยมากที่สุด”

            “พูดให้มันดีๆ หน่อยนะ ฉันแค่อยากเรียนรู้วิธีจัดงานแฟชั่นโชว์

เธอคิดได้ยังไงว่าฉันเป็นคนทำลายชุด ปรักปรำกันแบบนี้เดี๋ยวฟ้องฐาน

หมิ่นประมาทซะหรอก”

            “หยุด ใจเย็นๆ ก่อนทั้งสองคน ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันนะ

ฮะ” ออร์แกไนเซอร์หนุ่มรีบเข้ามาสงบศึก “ใครจะเป็นคนทำเอาไว้ก่อน

เถอะ มาคิดกันก่อนดีไหมว่าจะทำยังไง อีกไม่กี่นาทีก็จะเริ่มแสดงแล้ว

ฟินาเลกลายเป็นแบบนี้ แถมน้องรักก็ยังมาไม่ถึง”

            “หึ จะทำอะไรได้ ชุดกลายเป็นเศษผ้าขี้ริ้วแบบนี้ เอ...แต่ความจริง

มันก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร ถึงมีชุดนี้ก็คงไม่ทำให้ห้องเสื้อโนเนมของเธอ

โด่งดังขึ้นมาได้หรอก”

            “ว่าไงนะ” คราวนี้คนที่ปรี่เข้ามาหญิงสาวกลับเป็นดีไซเนอร์สาว

ประเภทสองและบรรดาลูกทีมบลอสซั่มอีกสามคน ส่งผลให้ออร์แกไน-

เซอร์หนุ่มต้องรีบกันเอธยาออกห่าง

            “พอฮะพอ คุณเอธยาออกไปก่อนนะฮะพี่ขอร้อง”

            เอธยามองคู่กรณีอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเชิดหน้าเดินออกจาก

หลังเวที

            แต่พอพ้นประตูเท่านั้น หญิงสาวก็หัวเราะลั่นด้วยความสะใจ

            “สมน้ำหน้า ทำอวดดีคิดว่าเป็นดีไซเนอร์ดัง คิดเหรอว่าฉันจะยอม

ให้แกประสบความสำเร็จง่ายๆ นังมิ้นท์...แกก็เป็นได้แค่ยายเด็กนอกคอก

เท่านั้นแหละ”

            “ยายหน้างิ้วเอ๊ย คอยดูนะฉันไม่ยอมให้เรื่องนี้จบง่ายๆ แน่”

มินธารากัดกรามแน่น จัดเดรสยาวสีชมพูหวานซึ่งทุ่มเทแรงกายแรงใจ

และสภาพขาดวิ่นทั้งตัว ทำไมแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของบลอสซั่มถึงมีปัญหา

และอุปสรรคเยอะขนาดนี้ ฟินนาเลก็ใช้การไม่ได้ ยายเพื่อนตัวดีผู้รับหน้าที่

สวมชุดนี้ก็ยังไม่มา

            “พี่ว่าน้องมิ้นท์อคติเกินไปรึเปล่า คุณเอธยาคงไม่ทำเรื่องร้ายกาจ

แบบนั้นหรอก” ออร์แกไนเซอร์หนุ่มท้วงอย่างหวาดๆ

            “อคติงั้นเหรอ พี่อ้วนรู้จักยายเอธยาน้อยไป สำหรับยายนั่น เรื่อง

แค่นี้ไม่ถือว่าร้ายกาจหรอก” เสียงใสแทบแหว “พี่อ้วนนั่นแหละ ทำไม

ต้องหงอยอมยายนั่น ถ้าเพราะยายนั่นเป็นลูกเจ้าของบริษัทสปอนเซอร์

ก็อย่าลืมว่าแม่ของมิ้นท์ก็สปอนเซอร์รายใหญ่ของงานนี้เหมือนกัน”

            ออร์แกไนเซอร์หนุ่มเหวอเล็กน้อย “เอ่อ...เอาเถอะฮะ ยังไงตอนนี้

เรามาคิดก่อนดีกว่าว่าจะทำยังไงต่อไป”

