พิรุณพร่ำรัก (กลิ่นเอื้อง)

พิรุณพร่ำรัก (กลิ่นเอื้อง)

2 รีวิว  2 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160014033
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 280.00 บาท 182.00 บาท
ประหยัด: 98.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

“คุณหมอคับ ถ้าผมโตขึ้น ผมมาขอคุณหมอแต่งงานได้ไหม

คับ”

เสียงเจื้อยแจ้วดังจากคนป่วยบนเตียงทำให้แพทย์สาวเจ้าของไข้ที่

ยืนตรวจอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นจากแผ่นชาร์ตสีเงินเงาวับ หญิงสาวชะงักมือ

ซ้ายที่กำลังขีดเขียนบางอย่าง และท่ามกลางเหล่าพยาบาลที่ยืนอมยิ้มกัน

 อยู่แถวนั้น ชามินต์ส่งยิ้มน่าดูให้เด็กชายที่จ้องเธอตาแป๋วอย่างจดจ่อรอ

คำตอบ

“ได้สิครับ แต่ตอนนี้ถ้าผมไม่นอนพักผ่อนเยอะๆ ผมจะไม่โตนะ

ครับ...” หญิงสาวกล่อมคนไข้ตัวน้อยด้วยน้ำเสียงหวานชวนฝัน นัยน์ตา

หลังกรอบแว่นพราวระยับ “แล้วผู้ชายที่ตัวไม่โตก็ไม่ใช่สเปกหมอด้วย”

 “ถ้างั้นผมจะนอนทันทีเลยคับ...” เด็กชายรีบซุกตัวลงใต้ผ้าห่ม

กระนั้นไม่วายโอดครวญออกมา “แต่คุณแม่บอกว่าวันพรุ่งนี้ผมจะต้อง

ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แบบนี้ผมก็อดเจอคุณหมอสุดสวยน่ะสิคับ”

คำว่า ‘สุดสวย’ ทำให้พยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ หัวเราะพรืดออกมา

ชามินต์หันไปค้อนทั้งที่ใจจริงเขินจะแย่ แพทย์สาวพับชาร์ตแขวนไว้ปลาย

เตียง ก่อนจะก้มลงลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา

“ต้องได้เจอกันสิครับ เรามีพรหมลิขิตผูกกันไว้แล้ว เหมือนที่ผมมา

ที่โรงพยาบาลนี้ไง คราวต่อไปถ้าเจอหมอข้างนอก ตะโกนทักดังๆ เลยนะ

เข้าใจไหมครับผม”

คนป่วยตัวน้อยยิ้มแป้นเหนือผ้าห่มที่คลุมถึงคาง “ผมจะตะโกนให้

สุดเสียงเลยคับ!”

ชามินต์ยิ้มหวานรับ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้สัญญาณกับ

พยาบาลว่าหมดเวลาตรวจแล้ว

“เหนื่อยไหมคะคุณหมอ คืนนี้มีคนไข้เพิ่มตั้งหลายเคส”

“แค่นี้เองค่ะพี่เหม่ยหง ไม่เหนื่อยหรอก หลังออกเวรแล้ว ถ้ามีเคส

เร่งด่วนโทร. ติดต่อชาร์มได้ตลอดเวลาเลยนะคะ” ชามินต์ตอบพยาบาล

หน้าหมวยที่ก้าวฉับตามหลังมาติดๆ มีสีหน้าสดใสจนพยาบาลรุ่นพี่ได้แต่

สั่นศีรษะหน่ายใจ...ไม่มีหมอคนไหนบนโลกเข้าเวรติดต่อกันหลายสิบ

ชั่วโมงแล้วยังยิ้มแบบนี้หรอก และเธอเชื่อว่าชามินต์ยิ้มเพื่อให้เธอตายใจ

“พักผ่อนบ้างเถอะค่ะคุณหมอ ถ้าไม่ดูแลตัวเองบ้าง เกิดป่วยตาม

เด็กขึ้นมาทีนี้ละได้ยุ่งกันหมด”

ที่ว่าเป็นรุ่นพี่ ก็เพราะความจู้จี้จุกจิกราวกับเป็นแม่ก็มิปานของ

เจ้าหล่อนนี่เอง

ชามินต์โคลงศีรษะอย่างลำบากใจ เอ่ยประโยคที่ทำให้เหม่ยหง

แทบจะถีบเธอขึ้นตำแหน่งหมอเด็กดีเด่นแห่งปี

“แต่ชาร์มเป็นหมอนะคะ”

แล้วมีใครไม่ทราบบ้างว่าเธอเป็นหมอ! แม่คุณช่างเอาใจใส่งานของ

ตัวเองจนแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่อยากคิดเลยว่าหากชามินต์เลือก

แพทย์ทางอื่นที่ไม่ใช่กุมารแพทย์จะเป็นอย่างไร...

