กลกามเทพ (วิฬาร)

กลกามเทพ (วิฬาร)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020503
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 160.00 บาท 80.00 บาท
ประหยัด: 80.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

สายลมต้นฤดูหนาวหอบเอากลิ่นอายของทะเลลอยขันมา

กระทบฝัง ร่างบางของหญิงสาวที่ยืนเด่นเป็นสง่าราวกับรูปปันของเทพธิดา อยู่ที่ริมระเบียงนั้นสั่นสะท้านด้วยความเย็นยะเยือก ทว่าแสงแรกของอรุณ รุ่งซึ่งฉายทาบทาอยู่ที่เส้นขอบฟ้านั้นยังพอช่วยสร้างความอบอุ่นได้บ้างทำให้ ใบหน้าสวยหวานยังคงมีรอยยิ้ม และอีกหนึ่งความอบอุ่นที่ได้รับ คือท่อน แขนแข็งแรงที่โอบรัดอย่างหลวมๆ จากด้านหลัง ก่อนที1ใบหน้าคมเข้มของ ชายหนุ่มจะเลื่อนลงมาชุกที่ด้นคอ เพื่อสูดกลิ่มหอมของเส้นผมสีดำขลับ

“ขอบคุณมากนะครับ มีนา ขอบคุณสำหรับความอดทนของคุณ

ที่ทำให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี” ชายหนุ่มกระซิบแผ่วเบา ทว่าฝ่ายที่ถูกกอด กลับไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ดวงตาดู่สวยยังคงจ้องเบื้องหน้านึ่งอย่างไร้ จุดหมาย ก่อนที่คิ้วบางได้รูปจะขมวดเข้าหากันจนเป็นปม จากนั้นก็เอ่ยขึ้น

ด้วยนาเสียงขัดใจว่า

“คัต!”

ทันทีที่สิ้นเสียงของกัญญาพัชร รอบๆ บริเวณก็บังเกิดความวุ่นวาย

ขึ้นทันที กลุ่มคนทีมจำนวนราวสิบกรูเข้าห้อมล้อมเธอ บ้างก็วุ่นวายอยู่กับ ใบหน้า บ้างก็วุ่นวายอยู่กับเสื้อผ้า ในขณะที่บางคนก็เข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ ตรวจเซ็กอะไรต่อมิอะไรกันวุ่นวายไปหมด กระทั่งเมื่อหนุ่มใหญ่ร่างท้วม

เดินเข้ามาถึงเป็นคนสุดท้าย ทุกความวุ่นวายจึงยุติลง

“มีอะไรเหรอ พัชร” ผู้มาใหม่เอ่ยถามด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ

“พัชรว่า...พัชรไม่รู้สึกค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงนุ่ม ก่อนจะหันไปพูด

กับชายหนุ่มคนที่กอดเธอว่า

“ช่วยกอดให้แน่นกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ พัชรว่าอารมณ์มันยังไม่ค่อย

ถึงน่ะค่ะ” ยิ้มหวานของเธอทำให้ใบหน้าที่สวยอยู่แล้วดูมีเสน่ห์ยิ่งขึ้น

“โอเคครับ” อีกฝ่ายตอบพลางพยักหน้าอย่างว่าง่าย เพราะในชั่วโมงนี้

ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ กัญญาพัชร เกริกก้องสกุล นักแสดงสาวที่ดังที่สุด

แห่งยุค เพราะไม่ว่าจะละคร โฆษณา หรือแม้แต่นิตยสาร ต่างก็อยากได้

หญิงสาวมาร่วมงานด้วยทั้งนั้น ด้วยว่าเธอเป็นทีสุดของขวัญใจมหาชน

ทั้งในด้าน!!เมือการแสดง การวางตัวในสังคมที่แทบจะไม่เคยมีข่าวในทาง

ลบเลย บวกกับนิสัยส่วนตัวที่นิ่งๆ เป็นมิตร ยิ้มง่าย และอ่อนโยน ไม่ค่อย

มีปากมีเสียงกับใคร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ใครๆ จะพากันยกย่องให้เธอ

เป็นเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงไทย

 “ถ้าอย่างนั้นก็ขออีกทีแล้วกันนะ” ผู้กำกับฯ ใหญ่ดัดบท จากนั้นจึง

ไล่ทีมงานทุกคนออกจากฉาก แล้วเขาก็วิ่งกลับไปนั่งหลังมอนิเตอร์ที่อยู่

ด้านในตัวบ้านตามเดิม ก่อนจะสั่งงานผ่านวิทยุสื่อสารเครื่องจิ๋ว

“ห้า...สี่...สาม...สอง...แอ็กชัน!”

