ไฟรักสีชมพู(พู่หอม)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9789743626227
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 230.00 บาท 149.50 บาท
ประหยัด: 80.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

 

 

แรกรัก แรกพบ สิเน่หา      ติดตาตรงใจฤทัยฝัน

เฝ้ารักเฝ้าสร้างทุกคืนวัน             เพื่อสักวันใจรักมั่นนิรันดร

คมกริช

ณ บริเวณมุมพักผ่อนมุมหนึ่งที่จัดไว้สำหรับรับรองแขกของ

โรงแรมหรูระดับห้าดาว หญิงสาวผิวขาวอมชมพูรูปร่างบอบบางคนหนึ่ง

กำลังนั่งทอดถอนใจอย่างเบื่อหน่าย มองดูแสงไฟจากรถราด้านล่างที่คล้าย

กับดวงดาวบนท้องฟ้าจะย้ายลงมาประดับบนพื้นดิน มือเรียวบางค่อย ๆ

เอื้อมไปสัมผัสกระจกใสที่มีหยาดฝนเกาะพราว บรรยากาศหลังฝนตกแสน

ว้าเหว่

“เฮ้อ !” เสียงถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายซึ่งไม่รู้ว่ามันเป็นครั้งที่เท่าไร

แล้ว นับตั้งแต่กัญชญาแอบหนีออกมาจากงานแต่งงานของเพื่อนรุ่นพี่ที่ตน

มาช่วยงาน ‘ขอโทษนะคะพี่แก้ว, เธอรู้สึกผิดที่ละทิ้งหน้าที่เพื่อนเจ้าสาว

แต่เธอก็เบื่อหน่ายภูวนิช พี่ชายของภูษิตาที่พยายามมาชวนพูดคุยจนรู้สึก

อึดอัด ช่างไม่เหมือนกับใครบางคนที่เธอรักและคิดถึง ริม'ฝีปากบวงสีชมพู

ระเรื่อแย้มยิ้มอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงชนภัทรชายหนุ่มผู้แสนดี

 

‘ไม่รู้ว่าปานนี้เขาจะกลับถึงบ้านหรือยังนะ’

เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาไม่ได้ทำให้หญิงสาวสนใจที่จะลุกขึ้นหรือ

เดินหนีไปไหน ด้วยมั่นใจว่าหากไม่มีใครสังเกตก็จะไม่เห็น เพราะกำแพง

ต้นไม้ที่ใช้ประดับงานมันสามารถกำบังตัวเธอจากสายตาคนอื่นได้เป็นอย่างดี หากไม่หันกลับมามอง แต่คำพูดของผู้หญิงเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึกกลัว

และเริ่มคิดถึงความปลอดภัยของตนเอง

“เจี๊ยบ อย่าร้องไห้เพราะไอ้คนบ้ากามนั้นอีกเลยนะ” หญิงสาวในชุด พนักงานโรงแรมกำลังพูดปลอบผู้หญิงอีกคนที่เดินมาพร้อมกัน กัญชญา

หันไปมองตามเสียงพูดก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินร้องไห้ ตัวสั่นเทา

เสื้อผ้ามีร่องรอยจากการถูกฉีกทึ้ง หลุดลุ่ย และขาดแหว่ง ราวกับผู้หญิง

คนนั้นไปถูกเสือที่ไหนสักตัวขยํ้ามา เสื้อผ้าที่ใส่อยู่จึงแทบไม่เหลือชิ้นดี

ทั้งสามคนไม่ทันลังเกตเห็นว่ากัญชญานั่งอยู่

“ฉันจะพยายาม ขอบใจนิดกับแอมมากนะที่เข้าไปช่วย ไม่งั้นฉันคง...” พูดได้แค่นั้นก็ร้องไห้จนตัวโยนอีกครั้งเมื่อคิดถึงความโชคร้ายของตนเอง

หญิงสาวที่ชื่อนิดกอดปลอบเพื่อนสาว

“อย่าพูดแบบนั้นสิ ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา” นิดมองเพื่อนอย่างสงสาร