            อคติบ้าบอน่ะสิ มินธารารู้จักนิสัย “ยายเอธยาหน้าหงิ้ว” ดีกว่าตัว

ยายเอธยาเองซะอีก หล่อนแน่ใจเลยว่าต้องเป็นฝีมือยายนั่นร้อยเปอร์เซ็นต์

เป็นการกลั่นแกล้งที่ไม่ต่างจากสมัยเด็ก ไม่ต่างจากสมัยที่ยายเอธยากับ

ลูกพี่ลูกน้องคนอื่นๆ พากันกดขี่ข่มเหงมินธารา

            หลายคนอาจแปลกใจว่าถ้ารู้ว่ามินธารากับเอธยาเป็นญาติกัน ญาติ

ที่ไม่คิดจะนับญาติ เวลาเจอกันต่างคนจึงทำตัวประหนึ่งผู้แปลกหน้าที่อยู่

กันคนละขั้วโลก

            ซึ่งถ้ามันเป็นเช่นนั้นต่อไปคงไม่เป็นไร

            แต่ยายหน้างิ้วดันมาเล่นถึงบลอสซั่มของหล่อน...บลอสซั่มซึ่งเป็น

ดั่งชีวิตจิตใจ

            สมาชิกบลอสซั่มต่างทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายและสมองสร้างสรรค์

บลอสซั่มให้เป็นที่พึงพอใจของสาวๆ ใส่ใจทุกรายละเอียดในทุกๆ ขั้นตอน

ทุกคนต่างมีความสุขเวลาเห็นสาวๆ ยิ้มกว้างเมื่อสวมใส่ชุดที่ได้ออกแบบ

มินธาราแค่ต้องการให้แบรนด์เล็กๆ แบรนด์หนึ่งผลักดันให้ผู้หญิงรักสวย

รักงาม มีความมั่นใจในการแต่งตัวมากขึ้น เหมือนกับชื่อแบรนด์ที่แปล

ตรงตัวว่า ‘ผลิตอก’ การทำให้คนใส่เป็นดั่งดอกไม้แรกแย้มตามสมัยนิยม

            เหตุผลเหล่านี้ทำให้บลอสซั่มมีลูกค้าประจำเหนียวแน่น ภายใน

ระยะเวลาเพียงสองปีคำว่า ‘สาวบลอสซั่ม’ ก็เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่

แฟชั่นนิสตาเมืองไทย

            มินธาราจะมไม่ยอมให้เอธยามาทำให้บลอสซั่มของหล่อนต้องเสีย

ชื่อเสียงเด็ดขาด

            “พี่อ้วน เหลือเวลาอีกเท่าไหร่กว่าจะถึงคิวฟินาเล” มินธาราหันมา

ถามออร์แกนไนเซอร์หนุ่ม

            “เราจะต้องเริ่มแสดงในอีกห้านาที กว่าจะถึงคิวฟินาเลก็อีกประมาณ

ยี่สิบนาที คงต้องตัดทิ้ง...”

            “โอเค มิ้นท์จะจัดการให้เสร็จภายในยี่สิบนาที พี่อ้วนออกไปดูแล

งานด้านนอกเถอะค่ะ”

            “ฮ้า! น้องมิ้นท์จะทำอะไร อย่าบอกนะว่าจะซ่อมชุดฟินาเล คง

ไม่ไหวหรอกมั้งสภาพแบบนั้น อีกอย่างน้องรักก็ยังไม่แน่ว่าจะมา...”

            “คุณรักสรมาแล้ว”

            ออร์แกไนเซอร์หนุ่มยังพูดไม่จบประโยค เสียงตะโกนของแบ็กสเตจ

คนหนึ่งก็ดังขึ้น เพียงเท่านั้นเส้นความเครียดที่ตึงเขม็งแทบจะขาดของ

ทุกคนก็พอจะหย่อนคลายลงได้บ้าง โดยเฉพาะผู้จัดการของนางแบบสาว

ที่ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่

            แต่สภาพของหญิงสาวร่างสูงเพรียว ผิวสีแทน กำลังยืนหอบพิง

ขอบประตู ผมเผ้าซึ่งมัดเป็นหางม้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อน

