วิวาห์ทระนง

วิวาห์ทระนง

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160015665
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 280.00 บาท 182.00 บาท
ประหยัด: 98.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

“พี่เทียนมาโน่นแล้ว”

เสียงของนลินนำมาก่อนตัวเสียอีก เพราะรับหน้าที่สำคัญให้เพื่อน

ทั้งกลุ่มด้วยการเป็นหูเป็นตาให้ทุกคนว่าเมื่อไร ‘พี่เทียน’ จะเข้าชมรม

เขาเป็นรุ่นพี่ปีสุดท้ายซึ่งเป็นถึงประธานรุ่นและว่าที่บัณฑิต

เกียรตินิยมที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝันถึง นอกจากหน้าตาของเขาที่เรียกได้ว่า

เข้าวงการบันเทิงได้สบายๆ แล้ว เขายังขี้เล่นเป็นกันเองและใจดีกับน้องๆ

ทุกคนมาก ใบหน้าคมคาย คิ้วดก ขนตางอน จมูกโด่ง แถมด้วยหุ่นนักกีฬา

ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ล้วนได้รับความสนใจจากคนรอบข้าง มิหนำซ้ำ

ยังเรียนเก่งและความประพฤติเยี่ยม ไม่มีใครอีกแล้วจะน่าหลงใหลมาก

เท่าเขา

และที่สำคัญที่สุด...เขายังไม่มีแฟน

สำหรับสาวๆ ปีหนึ่ง อะไรจะดีไปกว่าการหลงรักรุ่นพี่ประธานปีสี่

กันล่ะ

บ่อยครั้งที่เสียงเล่าลือมาพร้อมข่าวคาวๆ เป็นต้นว่าพี่เทียนเป็นพวก

ชอบไม้ป่าเดียวกัน แต่ก็ไม่มีใครมีหลักฐานปรักปรำเขาได้ ในเมื่อเขาไม่มี

เพื่อนชายคนใดที่สนิทเป็นพิเศษ และไม่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนแต่อย่างใด

แล้วใครกันล่ะจะไม่อยากเป็นสาวเดียวในดวงใจของพี่เทียน

            นลิน รุจิรัตน์ และเวียนนา ลงมติเห็นพ้องต้องกันว่าพี่เทียนนี่ละ

ควรค่าแก่การสละเวลาส่วนใหญ่นอกเหนือจากเรื่องเรียนให้แก่เขาจริงๆ

ทั้งที่ก็รู้ดีพอกันนั่นละว่าคงได้แต่ชื่นชมอยู่ห่างๆ เท่านั้น

“เคยสงสัยไหมว่าผู้หญิงแบบไหนจะได้เป็นแฟนกับพี่เทียน”

นลินตั้งคำถามในบ่ายวันหนึ่ง เวียนนาจึงพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย

“นั่นสิ”

“จะแบบไหนกันล่ะ ถ้าไม่ใช่ดาวคณะ” รุจิรัตน์ตอบด้วยน้ำเสียง

สดใส “ระดับประธานรุ่นก็ต้องคู่กับดาวคณะ ของคู่กันอยู่แล้ว ไม่เห็นจะ

แปลก”

“เออ...พูดถึงดาวคณะ ตกลงทางคณะเลือกเธอเป็นดาวหรือเปล่า

เยลลี”

ว่าที่ดาวคณะได้ยินคำถามนี้เข้าก็แบะปากด้วยความเหนื่อยหน่าย

“ไม่หรอก พวกนั้นก็แค่แห่มาดูหน้าน้องใหม่ แล้วก็แห่กลับไป”

