กระดังงาสีชมพู (ลิซ)

กระดังงาสีชมพู (ลิซ)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160019434
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 270.00 บาท 175.50 บาท
ประหยัด: 94.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

วันจันทร์ วันเริ่มต้นการทำ งานที่...รถติดบรรลัย!

ผู้ซึ่งไปทำ งานสายอีกครั้งบีบแตรสนั่นเมื่อรถคันหน้าจอดนิ่งสนิท

ไม่ยอมขยับทั้งที่เลนซ้ายสามารถขับไปได้เรื่อยๆ โดยไม่ต้องจอดติดไฟแดง

แท้ๆ เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดไง ไอ้รถคันข้างหน้าไม่รู้กฎจราจรข้อนี้หรือ

อย่างไร

จินตหราซึ่งนั่งอยู่หลังพวงมาลัยหงุดหงิดเสียจนบีบแตรสนั่นอีกครั้ง

คราวนี้พอเธอบีบแตรปุ๊บ รถยุโรปป้ายแดงที่จอดขวางอยู่ข้างหน้าก็ตบไฟ

บอกว่ากำ ลังจะเลี้ยวเข้าเลนกลางปั๊บ

“ไอ้ลูกหมี!” หญิงสาวหน้าตาสะสวยด่าลั่นอย่างไม่เกรงใจใคร ก็

จะต้องเกรงใจใครที่ไหน พอส่งลูกสาวลงที่โรงเรียนใกล้บ้านเรียบร้อยแล้ว

บนรถญี่ปุ่นเก่าๆ คันนี้ก็มีเพียงเธออยู่ตามลำ พัง คิดจะด่า สบถ หรือยก

นิ้วกลางให้ใครก็ทำ ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นตัวอย่างไม่ดีให้ลูกสาวเก็บ

ไปเลียนแบบ

รถยุโรปของ ‘ไอ้ลูกหมี’ จอดขวางเธออยู่เกือบสิบนาทีกว่ามันจะ

เคลื่อนไปยังเลนกลาง ปล่อยให้รถบุโรทั่งของเธอเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้

จินตหราทำ ปากหมุบหมิบ อวยพรคนรวยที่มีเงินจึงเห็นแก่ตัวว่า

ขอเพียงได้ขับรถหรู ตรูจะขับอย่างไรก็ได้ ไม่จำ เป็นต้องเกรงใจใคร

                ไอคนพวกนี้นะ เธออยากเอาแบงก์กงเต๊กยัดปากมันให้ขาดใจเหลือเกิน

เออ! เธอเกลียดคนรวย เกลียดคนมีเงิน เกลียด เพราะหญิงสาว

อิจฉาคนพวกนี้จนแทบกระอักเลือดอย่างไรเล่า

ตัวเธอนั้นแม้จะไม่ได้อยู่ในฐานะที่เรียกว่ายากจนข้นแค้น แต่ก็ต้อง

ปากกัดตีนถีบมาตลอด ตอนอายุสิบแปดพ่อกับแม่จากไปด้วยอุบัติเหตุ

ทิ้งบ้าน รถ และประกันชีวิตเอาไว้ให้จินตหรากับน้องสาว เงินกับสมบัติที่

ได้เหมือนจะเป็นจำนวนมากจนแรกๆ เธอไม่ได้กังวลอะไร แต่...เงินที่ใช้

จ่ายไปโดยไม่มีมาเพิ่มเติมหรืองอกเงย สุดท้ายมันก็หมดลง

ยิ่งน้องสาวเธอเป็นคนไม่ค่อยแข็งแรง เจ็บป่วยจนเข้าโรงพยาบาล

บ่อยๆ ด้วยโรคประจำ ตัว เงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้จึงหมดเร็วเกินคาด จินตหรา

ในวัยยี่สิบปีจึงจำ ต้องหาเงินส่งตัวเองเรียนพร้อมกับดูแลน้องสาวที่เด็กกว่า

สามปีไปด้วย

เรียกว่าเธอเป็นคนที่โตกว่าอายุจริงแบบนี้ก็เพราะต้องรับผิดชอบ

ทั้งตัวเองและน้องมาตั้งแต่เด็ก จึงก้าวข้ามการเป็นวัยรุ่น วัยสาว มาเป็น

แม่แก่เลย

ทว่าด้วยความรักน้อง ด้วยความรับผิดชอบ หญิงสาวจึงไม่เคย

แสดงออกว่าท้อหรือเหนื่อยเลย มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นที่เธอร้องไห้ออกมา