หมอชามินต์ผู้ผ่าตัดคนไข้ติดต่อกันหกสิบชั่วโมง! ...แค่คิดก็สยอง

“หมอก็คนค่ะ ได้เวลาออกเวรแล้ว ดิฉันแนะนำให้คุณหมอหาอะไร

ร้อนๆ ทานแล้วกลับไปอาบน้ำนอน” เหม่ยหงสั่นศีรษะเมื่อตนคิดอะไร

เพ้อเจ้อ และย้ำกับแพทย์สาวเสียงเข้มราวกับอีกฝ่ายเป็นคนป่วยหนัก

จนคนถูกย้ำได้แต่ยิ้มอ่อนอกอ่อนใจ

“รับทราบค่ะคุณพี่พยาบาล” แม้จะรับคำเช่นนั้น แต่ชามินต์ก็ยัง

ทำหน้าล้อเลียนรุ่นพี่ที่สนิทกันจนจะเป็นแม่เธอได้อยู่แล้ว เหม่ยหงเห็นแล้ว

ทนไม่ไหว เขกกะโหลกหญิงสาวหนึ่งที

“เดี๋ยวเถอะ ล้อพี่แบบนี้ ใครมาเห็นเข้าได้อายตายเลย”

“โธ่...” ชามินต์คลำศีรษะป้อยๆ “แถวนี้ไม่มีใครสักหน่อย...ถ้าอย่าง

นั้นชาร์มไปก่อนนะคะ ฝนใกล้จะเทลงมาอีกรอบแล้ว ประเดี๋ยวจะกลับ

ไม่ทัน” ชามินต์สะบัดผมลาอย่างล้อเลียน ก่อนจะรีบขยับตัวหนีมะเหงก

พิฆาตอย่างรวดเร็วและเดินจากไป

เหม่ยหงถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับมองตามแผ่นหลังแพทย์

หญิงที่เดินไปอีกฝั่งของระเบียงอย่างเอ็นดู วันนี้ชามินต์รวบผมสีดำขลับ

อย่างสุภาพเรียบร้อยเช่นทุกวัน สวมแว่นกรอบใสไว้บนดั้งโด่งเพราะ

สายตาสั้นจากการอ่านหนังสือมาอย่างหนักหน่วง รูปร่างของคุณหมอสาว

เพรียวบางอ้อนแอ้นสมสัดส่วน ใบหน้ารูปไข่เกลี้ยงเกลาสวยหมดจดแบบ

ที่คนไข้ทั้งหนุ่มทั้งแก่ต้องมองกันจนเหลียวหลังแม้จะสวมชุดทำงานสุภาพ

มิดชิด ผิวขาวนวลละเอียด ไม่ขาวเผือดเหมือนคนเชื้อจีนในละแวกนี้นัก

ไม่มีใครรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของเธอก่อนที่จะมาบรรจุอยู่ที่โรงพยาบาล

ใจกลางเกาะฮ่องกงแห่งนี้ ที่พอจะทราบก็มีเพียงประวัติที่ดีเลิศจาก

มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลที่เธอเข้าบรรจุก่อนหน้าเท่านั้น ชามินต์

แนะนำตัวกับพวกหล่อนเพียงแค่เธอเป็นคนไทย อาศัยอยู่ที่แมนชันถัดจาก

โรงพยาบาลไปสองบล็อก และโทร. ตามเธอได้ตลอดเวลาหากเกิดเหตุ

ฉุกเฉินใดๆ ที่หมอไม่พอ

 

