พรหมพยศกบฏหัวใจ (จอมจินดา)

พรหมพยศกบฏหัวใจ (จอมจินดา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020749
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 220.00 บาท 143.00 บาท
ประหยัด: 77.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

 

เวลาล่วงผ่านสามทุ่มมาแล้วเกือบครึ่งชั่วโมง ความเงียบเข้า

มาแทนที่เสียงเคาะแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ซึ่งก่อนหน้านี้ดังรัวไม่เว้น

จังหวะ มือเล็กยกขึ้นบีบนวดบริเวณต้นคอผอมๆ ด้วยความเมื่อยล้า

พรุ่งนี้แล้วที่ต้องส่งงบต่างๆ ให้แก1หัวหน้าได้ตรวจสอบความถูกต้อง

เรียบร้อยของการทำงานตลอดเดือนที่ผ่านมา โชคดียังมือยู่เพราะ

สามารถปิดงบได้ลงตัวแม้ว่าจะเสียเวลาไปมากกว่าที่เคยทำ

ร่างกายส่งสัญญาณเตือนอีกครั้งหลังจากไม่มีอะไรตกถึงท้อง

ตั้งแต่เมื่อตอนกลางวัน บางครั้งการวุ่นอยู่กับงานตลอดก็ทำให้ลืมเวลา

ที่ต้องกินไปได้เหมือนกัน ซึ่งเธอก็รู้ดีว่าไม่ใช่นิสัยที่ดีนัก

“พี่ปลาจะกลับหรือยังคะ” เสียงนี้ดังมาจากมุมห้องทำงานแคบๆ เจ้าของคำถามกำลังเก็บเอกสารต่างๆ บนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนเดินมา

ยืนใกล้ๆ ‘มัสยา’ หรือ ‘ปลา’ ของเพื่อนๆ ที่บริษัทแห่งนี้เรียกขานอย่าง

คุ้นเคย

“กำลังจะกลับอยู่เหมือนกันจ้ะ”คำตอบถูกส่งออกไปพร้อมรอยยิ้ม บางๆ เคยมีหลายคนบอกว่ารอยยิ้มนี้ราวกับจะทำให้ดอกไม้บานได้ก็

ไม่ปาน หากเป็นเช่นนั้นจริง ทั้งครึ่งค่อนโลกคงจะมีแต่ดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา

ไปก่อนจะได้เบ่งบานเป็นแน่ เพราะยากเย็นนักที่จะได้เห็นรอยยิ้มนั้น วัย

เพียงยี่สิบสี่ปีกับภาระอันหนักอึ้งที่ต้องแบกรับ ทำให้เก็บช่อนทุกความ

รู้สึกเอาไวในห้วงลึก แต่ความห่วงหาอาทรที่มัสยามีให้แก่ผู้คนรอบกายก็

ทำให้ความรักความเอ็นดูหลั่งไหลมามิได้ขาดแคลนในความรู้สึกของเธอ

สักครั้ง

“วันนี้พ่อมารับ กลับด้วยกันนะคะพี่”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พี่ต้องแวะไปที่โรงพยาบาลด้วยน่ะ ขอบใจ

มากเลยนะ” มัสยาบอกปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ก่อนจะได้เห็นใบหน้ามุ่ยๆ

ของเด็กรุ่นน้องตรงหน้า

“พี่ปลาน่ะอย่างนี้ทุกทีเลย ช่วยเหลือคนอื่นเขาไปทั่ว แต่ตัวเอง

เพียงแค่จะรับนํ้าใจเล็กๆ น้อยๆ จากคนอื่นบ้างน่ะไม่มีหรอก” เด็กสาว

รุ่นน้องกล่าวทีเล่นทีจริง ด้วยตระหนักในนิสัยของบุคคลตรงหน้าดี แม้

ว่าเธอเพิ่งจะเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่เดือน

ในตำแหน่งผู้ช่วยของมัสยา

“พี่ไม่อยากรบกวนจริงๆ ดึกแล้วด้วย กลับบ้านได้แล้วเราน่ะ

ป่านนี้คุณพ่อคงจะมารอหน้าตึกแล้วมั้ง” มัสยาพูดเพราะเห็นว่าเสียเวลา

นานไปแล้ว

“ก็ได้ค่ะพี่ ถ้าอย่างนั้นหนูกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” เด็กสาว

