ดรุณีเล่ห์รัก

ดรุณีเล่ห์รัก

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160015795
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 280.00 บาท 182.00 บาท
ประหยัด: 98.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

เธอคือโอเอซิสของผม

คนจากนิตยสารบ้านต่างๆ เคยเข้ามาถ่ายรูปบ้านหรือคฤหาสน์

ของตระกูลโรจนธนันท์ชัยอยู่หลายสำนัก นิตยสารบ้านฉบับนั้นขายดีเป็น

เทน้ำเทท่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านหลังโตนี้เป็นบ้านในฝันของใครหลายคน

ตัวบ้านตกแต่งแนวฝรั่งเศสตอนใต้ สะท้อนถึงความมีรสนิยมของ

คนอยู่มาตั้งแต่รุ่นปู่อย่าง บัญชา โรจนธนันท์ชัย มันไม่ดูใหญ่แต่ไร้รสนิยม

อย่างบ้านคุณหญิงคุณนายคนอื่น ซึ่งมักตกแต่งด้วยสีทองตัดกับผ้าม่าน

สีเขียว...ไม่ได้เข้ากันเลยแม้แต่น้อย บ้านทรงโรมันแต่ดันมีโต๊ะจีนปักมุก

กับงาช้างกลางห้องโถงอย่างนั้นหรือ ที่นี่ไม่มีหรอก การตกแต่งทุกอย่าง

ได้ไอเดียมาจากพระราชวังของฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่สิบห้า แต่ก็ไม่

หรูหราจนรก ทุกอย่างจัดแต่งอย่างพิถีพิถันและสะอาดตาที่สุด ด้วยฝีมือ

 ของสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเอง    

 บ้านหลังโตโอ่โถงดูกว้างไปถนัดตาเมื่อมีเขาเพียงคนเดียวใน

ยามนี้ ไร้เสียงน้ำพุซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เติมเต็มชีวิตให้บ้านหลังนี้ยามไร้ผู้คน

ชายหนุ่มไม่เคยคิดว่าบ้านน่าอยู่เลยสักนิด เขาอยากออกไป...ออกไปจาก

 ที่นี่ ออกไปจากบรรยากาศอึมครึมขมุกขมัวที่อยู่ภายใต้ความสวยงามของ

บ้านหลังนี้

ธนนท์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างระดับคิงไซซ์ มันนุ่มก็จริง ใหญ่

ก็จริง แต่เขาคิดเสมอว่าขนาดของมันกว้างเกินไป จนบางทีก็ทำให้เขานอน

ไม่หลับ

นี่แม่เขาก็คงไปอยู่บ้านคุณหญิงคุณนาย นั่งตั้งวงสนทนาโดยสวม

หน้ากากเข้าหากันอยู่กระมัง ส่วนพ่อน่ะเหรอ...ก็คงไปขลุกอยู่กับพวกนั้น

แม้จะอยู่ในรั้วเดียวกัน แต่คนบ้านนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา

ในบ้านหลังนี้เนื่องจากแม่เขาสั่งไว้ แต่พวกเขาสองแม่ลูกก็ไม่ได้รับอนุญาต

ให้ไปเหยียบบ้านหลังนั้นเหมือนกัน หรือต่อให้ไปได้ก็ไม่อยากไปเหยียบ

ให้เป็นเสนียดหรอก

บ้านหลังนั้นเป็นเรือนหลังเล็ก ปลูกไว้ให้พออยู่ได้สี่คน พ่อ แม่...

ลูก แค่คิดความอิจฉาก็แล่นขึ้นมาจุกอก

บ้านหลังเล็กมีสมาชิกพร้อมหน้า โต๊ะกินข้าวไม่ใหญ่ พอดีกับ

สมาชิกในครอบครัว เขาไม่เคยเห็นว่าข้างในเป็นอย่างไรเพราะไม่เคยได้

เหยียบย่างเข้าไป แต่ก็พอจะเดาออกจากที่เคยแอบมองอยู่ไกลๆ จะขำ

ก็ได้ แต่นั่นคือสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต

ใครๆ ต่างก็อิจฉาที่เขามีทุกอย่าง ร่ำรวยทั้งรูปสมบัติและทรัพย์

สมบัติ ทุกครั้งที่ได้ยินคนอื่นพูดว่าตัวเขาช่างน่าอิจฉา เขาอยากจะฉีกปาก

คนพูดนัก ใครเล่าจะรู้ว่าคนที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบอย่างเขาโหยหาความรัก

ขนาดไหน หาใช่ความรักฉันชู้สาว...ทว่าคือความรักจากครอบครัว

เขายอมกัดก้อนเกลือกิน ยังดีเสียกว่าอยู่ไปแล้วไร้ตัวตนแบบนี้

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดความคิดฟุ้งซ่านของชายหนุ่ม

“มีอะไร” เขาถามเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิด เพราะทั้งเหนื่อย

และเพลียจากการทำงานมาทั้งวัน

“คุณนายกลับมาแล้วค่ะ คุณนนท์”

“อืม”

“คุณนายให้มาเรียกคุณค่ะ”

“เออ”

            “เอ่อ...คุณนายบอกว่า...”