แพทย์สาวถือร่มสีดำไว้ในมือข้างที่ถนัด เหลือบมองนาฬิกา

ข้อมือไปด้วยขณะเดินไปตามทางเท้าปูด้วยหิน หลังจากแวะร้านสะดวก

ซื้อ ฝนเริ่มพรำลงมาอีกครั้งหลังจากหยุดไปเมื่อตอนหัวค่ำ ไอดินอบอวล

อยู่ในอากาศ ชวนให้สูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด และเวลาแบบนี้ช่าง

เหมาะที่สุดที่จะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มหนานุ่มหลังจากดื่มนมร้อนๆ สักแก้ว

เสียงโครมครามที่ดังออกมาจากซอยที่กำลังจะต้องเดินผ่าน ทำให้

ชามินต์ที่กำลังเหม่อตกใจจนแทบทำกระเป๋าและถุงใส่นมร่วงลงพื้น เธอ

ชะงักฝีเท้า มือไม้เย็นเฉียบเพราะหัวใจเต้นผิดจังหวะกะทันหัน แล้ว

เมียงมองอย่างไม่แน่ใจ หญิงสาวจำได้ว่าในตรอกนั้นเป็นที่ทิ้งขยะ และ

หากเดินลึกเข้าไปอีกไกลลิบจะไปโผล่อีกย่านซึ่งเป็นย่านการค้าและสถาน

บันเทิงรื่นรมย์

ฟังดูธรรมดา แต่เรื่องราวของพวกใต้ดินทำให้เธอขนลุกทุกครั้งที่ได้

ฟัง มาเฟียกับเกาะฮ่องกงนั้นเรียกได้ว่าเป็นของคู่กันมาทุกยุคทุกสมัย

เกี่ยวพันจนแทบแยกไม่ออกว่าสิ่งใดเกิดก่อนหลัง พวกเขาต่างแบ่งก๊ก แก๊ง

 หมู่ ต่อยตีแย่งชิงอำนาจทางธุรกิจ เก็บค่าคุ้มครองทั้งบนดิน ใต้ดิน ทั้ง

เปิดเผยและไม่เปิดเผย... ทว่าสิ่งที่เธอกลัวและมีคนเฝ้าย้ำนักย้ำหนาว่า

ให้ระวังคือพวกลูกกระจ๊อกปลายแถวที่วางตัวเป็นนักเลงโตยิ่งกว่าพวก

ตัวใหญ่ พวกนั้นไร้สมองและเข้าโรงพยาบาลบ่อยที่สุด

กลับมายังเหตุการณ์ตรงหน้า...ไม่มีเสียงใดๆ เกิดขึ้นอีก คุณหมอ

สาวจึงเริ่มออกเดินอีกครั้ง เธอทำใจย่ำส้นสูงฝ่าลมฝนซึ่งแรงขึ้นเพื่อกลับ

ไปยังที่พัก และในระหว่างที่เดินผ่านตรอกนั้นก็อดหันไปมองไม่ได้ แล้วก็

ตระหนักในวินาทีนั้นว่าเธอไม่ควรทำเช่นนั้นเลย ไม่ควรเลยจริงๆ!

หญิงสาวเห็นมือข้างหนึ่ง...หากจะกล่าวให้ถูกคือ ‘มือของคน’ ข้าง

หนึ่งยื่นพ้นออกมาจากซอกถังขยะที่สุมๆ กันอยู่ จมแอ่งโคลนสกปรก

แถมยังซีดเซียวและเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

หากมิได้ทำอาชีพหมอ ประสบพบเห็นคนไข้ที่เลือดนองมาแทบนับ

ไม่ได้ ชามินต์คงกรีดร้องออกมาแล้ว ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ยังอดสะดุ้ง

โหยงไม่ได้อยู่ดี เธอสูดอากาศที่มีกลิ่นอับชื้นเข้าลึก ใจเต้นระทึกด้วยความ

ตระหนกระคนหวั่น

เอาละ อาจจะเป็นมือใครก็ได้ที่นอนตายอยู่ตรงนั้น และเธอควรจะ

เรียกตำรวจหรือรถพยาบาลเสียตอนนี้! กระนั้นก่อนที่จะตื่นตูมและทำให้

เป็นเรื่องใหญ่ เขาอาจเป็นเพียงคนจรจัดธรรมดาที่มาหลบฝนก็ได้...หาก

คิดในแง่ดีก็ควรจะเป็นเช่นนั้น แต่เลือดนั่นมันอะไร หรือเธอเข้าใจผิดไป

ว่าเป็นเลือดทั้งๆ ที่มันคือน้ำจิ้มลูกชิ้นเดือดที่หกเรี่ยราด

ถ้าปลอบใจตัวเองแบบนี้ เธอต้องทำงานหนักเกินไปแน่ๆ!