รุ่นน้องรีบกระพุ่มมือไหว้ ก่อนวิ่งหายสับสายตาออกไป

พ่อน่ะหรือ...สำหรับมัสยาแล้วเขาก็เป็นได้เพียงแค่ผู้ชายคนหนึ่ง

ที่ทำให้เธอเกิดมาลืมตาดูโลกสีหม่นใบนี้ ก่อนทอดทิ้งให้ต้องต่อสู้ดิ้นรน

อยู่เช่นทุกวันนี้อย่างไรล่ะ

การเป็นพนักงานประจำในบริษัทเอกชนเล็กๆ เธอได้ค่าตอบแทน

เป็นจำนวนเงินเพียงหมื่นเศษๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับอีกสามชีวิตที่หวัง

พึ่งพาแล้วช่างอัตคัดอย่างเหลือร้าย

เอาละ หมดเวลาจะมานั่งทอดอาลัยถึงผู้ชายที่เธอไม่เคยปรารถนา

แม้แต่จะเก็บไว้ในความทรงจำใดๆ นี้เสียที ยังมีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่ามากนัก

รอให้ลงมือทำอยู่แล้วเสียงลูกบิดประตูด้งขึ้นท่ามกลางความเงียบเซ่นนี้ ดึงความ

สนใจจากคนผอมบางภายใต้ชุดแต่งกายเรียบง่ายสีหม่นบ่งบอกอายุ

การใช้งานซึ่งนั่งครึ่งหลับครึ่งตื่นบนโซฟาตัวย่อมได้ดี

“ปลา มาแล้วหรือลูก ทำไมวันนี้มาเสียดึกเลยล่ะ” น้ำเสียง

ในประโยคเอ่ยถามอาทรยิ่งนัก มือผอมบางลูบไล้ไปตามใบหน้าเรียวเล็ก

อย่างห่วงใย มัสยาโอบกอดร่างนั้นเต็มอ้อมแขนพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“วันนี้ต้องปิดงบบัญชีค่ะแม่ ก็เลยดึกไปหน่อย” เธอตอบคำถาม

ด้วยน้ำเสียงร่าเริง “แม่กินข้าวหรือยังคะ ปลาชื้อกับข้าวมาด้วย จาก

ร้านเจ้าประจำของแม่ละ”

มัสยาผละไปยังโต๊ะเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง ก่อนวาง

ข้าวของในมือลง

ความเหนื่อยอ่อนฉายอยู่บนใบหน้าของบุตรสาวให้นางได้รับรู้

‘มัสยาคนเก่งของแม่’ ไม่เคยเลยสักครั้งที่นางจะได้ยินคำบ่นถึงความ

เหน็ดเหนื่อยจากบุตรสาวคนนี้ ความขยันอดทนและตั้งใจเรียนจนสำเร็จ การศึกษาระดับปริญญาตรี ได้นำความภาคภูมิใจมาสู่ครอบครัวเล็กๆ นี้

อย่างเหลือเกิน

“น้องยังไม่รู้สึกตัวเลย ได้แต่นอนนิ่ง” นางกล่าวเสียงเบาหวิวกับ บุตรสาว เมื่อเธอก้าวช้าๆ ก่อนหยุดยืนใกล้เตียงคนป่วย ลมหายใจรวยริน

แผ่วเบาผ่านเครื่องช่วยหายใจจากผู้ที่นอนนิ่งอยู่บนนั้นทำให้มัสยาเม้ม

ริมฝีปากแน่น อารมณ์โกรธแค้นกรุ่นขึ้นมาจากความทรงจำ

เมื่อหลายเดือนก่อน ‘มัสลิน’ สาวน้อยผู้ร่าเริงสดใสเต็มเปี่ยม

ไปด้วยความฝัน แม้จะเป็นเพียงฝันเล็กๆ แต่ก็งดงามเหลือเกิน มัสลิน

เรียนสำเร็จจากโรงเรียนเสริมสวยชื่อตัง พร้อมวาดหวังจะมีร้านเล็กๆ

เพื่อเป็นรายได้ช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่ง แต่ฝันนั้นยังไม่ทันได้ก่อ
รูปร่างทุกอย่างก็พังครืนราวฟ้าถล่ม ‘คนพวกนั้น’ ทำให้ครอบครัวของ