“เงียบน่า ไม่ต้องมาพูดหลายรอบ ฉันรำคาญ เดี๋ยวตามลงไป

เอง” เขาตอบไปแบบนั้นก่อนจะลุกขึ้นนั่ง จะด่าว่าอกตัญญูก็ได้ เขาไม่ว่า

แต่คร้านจะเจอแม่ตัวเองชะมัด

ธนนท์เดินไปยังห้องรับแขก ‘เนตรประภา’ นั่งกุมสร้อยไข่มุกแน่น

สีหน้าของหล่อนเครียดขึงคล้ายคนเป็นวันนั้นของเดือน ถ้าเปลี่ยนจาก

สร้อยไข่มุกเป็นสร้อยประคำคงดูเหมือนกำลังสวดมนต์หรือร่ายมนตร์ดำ

อยู่ ซึ่งกรณีอย่างแม่เขาน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า

“มีอะไรครับแม่” ธนนท์ถามเสียงเนือย ดูท่าแม่เขาน่าจะมีเรื่องชวน

ปวดหัวอีกเรื่องสองเรื่องมาให้เขาอีกเป็นแน่

“ไอ้ณะมันได้คุมโพรเจกต์สำคัญ แกปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ยังไง!”

ทันทีที่เห็นลูกชาย ก็ไม่มีการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างที่คนเป็นแม่ควร

จะทำ กลับระบายความโกรธเคืองใส่คนเป็นลูกทันที

เรื่องชวนปวดหัวจริงๆ ด้วย...ธนนท์ถอนหายใจก่อนจะนั่งลงบน

โซฟาฝั่งตรงข้ามคนเป็นแม่ หาวหวอดโดยไม่ลืมป้องปาก เตรียมหูให้พร้อม

สำหรับเรื่องน่าเบื่อเดิมๆ

“ทำไมพ่อแกทำแบบนี้ อีกหน่อยก็คงจะปลดแกไปเป็นลูกน้องมัน”

“ผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นหรอกแม่” ธนนท์ว่า แต่เนตรประภากลับ

ยิ้มเหยียด ดูถูกคำของลูกชาย

“ไม่ยอมให้เกิดขึ้นเหรอ ตอนนี้มันก็ได้หน้าไปแล้ว แค่มันได้เลื่อน

ตำแหน่งฉันก็อกจะแตกตายอยู่แล้ว แต่แกยังทำอะไรไม่ได้สักอย่าง อย่า

ดีแต่ปาก และอย่าทำตัวไร้ประโยชน์ หาทางทำอะไรสักอย่างซะ!” เนตร-

ประภาประกาศกร้าว

ธนนท์เงียบ ไม่โต้ตอบ ใบหน้าหล่อนิ่งเฉย ไม่แสดงอากัปกิริยาใดๆ

แต่เขากำมือแน่นจนสั่น

เขาเหนื่อย...เหนื่อยกายไม่เท่าเหนื่อยใจ

            แม่ไม่รักเขา...และเขาก็ไม่ได้รู้สึกไปเองเพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ

เขาละเบื่อจริงๆ พวกที่บอกว่าไม่มีพ่อแม่ที่ไหนไม่รักลูกตัวเอง ถ้าเป็น

อย่างนั้นจริงโลกนี้คงมีประชากรหนาแน่น คลินิกทำแท้งเถื่อนคงเจ๊งบ๊ง

ไม่เป็นท่า!

“แล้วนี่พ่อแกไปไหนล่ะ” เนตรประภาพยายามข่มอารมณ์ก่อนจะ

เปลี่ยนเรื่อง เอ่ยถามลูกชายหลังจากไม่ได้คำตอบจากคนรับใช้ พร้อม

สอดส่ายสายตาไปทั่ว

“ไม่ต้องมองหาหรอกครับ คงจะอยู่กับไอ้พวกปลิงนั่นอีกตามเคย”

“คุณเอกนะคุณเอก ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง” เนตรประภากัดฟัน

กรอดพร้อมทำเสียงฮึดฮัด กำมือแน่นแล้วทุบโซฟาชุดหรูเพื่อระบายโทสะ

แววตาเคียดแค้นจนคนมองอึดอัดไปด้วย

“ถ้าแม่ทนไม่ไหว ทำไมปล่อยให้พ่อมีบ้านเล็กล่ะ ปล่อยให้พวกนั้น

ย้ายเข้ามาได้ไง หรือทำไมเราไม่ไปจากที่นี่”