ชามินต์คิดอย่างละเหี่ยใจ ก่อนจะตั้งสติและต่อสู้กับจิตสำนึกแย่ๆ

ของตน เธอค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้มือนั้นอย่างหวาดกลัว แม้จะอยากวิ่งหนี

ไปให้ไกลเพียงใด แต่ถ้าเกิดมีคนเจ็บ เธอเป็นหมอ เธอต้องช่วย...แพทย์

สาวกระชับกระเป๋าที่พาดบ่าไว้แน่น เตรียมจะฟาดหน้าใครก็ตามที่เล่น

ตลกกับเธอในยามค่ำมืดดึกดื่นเช่นนี้

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นตอนที่เธอกำลังจะชะโงกศีรษะมองข้ามถังขยะไป

คุณหมอผู้เคร่งครัดในวิชาชีพผงะถอยหลังไปสองสามก้าวจนเผลอเตะ

กระป๋องน้ำที่ทิ้งเกลื่อนอยู่แถวนั้น แล้วสะดุ้งอีกครั้งเพราะเสียงเคร้งคร้าง

ที่ดังก้องไปทั่วทั้งตรอก หญิงสาวเม้มปากที่เริ่มชาสั่นเอาไว้แน่น อากาศ

หนาวเย็นขึ้นทุกขณะจิต ตัดสินใจรีบชะโงกหน้าเข้าไปดูเจ้าของมือข้างนั้น

 แล้วใจดวงน้อยก็กระตุกวาบด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พลุ่งขึ้นมา

อัดแน่นในอก เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังสงสาร สมเพช หรือหวาดกลัวกันแน่

หรืออาจเป็นอย่างอื่น อะไรที่เธอค่อนข้างคุ้นเคยกับมัน

ชายคนหนึ่งกึ่งนอนกึ่งนั่งพิงกำแพงอยู่ตรงนั้น เขาสวมเสื้อกันหนาว

สีขาวหม่นที่เปรอะไปด้วยโคลนและเลือด ใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา

ยาวเป็นนิ้วราวกับไม่ได้โกนมาเป็นเดือน ผมสีเข้มที่ตัดเป็นทรงสั้นเปียก

ปอนลู่ไปกับหน้า ร่างกายนั้นมองผาดๆ ยังเห็นได้ว่าสูงใหญ่เพียงใดหาก

ลุกขึ้นยืน กระนั้นสิ่งที่คุณหมอสาวเห็นได้ชัดเจนคือหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้น

ลงเป็นจังหวะ

โอ...เขายังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นสิ่งที่เธอควรทำตอนนี้คือรีบออกจาก

บริเวณนี้ให้เร็วที่สุดและปล่อยให้คนจรจัดนอนตรงนี้ต่อไป...

โอย! สวรรค์โปรดเถอะ ใครจะบ้าทำแบบนั้นลง และถึงจะมีคนทำ

คนคนนั้นต้องไม่ใช่เธอ!

เลือดหมอสูบฉีดแรงขึ้น ชามินต์ตัดสินใจหุบร่มและใช้เขี่ยต้นขา

ชายคนนั้นด้วยใจสั่นระทึก

“คุณคะ เป็นอะไรไหมคะ มานอนตรงนี้ไม่ได้นะคะ”

ชามินต์รู้สึกว่าตนเองช่างหาเรื่องใส่ตัวอย่างที่สุด แต่เธอปล่อยให้

เขานอนตากฝนจนไข้ขึ้นหรือป่วยเป็นอะไรสักอย่างไม่ได้จริงๆ

หญิงสาวพยายามเรียกอยู่เกือบสามนาทีก็ดูเหมือนจะได้ผล ชาย

คนนั้นค่อยๆ ลืมตาขึ้น...เขาตาปรือ รู้สึกว่ามือของตนหนักจนแทบยก

ไม่ขึ้น เสียงผู้หวังดีกระซิบถามนั้นราวกับแมลงหวี่ที่น่ารำคาญ และเขาก็

ปัดอะไรก็ตามที่จิ้มต้นขาเขาอยู่ออกไปไม่ได้ อาการเสียวแปลบแล่นปราด

มาจากต้นคอ ชายหนุ่มหน้าเหยเก จะยกมือขึ้นลูบก็ไม่ได้ ทำได้แค่คราง

เบาๆ ในลำคอ

“เจ็บ...”

