กบฏรักแห่งหัวใจ (กรรัมภา)

กบฏรักแห่งหัวใจ (กรรัมภา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160019229
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 340.00 บาท 221.00 บาท
ประหยัด: 119.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ภารกิจที่ผิดพลาด

 

เสียงปืนและเสียงระเบิดยังดังก้องไปทุกทิศทุกทางบนภูเขา

ฮินดูกูช ที่คั่นระหว่างชายแดนอัฟกานิสถานกับปากีสถาน ซึ่งเต็มไปด้วย

กองกำลังตาลีบันพร้อมอาวุธครบมือ แค่เสี้ยววินาทีที่เหยียบย่างเข้าไป

ในเขตของพวกมันก็ถูกจู่โจมจากทุกทิศทาง เสียงปืนยังดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รวมทั้งเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจี ดังสกัดกั้นช่องทางหนี บีบให้พวกเขา

เป็นเป้านิ่งให้พวกมันโจมตีเล่น จนชาร์ลี ผู้กองนอร์ด และเคลย์ตันต้องใช้

ต้นไม้กับก้อนหินเป็นที่กำบัง

“ติดต่อฐานไม่ได้เลยไอ้ผู้กอง!” เคลย์ตัน...พลสื่อสารและวิทยุ

ตะโกนฝ่าเสียงห่ากระสุนที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ เพื่อบอกหัวหน้าทีมที่ซ่อน

อยู่หลังกองหิน ดวงตาจดจ่อแน่วแน่อยู่หลังเลนส์กล้องปืน เหนี่ยวไกปืน

M4 ในมืออย่างไม่เร่งรีบ ไม่กราดยิงไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ทุกนัดเจาะ

ตรงกลางศีรษะเป้าหมายเสมอ

“ต้องขาดการติดต่ออย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงเขาถึงจะส่งทีมค้นหาและ

กู้ชีพมา!” เจ.ที ตะโกนตอบเพื่อนผ่านอุปกรณ์สื่อสาร แต่ไม่ได้หันไปมอง

เคลย์ตันแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขาซุ่มอยู่ในจุดสูงที่สุด พยายามเก็บ

เป้าหมายทีละคน ขณะเดียวกันก็ต้องระวังไม่ให้ข้าศึกรู้ว่าสไนเปอร์อย่างเขา

ซ่อนอยู่ที่ไหน

            เสียงปืนยังดังต่อเนื่อง ตอนนี้ชายหนุ่มอยู่บนไหล่เขา ถ้าขึ้นที่สูง

ก็อาจจะติดกับ แต่ถ้าลงด้านล่างก็เท่ากับเป็นเป้านิ่งให้พวกมันยิงเล่น

สบายไปเลย

“เอายังไงต่อผู้กอง!” ชาร์ลีตะโกนลั่น ตอนนี้จะต้านไม่อยู่แล้ว

เรือเอก นิติธรรม์ แมคอีเซอร์ ผู้เป็นหัวหน้าทีมยังไม่ตอบ แม้นี่ไม่ใช่

ครั้งแรกที่ออกปฏิบัติการก็จริง แต่เวลาแห่งความเป็นความตาย ความ

ปลอดภัยของตัวเองไม่ใช่สิ่งสูงสุดที่เขาต้องคำนึง...หน้าที่ ประเทศชาติ

และเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายเท่านั้นที่สำคัญ ในฐานะหัวหน้าทีม การตัดสินใจ

ทั้งหมดอยู่ที่เขา

ผู้กองออกมาจากที่ซ่อนแล้วยิงแสกหน้าชายที่สวมชุดของกองกำลัง

ตาลีบันสีน้ำเงินนัดเดียวตายคาที่ แต่กระสุนก็หมดจึงหันไปสบตาชาร์ลี

ที่โยนกระสุนมาให้อีกแมกาซีน และรับไว้ได้อย่างว่องไว

“ขอบใจว่ะไอ้ชาร์ล!”

“ด้วยความยินดีไอ้ผู้กอง” ชาร์ลียิ้มอย่างกระหายเลือด แววตา

อำมหิตมาดร้ายยามมองพวกที่ไล่ต้อนพวกเขาอยู่ในตอนนี้ เขาถามว่า

“ว่าไง...จะเอายังไงต่อ!”