ให้น้องสาวเห็น และระบายความในใจให้น้องฟังว่าตัวเองนั้นเหนื่อยแค่

ไหน

วันนั้น...คือวันที่น้องสาวมาสารภาพกับเธอว่า...ท้อง

อยู่ด้วยกันเพียงสองคนพี่น้องก็ลำบากมากพอแล้ว น้องสุดที่รักยัง

มาพลาดพลั้ง ไร้เดียงสาจนถูกผู้ชายซึ่งมีภรรยาแล้วหลอกอีก!

คำ ว่ารัก รักคำ เดียวทำ ให้น้องสาวเธอยอมชายคนนั้นทุกอย่าง และ

คำ ว่า...ท้อง ก็ทำ ให้ชายซึ่งบอกว่ารักน้องเธอมากเหลือเกินทิ้งไปอย่างไม่

ไยดี

            ร่างกายที่อ่อนแอ จิตใจที่บอบช้ำยับเยิน ทำให้น้องสาวเธอทนสู้อยู่

บนโลกได้อีกไม่นาน หลังจากคลอดลูกได้เพียงสี่เดือน น้องแจน จรัสศรี

ก็จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับ โดยทิ้งหลานสาวเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

บอกตามตรง แรกๆ จินตหราไม่รู้ว่าจะรักหรือเกลียดผลผลิตจาก

ความไร้เดียงสาของน้องสาวดี เธอมองใบหน้าเล็กๆ นั้นแล้วเคยคิดถึงขั้น

อยากเอาภาระชิ้นนี้ไปให้พ่อมัน หรือไม่ก็เอาไปทิ้งที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

แต่...หญิงสาวคงมีนิสัย ของนางเอกมากเกินไป หลังจากได้อุ้ม ได้ป้อนนม

ได้กอดไอ้ตัวเล็กนั่นแล้ว เธอก็ทิ้งขว้างญาติสนิทที่เหลือเพียงคนเดียวใน

โลกนี้ไม่ลง

สุดท้ายก็จำ ต้องรับเป็นแม่ให้หลาน จะเรียกว่าเตี้ยอุ้มค่อมได้ไหม...

คงได้ ไอ้ตัวเล็กช่างเป็นภาระที่แสนจะน่ารัก น่าหยิก น่าตี ไปจนถึงน่า

กระทืบในบางครั้ง ดังนั้นเธอจึงกระเตงๆ ภาระนั้นตลอดมาจนย่างเข้าสู่ปี

ที่ห้าแล้ว

ภาระแสนน่ารักเป็นเหตุให้จินตหราต้องขายบ้านซึ่งเป็นสมบัติชิ้น

สุดท้ายของเธอเพื่อหนีไปจากสังคมเก่าๆ ที่อุดมไปด้วยคนปากไม่ดี ตอน

น้องท้อง พวกนั้นก็ป้องปากกระซิบกันว่าใจแตก สำ ส่อนจนท้องไม่มีพ่อ

แบบนี้ถ้าหลานเธอโตขึ้น ก็คงพูดไล่หลังให้เด็กได้ยินกระมังว่าเป็นลูกไม่มี

พ่อ แถมแม่ยังเป็นผู้หญิงไม่ดี ปล่อยเนื้อปล่อยตัว

ทำ ไมคนที่อยู่บ้านสวยๆ มีงานทำ ดีๆ เรียนก็สูง ครอบครัวดูอบอุ่น

พวกนั้นถึงได้มีจิตใจหยาบช้าแบบนี้ จินตหราไม่เข้าใจ

ย่านใหม่ที่เธอไปเช่าอยู่นั้นห่างจากบ้านเก่ามากจนอาจเรียกได้ว่า

อยู่คนละมุมเมืองเลยก็ได้ หญิงสาวบอกเพื่อนบ้านว่าจารุมนเป็นลูกสาว

เธอ พ่อของเด็กไปรบที่ภาคใต้เลยตายก่อนจะได้แต่งงานกัน เธอไม่รู้ว่า

เพื่อนบ้านใหม่เชื่อหรือไม่ แต่จินตหราต้องการให้หลานเชื่ออย่างนั้น โต

ขึ้นมาจะได้ไม่กลายเป็นเด็กมีปัญหา

การไม่มีพ่อมาตั้งแต่เกิดนั้นช่างเถิด พ่อเลวๆ บางทีไม่มีอาจดีเสีย

กว่า แต่เรื่องไม่มีแม่ด้วยนี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เด็กผู้หญิงมักต้องการ

การดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษจากคนใกล้ชิด...จากแม่ ดังนั้นจินตหราจึง

ตัดสินใจเป็นแม่ของไอ้ตัวเล็กเสียเอง เธอพร้อมจะให้ความรัก ความอบอุ่น

เป็นแม่แบบ อบรมให้หลานสาวของเธอโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ทั้งทางร่างกาย

และจิตใจ จรัสศรีที่ฝากลูกเอาไว้กับเธอจะได้นอนตายตาหลับ

เด็กอ่อนต้องกิน ต้องใช้ ต้องหาหมอ ปีหนึ่งๆ ใช้เงินมากยิ่งกว่าตอน

ที่เธออยู่กับจรัสศรีเพียงสองคนเสียอีก มิหนำ ซ้ำจารุมนยังติดจินตหรามาก

แทบจะต้องอุ้มไว้ตลอดเวลา วางไม่ได้เลย เธอจึงไม่สามารถไปทำ งาน

นอกบ้านได้ ได้แต่รับเอกสารมาพิมพ์ มาแปล และทำ รายงานให้นักศึกษา

เป็นงานหลัก ซึ่งงานพวกนี้ได้เงินไม่มากนัก ดังนั้นเงินที่ได้จากการขาย

บ้านจึงร่อยหรอลงไปแบบน่าใจหาย

ไอ้ตัวเล็กอ้วนเอาๆ แต่จินตหราผอมจนหัวโต โทรมจนเพื่อนบ้าน

คิดว่าเธอเป็นอะนอเร็กเซียไปโน่นเลย

            หลังจากไอ้ตัวเล็กโตพอจะเข้าโรงเรียนได้แล้ว จินตหราจึงมีโอกาส

ไปหางานที่ดีกว่ารับจ้างพิมพ์และแปลเอกสารไปวันๆ งานแรกที่เธอได้เป็น

งานเลขาฯ ในบริษัทขายตรงแห่งหนึ่ง แต่ทำ ได้ไม่ถึงปีบริษัทก็ปิดตัว และ

ผู้บริหารหอบเงินหนีออกนอกประเทศ ที่สำคัญเงินเดือนสองเดือนของ

เธอ...มันยังไม่จ่าย

นี่ถ้าจินตหรามีเงินซื้อตั๋วเครื่องบิน เธอคงบินไปตามล่าถลกหนังหัว

ไอ้เศรษฐีขี้โกงขี้งกคนนี้ไปแล้ว...หน็อย หอบเงินหนีไปเป็นล้านๆ แต่กลับ

เบี้ยวเงินเดือนเธอแค่ไม่กี่หมื่น

จากนั้น...ความซวยก็ดูเหมือนจะเข้ามาเยือน ไม่ว่าเธอจะเข้า

ทำงานที่ไหน บริษัทนั้นก็มักปิดกิจการไปเสียทุกที่ภายในระยะเวลาไม่เกิน

สามเดือน

            เพื่อนสมัยเรียนบางคนซึ่งยังคบกันอยู่สงสารหญิงสาวไม่น้อย ทว่า

พอมีตำแหน่งว่างในบริษัท เพื่อนเหล่านั้นกลับไม่เคยชวนเธอไปสมัคร

สักครั้ง...

แต่ไม่เป็นไร คนเก่ง ขยัน สู้ยิบตาแบบจินตหราไม่มีใครคอยช่วย

เธอก็เอาตัวรอดได้ แม้จะรอดแบบถลอกปอกเปิกก็ยังถือว่ารอดละวะ!

