รักหลอมใจไฟปรารถนา

รักหลอมใจไฟปรารถนา

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160017591
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 240.00 บาท 156.00 บาท
ประหยัด: 84.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ลูกหนี้คนขยัน

 

เสียงพูดคุยด้วยภาษาที่ฟังไม่ออก รวมทั้งเสียงภาชนะทำอาหาร

กระทบกัน กลิ่นอาหารที่กำลังปรุงลอยอบอวลในห้องครัวขนาดใหญ่ ซึ่ง

แบ่งโซนทำของคาวและของหวาน รวมทั้งอาหารสเปนและอาหารไทย

 อย่างเป็นสัดส่วน

หญิงสาวรูปร่างสูงเพรียวกำลังตั้งหน้าตั้งตาหั่นเนื้อไก่ทำอาหารไทย

สำหรับมื้อค่ำวันนี้ โดยมีลูกมือเป็นเด็กสาวชาวกาตาลัน ซึ่งเป็นคนท้องถิ่น

ของสเปนชื่อว่า ‘เบนีตา’ ที่แทบสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง เพราะดาริสาพูดและ

ฟังภาษาสเปนและภาษาท้องถิ่นกาตาลันไม่ออก ขณะเดียวกันเบนีตาก็ฟัง

และพูดภาษาอังกฤษแทบไม่ได้ ทั้งสองสื่อสารกันด้วยภาษามือเท่านั้น

แต่แค่นี้ก็ดีถมเถแล้วสำหรับดาริสา เพราะหากเธอทำอาหารทุกอย่างเพียง

คนเดียวมันก็เหนื่อยเกินไป และต้องทำทั้งสามมื้อเกือบทุกวัน จะเว้นว่าง

ก็บางมื้อที่เจ้านายกับผู้ช่วยของเขาออกไปข้างนอกเท่านั้น

อาหารเช้าไม่เท่าไร เพราะส่วนใหญ่เป็นข้าวต้มทะเลหรือไม่ก็โจ๊ก

แต่มื้อกลางวันกับมื้อค่ำจะหนักหน่อย เพราะต้องทำอย่างน้อยสี่อย่าง

ต่อมื้อ ยังดีที่ได้เรียนรู้การทำอาหารมาจากคุณยายแก้ว ที่เปิดร้านขาย

ข้าวแกงตั้งแต่เธอยังเด็ก รวมทั้งมีโอกาสได้ช่วยงานในร้านของน้าสาว

แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้วิธีทำอาหารแบบฟิวชันระหว่าง

อาหารไทยกับสเปนมากพอสมควร

เมื่อเธอกับเบนีตาเตรียมส่วนประกอบอาหารรวมทั้งเครื่องปรุง ครบ

ทุกอย่างแล้ว ดาริสาก็ลงมือทำอาหารทีละอย่าง โดยมีเด็กสาวยืนมอง

และคอยส่งส่วนประกอบที่จัดเตรียมไว้ให้อย่างรู้หน้าที่ ซึ่งวันนี้มีข้าวผัดปู

ต้มยำกุ้ง ผัดผักรวมมิตร และปลาทะเลทอดกรอบพร้อมน้ำจิ้มรสแซบ

 กระทั่งอาหารปรุงเสร็จเรียบร้อยครบทั้งสี่อย่าง ดาริสาก็ปล่อย

ให้เบนีตาจัดการสิ่งที่เหลือต่อ นั่นคือล้างอุปกรณ์ครัวและเตรียมตั้งโต๊ะ

จากนั้นเธอก็เดินหันไปส่งยิ้มให้แม่ครัวทำอาหารสเปนเช่นทุกครั้ง ก่อนเดิน

ออกจากห้องครัวตรงไปยังห้องพักของเธอ ซึ่งอยู่ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่

เช่นเดียวกับเจ้าหนี้และผู้ช่วยของเขา แต่อยู่คนละปีกของตึก

 

ปีกที่เธอพักอยู่คงเป็นส่วนของห้องพักรับรอง ไม่รู้จะดีใจ

หรือเสียใจดีที่ได้มีโอกาสพักในห้องพักสุดหรูราวกับโรงแรมหกดาว มี

ทั้งห้องนั่งเล่น แพนทรีเล็กๆ ห้องนอน และห้องน้ำที่กว้างขวางแยกเป็น

สัดส่วน แต่ดาริสาคิดว่าเจ้าหนี้อยากให้เธออยู่ใกล้ตา จะได้มั่นใจว่าเธอ

ไม่หนีไปไหนมากกว่า

ดาริสาเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาในมุมนั่งเล่นอย่างเบื่อๆ เปิด