เธอต้องเผชิญชะตากรรมเลวร้ายนี้

“ปลา...” กระแสเสียงหวานอ่อนโยนจากมารดาดังอยู่ข้างๆ

มัสยารับรู้ได้ทุกความรู้สึกที่ส่งผ่านจากมืออ่อนนุ่มซึ่งวางอยู่บนบ่าของเธอ

“อย่าโกรธ อย่าเกลียด มันจะทำให้ปลาเป็นทุกข์นะลูก เชื่อแม่”

คำพูดของมารดาช่างเมตตาและไม่สมควรที่คนพวกนั้นจะไต้รับ

แม้แต่น้อย มัสยาเงยหน้าขึ้นมองสบกับดวงตาอันอ่อนโยนของนาง

ก่อนหันหลบไปเสียอีกทางด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจท่วมท้น...เธอจะ

ทำอย่างนั้นไต้ยังไงกันเล่า มันยากเหลือเกิน

“ปลาทำแบบนั้นไม่ไต้ค่ะแม่ ปลาขอโทษนะคะ” มัสยาพยายาม

เปล่งเสียงแหบแห้ง

“ถ้าหากว่าไม่ไต้คนบ้านนั้น ปานนี้น้องก็คง...” ผู้เป็นแม่พูดด้วย

น้ำเสียงขาดห้วง ให้สงสารบุตรสาวคนเล็กยิ่งนักที่นอนหลับใหลไม่รับรู้

สิ่งใดๆ ในยามนี้

“คนพวกนั้นสมควรต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ปลาว่ามันยังเทียบ

ไม่ได้เลยด้วยซ้ำกับทั้งชีวิตของปู แคนมันยังน้อยไป ปลาจะทำให้คน

พวกนั้นไต้รู้จักกับความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานมากกว่าที่เราเป็นอยู่เวลานี้

ถึงร้อยเท่าพันเท่า...คอยดูสิ” ดวงตาคมสวยอันเคยฉายแววหวาน บัดนี้

เปล่งประกายวาวโรจน์กร้าวแกร่งไต้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ปลา ไม่นะลูก อย่านะ ให้มันจบลงเสียทีจะได้ไหม” นางส่งเสียง

สั่นเครือขาดห้วง พลางสวมกอดร่างบางของบุตรสาวเอาไว้แน่น มัสยา

รีบเบือนหน้าหนีเพราะไม่ต้องการเห็นน้ำตาของมารดาอีก มันมากเกิน

พอแล้วสำหรับเธอ

“อื้อ...อือ...” เสียงเล็กๆ ดังลอยมาจากมุมห้อง ร่างอ้วนกลมซึ่ง

หลับอยู่บนโซฟาบัดนี้เริ่มขยับน้อยๆ มืออวบป้อมยกขึ้นขยี้ตาอย่างงัวเงีย

“ต้นปอ” มัสยาเรียกขาน ประกายตาเปลี่ยนแววฉับพลัน ก่อน

ก้าวเข้าไปหาเร็วๆ เวลานี้ความสนใจทั้งหมดทั้งมวลถูกดึงมาสู่คนตัวกลม

แทบทันที เด็กน้อยโผเข้าสู่อ้อมกอดทั้งที่ยังง่วงงุน อาสาวแนบจมูกกับ

แก้มใสๆ อย่างรักใคร่ “แม่คะ ต้นปอกินข้าวหรือยัง”

“เรียบร้อยแล้วจ้ะ กลับจากโรงเรียนก็บ่นหิวข้าว พออิ่มก็หลับปุ๋ย

ไปอย่างที่เห็นนั่นละ” นางบอกเล่าด้วยความเอ็นดูเจ้าตัวเล็ก ที่กำลัง

ซุกหน้านิ่งกับอกของอาสาวราวกับจะหลับไปอีกครั้ง

“คงจะเหนื่อย แกคงเล่นกับเพื่อนทั้งวันแน่เลยค่ะแม่” มัสยาพูด

รอยยิ้มหวานฉายเต็มใบหน้า ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรก็ตาม ต้นปอยังคงเป็น

