หัวใจหลงไฟมาร (หมึกทิพย์)

หัวใจหลงไฟมาร (หมึกทิพย์)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160023707
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 240.00 บาท 156.00 บาท
ประหยัด: 84.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ชนวนเหตุแห่งความแค้น

 

 

บันทึกวันที่ 3 มีนาคม : ฉันรู้ว่าการแต่งงานของเราไม่ได้เริ่มต้น

จากความรัก แต่มันถูกกำหนดขึ้นจากความต้องการของผู้ใหญ่ ดังนั้น

ฉันกับเขาจึงตกลงเป็นสามีภรรยากันแค่ในนาม และตราบจนถึงวันนี้

ก็เป็นเวลากว่าแปดเดือนแล้วที่เขายังรักษาคำสัญญาไว้เป็นอย่างดี

ด้วยการไม่สัมผัสฉัน ไม่กระทำกับฉันเฉกเช่นที่สามีพึงกระทำต่อภรรยา

แต่ทำไมฉันถึงโหยหาสัมผัสจากเขาเหลือเกิน ฉันพยายามถามตัวเอง

มาโดยตลอดว่าเป็นเพราะอะไร จนกระทั่งมั่นใจแล้วว่ามันต้องเกิดจาก

ความรู้สึกนี้แน่ๆ ใช่...ฉันรักเขา ฉันหลงรักสามีของตัวเอง

มธุริน สิรินกานต์ หญิงสาวชาวกรุงวัยยี่สิบเจ็ดปี เจ้าของ

เรือนร่างเพรียวบางระหงกำลังยืนกอดสมุดบันทึกไว้อย่างแนบแน่น

พร้อมหลับตาลงด้วยความอาลัยกับการจากไปของน้องสาวฝาแฝด

และจู่ๆ ภาพความทรงจำอันเลือนรางระหว่างเธอกับน้องสาวก็ผุดพราย

เป็นฉากๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ ด้วยหวังว่าสายลมจะนำพาคำพูด

ของตนส่งไปถึงคนที่อยู่แสนไกล

“รส พี่ขอโทษ พี่ขอโทษ...”

เพียงภาพความทรงจำของวันวานปิดฉากลง หยาดน้ำใสๆ ที่

พยายามกักเก็บไว้ก็ไหลทะลักล้นออกจากขอบตาทั้ง สองข้างพลางส่ง

เสียงสะอื้นเบาๆ อย่างสุดกลั้น และความเงียบงันก็ยิ่งทำให้กระแส

เสียงของมธุรินดังก้องท้องทะเลกว้างท่ามกลางความอ้างว้างเดียวดาย

หลายนาทีต่อมาจึงรำพึงรำพันความปวดร้าวจากความจริงอันแสน

โหดร้าย

“รส...รสฆ่าตัวตายจริงๆ เหรอ”

แม้ผลสรุปทางกฎหมายจะยืนยันชัดเจนว่ามธุรสเสียชีวิตจาก

การฆ่าตัวตาย แต่ความจริงข้อนั้นกลับไม่สามารถเปลี่ยนความเชื่อมั่น

ในใจเธอได้ เพราะทุกครั้งที่คำถามนี้ผุดขึ้นในหัว จิตใต้สำนึกจะสวนกลับ

ทันทีว่าไม่ใช่ เพราะความฝันที่ตามเฝ้าหลอกหลอนเธอทุกค่ำคืนเป็น

เสมือนเครื่องย้ำเตือนให้พึงระลึกเอาไว้เสมอว่ามธุรสไม่ได้ฆ่าตัวตาย

“พี่ต้องรู้ให้ได้ว่าใครทำร้ายเธอ พี่ให้สัญญา...”