คราบฝุ่นหม่นๆ ทำให้แต่ละคนอ้าปากค้าง

            “ยายรัก ไปฟัดกับหมาที่ไหนมา”

            รักสรยกมือเป็นเชิงห้ามไม่ให้ปู...ผู้จัดการส่วนตัวบ่น หล่อนเห็น

เพื่อนสนิทยังยืนนิ่งและจ้องตาเขียวปัด

            “ขอโทษจริงๆ ฉันรีบแล้วนะมิ้นท์ เสร็จจากกองถ่ายก็บึ่งรถมาเลย

แต่รถดันเสียฉันเลยนั่งมอเตอร์ไซค์มา ดันดวงซวยรถล้มจนเป็นอย่างนี้”

            “เลิกอ้างเลยแก ฉันไม่มีเวลานั่งฟังข้ออ้างของแกหรอก รีบไป

แต่งหน้าทำผมซะ แกจะต้องใส่ฟินาเลของบลอสซั่มขึ้นโชว์ให้ได้”

            มินธาราบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงมาดมั่น ทำเอารักสรต้องรีบเดิน

กะเผลกตามแรงลากของสไตลิสต์ไปหาช่างแต่งหน้าและช่างผมตรงโต๊ะ

กระจก พอนั่งลงบนเก้าอี้เรียบร้อย มือหลายมือก็แทบจะดึงทิ้งหล่อนด้วย

ความว่องไว

            “เอาจริงเหรอฮะน้องมิ้น ไม่ไหวหรอกมั้ง พี่ว่าตัดฟินาเลทิ้งเถอะ

มาถึงขั้นนี้แล้ว” ออร์แกไนเซอร์หนุ่มจ้องดีไซเนอร์สาวเหมือนหล่อนเพี้ยน

ไปแล้ว แม้จะเคยเห็นความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของดีซ-

เนอร์สาวผู้นี้มาก่อน แต่ดูยังไงชุดที่ขาดวิ่งเละเทะขนาดนั้นคงไม่สามารถ

นำมาใช้งานได้อีก

            มินธาราเหยียดยิ้ม “เดี๋วจะทำให้เป็น wildflower แบบฉบับ gone

Wild ให้ดู”

            เมื่อเสียงเพลงดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มการแสดงแฟชั่นโชว์

ความชุลมุนจึงเริ่มขึ้นด้วยเช่นกัน นางแบบออกไปเดินเฉิดฉายด้วยท่วงท่า

สวยงามบนรันเวย์ ก่อนจะกลับมสร้างความวุ่นวายให้แก่ทีมงานอีกครั้ง

ในรอบถัดมา ทีมงานหยิบเสื้อผ้าบนราวแขวนสวมใส่ให้นางแบบตาม

กำหนด ตกแต่งเครื่องประดับต่างๆ ให้อย่างเร่งรีบ เรียกว่าหลังเวทีวุ่นเป็น

หนูติดจั่น ขณะบนรันเวย์นางแบบต่างสงบและเยือกเย็น

            งานลักซ์เซอรี่แฟชั่นวีกคอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ของปีนี้ ห้องเสื้อ

