ร้อยเล่ห์รัก

ร้อยเล่ห์รัก

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020626
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 250.00 บาท 162.50 บาท
ประหยัด: 87.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

 

 

 

                      คำสั่งสายฟ้าแลบ

 

 

ภาณุมาศ บริรักษ์ สาวใสวัยยี่สิบสองเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงไป

ตามทางเดินที่ทอดตัวยาวไปสู่ตึกกิจกรรมชมรม ด้วยหญิงสาวกำลัง

นึกถึงคำสั่งสายฟ้าฟาดของพี1ชายต่างสายเลือดเมื่อเช้านี้ ที่บังคับให้เธอ

ไปสมัครเข้าชมรมศิลปะการต่อสู้แขนงใดก็ได้

เหตุเพราะเธอเป็นคนชวนด้นข้าวภรรยาของเขาออกไปเดินเล่น

ย่านชินจูกุ แต่โชคไม่ดีที่เธอและเพื่อนสาวคันเจอนักเลงหัวไม้แถวนั้นเข้า

มาเกี้ยวพาราสี ซ้ำร้ายพวกมันยังรุมล้อมหน้าล้อมหลังหมายจะลวนลาม

พวกเธอทั้งสองอีกด้วย หากไม่ได้คนของพี่ชายที่สะกดรอยตามมาเข้า

ช่วยเหลือพวกเธอไว้ได้ทันกาลแล้วละก็ หญิงสาวไม่อยากจะคิดเลยว่า

ป่านนี้ทั้งเธอและด้นข้าวจะมีสภาพเป็นเช่นไรบ้าง

นั้นแหละ...คือที่มาของคำสั่งประกาศิตในครั้งนี้

“ถ้าอยากจะออกไปเที่ยวเล่นกันตามลำพังอีกละก็ ไปเรียนวิชา

ป้องกันตัวมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ภาณุมาศยังจำน้ำเสียงอันเฉียบขาดของโซซึเกะได้เป็นอย่างดี

 “ก็ได้ค่ะ งั้นมาศเรียนกับทานากะก็แล้วกันนะ”

เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนผิด หญิงสาวจึงแสร้งยอมทำตามคำสั่ง

ของพี่ชายแต่โดยดี ก่อนที่เธอจะหันไปขยิบตากับทานากะ เพื่อส่ง

สัญญาณบางอย่างที่รู้กันเพียงสองคนให้มือขวาของเจ้าพ่อหนุ่มได้รับรู้

แต่...ใครจะคาดคิดล่ะว่า อาการเหล่านั้นไม่อาจจะรอดพ้นสายตา

แหลมคมของผู้เป็นพี่ชายไปได้เลย

“ไม่ได้! เธอจะต้องไปสมัครเรียนในชมรม แล้วก็เอาใบประกาศ

มาให้พี่ดูด้วย เพราะพี่ไม่ไว้ใจเด็กแสบอย่างเธอ ”

“แต่มาศตั้งใจจะเรียนจริงๆ นะคะ นี่ก็กะจะชวนด้นข้าวไปเรียน

ซะด้วยกันเลย”

“ไม่ต้อง! ต้นข้าวน่ะพี่จะสอนเอง” คนพูดบอกเสียงแข็ง

 ‘แน่ะ! หวงเมียละสิ นี่จะได้เรียนวิชาอะไรก็ยังไม่รู้เลย, ภาณุมาศ

 แอบค่อนขอดพี่ชายอยู่ในใจ

และนี่คือต้นเหตุของอาการหน้าหงิกของเธอในขณะนี้ เพราะ

ภาณุมาศนั้นอยากจะเอาเวลาว่างจากการเรียนไปเที่ยวเล่น หรือซึมซับ บรรยากาศของดินแดนแห่งอาทิตย์อุทัยเสียมากกว่าที่จะต้องมานั่งฝึก

วิชาบ้าๆ พวกนี้ ซึ่งตนไม่เต็มใจเลยสักนิด

ถึงอย่างนั้น...หญิงสาวก็ไม่สามารถจะปฏิเสธคำสั่งของพี่ชาย

นอกสายเลือด ที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกันกับครอบครัวของเธอในเมืองไทยมา 17 ปีได้ ถึงแม้ว่าภายหลังผู้เป็นพี่จะถูกจับมานั่งบัลลังก์มาเฟียใหญ่