ธนนท์ถามอย่างเหนื่อยหน่าย เป็นคำถามซ้ำๆ ที่เขาเฝ้าถามแม่

ในใจ อยากถามว่าแม่ไม่มีศักดิ์ศรีเลยเหรอ ถึงได้หงอกลัวพ่อทิ้งขนาดนั้น

แต่ก็กลัวนรกจะกินกบาล มีหวังได้ลิ้มรสตบจากท่านอีกเป็นแน่

เนตรประภาตวัดสายตามองลูกชาย ก่อนตวาดลั่น “หุบปากซะ!”

ธนนท์ยกมือทั้งสองข้างขึ้น หลุบตาลงเป็นเชิงยอมแพ้ ซึ่งเนตร-

ประภาเห็นท่าทางประชดประชันแบบนั้นแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด

“ฉันทนอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อแก จำไว้! แล้วคนอย่างพ่อแกน่ะเหรอจะ

ยอมหยุดถ้าฉันพูด ฝันไปเถอะ จะไปไหนก็ไปไป๊ ฉันอยากอยู่คนเดียว”

เนตรประภาระบายลมหายใจหนักๆ หวังจะไล่ความร้อนรุ่มที่สุมอกออก

ไปด้วย โดยไม่ลืมทิ้งท้าย “อย่าลืมทำตามที่ฉันสั่ง ดึงมันลงซะ!”

ธนนท์ลุกขึ้นก่อนจะโค้งคำนับให้คนตรงหน้า

“ได้ครับ คุณนาย” ประชดประชันเสร็จเจ้าตัวก็เดินขึ้นห้องทันที

พอพ้นจากสายตามารดารอยยิ้มก็พลันจางหายเหลือเพียงใบหน้านิ่ง

ราวกับรูปปั้น ซึ่งมันชาจนแทบไร้ความรู้สึก

เมื่อเข้าห้องได้เขาก็ล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผาก คิดสะระตะ

หาสารพัดวิธีที่จะดึงชนชัยลงจากตำแหน่ง หรือทำอย่างไรก็ได้ให้โพรเจกต์

ของอีกฝ่ายล่ม แค่รู้ว่าต้องอยู่ในบริษัทเดียวกันเขาก็ไม่อยากไปทำงาน

แล้ว และแค่ชนชัยได้เลื่อนตำแหน่งมาอยู่ใกล้จมูกเขาก็คลื่นเหียนจนอยาก

จะอ้วก แต่นี่อีกฝ่ายยังได้คุมโพรเจกต์เรือลำใหม่อีก เขารู้เรื่องนี้มาสักพัก

แล้วแต่ไม่ได้บอกแม่ เพราะรู้ดีว่าจะเข้าอีหรอบนี้

เมื่อปวดหัวเกินกว่าจะคิดอะไรอีก ชายร่างใหญ่ก็นอนตะแคง

ถ้าเธอคนนั้นยังอยู่ในบ้านหลังนี้ ชีวิตเขาคงไม่แย่บัดซบขนาดนี้

บางทีความโกรธความเกลียดอาจจะเบาบาง...หรือแทบไม่มี

ธนนท์หยิบกระเป๋าสตางค์ที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง เปิดดูรูปที่ซ่อนอยู่

ในช่องใส่บัตรประชาชน

ภาพเก่าสีตุ่นแสดงถึงอายุของรูปใบนี้ หญิงสาวหน้าสวยกับเด็กน้อย

ข้างตัวซึ่งมีแววตาใสซื่อสมเป็นเด็ก ใครเห็นเป็นต้องส่ายหน้าปฏิเสธเป็น

พัลวันว่าไม่ใช่เขาแน่นอน แทบจินตนาการไม่ออกว่าคนอย่างเขาจะเคยมี

รอยยิ้มสดใสแบบนั้นด้วย เขาใช้นิ้วโป้งลูบใบหน้าหญิงสาวในภาพอย่าง

แผ่วเบา ถนอมไว้ด้วยความหวงแหน

‘ไหนคนเก่ง สอบได้ที่เท่าไหร่ครับ วันนี้ผลสอบออกนี่

เอามาให้น้าแก้วดูหน่อยเร็ว’

แก้วกานต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะนั่งลงบนเตียงข้าง

คนตัวเล็ก หากใครได้เห็นภาพนี้คงหลงคิดไปว่าทั้งสองคือแม่กับลูก

‘ไม่อยู่แล้วครับ’

‘อ้าว...แล้วไปไหนล่ะครับ’