รุจิรัตน์ไม่ได้พูดเกินจริงเลย จู่ๆ รุ่นพี่กลุ่มใหญ่ก็พากัน ‘แห่’ มา

ดูหน้าน้องเยลลีที่ใครๆ ก็เล่าลือกันว่าสวยถึงที่ห้องเรียน แล้วก็กลับไป

เงียบๆ เท่านั้นเอง

“อ้าว! ก็ไหนว่าวันนั้นเลือกกันดิบดี แล้วก็เห็นอยู่ว่าเธอสวยกว่า

ใคร” เวียนนาพูดเสริมและชมเพื่อนจากใจจริง นั่นเรียกรอยยิ้มจากคนสวย

ได้ไม่น้อย ทว่าน้ำเสียงที่ตอบกลับมาก็ยังไม่สบอารมณ์

“พวกนั้นเรื่องมากจะตายไป ไม่ใช่หน้าตาหรอกเวียนนา ต้องดู

ประวัติด้วย แทบจะขุดโคตรกันขึ้นมาเลยมั้ง ฉันละไม่แปลกใจเลยว่าทำไม

ถึงเลือกคนที่สวยน้อยกว่าฉันอย่างยายฟันเหล็กนั่นเป็นดาวคณะ”

ยายฟันเหล็กที่รุจิรัตน์พูดถึงคือเพื่อนร่วมภาควิชาเดียวกัน แต่

ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไรนัก หล่อนเตี้ยกว่ารุจิรัตน์ไม่กี่เซนติเมตร ผิวคล้ำกว่า

ทว่าหน้าตาก็คมคายไม่แพ้กัน

“เท่าที่ได้ยินมา ยายรวิกานดาอะไรนั่นเป็นลูกหลานพวกนักการ-

เมือง” รุจิรัตน์บอกด้วยน้ำเสียงโมโห “เชอะ! ทำอย่างกับสมัยหน้าจะได้

เป็นรัฐบาลอีกอย่างนั้นละ”

“แย่จริงๆ เลย มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ” เวียนนาไม่เข้าใจจริงๆ

“โอ๊ย! เด็กบ้านนอกอย่างเธอจะไปเข้าใจอะไร เวียนนา ชื่อก็ออก

จะเมืองนอกเมืองนานะ แต่เธอรู้ไหม ที่กรุงเทพฯ เนี่ย อะไรๆ มันก็มีแต่

การแข่งขันกันทั้งนั้นละ ยิ่งถ้าเรามีเส้นสายด้วยแล้วละก็ รับรองสบายไป

ทั้งชาติ ไอ้ประเภททำดีได้ดี ต่อสู้เพื่อความสำเร็จน่ะมันก็มีอยู่หรอก แต่

มันมาช้า สู้ใช้เส้นใช้ผลประโยชน์ไม่ได้”

“แหม...ทำอย่างกับทางนั้นใช้เส้นเพื่อจะเป็นดาวคณะอย่างนั้นละ”

นลินอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสังเกต

“เธอจะให้ฉันคิดยังไงล่ะนลิน ในเมื่อพ่อของยายฟันเหล็กเพิ่งจะ

บริจาคเงินเข้าห้องสมุดคณะไปเป็นแสนๆ น่ะ”

เวียนนาไม่อยากค้าน ข่าวนี้ใครๆ ก็รู้ ในเมื่อผู้บริจาคเรียกนักข่าว

มาเพื่อทำประชาสัมพันธ์เสียใหญ่โต ส่งผลต่อภาพลักษณ์ความใจบุญของ

เขาไปในคราเดียวกันนั่นละ

แต่นลินฟังแล้วก็ยังอดค้านไม่ได้ “ทางนั้นก็หน้าตาดีอยู่นะ”

เพื่อนเลี่ยงใช้แค่คำว่าหน้าตาดีเท่านั้น คนฟังยังขึ้นเสียงใส่

“นี่เธอจะบอกว่ายายฟันเหล็กสวยกว่าฉันหรือไง”

“ไม่เอาน่า อย่าทะเลาะกันเลย” เวียนนารีบบอก “เพื่อนกันแท้ๆ”

รุจิรัตน์มองเพื่อนด้วยหางตาก่อนจะบอกด้วยน้ำ เสียงขุ่นเคือง “เธอ

คอยดูก็แล้วกัน ฉันจะต้องเอาชนะยายฟันเหล็กนั่นให้ได้ ฉันต้องทำให้คน

ทั้งคณะอิจฉาฉันให้ได้”

นลินส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย แต่เงียบไว้ก่อนดีที่สุด เพราะรุจิรัตน์