บลอสซั่มซึ่งกำลังโด่งดังในวงการแฟชั่นเมืองไทยได้รับเชิญจากห้าง

สรรพสินค้าลักซ์เซอรี่ให้เข้าร่วมเป็นครั้งแรก โดยเป็นโชว์ชุดสุดท้ายในวัน

สุดท้ายของงาน

            ห้องแกรนด์บอลรูมเนรมิตให้กลายเป็นสีดำสนิท รันเวย์ปูหญ้า

เทียมสีเขียวเข้ม เช่นเดียวกับเพดานที่นำไม้ระแนงพันเถาไม้มาวาดพาง

เพื่อให้ใบไม้สีเขียวสดห้อยระย้า พร้อมดรายไอซ์สีขาวจางคล้ายหมอก

เหมือนหลุดมาอยู่ท่ามกลางโอเอซิสใจกลางกรุง

            คอลเลกชันสปริง-ซัมเมอร์ ภายใต้คอนเซปต์ ‘wildflower

Blossom’ โดดเด่นที่ผ้าพิมพ์ลายดอกไม้ และลายกราฟิกสุดเก๋ โทน

สีหวานเย็นตา บนเดรสเนื้อผ้าฝ้าย ชีฟอง ลินิน และซาตินโปร่งสบาย กับ

เทคนิคการจับเดรปหลากหลายตามสไตล์บลอสซั่ม

            ดีไซเนอร์สาวไฟแสงสูงแห่งห้องเสื้อบลอสซั่มได้แรงบันดาลใจมา

จากดอกไม้ป่าซึ่งแบ่งบานท่ามกลางป่าลึก เติบโตออกดอกสวยแปลกตา

โดยไม่ต้องรดน้ำใส่ปุ๋ย เฉกเช่นธรรมชาติของผู้หญิงทุกคนที่ต่างมีความ

สวยงามอยู่ในตัว โดยไม่ต้องแต่งเติมอะไรมากมาย ฉะนั้นการแต่งหน้า

ทำผมภายใต้คอนเซปต์นี้จึงเน้นเป็นธรรมชาติที่สุด โดยแต่งหน้าบางๆ

ทรงผมปล่อยยาวยีให้ฟูฟอง สวมรองเท้าแฮนด์เมดส้นเตี้ยดีเทลสวยๆ

เดินบนรันเวย์หญ้าเทียม เหมือนดอกไม้ป่าออกมาเริงระบำ

            “แก้หน้าไปอย่างนี้ก่อน” มินธาราถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจัดชุด

ฟินาเลให้รักสรเรียบร้อย

            บรรดาทีมงานมองตามชนิดไม่อยากเชื่อสายตา คำว่าแก้หนา

ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง เพราะฟินาเลบนร่างระหงของรักสรขณะนี้เพอร์เฟกต์

                           (ติดตามอ่านต่อได้ในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

มินธาราไม่เคยรู้ว่าพ่อกับแม่หล่อนหย่ากันมาสิบกว่าปีแล้ว จนได้คำตอบจากปากของพ่อว่าจะแต่งงานใหม่และหย่ากับแม่หล่อนมานานแล้ว แต่ยังแสร้งทำเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเพราะไม่อยากให้หล่อนเสียใจ เมื่อหล่อนไปถามมารดา ก็บังเอิญเข้าใจผิดว่ามารดากำลังพลอดรักกับกรินทร์ โดยเขาแค่ช่วยประคองแม่ของหล่อนเพราะจะเป็นลม มินธาราเกลียดกรินทร์มาก และมารู้ว่าผู้หญิงที่พ่อจะแต่งงานด้วยคือน้องสาวเขา หล่อนจึงเกลียดทุกคนในตระกูลสรรพมุนินทร์ วาทินแอบชอบมินธาราแต่หล่อนไม่ยอมญาติดีด้วยเพราะเขาเป็นญาติของกรินทร์ แต่เมื่อเขาแสดงให้เห็นว่าหวังดีกับหล่อนจริง จึงเริ่มมองเห็นเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ในขณะที่วาทินมาตามจีบมินธาราก็ได้รักสร นางแบบเพื่อนสนิทของมินธาราเป็นแม่สื่อให้ ความใกล้ชิดและการได้เห็นความอ่อนโยนของรักสรทำให้เขารู้ใจตัวเองว่ารู้สึกพิเศษกับเธอ ส่วนกรินทร์นั้นหาทางแกล้งให้มินธาราโกรธได้เสมอ ยิ่งหล่อนโมโหแค่ไหน เขาก็ได้ทีเอาเปรียบหล่อนจนคิดว่าคงอยู่ไม่ได้ถ้าขาดหล่อน แต่เขาก็ยอมไม่ได้ถ้าน้องสาวจะแต่งงานกับพ่อของมินธารา ต่างคนก็ถือทิฐิ ความรักระหว่างหล่อนกับเขาก็ต้องเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด แล้วทั้งคู่จะทำยังไงกับปัญหาครอบครัวและปัญหาหัวใจที่ยังหาทางแก้ไม่ได้สักที


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021