อันดับหนึ่งแห่งญี่ปุ่นนี้โดยปีมือ ไอคาวะ โซซึโกะ คุณย่าจอมเผด็จการ

ของเขาก็ตามที แต่ความรักความผูกพันระหว่างเธอ โชซึเกะ และภาณุ-

วัฒน์พี่ชายแท้ๆ ของตนก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

“โอ๊ย! ร้อยไม่อยาก...พันไม่อยาก...ฉันไม่อยากเข้าชมรมการต่อสู้

เลย” ภาณุมาศร้องโวยวายอย่างซัดใจ หลังจากที่เธอเดินมาหยุดยืนอยู่

ตรงหน้าห้องกิจกรรมศิลปะการต่อสู้แห่งนี้

แม้นว่าเสียงโหวกเหวกของคนเอาแต่ใจนั้นจะไม่ดังมากมาย

เท่าใดนัก แต่มันก็กลับทะลุผ่านบานประตูเหล็กเข้าไปยังโสตประสาท

ของผู้ชายมาดขรึมที่ยืนอยู่ตรงหน้าชั้นเรียน ซึ่งอยู่ห่างจากประตูบานนั้น

เพียงไม่กี่ก้าวได้เป็นอย่างดี ร่างสูงจึงได้ชะงักถ้อยคำที่กำลังจะกล่าว

ทักทายบรรดาลูกศิษย์ในชั้นเรียนทั้งหลายลงทันที ก่อนจะผุดคำถามขึ้น

มาในสมองอย่างสงสัยว่า

‘ใครกัน!? ที่มายืนเอะอะอยู่หน้าห้อง,

ความคับข้องใจของชายหนุ่มผมยาวมีอยู่เพียงไม่นานนัก เขาก็ได้

รับความกระจ่างในเวลาต่อมา เมื่อนางสาวตุ๊กตาเปิดประตูเดินเข้ามา

พร้อมทั้งก้มศีรษะโค้งกายต่อเขาด้วยมารยาทอันงดงาม

“ขออนุญาตค่ะอาจารย์” เมื่อเอ่ยขอเข้าห้องเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว ภาณุมาศจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นอาจารย์สอนศิลปะการต่อสู้ที่

เธอต้องมาเรียน ก่อนที่ดวงตากลมโตจะยิ่งเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ

“เฮ้ย!?” ภาณุมาศออกอาการผงะหงายโดยทันทีที่เห็นหน้า

อีกฝ่ายชัดๆ

ในขณะที่คาอิเองยังคงมองนางสาวตุ๊กตาด้วยทีท่าเรียบเฉย ถึง

แม้ว่าเขาจะรู้สึกแปลกใจไปไม่แพ้เจ้าหล่อนก็ตามที แต่เขาก็ยังคงรักษา กิริยามารยาทต่อหน้าประชาชีได้อย่างเหมาะสม แล้วจึงเอ่ยตอบเธอว่า

 “เชิญเข้ามาได้”

แทนที่หญิงสาวซึ่งยืนงงงันอยู่จะรีบเดินเข้ามาตามคำเชิญนั้น

เจ้าหล่อนกลับมองสำรวจเขาตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้าอย่างเสียมารยาท

เพื่อให้แน่ใจว่าตาไม่ได้ฝาดไป ที่เห็นอดีตศัตรูของพี่ชายมายืนอยู่ตรง

หน้าภายในห้องกิจกรรมชมรมของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

แต่จนแล้วจนรอด ใบหน้าเรียวยาวที่ปรากฏอยู่ก็มิได้เลือนลับไป

จากสายตาเสียที แล้วไหนจะยังดวงตาคมรีเล็กที่เหลือบมองมายังตน

ทั้งยังจมูกโด่งที่กำลังเชิดขึ้นเล็กน้อยตามใบหน้าครั่นคร้ามนั้นอีกเล่า ยิ่ง

ส่งผลให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ฝันไปเลยลักนิด และสิ่งสุดท้ายที่ทำให้