ดีนะที่เธอและแอมผ่านไปทางนั้นพอดี ไม่งั้นคงเข้าไปช่วยเพื่อนให้พ้นจาก

เงื้อมมือของเสือร้ายไม่ทันแน่

“ใช่ เราเป็นเพื่อนกันนะเจี๊ยบ เพื่อนย่อมไม่ทึ้งเพื่อน อย่าไปคิดถึง

มันอีกเลย ตอนนี้เธอก็ปลอดภัยแล้ว แต่พูดก็พูดเถอะนะ ฉันไม่คิดเลยว่า

แขกระดับนี้จะทำตัวกักขฬะ แล้วยังดูถูกผู้หญิงอีก หน้าตาก็ดีไม่นึกว่าจะเลว

ถึงขนาดกล้าฉุดผู้หญิงไปข่มขืน”

“ใช่ เราเห็นด้วย เจี๊ยบอย่าร้องไห้นะ เธอต้องเข้มแข็งไว้ เธอต้องสู้เพื่อ ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิง”

หญิงสาวอีกคนที่กัญชญาเดาว่าน่าจะชื่อแอมพูดอย่างเห็นด้วย

“แต่ฉันว่าตอนนี้พวกเรารีบ ๆ เดินไปบอกผู้ดัดการให้เอาเรื่องอีตานั้น ก่อนที่มันจะหนีดีกว่านะ” นิดรีบบอกเมื่อรู้สึกว่าพวกเธอเดินช้า

กัญชญาพยายามนั่งเงียบ ๆ จนแทบจะกลั้นหายใจ ไม่กล้าส่งเสียง

ให้ผู้หญิงสามคนนั้นรู้ว่ามีบุคคลอื่นมานั่งฟังเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่

ชื่อเจี๊ยบ แม้ผู้หญิงคนนั้นจะปลอดภัย แต่เรื่องแบบนี้มันน่าอายสำหรับ

ลูกผู้หญิง ให้คนรู้น้อยที่สุดจะดีกว่า

เสียงฝีเท้าของทั้งสามคนค่อยๆ เงียบไป แต่เสียงฝีเท้าของคนกลุ่ม

ใหญ่พร้อมกับเสียงพูดคุยของผู้ชายเป็นภาษาต่างประเทศที่เข้ามาแทนที่

มันทำให้หญิงสาวรู้สึกตื่นกลัว

‘หรือว่าจะเป็นคนบ้ากามที่ผู้หญิงสามคนนั้นพูดถึง ไม่หรอกทั้ง เท่าที่

ฟังมาน่าจะมีแค่คนเดียว แต่เสียงพูดที่ใกล้เข้ามาเหมือนจะมีหลายคน

เราคงคิดมากไปเอง เอ๊ะ ! แต่เสียงมันมาจากทิศทางเดียวกับที่ผู้หญิงสาม

คนนั้นเดินมานะ หรือว่าคนบ้ากามจะมากับเพื่อน ผู้หญิงที่ชื่อเจี๊ยบอาจ

โชคดีที่มีเพื่อนเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน แล้วตัวเราล่ะ หากเกิดเรื่องขึ้นจะมีใคร

มาช่วย ในเมื่อเราแอบหลบออกมาจากงานโดยไม่มีใครรู้ ทำไงดี ไม่น่าออก

มารนหาที่เลย ชญาเอ๋ย’ หญิงสาวได้แต่คิดก่นด่าตัวเองอย่างเจ็บใจ ภาพ

ข่าวข่มขืนในหน้าหนังสือพิมพ์เริ่มผุดขึ้นมาจนทำให้ประสาทการรับรู้เริ่มสั่น

ไหว

‘รีบกลับเข้าไปในงานก่อนที่มันจะมาเห็นเราดีกว่า’ เธอตัดสินใจลุกขึ้น แล้วจ้ำอ้าวออกไปทันที ก่อนที่เสียงพูดคุยนั้นจะเข้ามาใกล้มากกว่านี้

“ว้าย !” หญิงสาวร้องเสียงหลงอย่างตกใจ เมื่อเธอกระแทกเข้ากับ

ร่างที่หนาราวกับกำแพงของใครบางคนจนเซถลาล้มลง แต่ไม่ทันถึงพื้นก็มี

อ้อมแขนแข็งแรงคว้าเอวเธอไว้ได้ทัน

คมกริชจ้องมองผู้หญิงที่เดินมาชนเขาจนเซล้มในอ้อมแขน ด้วย

คิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับเธอ เขาสบตาสีนิลกลมโตของคนที่อยู่ในอ้อมแขน