ปีนี้หญิงสาวยอมเสียเงินค่าหัวคิวให้บริษัทจัดหางานแห่งหนึ่ง

ทำ ให้เธอมีงานทำ มาตลอด แม้แต่ละงานจะเป็นงานชั่วคราว ทำ เพียงหนึ่ง

เดือนหรือสามเดือนเท่านั้น แต่ก็เหมือนการทำ งานระยะสั้นแบบนี้จะลบ

อาถรรพ์ได้ เพราะบริษัทที่เธอเข้าไปทำงานชั่วคราวพวกนั้นไม่เคยมีบริษัทไหนเจ๊งอีกเลย

ปัจจุบันจินตหราได้สัญญาระยะสั้นสามเดือน ในตำแหน่งเลขาฯ

กรรมการผู้จัดการของบริษัทจัดหาคู่ ซึ่งมีสาวไทยใช้บริการมากที่สุดใน

ประเทศ

ตำแหน่งของเธอเหมือนจะหรูหรา ดูดีเป็นที่สุด บอกใครต่อใครว่า

ตอนนี้เธอทำ งานเป็นเลขาฯ ซีอีโอบริษัทแห่งหนึ่ง ก็มีแต่คนร้องอื้อฮือ

อ้าฮ้า แต่เอาเข้าจริงจินตหรายังไม่เคยเจอหน้าเจ้านายสักครั้ง เนื่องจาก

เขาไปติดต่องานที่เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลียสามเดือน โดย

พาเลขาฯ ตัวจริงไปด้วย ดังนั้นที่เขาลงทุนจ้างเธอสามเดือนก็เพื่อต้องการ

ให้มานั่งเฝ้าหน้าห้องเท่านั้นเอง

            หน้าที่ซึ่งเธอต้องทำประจำทุกวันก็คือรับโทรศัพท์ ส่งแฟกซ์ ส่ง

อีเมลรายงานจากเมืองไทยไปให้เจ้านายที่ต่างประเทศ

งานของจินตหราหนักสมเงินเดือนเพียงหมื่นเดียวที่เธอเรียกไป

นั่นแหละ เฮ้อ!

                เลขาฯ ซีอีโอบริษัทเลิฟเลิฟไฟต์ติ้งสวมสูทสีดำ ซึ่งซื้อมาจาก

ร้านค้าส่งแถวประตูน้ำ โดยซื้อชุดแบบเดียวกันสามชุดในราคาส่งจะได้

ราคาถูกกว่าราคาขายจริงเกือบครึ่ง...คุ้มจะตาย ดังนั้นเธอจึงมีสูทสีดำ สา

แบบ แบบละสามชุด สวมสับเปลี่ยนกันมาทำ งาน

การที่จินตหราสวมเสื้อผ้าซ้ำๆ หรือแบบคล้ายคลึงกันทุกวันนี้ มี

เพื่อนพนักงานสังเกตเห็นและแอบแบะปากดูถูกด้วย เธอรู้ เธอเห็น แต่...

คนจนมันต้องหนานะคุณถึงจะอยู่ได้ เธอไม่ใช่คนตัวเปล่าเล่าเปลือย ยัง

มีหลานสาว...ซึ่งใครต่อใครคิดว่าเป็นลูกสาวอีกหนึ่งคน จารุมนอยู่ในวัย

กำ ลังกิน กำ ลังนอน ในอนาคตก็ต้องศึกษาเล่าเรียน เธอยังต้องใช้เงินกับ

หลานคนนี้อีกมาก ดังนั้นถ้าประหยัดอะไรได้จึงต้องประหยัด ใครจะว่า

จะนินทาอย่างไรจินตหราไม่สนหรอก เพราะถ้าเธอไม่มีเงิน จะบ่ายหน้า

ไปหาใครเขาก็คงยิ่งกว่าทำ หน้าเบ้หรือแบะปากหนี

            ผู้ซึ่งถือคติว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเดินเร็วๆ ออกจากลิฟต์ เนื่องจาก