หญิงสาวแทบจะขาดสติได้นั่นก็คือ ริมฝีปากบางหยักสักที่กดยิ้มคล้าย

จะเย้ยหยันเธออยู่ในที

 

“ขอโทษค่ะ” ภาณุมาศกล่าวเพียงสั้นๆ แล้วจึงหันหลังกลับหมาย

จะเดินจากไปอย่างเร็วจี๋ หากแต่สองขาของเธอก็ถูกตรงอยู่กับที่ด้วย

คำพูดถากถางของผู้ชายมาดโหดเสียก่อน

“จะไปไหนกันครับ ทำไมขออนุญาตผมแล้วถึงไม่เข้ามานั่งข้างใน

ห้องนี้ล่ะ”

“ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้าห้องชมรมผิด” ภาณุมาศจำใจหันกลับมา

แก้ตัวนํ้าขุ่นๆ ตามมารยาท

“เข้าห้องผิดงั้นเหรอ?” คนฟังยืนกอดอกมองดูเธอราวกับจะ

สื่อความหมายให้ทุกคนในที่นี้ได้รับรู้ว่า

‘เขาไม่เชื่อในนํ้ามนต์ที่เธอเอ่ยออกมาเลยสักนิด,

“ค่ะ!” เด็กสาวเลยกระแทกเสียงตอบกลับไปด้วยนี้าโหที่พวยพุ่ง

ขึ้นมาตงิดๆ

“อ๋อ...สงลัยว่าป้ายที่หน้าห้องกิจกรรมมันจะเล็กไป ถึงได้มีแต่

พวกเหลาะแหละแวะเวียนมาบ่อยๆ”

แม้นน้ำเสียงพึมพำที่เอ่ยออกมาจะฟังดูสบายๆ ก็จริง หากแต่มัน

ช่างขัดแย้งกับดวงตาคมกริบที่มองเธออย่างตำหนิติเตียนเสียจริง

ทำเอาคนที่เป็นเป้าสายตาของทุกคนรู้สึกอับอายขายหน้าเป็นที่สุด

ในขณะที่สมองของภาณุมาศเพียรคิดหาทางออกให้แก่ตัวเอง

อยู่นั้น คนตัวสูงก็พลันเอ่ยรวบรัดตัดความเพื่อมัดมือชกแม่สาวแสบ

โดยที่ไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย

“เอาละ ไหนๆ คุณก็เดินผิดที่ผิดทางมาถึงนี่แล้ว ผมจะถือชะว่า

คุณมาสมัครชมรมศิลปะการต่อสู้ของผมก็แล้วกัน เชิญเข้าไปนั่งที่ได้”

คาอิกระตุกยิ้มขึ้นที่ริมฝีปาก พร้อมทั้งผายมือเชื้อเชิญให้เธอก้าวเข้า

มายังด้านใน

ครั้นพอเจอไม้นี้ของยากุซ่าหนุ่มเข้า มันก็ยากยิ่งนักที่หญิงสาวจะ ปฏิเสธคำชวนนั้นได้ ในเมื่อบัดนี้ชากาโมโต้ คาอิ กล่าวเชิญเธอด้วย

ฐานะของอาจารย์ชมรม มิใช่นักเลงหัวไม้ผู้นำแห่งแก๊งซากาโมโต้อีกแล้ว!

“ค่ะ” ภาณุมาศจำต้องเก็บท่าทีไม่พอใจเอาไว้ พร้อมทั้งเดินกลับ

เข้ามาด้านในตามเดิม ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดที่ทวีคูณยิ่งกว่าการถูก

พี่ชายบังคับในตอนแรกเสียอีก

‘ให้ตายเถอะ! โลกมันกลมบ้าบออะไรขนาดนี้ ถึงทำให้ฉันต้องมา

เจอยากุซ่าหน้าโหดอย่างตานี่ไต้’