หลังจากนั้นนักแสดงทั้งสองคนก็เริ่มต้นทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง

และครั้งนี้ทั้งเขาและเธอต่างก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครที่

ตัวเองสวมบทบาทอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนช่วยให้ฉากนั้นผ่านพ้นไปได้ ด้วยดี ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉากต่อไป...และต่อไป กระทั่งเสียงสั่งตัตครั้ง

สุดท้ายจากผู้กำกับฯ ตังขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการถ่ายทำได้เสร็จสิ้นลง

แล้ว ทีมงานจึงพากันโห่ร้องแสดงความยินดี ด้วยทุกคนต่างก็รู้ดีว่าการ

ทำงานอันยาวนานและหนักหน่วงได้สิ้นสุดลงแล้ว และต่อจากนี้ไปคือช่วง

เวลาแห่งการเลี้ยงฉลองความสำเร็จที่ละครของพวกเขาจะโกยความนิยม

จากคนดูจนเรตติ้งทะยานขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งส่วนหนึ่ง

นั้นต้องยกความดีความชอบให้กับนางเอกของเรื่อง ที่แสดงได้ดีเสียจน

เรียกน้ำตาจากคนดูได้อย่างท่วมท้น ในบทของหญิงสาวที่ต้องยอมแต่งงาน กับชายหนุ่มที่ตัวเองไม่ได้รักเพียงเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ

ทว่าขณะที่ใครต่อใครพากันเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงฉลองปิดกล้อง

แต่กัญญาพัชรกลับเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ เนื่องจากเธอยังมีงานอีก

มากมายจ่อคิวรออยู่

“คืนนี้คุณพัชรก็คงจะไม่ไปกับพวกเราอีกตามเคย” ช่างแต่งหน้า

สาวเทียมเปรยออกมาด้วยความเสียดาย ขณะลบเครื่องสำอางออกจาก

ใบหน้าของนักแสดงใหญ่

“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นละค่ะ เพราะเดี๋ยวพัชรมีสัมภาษณ์ถึงตอนค่ำ

แล้วพรุ่งนี้ก็ด้องบินไปเชียงรายตั้งแต่เช้า อุย!” คนถูกถามอธิบายด้วย

น้ำเสียงเศร้าสร้อย สีหน้าและแววตาบ่งบอกถึงความเสียใจอย่างสุด

ประมาณ ก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายนั้นมือหนักเกินไป

“ตายจริง! พี่ขอโทษนะคะ คุณพัชร เจ็บมากหรือเปล่าคะ” คนมือ

หนักแทบจะก้มลงกราบกรานแทบเท้าหญิงสาว เมื่อเห็นว่าแวบหนึ่งของ

ดวงตาดู่กลมสวยนั้นส่อแววดุตันแบบนางร้ายในละคร

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่มัชซี่ แค่นิดเดียวเอง” หญิงสาวเอ่ยพลางยิ้ม

หวานอย่างเป็นมิตรจนอีกฝ่ายเกิดอาการลังเลใจในสิ่งที่ได้เห็น ก่อนจะดึง

บทสนทนากลับมาที่เรื่องเดิม

“ว่าแต่น่าเสียดายตังเลยนะคะ ร่วมงานกันมาก็ตั้งหลายครั้ง แต่ยัง

ไม่มีโอกาสได้ไปเลี้ยงฉลองด้วยกันเลย”

“พี่เข้าใจค่ะว่าคุณพัชรงานเยอะ แหม! แต่ทำงานหนักแบบนี้ ระวัง

จะไม่สบายเอานะคะ” สาวเทียมแสร้งทำเป็นแสดงความห่วงใยเพี่อหวัง

ไถ่โทษ ครั้นเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามยิ้มตอบด้วยสายตาปลาบปลื้มอย่างสุดซึ้ง

ในความปรารถนาดีของตน จึงคลายความกังวลลงได้ ทว่าไม่ทันที่จะได้

กล่าวอะไรต่อ ผู้จัดการส่วนตัวสุดเฮี้ยบของนางเอกสาวก็ปรากฏตัวขึ้น

พร้อมด้วยน้ำเสียงเย็นชาเสียก่อน

“ไปกันได้แล้ว พัชร พี่ไม่อยากไปนั่งแกร่วตอนรถติด”

กัญญาพัชรหันมาตีสีหน้าโอดครวญกับช่างแต่งหน้าแบบพอ

เป็นพิธีแล้วก็เก็บรวบรวมของใช้ส่วนตัวใส่กระเป้าถือใบย่อม ก่อนจะหันไป

เอ่ยพลางยิ้มหวานกับทีมงานทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นว่า