“ไปจุดถอนกำลังที่สอง!”

“ไอ้หน้านิ่ง เคลียร์ทางให้ด้วย!” ชาร์ลีตะคอกผ่านเครื่องมือสื่อสาร

บอกมือสไนเปอร์ที่ซุ่มอยู่ไกลออกไป

“รอก่อน” ผู้รับหน้าที่เพชฌฆาตกล่าวอย่างใจเย็น ตอนนี้ยัง

ไม่เหมาะที่จะจัดการพวกมัน ข่าวการซุ่มทำงานของพวกเขาครั้งนี้เป็น

ความลับ ดังนั้นการที่ข้าศึกตามกลิ่นมาถูก...จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่

ถ้าเป็นแค่การปะทะกันระหว่างหน่วยลาดตระเวนปกติ ไม่มีทางที่

พวกมันจะแบกเครื่องยิงระเบิดอาร์พีจีมาด้วยแน่ ถ้าไม่ได้เตรียมการ

เป็นอย่างดี...ดีไม่ดีอาจมีสไนเปอร์ซุ่มอยู่ที่ไหนเพื่อหาตำแหน่งของเขาด้วย

ก็เป็นได้

                ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำก็คือการรอ เวลามีจังหวะของมันเสมอ...

“ไวหน่อยสิวะไอ้เจ.ที เดี๋ยวก็ตายห่ากันหมดหรอก”

“ใจเย็นหนุ่มๆ” เขาทอดเสียงลงเล็กน้อยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร

แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของเจ.ที ชายหนุ่มกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น

“ใจเย็นๆ” ดวงตาสีน้ำ ตาลดุดันมองผ่านเลนส์กล้องปืน ภูมิประเทศแม้จะ

เป็นภูเขาและมีต้นไม้ขึ้นหนาตา แต่ก็มีไม่กี่จุดที่ได้เปรียบและเหมาะแก่

การซุ่มซ่อนมากที่สุด...ในที่สุดเขาก็เจอ

ที่ตำแหน่งสิบนาฬิกาข้างไม้พุ่มหนึ่งซึ่งเหมือนจะไม่มีอะไรสะดุดตา

แต่ไม่ใช่กับเขาแน่ เจ.ทีแสยะยิ้มเหี้ยมแล้วจัดการปลิดชีวิตมันก่อนที่ฝ่ายนั้น

จะฆ่าเพื่อนคนใดคนหนึ่งของเขา

“เคลียร์ทางให้แล้วผู้กอง”

“พร้อมนะ!” สามหนุ่มที่ปักหลักสู้กับข้าศึกพยักหน้าให้กัน “สาม!

สอง! หนึ่ง!...ไป! ไป! ไป!”

สิ้นเสียงหัวหน้าทีมหนุ่ม ทั้งเคลย์ตันและชาร์ลีต่างก็วิ่งเรียงหนึ่ง

ตามผู้กองไป เคลย์ตันอยู่ตรงกลางเพราะต้องเป็นคนติดต่อกับฐาน ส่วน

ชาร์ลีระวังหลัง ดวงตาคมเฉียบขาดอยู่หลังกล้องปืน นิ้วเกี่ยวไกปืนไว้

พร้อมเหนี่ยวตลอดเวลา

ไม่ต่างอะไรกับการออกปฏิบัติภารกิจครั้งแรก ซึ่งวางแผนประสาน

งานกับฝ่ายต่างๆ ก่อนออกปฏิบัติงานเสมอ ต้องมีแผนสำรองและ

จุดถอนกำลังต่างๆ นัดแนะกับทีมที่จะเข้ามาเสริม หรือค้นหา กู้ชีพ ถ้ามีอะไร

ผิดพลาดไปจากแผน การตัดสินใจทั้งหมดจะไปตกอยู่ที่หัวหน้าทีม

ภาวะแสนกดดันเกี่ยวเนื่องกับความเป็นความตายและตกอยู่ใน

วงล้อมของข้าศึก ไม่ได้ทำให้ทั้งสี่หนุ่มหวาดกลัวแต่อย่างใด พวกเขา

ยอมตายดีกว่ายอมรับความพ่ายแพ้อยู่แล้ว จะสู้จนกว่าจะยกปืนในมือขึ้น

ไม่ไหว แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ขอลากคอพวกมันไปลงนรกให้มากที่สุด