โทรทัศน์ดูรายการเพลง เพราะแม้จะฟังภาษาสเปนไม่รู้เรื่อง แต่ท่วงทำนอง

ก็ทำให้รู้สึกถึงจังหวะและอารมณ์ของบทเพลงได้

หนึ่งเดือนกว่าๆ ของการเป็นลูกหนี้ แม้จะทำให้ดาริสาปลงได้

ส่วนหนึ่งที่ถูกน้าสาวทิ้ง แต่ความปวดร้าวลึกๆ ในใจยังคงอยู่ เพราะวีณา

ไม่เคยติดต่อมาหาเธอเลยสักครั้ง ความหวังว่าอีกฝ่ายจะส่งเงินมาช่วย

แบ่งเบาเรื่องหนี้สินจึงไม่มีเหลือในความคิด สิ่งเดียวที่ทำให้เข้มแข็งได้

ก็คือความโดดเดี่ยว แม้มองไม่เห็นปลายทางในวันข้างหน้า แต่ก็พร้อม

จะก้าวเดินต่อไปและทำวันนี้ให้ดีที่สุด

อย่างน้อยที่นี่ก็ยังมีอาหารดีๆ ให้กินอิ่มท้อง มีที่นอนเลิศหรูให้เอน

กายหลับใหล แล้วยังมีบริเวณรอบบ้านที่กว้างขวางให้เดินเล่น รวมทั้ง

โรงยิมที่มีเครื่องออกกำลังกายมากมายให้เลือกใช้ เสียอย่างเดียวออกไป

 ไหนไม่ได้ และยังหาเพื่อนคุยภาษาเดียวกันไม่ได้นอกจากไกรวิทย์ ส่วน

เจ้าหนี้นั้นแทบไม่ได้คุยกันเลยนับตั้งแต่วันแรกที่เจอ ทั้งที่ร่วมโต๊ะอาหาร

ด้วยกันเกือบทุกวัน

มาเตโอยังเป็นเจ้าหนี้ที่ทำหน้าเคร่งขรึม แววตาเย็นชา วางท่า

นิ่งเฉย และไม่ยินดียินร้ายเช่นเดิม ยังดีที่มีฟาบีอานาแม่บ้านของที่นี่กับ

ฟลาวียาผู้เป็นบุตรสาว ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องเงินในคฤหาสน์หลังนี้ ซึ่งทั้งสอง

พูดภาษาอังกฤษได้ ดาริสาก็เลยพอมีเพื่อนพูดคุยบ้าง

เพื่อนที่ดีที่สุดของดาริสานอกจากกีตาร์ที่หอบหิ้วมาจากเมืองไทย

แล้วก็คงจะเป็นโน้ตบุ๊ก โลกออนไลน์จึงกลายเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในตอนนี้

เพราะมันนำเธอไปพบปะเพื่อนๆ ได้ตามปกติ แม้บางคนจะบล็อกเธอกับ

เพื่อนในกลุ่ม ชนัตรคงกลัวว่าเธอจะรู้ความเป็นไปของเขากระมัง!

พอคิดถึงผู้ชายที่คบหามาหลายปี ดาริสาก็ได้แต่ทอดถอนใจ เกิด

คำถามขึ้นในใจว่าที่ผ่านมาชนัตรเคยรักเธอจริงๆ หรือเปล่า ทำไมถึงจาก

ไปอย่างง่ายดายโดยไม่คิดจะล่ำลากันเลย ทำเหมือนไม่เคยเป็นคนสำคัญ

ของกันและกันมาก่อน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอเพิ่งคิด แต่ขบคิดตั้งแต่วันแรกที่รู้ว่า