ดูจะไม่ฟังอะไรแล้ว ข้อสงสัยทั้งหมดจึงเป็นอันยุติไป รุจิรัตน์เคืองใจ

เพราะเรื่องนี้ไม่น้อย แต่พอเวลาผ่านไปก็มีเรื่องอื่นมาให้สนใจยิ่งกว่า

โดยเฉพาะเรื่องรุ่นพี่สุดหล่ออย่างพี่เทียน

            การที่นักศึกษาปีหนึ่งหลงรักรุ่นพี่มักเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่รู้ว่าใครจะ

มีอาการเหมือนสาวๆ ชมรมถ่ายภาพบ้างไหม เพราะนอกจากนลินจะรับ

หน้าที่สืบข่าวพี่เทียนแล้ว สมาชิกชมรมอีกสองสาวยังพยายาม ‘แอบถ่าย’

ภาพพี่เทียนมาเพื่อครอบครอง

‘ไม่อยากจะคุยหรอกว่ารูปพี่เทียนยิ้มหนก่อน ขายหาเงินเข้าชมรม

ได้ตั้งเท่าไหร่’ นลินพูดอวดไว้เมื่อเดือนก่อน จึงกลายเป็นแรงกระตุ้นให้

เพื่อนรักอยากทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ บ้าง

ชมรมถ่ายภาพมีสมาชิกราวห้าสิบกว่าชีวิต แต่ใช่ว่าทุกคนจะเข้า

ร่วมกิจกรรม ทั้งสามสาวปีหนึ่งเพิ่งมารู้จักกันในรั้วมหาวิทยาลัย พอจับ

กลุ่มกันได้ก็เลือกชมรมนี้เป็นแห่งแรก เพราะนลินอยากทำงานนิตยสาร

รุจิรัตน์อยากเป็นนางแบบ และเวียนนาก็ใฝ่ฝันอยากเป็นช่างภาพ

แล้ววันหนึ่งเมื่ออยู่ๆ นลินเผอิญถ่ายภาพพี่เทียนตอนยิ้มกว้างได้

พอดี ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าเป็นเหตุบังเอิญจริงๆ ที่นาทีนั้นยกกล้องขึ้น แถมยัง

ซูมหน้าพี่เทียนไว้ชัดเจนจากอีกฝั่งของสนามฟุตบอลตอนที่อีกฝ่ายดีใจกับ

เรื่องอะไรสักอย่างเข้าพอดี และยังมีเรื่องบังเอิญยิ่งกว่านั้นอีก พอรู้ว่ารูป

พี่เทียนยิ้มขายดิบขายดีถึงขนาดบอกต่อกันเฉพาะเพื่อนสนิท ก็อัดรูปขาย

อีกมากโข หลังจากนั้นสามสาวเลยมีภารกิจใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง

มีก็แต่คนอยากเป็นช่างภาพเท่านั้นที่ชักจะลังเลใจ

“มันจะดีเหรอ ไปแอบถ่ายรูปเขามาอย่างนั้น” เวียนนาถามเหมือน

ไม่แน่ใจจริงๆ “มันจะละเมิดสิทธิส่วนบุคคลไหม”

“อย่าคิดมากน่า เราแค่แอบถ่ายรูปเขาด้วยความชื่นชม ไม่ได้เอา

ไปทำอะไรเสียหายซะหน่อย จะเป็นไรไป จริงไหมเยลลี”

“แน่นอนที่สุด” รุจิรัตน์เห็นด้วยจนหมดใจ “เลิกอายได้แล้วน่า

เวียนนา แค่แอบถ่ายรูปเอง ไม่ใช่ไปขอเขาเป็นแฟนซะหน่อย จะได้

น่าอาย”

ทั้งสามสาวตกลงตามนั้น แต่มีเงื่อนไขว่าไม่ว่าใครก็ตามถ่ายรูป

พี่เทียนได้ จะต้องเอามาให้อีกสองคนดูเป็นอันดับแรก แล้วค่อยลงมติกัน

ว่าจะนำรูปพวกนั้นไปเผยแพร่หรือไม่

 