พลันก็เกิดความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างแปลกประหลาดเพียงแค่ได้สัมผัสและ

สบตาเธอ

กัญชญาชะงักราวกับต้องมนต์เมื่อสบตาสีฟ้าคมกริบของคนที่คว้า

ตัวเธอไว้ สัมผัสชิดใกล้ระหว่างเขากับเธอทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวใบหน้า

นวลใสแดงกาด้วยความเขินอาย

“ขอโทษค่ะ” เธอรีบพูดขอโทษพร้อมกับดันตัวเองให้ออกห่าง อีกฝ่าย ยอมคลายอ้อมแขนที่โอบกระชับตัวเธออย่างสุภาพ แต่ดวงตาคมสีฟ้านั้น

กลับจ้องเธอนิ่งนาน จนกัญชญาต้องรีบหลบสายตาด้วยใจสั่นไหวระคน หวาดกลัว เธอขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้งก่อนจะรีบเดินหนีไป

“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณ” เสียงเรียกอย่างสุภาพไม่อาจทำให้ร่างบางที่

รีบเดินกึ่งวิ่งหยุดตามเสียงนั้น

กัญชญาหวาดกลัวนัยน์ตาคมสีฟ้าอ่อนคู่นั้น ยามที่เขาจ้องเธอมันดู

น่ากลัวอย่างแปลกประหลาด แต่สิ่งน่ากลัวที่สุดนั้นคือผู้ชายกลุ่มใหญ่ที่มี

ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติซึ่งยืนอยู่ต้านหลังเขา แต่ละคนพากันจ้องมาที่

เธอเป็นจุดเดียว บรรยากาศมันช่างน่ากลัวสำหรับเธอ ยิ่งนึกถึงผู้หญิงที่ชื่อ

เจี๊ยบยิ่งรู้สึกกลัวภัยข่มขืน จะว่าคิดมากก็น่าจะใช่ แต่เธอไม่อยากโชคร้าย

แบบผู้หญิงคนนั้น หญิงโชคร้ายยังดีที่มีเพื่อนเข้าไปช่วย แต่ถ้าเป็นเธอคง

ไม่มีใครมาช่วยแน่นอน ในเมื่อไม่มีใครรู้ว่าเธอแอบหนีออกมาจากงาน คิดได้ ดังนั้นกัญชญาจึงรีบเดินหนีไปให้เร็วที่สุด

‘โอ๊ย ! ไอ้ชุดไทยบ้าบอนิ่ก็ไม่เป็นใจเอาชะเลย จะก้าวขาแต่ละทีก็

สำบาก’ กัญชญากลัวจนอยากจะร้องไห้ อดชัดใจเจ้าชุดไทยล้านนาแสนสวย

ที่ใส่อยู่ไม่ได้ กระโปรงผ้าชื้นที่ใส่มันแคบสอบจนทำให้การก้าวเดินแต่ละ

ก้าวไม่เร็วอย่างที่ใจคิด แต่แล้วเธอก็ชะงักกึกด้วยความตกใจ เมื่อคู่ๆ ก็มี

คนวิ่งมาดักหน้า

“ไม่เอาน่าน้อง จะเล่นตัววิ่งหนีพวกพี่ให้ยุ่งยากทำไม น่าเบื่อชะมัด

มุกแบบนี้” ฉัตรพูดใส่หน้าผู้หญิงที่ทำให้ตนต้องวิ่งมาดักหน้าอย่างรำคาญ

มุกเดิมๆ ที่ยัยแม่เล้านั้นใช้เมื่อวาน แต่แปลกวันนี้ไม่ยักเห็น สงลัยจะให้

ยัยนี่มาหากินคนเดียว

กัญชญามองผู้ชายร่างยักษ์ที่วิ่งมาดักหน้าอย่างงง ๆ ไม่เข้าใจว่า

อีกฝ่ายกำลังพูดกึงเรื่องอะไร

“นั้นสิไม่เห็นต้องรีบหนีให้พวกเราวิ่งตามให้เหนื่อยเลย” ผู้ชายหน้าตี๋

ร่างสูงอีกคนที่เดินตามมาด้านหลังพูดอย่างเห็นด้วยกับเพื่อน ไม่รู้ว่าเธอจะ

หนีพวกเขาทำไม ในเมื่อวันก่อนก็มีคนใช้แผนนี้มาเสนอตัวผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ให้เจ้านายของพวกเขา ถึงแม้เจ้านายจะไม่ใช่ผู้ชายที่ชอบชื้อบริการให้ผู้หญิง