“พัชรขอตัวก่อนนะคะทุกคน” จากนั้นก็เดินออกไปขึ้นรถ และทันทีที่

ปิดประตูรถ นางฟ้าในสายตาของใครๆ ก็แปลงร่างทันที

“นังกะเทยยักษ์เอ๊ย! แรงยังกะช้าง หน้าฉันจะพังไหมเนี่ย” กัญญา-

พัชรบ่นเสียงเขียวขณะสำรวจใบหน้าของตัวเองกับกระจกมองหลัง โดย

เฉพาะตำแหน่งที่ถูกช่างแต่งหน้ากระแทก

“นี่ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษาภาพลักษณ์นะ แม่ด่าเปิงไปแล้ว”

“น้อยๆ หน่อย พัชร อย่าให้มันเยอะไปนัก อย่าลืมสิว่าเธอเป็นใคร”

สารถีมาดเนี้ยบเอ่ยเสียงเรียบขณะปรับกระจกมองหลังให้เข้าที่

“ก็เพราะไม่ลืมไง พัชรถึงต้องยิ้ม ทั้งที่ความจริงอยากจะคว้ามีด

มากะชวกให้มิดด้าม โทษฐานที่บังอาจมาแตะต้องใบหน้าสวยๆ ของ

พัชร” กัญญาพัชรสวนคำหน้าเครียด ก่อนจะคว้ากระจกแบบพกพาบาน

ใหญ่ออกจากกระเป้าถือ ด้วยว่ายังไม่วางใจในใบหน้าของตัวเอง

 “แต่พีว่าเธอน่าจะยิ้มให้มันกว้างกว่านี้อีกหน่อยนะ มันยังดูไม่ค่อย

...ดีชักเท่าไหร่เลย”

“โอ๊ย! ใครจะมัวมานั่งสนใจ พัชรอยากฆ่ามันจะตายอยู่แล้ว” หลัง

จากสำรวจจนแน่ใจแล้ว กัญญาพัชรก็เก็บกระจกลงกระเป้าถือ และบรรจง

วางมันไว้ที่เบาะหลังอย่างทะนุถนอม ก่อนจะปรับเบาะให้เอนราบ แล้ว

ทำท่าเหมือนจะเข้าสู่ภวังค์ไปอย่างง่ายดาย

ทว่าเมื่อมีเหล่าแฟนคลับมายืนออเพี่อขอลายเซ็นอยู่ด้านนอกรถ นักแสดงสาวเจ้าบทบาทก็ออกอาการเซ็งในทันที

 

“อย่าเพิ่งเปิดกระจกนะ พี่กช ขอเวลาแป๊บหนึ่ง” หลังจากสูดอากาศ

เข้าปอดเฮือกใหญ่ เธอก็พยักหน้าน้อยๆ เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายลดกระจก

ลง เพื่อให้บรรดาแฟนคลับได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ ของเจ้าของฉายาเจ้าหญิง

แห่งวงการบันเทิงไทย

“ว่าไง คะทุกคน มารอกันนานหรือเปล่าคะ” กัญญาพัชรทักอย่าง

เป็นมิตร ก่อนจะกล่าวขอบคุณหลังจากรับของฝากที่บรรดาแฟนคลับนำ

มาให้

และเมื่อกล่าวทักทายไก่ถามพอเป็นพิธีเหมือนเช่นทุกครั้งแล้ว

หญิงสาวก็ต้องเอ่ยปากขอตัว เนื่องจากมีงานที่ด้องไปทำต่ออีก และทันทีที่

กระจกปิดสนิท รอยยิ้มหวานๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นขมทันที

“วุ้ย! ไม่รู้จะถามอะไรกันนักหนา คนเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” ไม่พูด

เปล่า นักแสดงสาวยังเหวี่ยงกล่องของขวัญและช่อดอกไม้ไปที่เบาะหลัง

อย่างไม่ไยดี ก่อนจะเอนตัวลงนอนและเงียบเสียงไปในที่สุด

แม้จะรู้สึกว่าการพักผ่อนที่ได้รับยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ของร่างกาย ทว่าเมื่อถึงที่หมาย กัญญาพัชรก็ยังต้องจำใจตื่นอยู่ดี หญิงสาว

ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน ก่อนจะลงจากรถเมื่อบงกชเปิดประตูให้ และทันที