“ฉันคิดว่าคุณควรจะไปโรงพยาบาล” ชามินต์เอ่ยอย่างกังวลสู้เสียง

ลม

โลกทั้งใบที่เขามองเห็นกลายเป็นสีเทาทึบไปเสียหมด...เกิดอะไรขึ้น

เขาได้ยินเสียงน่ารำคาญนั่นพึมพำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับโรงพยาบาล...

ใครจะเรียกรถพยาบาล...

“ผมไม่ไป ผมไม่ไปโรงพยาบาล”

ความหนาวจับขั้วหัวใจค่อยๆ ไล่ลามมาจากปลายเท้า ชายหนุ่ม

นึกถึงการต่อสู้ดิ้นรนกับความเจ็บปวดบ้าๆ นั่น เขาอยากสะบัดขาสุดแรง

ลุกขึ้นวิ่ง หนีไปให้พ้นจากที่นี่ แต่แล้วภาพทั้งหมดที่เห็นพลันกลายเป็น

 สีดำอีกครั้งขณะเสียงฝนดังอื้ออึง

ชามินต์ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น คราวนี้เธอจิ้มเขาเท่าไรเขาก็ไม่ตื่นเสียแล้ว

 

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยแบกเขาขึ้นมาถึงบนนี้”

แพทย์สาวโค้งให้ยามวัยกลางคนหลายครั้งเมื่อเขาช่วยแบกชาย

แปลกหน้าขึ้นมาหลังจากที่เธอวิ่งไปขอความช่วยเหลือถึงหน้าแมนชัน

บัดนี้ยามคนนั้นมีสภาพเปียกฝนเปื้อนโคลนแทบไม่ต่างจากคนที่เขาแบก

มา

“ไม่เป็นไรครับคุณผู้หญิง แต่คุณจะให้ไอ้หมอนี่อยู่ในห้องคุณจริงๆ

หรือครับ ผมว่าดูไม่ปลอดภัยเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ เขาเป็นคนรู้จักของฉัน...” ชามินต์พูดปดเพื่อให้ยาม

 คลายกังวล แม้จะมีสีหน้าหนักใจก็ตามขณะหันไปมองร่างหนาที่นอนหมด

สติอยู่บนโซฟาที่ปูทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์อีกทีเพื่อกันเปื้อน “อีก

อย่าง...ฉันว่าเขาไม่มีแรงมากพอที่จะทำอะไรฉันได้หรอกค่ะ ป่วยขนาดนี้”

“ครับ งั้นผมลาละครับ หากมีอะไรในคืนนี้ โทร. เรียกหรือวิ่งลงไป

หาผมก็ได้”

“เดี๋ยวค่ะ!” คุณหมอสาวร้องเรียกยามที่กำลังจะหันหลังกลับ เขา

หันมาและทำหน้าประหลาดใจเมื่อเธอเอ่ยประโยคถัดไป “คือว่า...ช่วยฉัน

เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาสักครู่ได้ไหมคะ เขาตัวหนักมาก ฉันเกรงว่าถ้าฉันทำ

คนเดียวแล้วเขาจะเป็นปอดบวมไปเสียก่อน”

คุณลุงยามพยักหน้าเข้าใจ อมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นแก้มที่แดงก่ำของ

หญิงสาวท่ามกลางแสงสีนวลจากหลอดไฟ

แมนชันที่ชามินต์อาศัยอยู่เป็นแมนชันระดับกลางที่มีราคาแพง

เอาการเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในเกาะฮ่องกง ประกอบไปด้วยหนึ่งห้อง

นอน สองห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และระเบียงขนาดพอดี เธอเลือก

 

 