มานอนด้วย แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ เพราะคุณกริชแสดงท่าทีสนใจสาวน้อยชุดไทย

แสนสวยบอบบางคนนี้มาก

“พวกคุณพูดอะไรกัน ฉันไม่เข้าใจ” หญิงสาวย้อนถามคนที่ยืนอยู่ ตรงหน้า คิ้วเรียวขมวดมุ่น ยิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ เธอไปทำอะไรให้คนพวกนี้

ยุ่งยาก แล้วทำไมต้องวิ่งตามมาให้เหนื่อย ในเมื่อต่างฝ่ายต่างไม่รู้จักกัน

“โธ่น้อง ! อย่าแกล้งไขสือ ทำเป็นสาวน้อยไร้เดียงสาไม่รู้อะไรหน่อย

เลย เมื่อวานยัยแม่เล้าไฮโชนั่นก็ส่งมาคนหนึ่งแล้ว แต่เจ้านายพี่ไม่สนใจ

นึกไม่ถึงว่าจะเปลี่ยนวิธีการใหม่ ส่งผู้หญิงแต่งชุดไทยมาเสนอตัว แหม ! รู้ชะ

ด้วยนะว่านายเราชอบแบบไหน” มือหนาใหญ่ลูบคางตัวเองไปมาขณะเดิน

สำรวจหญิงสาว

“หา ! ฉันไม่ใช่...” กัญชญาปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่แสดงความตกใจ

เข้าใจแล้วว่าผู้ชายสองคนนี้พูดเรื่องอะไร คนไทยด้วยกันแท้ๆ แต่กลับดูถูก

กันเอง หญิงสาวมองคนพูดอย่างโมโห แต่เธอเป็นผู้หญิงจะทำอะไรผู้ชาย ตรงหน้าได้ มือบางกำแน่นเข้าหากันอย่างเจ็บใจ

“ฉัตร รุตน์ หยุดเถอะ เธอไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นหรอก” ชายหนุ่มใน

ชุดสูทสีครีมเรียบหรูรีบห้ามคนของตน “ผมขอโทษแทนคนของผมด้วยนะ

ครับ” เขาพูดกับหญิงสาวขณะที่เดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ทำให้กัญชญา

รู้สึกเหมือนตนเองกำลังตกอยู่ในวงล้อมของผู้ชายสามคน เธอมองเลยไป ด้านหลังที่ผู้ชายกลุ่มใหญ่มองมาทางเธออย่างหวาดกลัว เห็นบางคนกระซิบ

กับเพื่อนซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่คงสงสัยว่าพวกเธอกำลังพูดอะไรกันอยู่

กัญชญาพยายามข่มความกลัวและความโกรธที่โดนดูถูก ด้วย

ตระหนักว่าตัวเองเป็นหญิง ในเมื่อคนที่ใครต่อใครพากันเรียกว่าเจ้านายก็ดู

สุภาพและให้เกียรติเธอ ลูกน้องของเขาคงไม่กล้าทำอะไรเธอแน่ คิดได้

เช่นนั้นก็สูดลมหายใจเข้าปอดอย่างรวบรวมความกล้า

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” กัญชญาตัดสินใจบอกอย่างไม่ถือสา แล้วรีบเบี่ยงตัว

เดินหลบผู้ชายที่ยืนขวางทางไปอีกด้าน ชายหนุ่มร่างยักษ์ที่พูดดูถูกเธอ

เมื่อครู่กลับจับมือเธอยืดไว้แน่น กัญชญาตกใจกับการกระทำของอีกฝ่ายที่

เป็นการไม่ให้เกียรติตน

“ผมรู้นะว่าคุณกริชสนใจผู้หญิงคนนี้” ชายร่างยักษ์พูดกับชายหนุ่ม

ผู้เป็นนาย ก่อนจะมองหญิงสาวที่พยายามสะบัดข้อมือให้หลุดออกจากการ

เกาะกุม ‘ท่าทางแม่นี่คงมารยาเก่งใช่เล่น’ เขานึกดูถูกผู้หญิงที่กำลังทำท่า

ตื่นกลัว

ท่าทางของรุตน์ส่งผลให้ฉัตรรู้สึกรำคาญ จึงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