เท่าที่จะทำได้ก็พอ

                ร่างสูงใหญ่ทั้งสามวิ่งต่อไปเรื่อยๆ คราบเหงื่อไคลและคราบเลือด

ของทั้งตัวเองและข้าศึกเปรอะเปื้อนเนื้อตัวกับชุดทหาร กระนั้นพวกเขา

ก็ยังวิ่ง วิ่ง และวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดถอนกำลังซึ่งอยู่บนตีนเขา

ที่มีต้นไม้บางตากว่าด้านบน ไม่มีที่ให้กำบังก็จริง แต่เจ.ทีจะสามารถเก็บ

ข้าศึกที่รายล้อมได้เป็นจำนวนมาก การออกมาสู้ในที่โล่งยังมีโอกาส

มากกว่า และตอนนี้จากมากันเกือบยี่สิบก็เหลือไม่ถึงสิบแล้วด้วย

“ข้างล่างเคลียร์!” เจ.ทีบอกเสียงดัง เพื่อให้สามคนที่วิ่งกึ่งไถลตัว

ลงจากภูเขาเร่งความเร็วหนีพวกที่ตามหลังกว่าสิบคนให้ไวยิ่งขึ้น แต่ก็

ช้าไป ข้าศึกยังไล่ยิงตามมาไม่ลดละ และกระสุนหนึ่งในนั้นก็ถูกร่าง พันจ่า

โท ชาร์ลี เจนเนอร์ เข้าพอดี

“ฉันถูกยิง!”

“เวรเอ๊ย! มันมาจากทางไหนกันนักหนาวะ!” ผู้กองหนุ่มสบถ

จากที่เหลือไม่ถึงสิบคน ตอนนี้กลับมีข้าศึกที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหนนักหนา

กรูออกมาทุกทิศทาง ล้อมทั้งสามคนไว้

“ผมจะให้สัญญาณแล้วผู้กองกับไอ้เคลย์รีบพาไอ้ชาร์ลออกมาเลย”

เจ.ทีบอกหัวหน้าทีม ตอนนี้ในมือเขามีเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีอยู่หนึ่งลูก

และเป็นลูกสุดท้ายด้วย

“เออ”

“สาม...สอง...หนึ่ง! เดี๋ยวนี้ผู้กอง!” มือสไนเปอร์หนุ่มเล็งจากระยะ

ไกล คำนวณว่าเพื่อนออกพ้นรัศมีแรงระเบิดแล้ว จึงยิงออกไปกลางวง

ที่ข้าศึกอยู่ใกล้มากที่สุด

บึ้ม!

เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เคล้าไปกับเสียงร้องโอดโอยของข้าศึก

กับชาร์ลี ผู้กองนอร์ด และเคลย์ตัน ซึ่งต่างก็ถูกแรงระเบิดจนกระเด็น

ไปไกล

“จับพวกมัน!” ผู้ชายที่สวมชุดกองกำลังของตะวันออกกลาง

ตะคอกบอกลูกน้องที่ยังรอดชีวิตราวๆ สามคน ดวงตาอำมหิตจ้องมอง

ทั้งสามคนอย่างอาฆาต บ่งบอกถึงความเกลียดชังทหารอเมริกันอย่างชัดเจน

“เวรเอ๊ย!” เจ.ทีสบถ เขาทิ้งเครื่องยิงจรวดอาร์พีจีในมือ หยิบปืน

ไรเฟิลคู่ใจขึ้นมาแล้วไล่เก็บข้าศึกทีละคน จากนั้นจึงออกจากที่ซ่อนแล้ว

ลงไปสมทบกับเพื่อนร่วมทีม

เสียงปืนยังดังก้องไปทั่ว กลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งชวนสะอิดสะเอียน