เขาไปเรียนต่อที่อังกฤษแล้ว และมันก็ยังติดอยู่ในใจไม่จางหาย

ดาริสานั่งแชตกับเพื่อนสนิทที่ชื่อกุลวรรณ ซึ่งสนิทมากที่สุดใน

กลุ่มเพื่อนๆ และเป็นคนที่เธอไว้ใจจนบอกเล่าเรื่องราวซึ่งเกิดขึ้นกับตัวเอง

ที่บาร์เซโลนาให้รับรู้ ตอนแรกเธอไม่คิดจะบอก เพราะไม่อยากให้ใครมอง

น้าสาวในทางไม่ดี จึงเก็บงำทุกอย่างไว้กับตัวเอง แต่ได้เพียงสามสัปดาห์

ก็ยอมแพ้หัวใจที่โดดเดี่ยวเศร้าหมอง ในที่สุดก็ต้องการระบายกับคนที่ไว้ใจ

ได้สักคน ซึ่งก็คือกุลวรรณ

ดาริสาล่ำลาเพื่อนรักเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาที่เจ้าหนี้กับไกรวิทย์จะ

กลับบ้านแล้ว หญิงสาวรีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปยังห้องรับประทานอาหาร

ซึ่งนอกจากเจ้าหนี้จะใจกว้างให้ลูกหนี้อย่างเธอได้พักในคฤหาสน์แล้ว

เขายังให้เธอนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ทั้งๆ ที่ความจริงเธออยากไปนั่งกินในครัว

ร่วมกับคนงานในบ้านมากกว่า

เฮ้อ...ก็กินข้าวกับคนหน้าตาเคร่งขรึมตลอดเวลา มันทำให้เธอ

เจริญอาหารน้อยลง ยังดีที่มีไกรวิทย์ ทำให้เธอรู้สึกว่าการนั่งเผชิญหน้า

กับเจ้าหนี้หน้าเหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งใบอย่างมาเตโอนั้นไม่ได้เลวร้าย

จนเกินไปนัก

 

ว้าว วันนี้มีอาหารโปรดของผมตั้งสองอย่าง ส่วนของพี่เตมี

แค่อย่างเดียว”

พอดาริสาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ไกรวิทย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้น

ด้วยน้ำเสียงสดใส เหมือนยินดีเป็นอย่างมากที่มีอาหารโปรดของเขาวาง

อยู่ตรงหน้าถึงสองอย่าง

“เหรอคะ” ดาริสารับคำ เธอเองก็ไม่รู้ว่าอาหารจานใดเป็นอาหาร

โปรดของไกรวิทย์ เพราะเรื่องเมนูอาหารนั้นสองหนุ่มให้อิสระเธอเลือก

และเธอก็ทำวนเวียนกันไปตามแต่ของสดและผักต่างๆ ที่ฝ่ายดูแลเรื่องนี้

ซื้อหามาให้ได้ หรือเท่าที่มีขายที่นี่

“จริงๆ แล้วอาหารที่คุณดาทำถูกปากผมทุกอย่างนะครับ แต่ปลา

ทอดกับต้มยำกุ้งนี่โปรดเป็นพิเศษ ส่วนของพี่เตก็...”

“กินของโปรดนายไปเถอะไกร อย่าพูดมาก” ชายหนุ่มที่ถูกพาดพิง

นั้นนั่งหน้าขรึมเช่นทุกวัน ก่อนจะลงมือตักกุ้งตัวโตใส่จานข้าวของญาติ

ผู้น้อง พร้อมกับตวัดสายตาดุๆ ใส่ เหมือนปรามให้อีกฝ่ายหยุดพูดได้แล้ว

“ขอบคุณครับพี่ชาย” ไกรวิทย์เอ่ยขอบคุณ แต่ยิ้มทะเล้นใส่ดวงตา

คมดุของอีกฝ่าย ก่อนตักอาหารโปรดเข้าปาก ค่อยๆ เคี้ยวแล้วกลืนด้วย

สีหน้าที่บ่งบอกว่ารสชาติอาหารถูกใจแค่ไหน

“โห อร่อยจริงๆ ครับคุณดา”

“ขอบคุณค่ะ”

ท่าทางและน้ำเสียงของไกรวิทย์ทำให้ดาริสาอดที่จะยิ้มออกมา

ไม่ได้ และเธอคงไม่รู้ว่าทำให้เจ้าหนี้ตวัดมองด้วยสายตาขุ่นๆ ก่อนจัดการ

กับอาหารตรงหน้า แต่ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นสายตาไกรวิทย์ไปได้