วันนี้เธอมาสายไปสิบห้านาทีแล้ว

แม้ปกติช่วงเช้ามักจะไม่มีงานให้ทำ แต่เธอก็ไม่ต้องการมาสายให้

ใครเขาติฉิน ไม่เอาเปรียบใคร ทำ งานเต็มความสามารถ คุ้มกับค่าจ้าง

ทุกบาททุกสตางค์ นี่คือคติในการทำ งานของเธอ

แต่...ดูเหมือนวันนี้จะไม่ปกติ เพราะพอจินตหราเดินเข้าไปยังโถง

หน้าห้องกรรมการผู้จัดการ ก็พบว่าสมบูรณ์...ผู้จัดการฝ่ายบุคคลนั่งรออยู่

บนเก้าอี้ของเธอพร้อมมองนาฬิกาข้อมือไปด้วย

‘ซวยแล้ว!’ จินตหราสบถในใจ ทว่าสีหน้าเธอเรียบเฉย ไม่ปรากฏ

อารมณ์ เท้ายังคงก้าวด้วยจังหวะปกติจนหยุดเมื่อถึงโต๊ะทำ งานของตนเอง

“สวัสดีค่ะ คุณสมบูรณ์” เธอยกมือไหว้เขาพร้อมทักทายด้วยความ

สุภาพ แต่ไม่ประจบ ไม่เอาใจ ไม่เลีย

สมบูรณ์ไม่ได้ยกมือรับไหว้ แต่เอียงข้อมือดูนาฬิกาอีกทีแทนการ

ตำ หนิเธอว่า...หล่อนมาสายนะยะ

                ‘เออ รู้ว่ามาสาย ก็รถมันติดนี่นา นี่ขนาดออกจากบ้านตั้งแต่ตีห้า

แล้วก็ยังสาย เอาแบบนี้ไหมล่ะ อนุญาตให้ฉันกับลูกมาอยู่ที่บริษัทนี้เสีย

เลยสิ รับรองว่าจะไม่มาสายอีกแน่นอน กล้าไหมล่ะ’

จินตหราชอบต่อล้อต่อเถียง ทว่ากับเจ้านาย เธอได้แต่เถียงในใจ

เถียงจริงๆ ได้ที่ไหนกัน เดี๋ยวถูกไล่ออกแล้วจะเอาอะไรกิน

“เสียใจด้วยนะ คุณจินตหรา ผมคงต้องให้คุณออก”

“ฮะ!” จินตหราแทบหลุดฟอร์มเลขาฯ สาวผู้ทรงประสิทธิภาพ เธอ

ต้องจิกเท้ากับพรมสีน้ำเงินเข้มเพื่อไม่ก้าวไปหาสมบูรณ์ กำ มือเข้าหากัน

แน่นเพื่อไม่ยื่นไปจิกผมน้อยๆ ของเขาแล้วตะคอกถามว่า ‘ฉันสายแค่สิบ

ห้านาที แกไล่ฉันออกเลยเรอะ!’

สมบูรณ์ถอนหายใจก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้ของเธอ “ผมเสียใจด้วย

ที่ต้องยกเลิกสัญญาจ้างงาน...”

คิดหรือว่าจินตหราจะสนใจความเสียใจของเขา เธอขู่กลับทันทีที่รู้

ว่าเรื่องให้ออกนี้ไม่น่าจะใช่เรื่องล้อเล่น

“ดิฉันทำ ผิดอะไรคะ คุณถึงได้ยกเลิกสัญญา การมาสายเพียงแค่

สิบนาทีไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่สมควร ถ้าคุณหาคำ ตอบให้ดิฉันไม่ได้ ดิฉัน

จะฟ้องกรมแรงงาน คุณให้ออกอย่างไม่เป็นธรรมแบบนี้ดิฉันเสียหาย เสีย

ความรู้สึก เสียประวัติ”

เสียเงินเดือนเดือนสุดท้ายด้วย! ไอ้เสียดายเงินเดือนนี่แหละ เป็น

เหตุผลสำ คัญที่สุดซึ่งทำ ให้จินตหราโวย

พอถูกใส่เป็นชุดๆ แบบนั้น สมบูรณ์ก็รีบยกมือขึ้นห้ามก่อนพูดต่อ

“อย่าห่วงไปเลยครับ ทางบริษัทของเราจะไม่ทำ ให้คุณเดือดร้อน

หรือเสียประวัติอย่างแน่นอน เราพร้อมจะออกใบผ่านงานให้คุณ ผมจะ

เขียนรับรองให้เป็นอย่างดี และยังจะให้เงินคุณครบตามจำนวนด้วย แต่

ตั้งแต่วันนี้ คุณไม่ต้องมาทำ งานอีกแล้ว”

โอ๊ะ! พอได้ยินว่าจะได้เงินครบ อารมณ์ที่คุกรุ่นของจินตหรากก็

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021