“นี่น้อง อย่าเล่นตัวโก่งราคาให้มันมากนักจะได้ไหม จะเอาเท่าไหร่ก็ว่ามา

หรือจะให้พวกพี่ติดต่อไปที่ยัยแม่เล้าแก่ ๆ นั่นแทน”

“ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ใช่ ปล่อยนะ ไม่งั้นจะร้องให้คนช่วย” กัญ-

ชญาพูดขู่อีกฝ่ายแต่เหมือนจะไม่ได้ผล ดวงตาสีนิลมองคนที่หยามเกียรติ

ตนอย่างเจ็บใจ ก่อนจะตัดสินใจร้องตะโกนขอความช่วยเหลือด้วยคิดว่ามัน

เป็นหนทางสุดท้าย

แต่คมกริชไวกว่า รีบคว้าตัวเธอมาปิดปากไว้แน่น เพราะกลัวว่า

เสียงร้องของหญิงสาวจะทำให้ผู้คนแตกตื่น

กัญชญาเบิกตาด้างอย่างตกใจที่มือหนาใหญ่นั้นเอื้อมมาปิดปาก

เธอไว้แน่น หญิงสาวพยายามดิ้นรนแต่มือนั้นกลับปิดทับแน่นกว่าเดิม สิ่งที่

ได้ยินเมื่อครู่บวกกับเหตุการณ์ที่เจอในครั้งนี้ มันทำให้ความหวาดกลัวที่ข่ม

เอาไว้พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด กัญชญาเริ่มหายใจติดขัด แล้วสติก็ตับวูบลง

คมกริชรีบประคองหญิงสาวที่ทรุดลงเพราะหมดสติไว้อย่างตกใจ

เขาแค่ต้องการทำให้เธอหยุดร้องเท่านั้น

“คุณ”ชายหนุ่มพยายามเรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่หญิง

สาวกลับสลบไสลแน่นิ่ง ใบหน้าคมเข้มยิ้มอย่างเอ็นดูกับท่าทางของ

หญิงสาวที่หวาดกลัวพวกเขาจนเป็นลมแบบนี้ เมื่อเธอไม่ฟื้นก็จำเป็นต้อง

อุ้มร่างบางขึ้นมาแนบอก แล้วเดินย้อนกลับไปทางเดิม

2

 

 

คมกริชจ้องมองใบหน้านวลใสที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง

ใบหน้าคมเข้มระบายยิ้มอย่างอ่อนโยน สายตาที่เขามองเธอในตอนนี้แลดู อบอุ่นอ่อนหวาน เมื่อนึกย้อนถึงภาพเหตุการณ์ยามเข้าที่เขาได้พบเธอ

‘หนูจาหาแม่’ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนร้องไห้เรียกหาแม่เสียงดัง จน

ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันไปมองอย่างสนใจ

ภาพหญิงสาวรูปร่างบอบบางผิวขาวอมชมพูในชุดแส็กชีฟองสีสวย

กับรอยยิ้มหวานละมุนแสนอบอุ่นที่ทุกคนสัมผัสได้ รอยยิ้มที่แม้แต่ผู้หญิง

เพศเดียวกับเธอยังต้องเผลอยิ้มตาม ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มปลอบใจที่

หญิงสาวยิ้มให้กับเด็กผู้หญิงตรงหน้าเธอเท่านั้น

‘จามิน อย่าร้องไห้นะคะ เดี๋ยวคุณพี่คนสวยจะตกใจเสียงร้องไห้ของ

จามิน จนหาชื่อพ่อกับแม่ไม่เจอนะ’ กัญชญาปลอบเด็กหญิงอายุห้าขวบ

แสนซนที่แอบหนีออกมาจากห้องพัก แล้วเกิดหลงทางจำห้องตัวเองไม่ได้

เด็กคนนี้วิ่งร้องไห้มาหากัญชญาเพี่อขอความช่วยเหลือ ตอนที่เธอกำลังจะ

กดลิฟต์ขึ้นไปตรวจความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานแต่งงานของรัตนาวลี