ครั้นเมือภาณุมาศก้าวเดินมานั่งลงที่พื้นทีว่างด้านหลังห้อง

หญิงสาวก็ได้พบกับเรื่องเซอร์ไพรส์ครั้งที่สองของวัน เมื่อบุรุษที่นั่งอยู่ก่อน

แล้วทางด้านซ้ายของเธอนั้นก็คือ เพื่อนร่วมคณะที่ชื่อ ซาโนะ อิสึมิ นั่นเอง

“ซาโนะคุง!” ภาณุมาศร้องออกมาด้วยความดีใจ อย่างน้อยใน

ความอับโชคนั้นก็ยังพอจะมีเรื่องดีๆ ที่ทำให้เธอรู้สึกอยากจะมาร่ำเรียน

ตามที่เจ้าพ่อหนุ่มสั่งเอาไว้บ้าง หลังจากได้พบเพื่อนที่พอจะคุยกันได้อยู่

ในที่นี้ด้วย

“จุ๊ๆ เบาๆ สิ เดี๋ยวก็โดนอาจารย์ดุเอาหรอก” ชาโนะขยิบตา พลางกระซิบบอกเพื่อนสาว

ภาณุมาศเห็นจริงตามที่เพื่อนชายได้บอก เธอจึงได้แต่พยักหน้า

รับช้าๆ ก่อนจะเพ่งความตังใจไปยังหน้าชันเรียนด้วยความคิดหนึ่งที่ผุด

ขึ้นมาว่า

‘ไหนๆ ก็หลวมตัวเข้ามาเรียนแล้ว เจอไอ้หน้าโหดนี่ก็ดี เธอจะได้

ทวงมือถือซะเลย’

ในขณะที่ภาณุมาศเริ่มจะมีกะจิตกะใจอยากศึกษาศาสตร์แห่ง

การต่อสู้ขึ้นมาบ้าง ฝ่ายพ่อยากุซ่าหน้าโหดในความคิดของเธอก็กำลัง

รู้สึกไม่ต่างไปจากหญิงสาวนัก เมื่อเขาคาดไม1ถึงว่าการตกปากยอมเป็น

อาจารย์พิเศษให้แก่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ จะทำให้เขาต้องเช้ามาพัวพันกับ

 ยายตัวแสบ...หนึ่งในเมียสะสมของคู่อริอีกครั้ง

เปลวเพลิงสีน้ำเงินที่เคยเงียบสงบอยู่ในอุรา กลับแผดเผาแผ่

ขยายความร้อนรุ่มออกมารอบๆ กายอย่างฉับพลัน นับตั้งแต่วินาทีแรก

ที่เจ้าหล่อนก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ โดยที่ตัวคาอิเองก็ไม่อาจจะเข้าใจได้

 เลยว่า

เหตุใดมันจึงเป็นเช่นนั้น

แต่สิ่งที่เขารู้สึกและสัมผัสได้ในทันทีนั่นก็คือ แม่สาวตุ๊กตาผู้นี้เป็น เหมือนก๊าชออกซิเจน ซึ่งไม่ว่าอัคคีอย่างเขาจะอยู่ที่ไหน...อย่างไร...

หากแต่อานุภาพแห่งสสารของเจ้าหล่อนนั้น ก็มักจะทำปฏิกิริยากับ

เปลวไฟในใจของเขาให้ลุกโชติช่วงชัชวาลได้ไม่ยากเย็น แม้นว่าในบาง

คราวดวงจิตของเขาจะนิ่งสงบราวกับน้ำแข็งก็ตามที

“คนนิซิวะ”

คาอิรีบสะบัดหน้าหลีกหนีหญิงสาวที่มักจะปรากฏดวงหน้าบูดบึ้ง

ใส่เขาอยู่เสมอ เมื่อชายหนุ่มรู้สึกว่าหัวจิตหัวใจของตนเริ่มจะร้อนระอุขึ้น

อย่างผิดปกติ ก่อนกล่าวคำทักทายยามบ่ายแก่บรรดานักศึกษาด้วย

ท่าทีเรียบๆ เมื่อรวบรวมสมาธิมิให้วอกแวกได้แล้ว

“ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวกับพวกคุณเสียหน่อย ผมชื่อ ชากาโมโต้