                (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอพบเขานอนเปียกปอนอยู่ในตรอกแห่งหนึ่งใจกลางเกาะฮ่องกง เสื้อกันหนาวสีขาวของเขาแฉะชื้น เปื้อนโคลน และเต็มไปด้วยคราบเลือด ตอนแรกที่เธอเก็บเขามา นึกว่าเขาเป็นเพียงคนไร้บ้านสกปรก แต่ที่ไหนได้ พอเธอจับเขาอาบน้ำ ทำความสะอาดร่างกาย แปรากฏว่าเขากลับหล่อยิ่งกว่าดาราภาพยนตร์ชื่อดังบางคนเสียอีก..!! แต่ปัญหาที่ตามมา คือ เขาจำอะไรไม่ได้เลยนอกจากชื่อตัวเอง และชายคนดังกล่าวได้ปฏิบัติการปล้นหัวใจเธอ โดยการช่วงชิงจูบแรก และหายตัวไปอย่างลึกลับ ราวกับโชคชะตาได้เล่นตลก ให้เธอกับเขาได้พบกันอีกครั้ง โดยเขากลับจำเธอไม่ได้แม้แต่น้อย แล้วเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร!? ขอเชิญคุณผู้อ่านมาร่วมลุ้นและติดตามไปพร้อมกันในหนังสือ "พิรุณพร่ำรัก" เล่มนี้
เขียนโดย "กลิ่นเอื้อง"
 
456 หน้า
 

รีวิว (2)

เขียนรีวิว

Blssoomeye | 2 รีวิว
27/01/2015

พิรุณพร่ำรัก ผู้เขียน กลิ่นเอื้อง ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ Sugar Beat ในเครือสถาพรบุ๊คส์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เคยได้อ่านในเน็ตมาแล้ว จากในเว็บๆหนึ่ง เป็นเรื่องที่ชอบมากๆ จำได้ว่าต้องเข้าไปดูในเว็บบ่อยว่าไรเตอร์มาอัพรึยัง? แบบว่าติดงอมแงมมาก เพราะเรื่องราวที่สนุก โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับมาเฟียฮ่องกงแล้วยิ่งชอบมากๆ มันดูเท่ห์ดี อย่างเรื่องราวในเรื่องที่นางเอกได้เจอในวันที่ฝนตกพระเอกที่โดนยิงมาและได้เข้าช่วยโดยพาไปที่ห้องพัก เพราะพระเอกไม่ไปโรงพยาบาลและทั้งทีนางเอกเป็นหมอ คือแบบว่านางเอกก็ลังเลสุดท้ายก็พาไปที่ห้อง และได้มารู้ว่าพระเอกความจะเสื่อม นางเอกจึงให้อยู่ด้วยและเพราะความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งคู่รู้สึกดีๆต่อกัน จนวันหนึ่งพระเอกความจำกลับมาและหายตัวไปในวันที่ฝนตกอีกเช่นกัน นางเอกเสียใจมากแต่ชีวิตต้องเดินต่อไปและไม่นานก็มีเหตุได้ให้ทั้งสองกลับมาเจอกันอีกครั้ง แต่พระเอกกลับจำนางเอกไม่ได้ แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไร? นางเอกจะทำอย่างไร?ปล่อยไว้เฉยหรือทำให้พระเอกจำได้ ต้องลองไปอ่านกันดูคะ แต่บอกได้ว่าเรื่องราวในเล่มสนุกมาก เพราะไม่ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องราวเกี่ยวกับความจำของพระเอกอย่างเดียว ยังมีเรื่องราวที่พระเอกจะต้องสืบว่าใครที่เป็นคนฆ่าครอบครัวของพระเอกทั้งหมดและยังจ้องที่จะทำร้ายด้วย เรื่องที่มีตัวร้ายที่สมเหตุสมผล นอกจากนี้เรายังชอบคอลลินอีกด้วย เป็นตัวละครที่น่ารักมาก และเรายังชอบภาพปกด้วยสื่อเรื่องราวในเรื่องดีดี เรื่องราวที่มีฉากหลังในตอนที่ฝนตก...
จตุพร | 2 รีวิว
22/06/2014