ควันไฟยังกระจายเป็นจุดๆ แต่สมรภูมิย่อมๆ ที่อยู่ด้านล่างยังคุกรุ่นไม่จาง

ทั้งสามคนถูกล้อมไว้ก็จริง แต่ยังพยายามต่อสู้ถึงที่สุด จนกระทั่งได้ยิน

เสียงเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ด้านบน

“เจ.ที จุดพลุ!” ผู้กองนอร์ดตวาดลั่น

ตอนนี้แต่ละคนมีสภาพสะบักสะบอมแทบไม่เป็นผู้ไม่เป็นคน ชาร์ลี

แน่นิ่งไปแล้ว ดูเหมือนเขาจะถูกยิงมากกว่าห้านัด คนอื่นต้องประวิงเวลา

ไว้ให้นานที่สุด ก่อนที่หน่วยค้นหาจะลงจอดและช่วยเหลือพวกเขาออกไป

ได้ ทหารเรือหนุ่มหันไปมองลูกน้องแต่ละคนด้วยสีหน้าเครียดจัด ภารกิจ

แค่ลาดตระเวน เห็นได้ชัดว่าเพราะความผิดพลาดของหน่วยข่าวกรอง

ราวกับส่งพวกเขามาตายอยู่ที่ชายแดนก็ไม่ปาน

แต่วันนี้ยังไม่ใช่วันตายของเขา หรือเคลย์ตัน เจ.ที และชาร์ลีด้วย!

ผู้กองนอร์ดหันไปพยักหน้าให้เคลย์ตันกับเจ.ที แววตามุ่งมั่นฮึกเหิม

ของแต่ละคนยืนยันได้ว่า พวกเขาพร้อมที่จะสู้เสมอ ยอมตายมากกว่า

ยอมรับว่าตัวเองพ่ายแพ้คือคติประจำใจของพวกเขา สามหนุ่มช่วยกัน

ลากชาร์ลีเข้าไปหาที่กำบังใหม่ หันหลังชนกันล้อมร่างของเพื่อนไว้แล้ว

ยิงโต้ตอบศัตรู

แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะเก่งกาจเพียงไร แต่

เมื่อมาอยู่ในถิ่นศัตรู กลางดงข้าศึกที่ยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับน้ำป่าที่

ไหลหลั่งลงมาจากเทือกเขาสูง สักวันก็จะต้านไม่ไหวอยู่ดี กระสุนปืนเริ่ม

ร่อยหรอ เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดของทั้งตัวเองและข้าศึกปะปนกันจนไม่รู้

ว่าของใครเป็นของใคร

“แม็กสุดท้าย!” เจ.ทีหันไปบอกหัวหน้าทีม

“เอาที่ไอ้ชาร์ล!”

ทว่าแค่แตะปืนคู่ใจของชาร์ลีเท่านั้น เจ้าตัวก็สะดุ้งเฮือก ลืมตาตื่น

ขึ้นมาทันที เสียงร้องโอดโอยของพันจ่าหนุ่มทำให้หัวหน้าทีมตวัดสายตา

มองเพียงชั่วครู่ แล้วหันไปสู้กับศัตรูต่อ

“ดีใจที่ยังไม่ตายว่ะ”

“เจ็บฉิบหาย”

“ไม่เจ็บก็แปลก ลุกขึ้นมายิงต่อได้แล้วไอ้ชาร์ล ประกาศให้พวกมัน

รู้ว่าอย่าคิดจะมายิงยอดขุนศึกด้วยปืนกระจอกพรรค์นั้น!” เคลย์ตันขยิบตา

ส่งมือให้ชาร์ลีจับแล้วดึงเพื่อนขึ้นมาสู้ต่อ ส่วนเรือเอกนิติธรรม์กับเจ.ที

ต่างก็ปักหลักสู้กับศัตรู

“ถ้าขืนเรายังอยู่ตรงนี้ อีกไม่นานเราจะตายห่ากันหมด!” ผู้เป็น

หัวหน้าทีมตะโกนฝ่าเสียงกัมปนาทบอกเพื่อนร่วมทีม

“แต่เรายิงพลุสีแดงบอกทีมค้นหาแล้วไม่ใช่หรือ”