คาอิ” คนพูดเว้นวรรคนิดหนึ่ง

“พวกคุณบางคนอาจจะพอได้ยินชื่อเสียงของผมมาบ้างแล้ว”

 ก่อนจะปรายตามองมายังแม่สาวแสบอีกครั้งอย่างอดไม1ได้

ทันทีที่อาจารย์หนุ่มกล่าวแนะนำตัวเสร็จ สาวน้อยหน้าบูดก็แอบ

แบะปากอย่างหนั่นไส้ พลางแอบเหน็บแนมอีกฝ่ายอยู่เพียงในใจว่า

‘ไม่ใช่แค่เคยได้ยินชื่อเสียนะยะ...แต่ฉันยังเคยเจอมากับตัวด้วยว่า

นายมันนิสัยแย่แค่ไหน,

“ผมจะมาเป็นอาจารย์พิเศษสอนวิชาศิลปะป้องกันตัวให้แก่พวก

คุณ ซึ่งสิ่งที่ผมจะสอนในปีนี้ก็คือศาสตร์แห่งการต่อสู้สามชนิด ได้แก่

เคนโด ยูโด และยิงธนู” คาอิอธิบายสาระสำคัญของบทเรียนให้ทุกคนได้

รับรู้

“วันนี้ผมคงยังไม่สอนอะไรมากมายนัก เพียงแค่จะคุยรายละเอียด ทั้งหมดกับพวกคุณเท่านั้น”

คาอิกล่าวต่อไปโดยไม่สนใจท่าทางกระฟัดกระเฟียดของนักเรียน

ใหม่เท่าไหร่นัก เพราะหากเขาเอาแต่เหล่มองไปทางนั้น เจ้าตัวกลัวว่า

ตบะที่สู้อุตส่าห์เพียรตั้งมั่นไว้จะแตกซ่านออกมาเสียก่อน แล้วคราวนี้เขา

คงได้กลายเป็นอาจารย์ใจยักษ์ขึ้นมาเป็นแน่แท้ ที่ไม่สามารถหักห้ามใจ

ไม่ให้จับตัวแม่เด็กแสบมาฟาดก้นเสียให้เข็ดได้

“ส่วนวันนี้ผมจะให้พวกคุณเริ่มปีกสมาธิกันก่อน ผมจะนับหนึ่งถึง

สาม ขอให้พวกคุณหลับตาลง แล้วคอยฟังเรื่องที่ผมจะบอกต่อไปให้ดี”

ชายหนุ่มกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“อิจิ” ชายหนุ่มเริ่มด้นนับหนึ่งทันที “นิ” แล้วจึงเริ่มนับสอง

“ชัน” เมื่อนับครบสาม จึงออกคำสั่งให้เริ่มมั่งสมาธิว่า “โมะคุโซ”

เมื่อเหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงแนบสนิทกัน

ดีแล้ว อาจารย์หนุ่มจึงได้เริ่มกล่าวต่อไป

“ตังแต่วันพรุ่งนี้ไป ผมจะให้พวกคุณเริมปีกเคนโดก่อน เพราะ

ฉะนั้นทุกคนจะต้องจัดการเรื่องเครื่องแบบและอุปกรณ์ให้เรียบร้อย

ภายในวันนี้ด้วย...”

ในขณะที่คาอิกล่าวไปเรื่อยๆ นั้น นักศึกษาส่วนใหญ่ก็สามารถ

ทำสมาธิกันได้เป็นอย่างดี จะยกเว้นก็แต่คนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีสมาธิเอา

เสียเลย เพราะยิ่งน้ำเสียงเฉียบขาดเย็นชานั้นตังกระแทกโสตประสาท

ของเจ้าหล่อนมากเท่าไหร่ ภาณุมาศก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดหัวใจมากเท่านั้น

จนพานทำให้เธอนึกไปถึงวันวานเมื่อครั้งที่เธอและเขาพบกันในคราวแรก

ซึ่งเป็นเรื่องที่หญิงสาวไม่อาจข่มใจลืมความน่ากลัวของผู้ชายคนนี้ไปได้

เลย...

 

                (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021