แก้วตาดวงใจเสมอ

“ดึกแล้วนะปลา พาต้นปอกลับบ้านไต้แล้วละลูก” นางพูดอย่าง

ห่วงใย ด้วยเห็นว่าขณะนี้เวลาล่วงเลยห้าทุ่มไปแล้ว

“ค่ะแม่ แล้วพรุ่งนี้ปลาจะแวะมาให้เร็วขึ้นนะคะ” มัสยาเขย่า

หลานตัวน้อยเบาๆ เพื่อปลุกให้ตื่น เด็กชายลืมตาแป้วขึ้นจ้องมองอย่าง

สงสัย “กลับบ้านกันนะครับ พรุ่งนี้ค่อยมาหาย่ากับอาปูคนสวยกัน ใหม่”

ปัทมามองตามสองร่างอย่างแสนรัก ก่อนแววกังวลจะฉายเต็ม

ดวงตาเศร้าสร้อยคู่นั้น พลางครวญคร่ำลึกในอก ‘ปลาเอ๋ย แม่เป็นห่วง

ลูกเหลือเกิน คนบ้านนั้นไม่สมควรที่ลูกจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยเลย ปลา

ต้องอยู่ให้ห่างจากพวกเขา โดยเฉพาะคุณคนกลาง’

 

หลอดไฟนีออนสองข้างทางกำลังส่องแสงสลัวเลือนให้แก่

ถนนสายที่ทอดยาวผ่านหน้าโรงพยาบาลอันเริ่มร้างผู้คนสัญจร รถ

โดยสารประจำทางทิ้งช่วงนานเกินไปในความรู้สึกตอนนี้ ความเหนื่อย

ล้าจากการทำงานตลอดวันทำให้รู้สึกง่วงงุน

“ต้นปอครับ” มัสยาก้มลงมองหลานตัวน้อยที่ยืนอยู่แนบชิดด้วย

ความสงสารจับใจ หลานง่วงนอนเต็มทีแล้ว ด้วยพ่อหนูน้อยยืนหลับตา

พลางโอนเอนไปมาอย่างน่าตกใจ ทำให้เธอตัดสินใจย่อตัวลงช้อนอุ้มร่าง

กลมๆ ขึ้นไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน และพ่อหนูน้อยเองก็ดูเหมือน

จะหลับคาบ่าแทบทันที

ต้นปออายุย่างเข้าสามขวบแล้ว เด็กน้อยเริ่มไปโรงเรียน และ

มัสยาก็เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่งนัก แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่าง

ไม่มีทางเลี่ยง เงินเดือนประจำจากบริษัทที่เธอทำงานอยู่ไม่มีทางเพียง

พอกับความต้องการ งานสอนพิเศษให้แก1เด็กๆ ในหมู่บ้านก็สร้างรายได้

อยู่เหมือนกัน แม้ไม่มากมายแตกพอจุนเจือให้ไม่ขัดสนนัก หากจะหวัง

พึ่งพาปานสรวง พี่ชายผู้เป็นพ่อของต้นปอก็แสนยากเย็น ด้วยหน้าที่

ความรับผิดชอบฝ่ายนั้นมีมากเหลือเกิน ครั้นเวลาจะเดินทางกลับบ้าน

ก็ยากนัก หากจำไม่ผิดครั้งสุดท้ายที่ได้พบหน้าพี่ชายก็ล่วงมาเกือบปี

เธอหวังว่าต้นปอจะยังพอจำเด้าหน้าพ่อได้อยู่บ้าง

ปานสรวงดือความภาคภูมิใจของครอบครัว เขาเป็นทหารติดยศ

ร้อยเอกประจำอยู่ชายแดนใต้ เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นไม่เว้น