การกินข้าวมื้อนี้เหมือนทุกๆ มื้อ และทุกๆ วันตลอดหนึ่งเดือน

ที่ผ่านมา ไกรวิทย์กับเธอยังพูดคุยกันอยู่สองคน และบ่อยครั้งที่ชายหนุ่ม

พยายามชวนญาติผู้พี่เข้าร่วมวงสนทนา อีกฝ่ายก็ตอบแบบคำต่อคำ แต่

บางครั้งก็เงียบ ไม่ตอบอะไรกลับมา ตอนหลังๆ เขาเลยเลิกพยายาม แล้ว

หันมาคุยกับเธอไปตามเรื่อง บางทีก็เรื่องหนัง เพลง หนังสือ ละครไทยที่

ติดตามในเว็บไซต์ต่างๆ รวมทั้งดินฟ้าอากาศ แต่ไกรวิทย์จะไม่พูดถึงเรื่อง

งานของเขาหรืออะไรที่เครียดๆ

แล้วอาหารมื้อนี้ก็จบลงอย่างเช่นทุกวัน ก่อนเธอจะขอตัวเพื่อเข้าไป

ในห้องสมุดของบ้าน นี่อาจเป็นความใจดีของเจ้าหนี้ ที่อนุญาตให้เธอ

เข้ามาเลือกหนังสือไปอ่านได้ตามสะดวก ซึ่งก็โชคดีที่เธอเรียนจบเอกภาษา

อังกฤษมา จึงสามารถพาตัวเองออกจากความเหงา โดดเดี่ยว และหมกมุ่น

กับอนาคตที่มองไม่เห็นทาง ด้วยการพาตัวเองท่องไปในโลกหนังสือ

ขณะที่ดาริสากำลังจะเดินกลับขึ้นไปห้องพัก หลังเลือกนิยายฝรั่ง

ได้หนึ่งเรื่อง หญิงสาวก็ชะงักเมื่อร่างสูงของเจ้าหนี้เดินหน้าขรึมเข้ามา เขา

เดินผ่านหน้าเธอตรงไปยังชั้นหนังสืออีกด้าน เธอมองตามอย่างครุ่นคิด

แล้วนาทีต่อมาก็เอ่ยขึ้น

“คุณมาเตโอคะ ฉันขอรบกวนเวลาคุณหน่อยได้ไหมคะ”

“ว่ามาสิ” เขาหยุดเดินแล้วหันมา

“อนุญาตให้ฉันออกไปข้างนอกบ้างได้ไหมคะ”

“ไม่ได้” เขาตอบโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่น้อย

“แต่คุณจะให้ฉันอยู่แต่ในนี้ตลอดไปไม่ได้หรอกค่ะ แม้ฉันจะเป็น

ลูกหนี้คุณ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มากักขังฉันไว้แต่ในบ้าน ฉันสัญญานะคะว่า

จะไม่หนีไปไหน ฉันขอแค่ได้ออกไปข้างนอกบ้านบ้าง” เธอคงไม่มีปัญญา

หนีไปไหนได้อยู่แล้ว ญาติหรือคนรู้จักในเมืองนี้ก็ไม่มีแล้ว พาสปอร์ต

บัตรเอทีเอ็มที่มีเงินอยู่เพียงเล็กน้อยในบัญชี และบัตรประจำตัวประชาชน

ยังถูกเขายึดไว้ ต่อให้มีปีกก็หนีไปได้ไม่ไกล

“ไปทำไม”

“ก็ไปซื้อของใช้ส่วนตัวบ้าง”

“เธออยากได้อะไรก็สามารถจดโน้ตให้เบนีตาหรือฟลาวียาซื้อมาให้

อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” เขาเอ่ยถึงเด็กสาวที่เป็นผู้ช่วยเธอในครัวกับหญิงสาว

ที่ดูแลเรื่องการเงิน ซึ่งรับผิดชอบการจับจ่ายทุกอย่างในบ้าน

“แต่ของบางอย่างฉันก็ต้องซื้อเองนะคะ”

“เช่น...”

“เสื้อผ้าหรือเอ่อ...”