‘ถ้าจามินไม่ร้องแล้วคุณพี่คนสวยจะหาเจอใช่ไหมคะ’

ใบหน้าหวานยิ้มละไมอย่างเอ็นดูเด็กหญิงตัวน้อยๆ

‘ค่ะ’ หญิงสาวบอกพร้อมกับกอดปลอบใจเด็กหญิงที่โผเข้ามาหาตน

ราวกับต้องการไออุ่น

‘งั้นจามินจะไม่ร้องแล้วค่ะ พี่ชญา จามินอยากเจอพ่อกับแม่’ เด็ก

หญิงบอกเลียงอู้อี้

ใบหน้าหวานอมยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของเด็กหญิง ความสงสารเด็ก

ทำให้กัญชญาไม่ได้สนใจว่าเสื้อผ้าที่ตนใส่อยู่จะเลอะคราบน้ำตาและน้ำมูก หรือไม่ มือเรียวลูบแผ่นหลังเด็กหญิงไปมาอย่างปลอบโยน

‘เจอแล้วค่ะคุณ เดี๋ยวดิฉันจะรีบโทรแจ้งพ่อแม่ของน้องให้ลงมารับ

ตัวนะคะ’ พนักงานโรงแรมหรือคุณพี่คนสวยร้องบอกหญิงสาวอย่างดีใจ

‘เห็นไหมคะ แค่จามินหยุดร้องพี่คนสวยเขาก็หาชื่อพ่อกับแม่เจอแล้ว เพราะฉะนั้นนางฟ้าน้อย ๆ ของพี่ชญาต้องไม่ร้องไห้นะคะ เดี๋ยวคุณพ่อ

คุณแม่จะจำนางฟ้าน้อยจามินไม่ได้’ กัญชญาบอกเด็กหญิง แล้วนึกขำเมื่อ

เห็นท่าทางแม่หนูที่พยายามจะหยุดร้องไห้จนหน้าเบ้ เธอเช็ดน้ำตาให้

เด็กหญิงอย่างเอ็นดู ก่อนจะลุกขึ้นแล้วมองพนักงานโรงแรมที่กำลังโทรหา พ่อแม่เด็ก อ้อมแขนเล็กป้อมกอดตัวเธอไว้แน่นอย่างรอคอย

 

คมกริชรู้สึกเหมือนโลกจะหยุดหมุน เวลาจะหยุดเดิน ใจเต้น

รัวเร็วผิดปกติเมื่อหันไปเห็นรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นอ่อนหวานของผู้หญิงคน

หนึ่งที่กำลังปลอบใจเด็กผู้หญิงที่หน้าเคาน์เตอร์โรงแรม

‘คุณกริช จะไม่ทันเวลาแล้วนะครับ หากเราช้ากว่านี้จะไปไม่ทัน

คุณหมอนาธานที่อยุธยา’ รุตน์รีบเดินกลับมาเร่งเตือนเจ้านายที่จู่ ๆ ก็หยุด

เดินอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พลางมองเวลาที่กระชั้นชิดเช้ามาอย่างร้อนใจ เพราะ นายแพทย์นาธานมีเวลาเพียงแค่สั้นๆ ที่อยุธยา หลังจากแวะเยี่ยมทีม

แพทย์สากลที่มาช่วยงานโรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในอยุธยาเสร็จแล้ว

 