ปกติแล้วชมรมถ่ายภาพมีกิจกรรมอยู่เรื่อย แม้จะไม่มากมายอะไร

แต่ก็สำคัญมากพอที่จะทำให้ประธานรุ่นสุดหล่ออย่างพี่เทียนแวะเวียนมา

บ้างเป็นครั้งคราวอย่างเช่นวันนี้

“อย่าลืมข้อตกลงนะ ห้ามถ่ายรูปพี่เทียนในชมรม เดี๋ยวโดนจับได้

ยุ่งตายชัก” นลินรีบบอกกฎเหล็กขณะเห็นพี่เทียนเดินเข้ามาในระยะ

ร้อยเมตร

“โอเค”

ธุระของพี่เทียนไม่มากมายอะไรนัก แค่มาขอภาพกิจกรรมครั้งก่อน

ที่ไปถ่ายรูปกันที่วัดแถวอยุธยาเผื่อนำไปลงหนังสือรุ่น และสามสาวก็ไม่ได้

มีหน้าที่ใดๆ ที่จะต้องคอยติดต่อประสานงานให้ ทำได้ก็เพียงนั่งมองอยู่

ห่างๆ (อย่างห่วงๆ ว่าจะมีสาวในชมรมมาข้องแวะกับรุ่นพี่) ปล่อยให้รุ่นพี่

จัดการกันไป

เขาใช้เวลาอยู่ที่ชมรมถ่ายภาพไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ แล้วจู่ๆ รุจิรัตน์

ก็ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด

“พี่เทียนคะ” หล่อนเรียกเขาไว้ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นประตูของห้อง

ชมรมไปเสียก่อน “คือมีเรื่องอยากจะถามนิดหน่อยค่ะ”

เขาหันมามองด้วยสีหน้างงๆ ทว่ายังมีรอยยิ้ม พอจะยืนยันคำพูด

ที่เคยได้ยินมาได้ว่าเขาเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีจริงๆ

“น้องมีอะไรเหรอครับ”

“คือ...น้องชื่อเยลลีค่ะพี่เทียน”

เจ้าของชื่อแนะนำตัวพร้อมกับโปรยยิ้มหวานหยด แม้แต่คนที่โง่

ที่สุดก็ยังดูออกว่าหญิงสาวหมายถึงมิตรภาพในระดับไหน

รุ่นพี่ยิ้มตอบ แต่เป็นเพียงยิ้มมุมปาก เหมือนอยากจะขำก่อนจะ

ตอบรับ

“ครับ พี่ชื่ออนล ไม่ได้ชื่อเทียน” เขาบอกด้วยใบหน้ายิ้มๆ “แค่พี่

เคยเอาเทียนพรรษาไปจุดในวันรับน้อง ไม่ได้แปลว่าพี่จะชื่อเทียนนะครับ”

ฟังน้ำเสียงแล้วเขาไม่โกรธเลยสักนิด แถมยังเห็นเป็นเรื่องตลก

เสียอีก

เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่เปิดเทอมใหม่ๆ มีการรับน้องกับกิจกรรมต่างๆ

และในช่วงท้ายของการรับน้องมีพิธีบายศรี รับขวัญน้องใหม่ ซึ่งอนลเป็น

คนอุ้มต้นเทียนพรรษาแกะลายมังกรเข้ามากลางพิธี ทำเอารุ่นน้องพากัน

เรียกเขาว่าพี่เทียนไปตามๆ กัน แต่ชายหนุ่มไม่เคยถือสา

รุจิรัตน์ฟังแล้วก็ฉีกยิ้มกว้างใส่เขาก่อนจะรีบพูดต่อ

“ถ้าพี่เทียน เอ๊ย! พี่อนลไม่พอใจ เยลลีก็ขอโทษด้วยค่ะ” หล่อน

บอกเสียงหวานพลางยกมือไหว้เขาอย่างชดช้อย ทำเอาชายหนุ่มยกมือ

รับไหว้แทบไม่ทัน

“พี่ไม่ได้ว่าอะไรครับ” เขาบอกด้วยนำ้ เสียงเก้อๆ “ว่าแต่น้องมีอะไร

จะถามพี่เหรอครับ”