            ท่ามกลางความเวิ้งว้างของทะเลรวมทั้งสายลมและเกลียวคลื่น

มธุรินยืนปลดปล่อยความเศร้าโศกอยู่เพียงลำพังบนยอดผาสูงชันที่

มธุรสเคยหยุดยืนเป็นจุดสุดท้ายก่อนจะกระโดดลงไป และพอทอด

สายตาหม่นหมองมองท้องทะเลเบื้องล่าง เห็นโขดหินแหลมมากมาย

โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ภาพจินตนาการยามนึกถึงร่างของมธุรสตกกระแทก

กับโขดหินแหลมเหล่านั้นก็เข้าเกาะกุมจิตใจจนหญิงสาวเจ็บปวดไปด้วย

สองสัปดาห์พ้นผ่านหลังการจากไปของมธุรส มีเพียงเธอที่ยัง

ทำใจกับการสูญเสียไม่ได้ ทั้งยังพยายามหลอกตัวเองอยู่เสมอว่ามัน

เป็นแค่ฝันร้าย ทว่าสภาพแวดล้อมรอบกายกลับประจักษ์แจ้งแก่

สายตาว่านี่ไม่ใช่ความฝัน มธุรสจากเธอไปแล้วจริงๆ หญิงสาวจึงร่ำไห้

ออกมาอีกครั้งด้วยความปวดร้าว

จวบจนหลายนาทีผันผ่าน เสียงสะอื้นจึงค่อย ๆ แผ่วเบาลง และ

ทันใดนั้นภาพใบหน้าของตัวต้นเหตุก็ผุดวาบขึ้น ส่งผลให้ดวงตาเธอ

ฉายแววความเคืองแค้นออกมา ภรรยาจากไปทั้งคน แต่เขากลับไม่มี

แม้รอยน้ำตาหรือความอาลัยอาวรณ์ นอกจากยืนมองด้วยความเฉยชา

ในวันที่เห็นน้องสาวของเธอถูกเผาเป็นเถ้าธุลี

มธุรินใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาออกจากใบหน้าโดยเร็ว พร้อมกับ

พยายามขับไล่ความเจ็บปวดรวดร้าวให้พ้นจากจิตใจ แม้จะยากสัก

แค่ไหนก็ตาม เธอจะไม่ยอมให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแออีก

เด็ดขาด หญิงสาวปฏิญาณกับตัวเอง ก่อนสูดลมหายใจเข้าลึกเหมือน

รวบรวมความเข้มแข็งจากทุกส่วนของร่างกาย

หลายนาทีต่อมาดวงตาคู่หวานสีน้ำตาลอ่อนก็เปล่งประกาย

เจิดจ้า เพราะเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะสืบหาความจริงให้จงได้

น้องสาวเธอจะต้องไม่ตายฟรี ฆาตกรต้องชดใช้!

มธุรินเดินกลับมายังบ้านพักของตระกูลกัณฑ์ธรานนท์

หลังจากเห็นดวงตะวันคล้อยต่ำลงทุกที ซึ่งบ้านไม้สักหลังนี้ตั้งอยู่บน

พื้นที่ราบถัดจากเชิงผาลงมาไม่ไกลเท่าใดนัก แม้จะมีแค่ชั้นเดียว แต่

กว้างขวางมาก วัสดุการตกแต่งก็เน้นความเรียบง่ายดูกลมกลืนกับ

ธรรมชาติโดยรอบ ทั้งยังมีมุมสำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจใต้ร่มเงาไม้

ใหญ่อีกด้วย ส่วนข้างๆ กันก็มีสวนไม้ดอกหลากสีสันแข่งกันผลิบาน

อวดความงดงามละลานตา ช่างดูอบอุ่นและน่าอยู่อาศัย

แต่นี่เป็นบ้านของฆาตกร

“เป็นยังไงบ้างครับ รู้สึกดีขึ้นไหม” ร้อยตำรวจโท ก้องภพ จรัน-

ลักษณ์ หรือที่ชาวบ้านแถบนี้รู้จักกันในนามหมวดก้อง ตำรวจหนุ่ม

ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาวัยสามสิบต้นๆ รูปร่างสูงโปร่งสมกับเป็นชายชาติ