ท่านจะต้องรีบเดินทางต่อไปยังประเทศโลกที่สามในฐานะหัวหน้าทีมแพทย์

ขององค์กรสากลนานาชาติ

คมกริชต้องรีบเดินนำคนของตนไปอย่างตัดใจ อดไม่ได้ที่จะปรายตา

ไปมองเธออีกครั้ง เพื่อจดจำภาพอันแสนอบอุ่นอ่อนหวานนั้นไว้ในใจ มันคง

ยากที่เขาและเธอจะได้พบกันอีก ไม่สิ บางทีอาจจะได้พบกันหากเขาวอน

ขอกับพระเจ้า

ทุกคนในโรงพยาบาลพากันหันไปมองขบวนรถที่แล่นเข้ามา

จอดหน้าโรงพยาบาลอย่างสนใจ แต่พอเห็นชายหนุ่มที่ก้าวลงจากรถ ทุก

คนไม่ว่าหญิงหรือชายแทบจะกลั้นหายใจอย่างเผลอไผล เมื่อเห็นใบหน้าที่

งดงามคมคายราวกับเทพบุตร ผิวของเขาขาวเนียนละเอียดราวกับหญิงสาว

นี่คือสิ่งที่คมกริชได้รับจากมารดาที่เป็นสาวเหนือ รูปร่างองอาจสง่างาม

และดวงตาคมสีฟ้าอ่อนที่เหมือนกับบิดา สายตาที่ทำให้คนมองพากัน

หลบตาอย่างหวั่นไหว แม้แต่ชายแท้ยังรู้สึกถึงเสน่ห์อันน่ากลัวของชายหนุ่ม

 คมกริชไม่ได้สนใจว่าใครจะมองตน ในสายตาของเขาตอนนี้เห็น

เพียงชายสูงอายุชาวต่างชาติที่ยืนยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่นตรงทางเข้าเท่านั้น นายแพทย์นาธาน ‘เพื่อนสนิทของพ่อ’ และ ‘พ่อบุญธรรม’ ที่เขาเคารพรัก

ยิ่งกว่าใครในโลกนี้ ผู้ที่ไม่มีความผูกพันกันทางสายเลือดแต่กลับรักเขา

ราวกับลูกในไส้ คนที่ช่วยฉุดเขาขึ้นมาจากความตาย

นายแพทย์นาธานยิ้มอย่างภูมิใจเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ไม่ได้พบกัน

นานเกือบสิบปี จากคนที่เคยอ่อนแอเพราะต้องสูญเสียบิดามารดา บัดนี้

เขากลับดูแข็งแกร่งและมั่นคงขึ้นมาก

ยิ่งมองนายแพทย์นาธานก็ยิ่งนึกถึงเพื่อนทั้งสองคนที่จากไปไม่มีวัน

กลับ รูปลักษณ์ที่เหมือนกับประติมากรรมชั้นดีที่ช่างปันสามารถดึงจุดเด่น

ของความเป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกันออกมาได้อย่างลงตัว

‘ว่าไง ท่านนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่’ คำล้อที่พ่อบุญธรรมมักใช้ทักทายเขา

เสมอยามพบหน้ากัน เพราะคมกริชทำธุรกิจมากมายจนนับไม่ถ้วน ธุรกิจ

ทุกประเภทล้วนแต่ทำเงินให้เขาอย่างมหาศาล แต่ธุรกิจที่โดดเด่นที่สุดคือ

บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่ของวงการรักษาความปลอดภัย ที่แม้แต่หน่วย

งานรัฐของอเมริกายังต้องให้บริษัทของเขาเข้าไปช่วยวางฐานระบบความ

ปลอดภัยให้

‘สบายดีครับ พ่อ’ ชายหนุ่มพูดให้พ่อบุญธรรมสบายใจ แม้จะรู้ว่า

ท่านทักทายเขาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง แต่ความจริงมันแฝงไว้ด้วยความห่วงใย