ที่ก้าวลงมา ร่องรอยของความเหนื่อยล้าก็มลายหายไปทันที เมื่อมีกลุ่ม

นักข่าววิ่งกรูกันเข้ามาขอก่ายรูปและสัมภาษณ์ถึงรายละเอียดของละคร

เรื่องใหม่ที่เธอรับเล่นคู่กับพระเอกยอดนิยมอีกคนหนึ่ง ซึ่งตามธรรมเนียม

ปฏิบัติของมืออาชีพ กัญญาพัชรจะต้องตอบคำถามแบบกำกวม มีเลศนัย

ชวนให้คิด ให้ติดตาม ก่อนจะทิ้งไวให้เป็นปริศนา

“เอาเป็นว่าต้องคอยติดตามรายละเอียดกันต่อไปเรื่อยๆ นะคะ”

นักแสดงสาวเอ่ยพลางยิ้มหวาน ก่อนจะขอตัวไปทำงานตามที่นัดหมาย

เอาไว้ นั่นคือการก่ายแบบปกนิตยสารคู่กับนายแบบหนุ่มหล่อล่ำลูกครึ่ง

อิตาเลียน-อเมริกันในคอนเซปต์ที่เช็กซี่พอสมควร โดยเสื้อผ้าแต่ละชุดที่

เลือกมาก่ายในเซตนี้ค่อนข้างหวือหวาไม่น้อย ทำให้แทนที่จะเริ่มไต้ทันทีที่ กัญญาพัชรปรากฏตัว ทีมงานกลับต้องเสียเวลาไปกับการตรวจสอบความ เหมาะสมของเธอ

“พัชรว่าเสื้อตัวนี้คอมันกว้างไปหน่อยนะคะ ใส่แล้วเหมือนจะย้วยๆ

ช่วยแก้หน่อยไต้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วใบหน้า

ที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มก็ทำให้บรรดาทีมงานต้องปาดเหงื่อเมื่อเธอเสนอทาง

เลือกขึ้นว่า

“หรือไม่อย่างนั้นก็หาตัวอื่นมาเปลี่ยน แบบนี้พัชรคงใส่ไม่ได้หรอก

นะคะ” เธอพูด ก่อนจะบรรจงวางเสื้อแขนกุดสีดำปักเลื่อมไว้ที่ด้านหลัง

อย่างทะนุถนอม จากนั้นก็หันไปสนใจชุดอื่นๆ ที่แขวนเต็มพรืดอยู่เบื้องหน้า ปล่อยให้ทีมงานคิดหาทางแก้ไขรอยผ่าของเสื้อที่กว้างและลึกกว่าแบบ ที่เคยคุยกันไว้เพียงครึ่งนิ้วเท่านั้น

“พี่ว่ามันไม่กว้างไปนะ ใส่แล้วดูไม่น่าเกลียดหรอก จะเซ็กชี่ขึ้น

ด้วยซ้ำ” หัวหน้าคอสตูมเสนอความคิดเห็น เนื่องจากเสื้อผ้าทุกชุดที่เลือก

ใช้ถ่ายนั้น ล้วนแล้วแต่ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดี และจัดไว้ตรงตาม

คอนเชปต์ทุกอย่าง หากต้องมีการปรับเปลี่ยนกันแบบปัจจุบันทันด่วน ก็

เท่ากับเป็นปัญหาที่ทีมงานทุกคนต้องแก้ไขเพี่อให้การถ่ายทำนั้นเป็นไป

ตามแผนที่ถูกกำหนดไว้อย่างดีตั้งแต่ต้น

“เอ่อ...พี่ก้อยคะ” กัญญาพัชรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ที่พัชรคอมเมนต์เพราะความกว้างขนาดนี้จะท่าให้ดูคอย้วยเวลาใส่

ไม่ใช่เรื่องของความเซ็กชี่ไม่เซ็กชี่ แล้วถ้าพัชรที่เป็นคนใส่เสื้อผ้าพวกนี้ยัง

ดูไม่สวย พี่ก้อยคิดว่าภาพที่ออกไปมันจะสวยหรือเปล่าคะ” หางเสียงของ

คนพูดนั้นฟังดูมีอำนาจ เสมือนเป็นการยื่นคำขาดว่าเธอจะไม่มีวันสวมเสื้อ

ตัวนี้เด็ดขาด ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของคนอื่นๆ กัญญาพัชรก็แสร้ง

พูดด้วยท่าทีที่สำนึกผิดว่า

“พัชรไม่ได้อยากเรื่องมากนะคะ แต่อยากให้งานมันออกมาดีที่สุด

เท่านั้นเอง”