ตำรวจไทยเอ่ยถาม หลังจากเห็นหญิงสาวเดินลงมาจากเชิงผาด้วย

สีหน้าราบเรียบ แต่แววตาฉายความเศร้าหมองออกมาอย่างปิดไม่มิด

มธุรินส่ายหน้าช้าๆ แทนคำตอบพร้อมกับผุดรอยยิ้มเป็นการ

ตอบแทนความห่วงใย แต่แล้วรอยยิ้มบนดวงหน้างดงามก็มีอันหายไป

แล้วกลายเป็นความราบเรียบดังเดิม เมื่อดวงตาคู่หวานสีน้ำตาลอ่อน

สบประสานกับดวงตาคู่คมของตำรวจหนุ่มเบื้องหน้า จนก้องภพต้อง

เป็นฝ่ายเอ่ยถาม เพราะหญิงสาวเอาแต่ยืนจ้องหน้าเขาเงียบๆ

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“หมวด...ช่วยอะไรรินหน่อยได้ไหมคะ”

“จะให้ผมช่วยอะไรครับ”

“รินอยากอยู่ที่นี่”

“อยู่ที่นี่?”

“ค่ะ รินอยากอยู่ที่นี่ในฐานะคนงานของเขา” มธุรินบอกด้วย

แววตาจริงจัง

ก้องภพยืนเงียบโดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัย เพราะ

เข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวดีว่าการสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักไปนั้น

หนักหนาสาหัสแค่ไหน และคงไม่มีสิ่งใดเยียวยาบาดแผลในใจได้

นอกจากกาลเวลา หรือจนกว่าเธอจะประจักษ์แจ้งแก่ความจริงด้วย

ตนเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม การยึดติดอยู่กับอดีตที่โหดร้าย และไม่

สามารถกลับไปเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ใดๆ ได้ มันใช่ทางออกที่ถูกต้อง

แล้วหรือ

“เพราะอะไรครับ ในเมื่อสุดท้ายแล้วคุณรสก็จากเราไปอยู่ดี”

“รินรู้ค่ะ แต่รินไม่เชื่อว่ารสจะจากรินไป...เพราะฆ่าตัวตาย”

แววตาเจ็บปวดของหญิงสาวสาดสะท้อนเข้ามาในหัวใจของ

ก้องภพจนเขาเจ็บปวดตาม ชายหนุ่มควรทำอย่างไรถ้าต้องเลือก

ระหว่างผู้หญิงคนนี้ที่เขามีความรู้สึกดีๆ ให้ตั้งแต่แรกพบกับเพื่อนรักที่

คบหากันมานาน หรือจะปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามชะตาฟ้า

ลิขิต ตำรวจหนุ่มยืนครุ่นคิดด้วยความหนักใจกับการต้องเป็นคนกลาง

ประสานรอยร้าวระหว่างคนทั้งสอง

“หมวดคะ”

“ครับ”

“ช่วยหน่อยนะคะ รินอยากรู้ความจริง ให้รินได้พิสูจน์เถอะนะ”

มธุรินพยายามขอร้องด้วยคิดว่าเจ้าของฟาร์มไม่ยินยอมรับเธอ

เข้าทำงานแน่ๆ แม้จะสมัครตามขั้นตอนก็ตาม เพราะคงไม่มีฆาตกร

คนไหนยอมให้เจ้าของคดีความเช่นเธอเข้ามาค้นหาหลักฐานเปิดโปง

ความผิด ดังนั้นหนทางเดียวคือเธอต้องอาศัยก้องภพเป็นทางผ่าน

จะทำให้ผู้ชายคนนั้นหมดข้ออ้างถ้าต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ

“คุณรินครับ ฟังผมนะครับ” ก้องภพสูดลมหายใจเข้าลึกแล้ว

พยายามอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ ให้หญิงสาวฟัง เพราะต้องการให้เธอ

ยอมรับความเป็นจริง “ผมไม่รู้ว่าคุณรสมีนิสัยยังไงก่อนหน้า แต่หลัง

จากแต่งงานแล้วย้ายมาคุณรสก็กลายเป็นคนเก็บตัว มักจะมีอาการ

ซึมเศร้าให้เห็นอยู่บ่อยๆ ยิ่งช่วงสองสามเดือนหลังยิ่งเป็นหนัก และที่

สำคัญ พยานแวดล้อมทุกคนต่างก็ให้การตรงกันว่าคุณรสชอบขึ้นไป

ยืนอยู่บนหน้าผาคนเดียว ก่อนจะ...ทำแบบนั้น”