ถ้าใครเป็นสาวกนิยายของเว็บเด็กดี คงจะคุ้นชื่อนิยายเรื่อง “พิรุณพร่ำรัก” กันมาบ้างเพราะเป็นนิยายติด Top Chart ซึ่งดิฉันตามอ่านมาตั้งแต่ตอนนั้น โลเกชั่นของเรื่องนี้ใช้เกาะฮ่องกงเป็นฉากค่ะ นางเอกเป็นกุมารแพทย์อยู่ที่โรงพยาบาลในฮ่องกง เรื่องเริ่มต้นเมื่อนางเอก “ชามิน” ได้ให้ความช่วยเหลือ “โลแกน” พระเอกของเราที่ได้รับบาดเจ็บมาค่ะ แต่พอตื่นขึ้นมาพระเอกกลับจำอะไรไม่ได้เลย พลอตพระเอกความจำเสื่อมดูไม่แปลกเท่าไหร่สำหรับดิฉันค่ะ ถ้าจะให้ตัดสินใจว่านิยายเรื่องนี้สนุกไหมคงต้องเป็นเรื่องราวหลังจากนั้น นางเอกเมื่อรู้ว่าพระเอกความจำเสื่อมเลยยอมให้อยู่บ้านตัวเองได้ต่อไป พระเอกเมื่อจำอะไรไม่ได้ รู้แค่คุณหมอคนสวยเป็นคนช่วยตัวเองไว้ก็ไม่ได้เอะใจอะไรเลยนะคะ แอบแปลกใจนิดนึงว่าคนความจำเสื่อมเขาไม่อยากรู้หรือว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน แต่ในนิยายอะไรก็เกิดขึ้นได้ใช่ไหมคะ คนหน้าตาดี 2 คนมาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันจึงอดเผลอใจให้กันไม่ได้ นางเอกก็ไม่แคร์นะคะที่พระเอกจำอะไรไม่ได้ ให้อารมณ์แบบทำไมล่ะ ฉันมีเงิน เลี้ยงพระเอกได้นะ แต่แล้ววันหนึ่งพระเอกความจำกลับคืนมา เขากลับจำเรื่องราวระหว่างเขากับนางเอกไม่ได้ เขาเลยแค่สงสัยว่าตัวเองมาอยู่ที่บ้านนางเอกได้อย่างไร ช่วงที่พระเอกความจำกลับมาเขาก็กลับไปเคลียร์ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นตอนเขาความจำเสื่อมค่ะ ทั้งเรื่องหาตัวคนร้ายที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ กับปมในครอบครัวของพระเอกเอง แล้วความบังเอิญมีจริงค่ะ เมื่อนางเอกเป็นกุมารแพทย์มาคอยดูแลลูกชายของน้องสาวพระเอก ซึ่งพระเอกรับเป็นลูก ทำให้ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง นางเอกก็อึ้งๆ ปนตกใจที่พระเอกจำตัวเองไม่ได้ จะให้เดินไปบอกว่าตัวเธอเป็นใครก็แปลกๆ เลยตัดสินใจเก็บความรู้สึกไว้ในใจตัวเอง แต่ความรู้สึกลึกซึ้งที่ทั้งคู่มีต่อกันไม่ใช่สิ่งที่จะตัดได้ง่ายๆ จึงเชื่อมให้ทั้งคู่เข้าหากันอีกครั้ง ครั้งนี้พระเอกก็หว่านเสน่ห์เต็มที่ตามสไตล์หนุ่มหล่อพ่อรวย นางเอกเรามีหรือจะไม่หวั่นไหว อย่างที่บอกไว้ข้างบนค่ะว่าพลอตไม่ได้แปลก เนื้อเรื่องที่ตามมาก็ไม่ได้หวือหวานะคะ ถามว่าสนุกไหม ปมค่อนข้างนิ่งค่ะ คือผู้อ่านรู้อยู่แล้วว่าปมของเรื่องคืออะไร จุดพลิกไม่เยอะ บางช่วงมีลุ้นๆบ้างว่าผู้เขียนจะเฉลยยังไงให้ตื่นเต้นเล็กๆ แต่นิยายเรื่องนี้เขียนได้น่ารักมากกกกกค่ะ เอาใจดิฉันไปเลย อาจจะเป็นเพราะบทสนทนาที่มีเสน่ห์ในตัวมันเอง กับบทบรรยายที่ไม่เวิ่นเกินไป ยิ่งฉากที่พระเอกจีบนางเอกนิเหมือนจะเป็นคำพูดธรรมดานะคะ แต่จินตนาการตามได้เลยว่านางเอกต้องยืนบิดอยู่แน่ๆ ทำให้อ่านแล้วไม่สะดุดหยุดไม่ได้วางไม่ลงเลยค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021