“สักวันเธอจะได้ออกไปข้างนอก แต่ไม่ใช่ตอนนี้หรอกนะดาริสา”

“คนใจร้าย!” หญิงสาวเค้นเสียงใส่เขา พร้อมทำตาวาววับอย่างไม่

นึกเกรงกลัวสีหน้าเคร่งขรึมกับแววตาดุๆ ในเมื่อมาอยู่จุดนี้แล้วจะให้เธอ

กลัวอะไรอีกล่ะ สภาพลูกหนี้ที่ติดแหง็กอยู่แต่ในบ้านซึ่งไม่รู้ว่าจะใช้หนี้

หมดวันไหน มันจะหลงเหลือความกลัวใดๆ อีกหรือ

“ถ้าฉันใจร้ายจริง ป่านนี้เธอคงได้เป็นนางบำเรอของไอ้มาร์เซโล

ไปเรียบร้อยแล้ว หรือจะเอาแบบนั้น ตอนนี้ก็ยังทันนะ” นอกจากเขาจะไม่

ใส่ใจท่าทีของเธอแล้ว ยังโยนคำพูดให้เธอกรุ่นโกรธมากยิ่งขึ้น

“ไม่ให้ออกไปก็ไม่ให้ออกสิ ทำไมต้องขู่ฉันแบบนี้ด้วย คนใจร้าย!”

ดาริสาต่อว่าเขาด้วยคำเดิม ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องสมุดไป

ด้วยท่าทีฉุนๆ

มาเตโอได้แต่มองร่างเพรียวนั้นจนลับตา พลางถอนหายใจยาว

เหยียด นึกอยากให้ไกรวิทย์ได้ยินคำพูดของลูกหนี้สาว เพราะเขาถูกญาติ

ผู้น้องค่อนแคะบ่อยๆ ว่าวันๆ ทำแต่หน้ายักษ์ใส่ดาริสา ไม่เคยมีไมตรีอันดี

กับหญิงสาว ไกรวิทย์ห่วงว่าเธอจะอึดอัดและหวั่นเกรงกับท่าทีของเขาจน

ไม่มีความสุขที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป

แต่ให้ตายสิ ที่ต่อว่าเขาฉอดๆ ว่าใจร้าย ส่งตาวาววับให้พร้อมกับ

เชิดหน้ามองอย่างหยิ่งๆ และยังดื้อรั้นแบบนั้น มันใกล้กับคำว่าหวั่นเกรง

ตรงไหน!

เขานี่สิที่ต้องคิดหนัก เพราะลูกหนี้มีท่าทีแข็งกร้าวใส่แบบนี้ทำให้

เขาวางตัวลำบากมากกว่าเดิม ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่รับตัวดาริสามา

เป็นลูกหนี้ แทนที่จะเมินเฉยและไม่รับรู้ว่าหญิงสาวจะไปเป็นนางบำเรอ

ของใคร เพราะไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องไปสนใจ

แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เพราะไอ้ผู้ชายที่อยากได้ดาริสาเป็นนางบำเรอ

ดันเป็นศัตรูของเขา และเขาจะไม่มีวันปล่อยให้มันสมหวังง่ายๆ เพราะ

บางทีมันอาจทำให้แผนการบางอย่างของเขาล้มเหลว แม้จะยอมรับว่า

เวทนาในชะตากรรมของดาริสาที่ถูกน้าสาวแท้ๆ ขาย แต่มันมีบางอย่าง

ที่มาเตโอก็รู้ดีว่าไม่อาจปล่อยให้เธออยู่ไกลจากสายตาไปได้

 

วันนี้เป็นวันหยุด อาหารเช้าในเวลาสายกว่าปกติเป็นข้าวต้มทะเล

ซึ่งน่าจะเป็นของโปรดของไกรวิทย์อีกเช่นกัน เพราะเขากินไปสองชามรวด

พลางเอ่ยชมไม่ขาดปากว่ารสชาติอร่อยล้ำเลิศ

ดาริสาได้แต่ยิ้มรับ แล้วบอกชายหนุ่มว่าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ

ก็บอกได้ ไกรวิทย์เลยสั่งมื้อกลางวันเป็นผัดซีอิ๊วทะเลเสียเลย ส่วนเจ้าหนี้

ของเธอนั้นยังทำหน้าเหมือนเช่นทุกวัน พิเศษขึ้นมาหน่อยคือตวัดสายตา

คมดุมาทางเธอบ่อยขึ้น โดยเฉพาะยามที่เธอหัวเราะกับญาติผู้น้อง

ของเขา เหมือนเขาจะรำคาญ

แต่ใครจะสนล่ะ เป็นเจ้าหนี้ก็จริง แต่ไม่ใช่เจ้าชีวิตเสียหน่อย

วันนี้เป็นวันหยุด ดาริสาก็หวังว่าเจ้าหนี้จะออกไปกินข้าวข้างนอก

กับเพื่อน แฟน หรือแขกวีไอพีของเขาบ้าง เธอไม่ได้ขี้เกียจทำอาหาร แค่

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 

รายละเอียด

รีวิวจากบรรณาธิการ batorastore.com

รักหลอมใจไฟปรารถนา

ผู้เขียน – ญาณา

เรื่องราวของหญิงสาวที่ชื่อว่า ดาริสา เธอถูกคนรักทอดทิ้งโดยไม่บอกลา จึงตัดสินใจเดินทางมายังที่บาร์เซโลนาหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่กลับถูกน้าแท้ๆ ขายเพื่อชดใช้หนี้ให้กับมาเฟียโฉด แต่โชคดีที่มีชายหนุ่มรูปหล่อ ร่ำรวย และน่าเกรงขามคนหนึ่งชื่อว่า มาเตโอ อาลอนโซ ทิมทอง ยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้ทันเวลา เขาเหมือนเป็นเทพบุตรที่แสนดี...แต่เธอกลับคิดผิดถนัดเพราะเขากลับยื่นข้อเสนอบ้าๆ ให้เธอใช้หนี้ด้วยการเป็นนางบำเรอหกเดือน กับการเป็นแม่ครัวไทยในบ้านของเขา ต่อให้ต้องทำงานอยู่ในครัวไปชั่วชีวิต เธอก็ยอมรับได้ เพราะมันยังดีกว่าการขายศักดิ์ศรี!

เรื่องนี้เป็นผลงานดีๆอีกเรื่องของคุณ ญาณา นะคะ ที่จริงตามอ่านมาตั้งแต่ในเว็บเด็กดีแล้วค่ะ แต่ก็ยังตามมาอ่านแบบฉบับรวมเล่มนิยายอีกที โทนเรื่องว่ากันตามจริงนี่ออกแนวหดหู่รันทดนะคะ นางเอกถูกคนรักหักอกมาไม่พอ พอจะหนีร้อนมาพึ่งเย็น กลับถูกน้าสาวหลอกมาขายอีก พอถูกคนช่วยเหลือก็กลับเป็นคนเย็นชาไร้หัวใจซะอีก เกือบๆจะเลิกอ่านเพราะท้อกับความหดหู่ของเนื้อเรื่อง ถ้าไม่ได้ ไกรวิทย์ น้องชายของพระเอกที่แสนจะร่าเริงสดใสและดีกับนางเอกต่างกับพี่ชายราวฟ้ากับเหวแล้วล่ะก็ มันได้ไปนอนสงบนิ่งระลึกถึงผู้มีพระคุณที่ชั้นหนังสือแน่นอน ไกรวิทย์น่ารักกกก (โบกป้ายไฟ) แต่พอ่านไปเรื่อยๆ จึงทำให้รู้ว่าพระเอกเป็นคนมีปมค่ะ เขาเคยมีคนที่รักมากแล้วก็ต้องสูญเสียไปอย่างไม่มีวันกลับ ทำให้เขากลัวที่จะรัก จะผูกพันกับใครอีกแล้วต้องให้หล่อนได้รับอันตราย ดังนั้นเมื่อเขาเริ่มรู้ตัวว่าหลงรักนางเอกเข้า เขาเลยหาทางออกได้สุดแสนจะเลิศสะแมนแตน นั่นคือ พาผู้หญิงอีกคนเข้าบ้านเพื่อที่นางเอกจะได้เสียใจและไปจากเขา เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องมาพัวพันกับเขาจนต้องได้รับอันตราย และจะได้สะสางหนี้แค้นได้อย่างเต็มที่ (ว่ากันจริงๆคือไม่อยากให้นางเอกเป็นจุดอ่อนให้ศัตรูจับไปแบบคราวคนรักเก่าสินะ?) ตรงนี้ก็ทำให้เห้นว่าพระเอกรักนางเอกมากจริงๆค่ะ แต่ว่ากันตามจริง นางเอกก็ดูไม่ใช่คนหัวรั้นที่พูดให้ฟังด้วยเหตุและผลไม่รู้เรื่อง พระเอกอธิบายดีๆ นางเอกก็จะได้เข้าใจ จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่ แต่เรามันพวกซาดิสม์ค่ะ เห็นเขาเข้าใจกันดีแล้วรู้สึกมันไม่ฟินอ่ะ มันต้องมีเข้าใจผิดจะได้งอนง้อขอคืนดีค่ะ เรื่องนี้สนุกดี แนะนำให้อ่านนะคะ


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021