 นายแพทย์นาธานยิ้มเมื่อได้ยินคำเรียกแบบไทย ๆ ของชายหนุ่ม

คำคุ้นหูที่คุณคมรักมารดาคมกริชสอนบุตรชายให้เรียกท่านซึ่งเป็นเพื่อน

สนิทมาตั้งแต่เด็ก ผู้หญิงที่แม้จะอยู่ต่างถิ่นก็ไม่เคยลืมความภูมิใจในความ

เป็นไทย

‘อยู่ที่นี่กริชต้องระวังตัวให้มากๆ นะท่านย้ำเตือนด้วยความเป็นห่วง

ถึงท่านจะมั่นใจว่าคนของคมกริชจะดูแลชายหนุ่มได้ แต่ท่านก็ยังไม่วางใจ

ผู้หญิงใจร้ายร้อยเล่ห์ที่เคยคิดฆ่าคมกริช

‘ครับ เธอยังไม่รู้ว่าผมกลับมา พ่อไม่ต้องเป็นห่วง’ คมกริชบอกพ่อ

บุญธรรมให้สบายใจ นายแพทย์นาธานยิ้มแล้วตบไหล่ลูกชายบุญธรรม

ด้วยมั่นใจว่าถึงผู้หญิงคนนั้นจะรู้ คมกริชก็ไม่มีทางที่จะเพลี่ยงพลํ้าง่าย ๆ

อีก เสียงเลขาฯ เข้ามาเตือนท่านว่าถึงเวลาเดินทาง ทำให้คมกริชต้อง

ยกมือไหว้เพื่อลาท่านตามแบบประเพณีไทยที่มารดาเคยสอน ท่านยิ้ม

อย่างเมตตาพลางตบไหล่ชายหนุ่มอีกครั้ง แล้วเดินออกไป ตอนนี้ท่านหาย

ห่วงชายหนุ่มแล้ว จากเด็กหนุ่มที่เคยอ่อนแอ บัดนี้ได้เติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ที่

มีความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวเหมือนกับ ‘ฌอน’ เพื่อนรักของท่าน ซึ่งเป็นบิดา

ของคมกริช

คมกริชรู้สึกถึงความเดียวดายเมื่อนายแพทย์นาธานเดินจากไป

พ่อบุญธรรมที่อุทิศชีวิตให้กับการช่วยเหลือคนไข้ที่ยากไร้ในประเทศที่ด้อย

โอกาส คงอีกนานกว่าเขาและท่านจะได้พบกันอีก

‘คุณกริชจะไปไหนต่อหรือเปล่าครับ’ รุตน์ เลขาฯ คนสนิทถาม

เพราะวันนี้ตารางงานที่เมืองไทยของคมกริชไม่มี

‘กลับโรงแรม’ เขาสั่งด้วยเสียงทุ้มทรงอำนาจ หากรีบกลับไปตอนนี้

บางทีเขาอาจจะได้พบเธอ หญิงสาวที่ทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นในใจ

อีกครั้ง

วัฒนาเปิดประตูรถตู้คันใหญ่ให้คมกริช เขายิ้มเมื่อเห็นทุกคนพากัน

มองตามคมกริชที่เดินออกมาจากโรงพยาบาลอย่างสนใจ ไม่ว่าเวลาใด

เจ้านายของเขาก็ทรงเสน่ห์เสมอ แต่น่าเสียดาย ใจเจ้านายของเขามันปิด

สนิทนับตั้งแต่วันที่เขาสูญเสียความรักไป

คมกริชรู้สึกผิดหวง ทั้งที่'ได้เจอคนที่ทำให้ใจเขารู้สึกถึงความ

อบอุ่นอีกครั้ง แต่เขากลับหาเธอไม่พบ ทั้งที่คิดว่าเธอเป็นแขกของโรงแรม

แต่กลับไม่ใช่ ไม่มีข้อมูลใดที่จะใช้ตามหาเธอได้เลย พอถามไถ่พนักงาน

โรงแรมก็ไม่รู้ข้อมูลอื่นนอกจากชื่อ สรุปพระเจ้าจะกลั่นแกล้งเขาอีกใช่ไหมนี่

‘คุณกริชกำลังตามหาใครอยู่หรือครับ’ วัฒนาถามอย่างสงสัยเมื่อ

เจ้านายของตนเดินไปถามพนักงานโรงแรมด้วยตนเองแทนที่จะสั่งให้พวก

ตนทำ อดดีใจไม่ได้เมื่อคนเย็นชาเริ่มหันมาสนใจใครสักคนแล้ว

‘ใครบางคนที่ฉันอยากรู้จัก แต่คงหมดโอกาสแล้วละวัฒน์ คมกริช

ตอบแล้วยืนพิงผนังลิฟต์อย่างอ่อนล้า เขาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด ไม่ว่าจะ

กี่ครั้งใจเขาก็เป็นแบบนี้เสมอ มีใครไหมที่จะช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความ เดียวดายนี้ได้

วัฒนาและคนอื่นๆ มองเจ้านายอย่างเข้าใจความรู้สึก ตลอดชีวิต

เหมือนฟ้าลิขิตให้คมกริชต้องสูญเสียคนที่รักทั้งจากตายและจากเป็น มีบ้าง

ไหมที่พระเจ้าจะเห็นใจเจ้านายของพวกเขาบ้าง

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (94 รายการ)

www.batorastore.com © 2021