นั่นสิ มีอะไรจะถาม...อีกสองสาวได้แต่ยืนมองเพื่อนอย่างไม่วางตา

เช่นกัน สงสัยไม่แพ้เขาว่ารุจิรัตน์จะถามอะไร จริงอยู่...ทุกคนมีคำถาม

มากมายแทบอยากเสนอหน้าเข้าไปทำงานให้นิตยสารของคณะ เพื่อจะ

ได้สอดแทรกเรื่องราวกับสัมภาษณ์รุ่นพี่ให้ได้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าวิ่งเข้าไป

ถามเขาตรงๆ สักคน

“อ๋อ คือเยลลีอยากรู้ว่าพี่อนลมีแฟนหรือยังคะ”

สิ้นเสียงถามของรุจิรัตน์ เพื่อนอีกสองคนซึ่งอยู่ด้านหลังก็ถึงกับ

อ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่าเพื่อนกล้าถึงเพียงนี้ ลำพังวิ่งเข้าไปคุยกับอนล

ก็ดูจะเก่งกล้าสามารถจนแทบจะเล่าลือเป็นวีรกรรมอยู่แล้ว แต่นี่ยิ่งกว่า

กล้าเสียอีก

อนลนิ่งไปเล็กน้อยราวกับอึ้ง แต่เพียงครู่เดียวเขาก็ยิ้ม ก่อนจะตอบ

เสียงเบา “ยังไม่มีครับ”

แทนที่รุจิรัตน์จะพอใจเพียงเท่านั้นเพราะได้คำตอบแล้ว หล่อนกลับ

ส่งยิ้มหวานหยดให้เขาอีกครั้งก่อนจะพูดทิ้งท้าย “งั้นเยลลีขอยื่นใบสมัคร

ได้ไหมคะ”

เขาได้ยินแล้วก็นิ่งไปเลย ก่อนจะพูดกับรุจิรัตน์เสียงเบาอย่างมี

มารยาท “น้องครับ พี่ซาบซึ้งมากนะครับที่น้องถามพี่เมื่อกี้ แต่พี่ยังไม่คิด

จะมีแฟน ขอโทษนะครับ”

รุจิรัตน์ดูจะไม่แปลกใจนัก ที่จริงเขาตอบได้ดี ทั้งรักษาน้ำใจและ

รักษาความเป็นส่วนตัวไว้ได้ในประโยคเดียว แต่ก่อนที่จะทันรู้ตัว หล่อน

ก็ถามเขาอีกคำถาม “พี่เป็นเกย์หรือคะ”

ยิ่งกว่าได้ผลเสียอีก เพราะนอกจากเขาจะไม่เดินหนีไปไหนแล้ว

ยังหันมามองหล่อนด้วยสีหน้างงๆ

“ไม่ใช่ครับ พี่แค่ยังไม่อยากคิดเรื่องความรัก อย่างน้อยก็จนกว่า

จะเรียนจบ”

เขาตอบราวกับตัวเองเป็นดาราชื่อดังกำลังให้สัมภาษณ์ก็ไม่ปาน

แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว เขาหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่แกล้งพูดเพื่อ

สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง

“แล้วถ้าระหว่างนี้ เยลลีอยากจะทำความรู้จักกับพี่อนลบ้างล่ะคะ

พอจะมีหวังบ้างไหม”

เขาไม่ตอบ แต่เกาคอตัวเองอย่างเก้อเขิน จะว่าไปผู้ชายเขินก็น่าดู

ไม่น้อย แต่รุจิรัตน์ไม่ยอมปล่อยให้นักมวยที่หล่อนต้อนเข้ามุมจนใกล้จะ

น็อกแล้วตั้งตัวได้

“ขอเบอร์พี่อนลได้ไหมคะ เผื่อเยลลีมีอะไรไม่เข้าใจจะได้โทร. ไป

ถาม”

คำถามมาพร้อมกับสมุดจดเลกเชอร์วิชาเรียนและปากกาสีหวาน

แหวว เขารับไปและยอมเขียนเบอร์โทรศัพท์ลงไปอย่างง่ายดาย

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021