“กว่าพวกนั้นจะถึงภาคพื้นเราก็ตาย!” เคลย์ตันบอก ตอนนี้แทบ

แยกไม่ออกแล้วว่าใครเป็นใคร ทั้งใบหน้า เนื้อตัว และตามชุดคอมแบต

ที่สวมอยู่ต่างก็เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและคราบดิน

“ตรงนั้นไงผู้กอง!” เจ.ทีบุ้ยปากไปทางทิศใต้ ซึ่งมีกองหินอยู่ห่าง

ออกไปราวสองร้อยหลา และอีกฝ่ายก็พยักหน้าเห็นด้วย

“เคลื่อนพลเรียงหนึ่ง ฉันกับเจ.ทีจะอยู่หัวกับท้าย เคลย์นายอยู่

ตรงกลาง ประคองไอ้ชาร์ลขึ้นมา ฉันกับเจ.ทีจะระวังหน้าหลังให้” ระหว่าง

ที่หัวหน้าทีมสั่ง เจ.ทีก็คอยยิงคุ้มกันให้ตลอดเวลา จนกระทั่งเคลย์ตันพยุง

ชาร์ลีขึ้นมายืนได้แล้ว

“พร้อมนะ ไป!”

ทั้งหมดวิ่งฝ่าดงปืนของข้าศึกไปจนถึงที่หมาย แต่นั่นก็แลกมาด้วย

การที่มีกระสุนหนึ่งนัดถากแขนเจ.ทีเป็นทางยาว

“นายต้องทำแผล!” ชาร์ลีหันไปมองแผลตามเนื้อตัวของเพื่อน

“ก่อนที่จะพยาบาลใคร มึงเอาตัวเองให้รอดก่อน!” เคลย์ตันโวย

เสียงดัง ตอนนี้เขากำลังจับปืนและจัดการกับข้าศึกอยู่ แต่เหมือนว่า

ที่หลบภัยนี้จะไม่ได้เรื่องสักเท่าไร เพราะเมื่อข้าศึกเพิ่มขึ้นมาอีก ก็เหมือนกับ

การเข้ามาติดอยู่ในบ่อรอความตายเท่านั้นเอง

“ต้องขึ้นไปอีก”

“เราจะถูกต้อนกลับขึ้นไปเจอพวกมันนะผู้กอง” เจ.ทีบอกหัวหน้าทีม

เสียงเครียด

“อยู่ตรงนี้มันก็ตายเหมือนกันนั่นแหละ” อีกฝ่ายพูดพลางตรวจ

กระสุนปืนที่เหลือ “ไม่พอจะขึ้นไปไหนด้วยซ้ำ”

ทุกคนเห็นด้วยตามที่ผู้กองหนุ่มบอก ดวงตาคมดุนั้นฉายแวว

เคร่งเครียด ประเมินกำลังศัตรูที่แม้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จริง แต่ไม่ได้มาเพิ่ม

ตลอดเวลา เท่าที่สังเกตจะเพิ่มมาทุกๆ สิบห้านาที

นั่นเท่ากับว่า พวกเขามีเวลาไม่ถึงห้านาทีเพื่อหาอาวุธเพิ่ม!

เรือเอกนิติธรรม์ถ่ายทอดความคิดนี้ให้ลูกทีม ส่วนชาร์ลีก็กัดฟัน

ทน และกอบเศษดินที่อยู่รอบตัวโปะลงบนปากแผลของเพื่อนร่วมทีม

“พยายามจัดการให้หมด ยึดอาวุธพวกมันแล้วไปต่อ ตกลงนะ!”

“เข้าใจแล้ว” มือสไนเปอร์หน้านิ่งตอบเสียงเหี้ยม แววตากระหาย

เลือดอย่างเห็นได้ชัด เขาปรับไรเฟิลในมือแล้วยิงอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ตอนนี้มีข้าศึกไม่ถึงสิบ กระสุนเขามีเพียงพอที่จะจัดการแน่นอน แต่เพราะ

ปืนไรเฟิลซุ่มยิงไม่ใช่ปืนอัตโนมัติ เขาต้องสับไกใหม่ทุกครั้งที่ยิง จึงต้อง

มีคนคอยยิงคุ้มกันให้ และผู้รับหน้าที่นั้นก็คือผู้กองนอร์ดนั่นเอง

เสียงปืนสงบลงไม่ถึงสามนาทีก็อุบัติขึ้นอีกครั้ง จากความแม่นยำ

ของเจ.ที และการที่มีผู้กองนอร์ดคอยระวังหลังให้ สุดท้ายก็เก็บพวกมัน

จนหมด ศพกระจายเกลื่อนไปทั่วเชิงเขา

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021