แม้จะยังกังขาในท่าทางของนางเอกสาว หากก็ไม่มีใครสามารถ

ปฏิเสธเหตุผลของเธอได้ ฉะนั้นทีมเสื้อผ้าทุกคนจึงได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่า

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวไปเลือกเข็มกลัดที่มันเข้าชุดกันมากลัดติดเอา

ก็แล้วกัน”

และเมื่อได้ข้อตกลงที่น่าพอใจร่วมกันแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็แยกย้าย

กันไปทำงานตามหน้าที่รับผิดชอบของตัวเอง ซึ่งในขณะที่ใครต่อใครพากัน นินทาถึงความเรื่องมากของกัญญาพัชร แต่หญิงสาวก็ทำหน้าที่ของตัวเอง

ได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง และเพราะการไม่มีข้อบกพร่องนี้เองที่ทำให้การ

ถ่ายทำดำเนินไปได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว กระทั่งมาถึงช็อตที่นางเอก

สาวต้องนอนทอดร่างอยู่บนเตียง ในขณะที่นายแบบหนุ่มในคราบของ

แวมไพร์สุดหล่อใช้มือข้างหนึ่งสอดเข้าใต้ร่างคล้ายกำลังจะโอบอุ้มเธอ

“โอเค สวยมากครับ” ตากล้องออกปากชมขณะไล่จับภาพในมุม

ต่างๆ ของนายแบบและนางแบบ ก่อนจะสั่งให้เปลี่ยนชุดสำหรับถ่ายใน

เซตต่อไป

ทว่าในขณะที่ทีมงานกำลังสาละวนกับการเซตฉาก จู่ๆ กัญญาพัชร

ก็เดินปรี่เข้าไปหาตากล้อง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยนั้าเสียงนุ่มนวล ทว่าแววตา

กลับดูดุดันว่า

“พี่หนึ่งคะ พัชรขอดูภาพเซตเมื่อกี้หน่อยชิคะ”

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” สีหน้าของคนถูกเรียกส่อแววประหม่าอย่าง

เห็นได้ชัด แก้วน้ำถูกยกด้างไว้ ในขณะที่ทีมงานคนอื่นๆ ก็พลอยนึ่งไปด้วย

“พัชรขอดูหน่อยชิคะ” เธอยํ้าอีกครั้งด้วยน้าเสียงเข้มขึ้น คล้ายกับ

จะเตือนให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอไม่ต้องการคำปฏิเสธ

และก็ดูเหมือนมันจะมีอำนาจมากพอให้ชายหนุ่มยอมส่งกล้องถ่าย

รูปให้โดยไม่มีข้อแม่ใดๆ ทั้งสิ้น และหลังจากที่พิจารณารูปที่ถ่ายมาทั้งหมด

อยู่อึดใจหนึ่ง ในที่สุดหญิงสาวก็เอ่ยขึ้นว่า

“พัชรว่าภาพสุดท้ายมันดูไม่สวยเลย พัชรขอถ่ายใหม่ได้ไหมคะ” คำพูดของเธอเล่นเอาคนฟังเกิดอาการแห้งผากในลำคอ กระทั่งบรรณาธิการ

ฝ่ายภาพของนิตยสารต้องรีบปรี่เข้ามาจัดการ เนื่องจากเห็นว่านักแสดงสาว

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

ชั่วโมงนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก "เธอ" นางเอกสาวสวยชื่อดังแห่งยุค ผู้เป็นขวัญใจมหาชนทั้งหลาย ทั้งในด้านฝีมือการแสดง การวางตัว ความน่ารัก อ่อนโยนและแสนดี จนได้รับขนานนามว่า "เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงไทย" ส่วน "เขา" เป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาๆ คนหนึ่งซึ่งพ่ายรัก ผู้ซึ่งได้ฝังตัวรักษาแผลในใจ แปรความปวดร้าวเป็นพลังในการพลิกฟื้นไร่ส้มในจังหวัดด้านเหนือสุดของประเทศไทย ซึ่งเป็นมรดกตกทอดจนสามารถประสบความสำเร็จ ดูๆไปแล้ว เส้นทางชีวิตของ "เขา" กับ "เธอ" ก็ไม่น่าที่จะมาเจอะเจอกันได้ แต่จู่ๆ ก็มีเหตุให้ต้องรู้จักกัน แล้วความรักของทั้งคู่ก็ได้เริ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว ทว่ากว่าที่จะลงเอยกันได้ ก็ไม่ธรรมดาชนิดที่ว่าคาดไม่ถึงเลยทีเดียวเชียว


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2020