แต่ละวันราวกับเงื้อมมือของมัจจุราชที่กำลังรอกระชากดวงใจของผู้เป็น

มารดาให้หลุดลอยออกไปจากร่าง แต่ทุกคนก็ตระหนักถึงหน้าที่อัน

ใหญ่หลวงนี้ได้ดี

มัสยาก้มหน้าลงมองเจ้าตัวน้อยในอ้อมกอด เครื่องหน้าคมเข้ม

ถอดแบบจากพี่ชายของเธอ1ไม่มีผิด หากผิวขาวละเอียดนั้นผิดแผกไป

ต้นปออาภัพ แม่จากไปตั้งแต่ยังไม่ถึงขวบปีด้วยซ้ำ ความสำบากที่ต้อง

เผชิญจะมีผู้หญิงสักกี่คนที่ทนอยู่ และปานสรวงก็รักเทิดทูนอาชีพของ

เขายิ่งกว่าสิ่งใด ที่สุดแล้วทางแยกของคนทั้งสองก็มาถึง ชีวิตคู่สิ้นสุด

ลงตรงนั้น ไม่มีอะไรที่ยั่งยืนและเป็นของเราตลอดไป...

ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาเข้มที่เขม้นมองฝ่าความ

รางเลือนออกไปสู่ภายนอกเต็มไปด้วยความรู้สึกยากจะเข้าใจ ภาพที่

ปรากฏให้เห็นไม่ห่างออกไปนักกระตุ้นทุกความรู้สึกที่เก็บช่อนภายใน

ให้ร้อนรุ่มขึ้นมาได้ไม่ยากเย็น...ไม่เข้าใจ ทำไมผู้หญิงแสนจะธรรมดา

คนนั้นถึงได้มีอิทธิพลสร้างอารมณ์ความรู้สึกแก่ตัวเขามากมายขนาดนี้

เร็วเท่าความคิด ขายาวก้าวพรวดลงจากรถคันหรูราคาหลายล้าน

บาทอย่างไม่ลังเล

ภีมพาร่างสูงแกร่งภายใต้ชุดสูทสีเข้มน่าเกรงขามก้าวข้ามถนนไป

ด้วยท่าทางมั่นคง หากภายในจิตใจนั้นรุ่มร้อนน่ากลัว...ทำไมเขาไม่ขับ

รถกลับบ้านไปเสีย หลังหลบออกมาจากงานเลี้ยงสังสรรค์ด้วยความ

เบื่อหน่ายเต็มกำลัง และไม่มีเหตุผลอันสมควรใดๆ ที่เขาจะต้องขับรถ

มาจอดหน้าโรงพยาบาลแห่งนี้ บ้าจริง!

“จะไปไหนหรือ” ชายหนุ่มถาม ประกายตาคมกล้าวูบไหวระริก

ภีมควบคุมตัวเองได้ยากเย็นยามต้องเผชิญหน้า ทั้งที่ความเป็นจริงหน้าที่

การงานและความรับผิดชอบในวงธุรกิจหาคนเก่งเทียบเขาได้ไม่ง่ายนัก

นับประสาอะไรกับผู้หญิงตัวนิดเดียวเท่านี้ แค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่มีทาง

ได้เข้ามาอยู่แม้ในหางตาของเขา บอกตัวเองอย่างนั้นทุกครั้ง แต่ภีมก็

ไม่อาจทำได้อย่างใจต้องการ

มัสยาหันขวับไปตามเสียงอย่างรวดเร็ว พร้อมดวงตาคมสวยกร้าว

ขึ้นมาอย่างน่ากลัว ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นอัตโนมัติ แผ่นหลังบอบบางยืด

ตั้งตรง ภีมแสนชิงชังอากัปกิริยาเช่นนั้นของหล่อน ‘หยิ่ง จองหอง อวดดี

ไม่มีใครเกิน’

ความรู้สึกเวลานี้ราวกับถูกเร่งอุณหภูมิขึ้นเรื่อยๆ เขาไม่ได้รับ

คำตอบใดๆ จากริมฝีปากบางที่เม้มสนิท ไม่แม้แต่จะมีปฏิกิริยาอย่างใด

ด้วยซ้ำ เธอทอดสายตาไปตามถนนสายว่างเปล่า ราวกับว่า ณ เวลานี้

มีเพียงเธอกับหลานตัวน้อย ส่วนเขาเป็นได้แค่อากาศธาตุ

ความรู้สึกตาต้อยราวถูกเหยียบอยู่ภายใต้ฝ่าเท้าทำให้ภีมหมด

ความอดทน มือแข็งๆ กระชากแขนเล็กอย่างรุนแรงเพื่อให้เธอหันมา

 

 

                (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


 

 


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021