ถึงแม้ตำ รวจหนุ่มจะพยายามอธิบายข้อเท็จจริงเช่นไร กระนั้น

ก็ไม่อาจทลายความเชื่อมั่นของมธุรินได้ เพราะความรู้สึกอันก่อเกิด

จากสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องบอกชัดเจนว่ามธุรสมาร้องขอความ

เป็นธรรมจากเธอ เช่นนั้นแล้วจะให้เธอเชื่อคำพูดของคนพวกนี้ได้

อย่างไร หญิงสาวหยุดความคิดนี้พร้อมกับพยายามควบคุมแรงอารมณ์

เอาไว้ก่อนจะเอ่ยออกไป

“หมวดอย่าพยายามอธิบายอีกเลยค่ะ เพราะรินไม่มีวันเชื่อว่า

รสฆ่าตัวตาย”

“แล้วไดอะรีเล่มนั้นล่ะครับ คุณรินจะอธิบายว่ายังไง”

“พอเถอะค่ะ เพราะต่อให้รินอธิบายยังไงหมวดก็ไม่มีทางเข้าใจ

ริน เหมือนที่รินไม่มีวันเข้าใจคำอธิบายของหมวด”

เสียงหวานเปลี่ยนเป็นกระด้างอย่างสุดระงับ ก่อนหญิงสาวจะ

สะบัดหน้าหนีไปอีกทางแล้วกระชับสมุดบันทึกไว้ในอ้อมกอดแน่น

ราวกับกลัวว่าจะหล่นหาย ขณะนั้นความโกรธก็ทำท่าจะทะลักล้น

ออกมาเป็นหยาดน้ำตาจนต้องเชิดหน้าขึ้นเหมือนคนอวดดี

มธุรินต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อจัดการความรู้สึก

อันหลากหลายของตัวเอง เพราะเธอจะไม่ยอมแสดงความอ่อนแอ

ออกมาแม้แต่กับผู้ชายคนนี้ ยิ่งอยู่ในอาณาเขตของฆาตกรก็ยิ่งต้อง

เพิ่มความเข้มแข็งเป็นสองเท่า คนพวกนี้จะได้รู้ว่าเธอจัดการไม่ง่าย

เหมือนน้องสาว

‘อย่าร้องเชียวนะมธุริน’

แม้ทางกฎหมายจะยึดรูปธรรมเป็นสิ่งสำคัญ ตลอดจนข้อเท็จ

จริงดังกล่าวจะเป็นความจริงเช่นไร แต่ความจริงจากปากชายหนุ่ม

สร้างความเจ็บปวดให้แก่หญิงสาว เขาจึงรู้สึกผิดเป็นอย่างยิ่ง

“ผมขอโทษ”

เพียงได้ยินถ้อยคำนั้น อาการแข็งกระด้างก็อ่อนยวบลงทันที

มธุรินจึงหันกลับมามองตำรวจหนุ่มอีกครั้ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ดุจเดิม

“รินก็ต้องขอโทษหมวดเหมือนกันค่ะ รินรู้ว่าหมวดหวังดีกับริน

และอยากให้รินยอมรับความจริง แต่ไม่ว่ายังไงรินก็ยังเชื่อความรู้สึก

ของตัวเองอยู่ดี หมวดเข้าใจรินไหมคะ”

“ครับ...ผมเข้าใจ” กว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ ก้องภพก็เอาแต่

ยืนเงียบอยู่นาน เพราะคิดแย้งในใจว่าคนที่ไม่ยอมเข้าใจอะไรเลยคือ

ตัวเธอเองต่างหาก ก่อนแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พบว่าดวงอาทิตย์

คล้อยต่ำลงมากแล้ว เขาจึงบอกหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง “ผมว่า

คุณรินควรจะกลับบ้านได้แล้วนะครับ เพราะถ้ามืดกว่านี้เดี๋ยวจะขับรถ

กลับลำบาก เป็นผู้หญิงขับรถคนเดียวกลางค่ำกลางคืนมันอันตราย”

“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรินขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”

“ครับ ขอให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

รอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้าหวานละมุนอย่างงดงาม ก่อนที่

เจ้าของรูปร่างเพรียวบางระหงจะเดินไปยังรถยนต์ของตนเอง แต่จู่ๆ

กลับเหลือบไปเห็นชายผู้แสนจะเย็นชากำลังเดินตรงมายังทิศทางนี้

พอดี รอยยิ้มบนใบหน้าจึงอันตรธานวับไปแล้วกลับกลายเป็นความ

เฉยเมยแทน กระนั้นแม้หญิงสาวจะไม่เปิดเผยอารมณ์ใดๆ ทางสีหน้า

แต่ดวงตากลับประจานความรู้สึกจากข้างในออกมาอย่างไร้การปิดบัง

ความเกลียดชัง!

จวบจนเห็นรถยนต์ห้าประตูสีขาวมุกแล่นทะยานลับไป นั่น

แหละตำรวจหนุ่มที่เอาแต่ยืนยิ้มส่งท้ายจึงดึงสายตากลับสู่ภาพ

รอบกายอีกครั้ง แต่ก็ปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่พอๆ กันของเพื่อนรักที่

ยืนอยู่เบื้องหน้าในระยะประชิด

“เฮ้ย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่วะไอ้กริช ตกใจหมด” ก้องภพสบถ

หลังจากตั้งสติได้จึงถามต่อ “เป็นอะไรอีกล่ะมึง ดูทำหน้าเข้า ไปอม

รังแตนที่ไหนมาวะ หน้าบูดเป็นตูดคิงคองเชียว”

กฤชยุตม์ กัณฑ์ธรานนท์ หรือกริช ชายหนุ่มวัยสามสิบสี่ปี

เจ้าของฟาร์ม Pearl of the Sea เป็นฟาร์มมุกมีชื่อขนาดใหญ่ในแถบ

ตอนใต้ของประเทศไทย ติดกับหาดทรายสีขาว และมีบางส่วนเป็นมุม

แหลมยื่นเข้าไปในท้องทะเลสีเขียวเข้มระยิบระยับ อาณาเขตจากเหนือ

สุดจดใต้สุดมีมากกว่าร้อยไร่ พร้อมด้วยคนงานอีกนับร้อยชีวิต

แต่ทรัพย์สมบัติและชื่อเสียงที่กล่าวอ้างมาทั้งหมดสำหรับ

ชายหนุ่มแล้วกลับไม่ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่

หญิงสาวส่วนใหญ่ให้ความสนใจในตัวเขาเพียงแรกเห็นคือใบหน้า

อันหล่อเหลาราวเทพบุตรต่างหาก

            “ไง...วันนี้เลือดลมไหลเวียนไม่ปกติ มีอาการปวดท้องน้อย รู้สึก

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด


เมื่อเล่นกับไฟ หัวใจจึงแพ้ราบคาบ

หลังทราบข่าวว่ามธุรสฆ่าตัวตาย มธุรินก็รีบเดินทางกลับประเทศไทย
แต่ความฝันแปลกประหลาดตามหลอกหลอนเธอทุกค่ำคืน
ทั้งยังสงสัยในความสัมพันธ์อันซ่อนลึกระหว่างน้องสาวฝาแฝดกับอดีตน้องเขย
หญิงสาวจึงเชื่อว่าการตายของน้องสาวต้องมีเงื่อนงำ
เธอจึงมายังบ้านของกฤชยุตม์ อดีตน้องเขย เพื่อค้นหาความจริง
โดยไม่รู้เลยว่าคนในบ้านก็ลอบสังเกตพฤติกรรมเธอด้วยความเกลียดชัง
มธุรินเชื่อว่าวิญญาณน้องสาวพยายามบอกใบ้ให้เธอได้พบความจริง
และเธอก็มุ่งมั่นจะกระชากหน้ากากคนผิดให้จงได้
แต่การณ์เริ่มไม่เป็นอย่างที่คาด เมื่อความรู้สึกทรยศต่ออุดมการณ์
ยิ่งเธอสืบ ศัตรูยิ่งรุกคืบเข้ามาในหัวใจอย่างไม่หยุดยั้ง
มธุรินจะจบเกมนี้อย่างไร และแท้จริงแล้วใครคือ...ฆาตกร

 


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021