เด็กน้อยมองคนตัวสูงกว่าข้างตัว ก่อนจะก้มหน้าลงเหมือนเดิม

คล้ายไม่อยากจะพูดถึงมัน

                แก้วกานต์สังเกตว่าคุณหนูของตนกำลังทำหน้าบึ้ง ‘ผลสอบไม่ดี

เหรอคุณหนู’

‘ครับ นนท์ได้ที่สาม’

‘ว่าไงนะคะ! ที่สามน่ะสุดยอดแล้วนะคะ’ แก้วกานต์ร้องออกมา

ด้วยความตกใจ ไม่นึกว่าคุณหนูของตนจะกังวลเพราะการสอบได้ที่สาม

ขนาดนี้

‘ไม่จริงหรอก คุณแม่บอกว่าถ้าไม่ได้ที่หนึ่งก็ไร้ประโยชน์ คุณแม่ฉีก

ทิ้งไปแล้ว’ เด็กน้อยมองไปข้างหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า แต่หญิงสาวข้าง

ตัวรับรู้ได้ว่ามีกระแสความกดดันจากร่างเล็ก

หล่อนรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เหมือนที่ผ่านๆ มา คุณหนูคงเอา

ผลสอบไปให้ผู้เป็นแม่ดูด้วยความตื่นเต้น แต่โดนตอกกลับว่าดีไม่พอ

อีกตามเคย แต่นี่ถึงขั้นฉีกทิ้ง คราวนี้คุณนายทำเกินไปจริงๆ หล่อนไม่

อยากทำบาปด้วยการก่นด่าเจ้านายในใจหรอกนะ แต่ครั้งนี้ขอเถอะ

ยายคุณนายบ้า สอนลูกแบบนี้ได้ยังไงกัน อยากให้เด็กโตขึ้นมา

เหมือนตัวเองนักหรือไง คุณเอกก็อีกคน ทำไมไม่มาดูแลลูกบ้าง หล่อน

โกรธ...แต่เลือกที่จะยิ้มอย่างใจดี

‘คุณหนูครับ ฟังน้าแก้วนะครับ ใครจะว่ายังไงก็ช่างเขา คุณหนูเก่ง

ที่สุดรู้ไว้เลย น้าแก้วภูมิใจในตัวคุณหนูม้ากมาก’ หล่อนลากเสียงเพื่อเน้นย้ำ

หนักแน่น พร้อมขยี้ผมคุณหนูของตนอย่างเอ็นดู

มีแต่หล่อนที่กล้าเล่นหัวเขา ทำเหมือนเขาเป็นเด็กธรรมดา ไม่ใช่

ลูกคุณหญิงคุณนายที่ไหนอย่างที่คนอื่นทำ ซึ่งทำให้เขาถูกใจและติดหล่อน

หนึบ

ธนนท์หันไปกอดคนข้างตัวอย่างออดอ้อน ช่างปะไรถ้าแม่จะไม่

สนใจ ขอแค่คนข้างตัวแคร์เขาก็พอ

‘นนท์รักน้าแก้วที่สุดเลย’ เด็กน้อยเอ่ยอย่างไร้เดียงสา เมื่อความ

ขุ่นมัวในใจละลายไปเพราะได้รับความอบอุ่นจากพี่เลี้ยง สุดท้ายเขาก็ยิ้ม

ออกจนได้

‘น้าแก้วก็รักน้องนนท์ที่สุด...’ หล่อนลากเสียงยาวก่อนจะหอมแก้ม

คนตัวเล็ก ‘เลย!’

‘น้าแก้ว! นนท์เป็นหนุ่มแล้วนะ อย่าทำแบบนี้สิ นนท์เขินนะ’

‘ว่าไงนะ แค่นี้มาทำเขินเหรอ ไหนๆ ข้างนี้ยังไม่ได้หอมเลย’ แก้ว-

กานต์ว่าก่อนจะระดมหอมเด็กน้อยข้างตัว เขาได้แต่บ่ายเบี่ยงและหัวเราะ

ด้วยความจั๊กจี้

‘น้าแก้วอย่าทิ้งนนท์ไปไหนนะครับ นนท์รักน้าแก้วเหมือนแม่ มีแต่

น้าแก้วที่อยู่ข้างๆ นนท์ สำหรับนนท์น้าแก้วเป็นยิ่งกว่าแม่อีก’

คำสารภาพรักของเด็กน้อยทำเอาคนที่อยู่ในฐานะลูกจ้างอย่าง

แก้วกานต์ถึงกับนำ้ ตารื้น ไม่เคยคิดว่าที่ทำไป ใส่ใจ ดูแล จะได้กลับมา

ขนาดนี้ สำหรับหล่อนแล้วเด็กชายในอ้อมกอดก็เหมือนกับลูกชาย

หล่อนเลี้ยงเขามาตั้งแต่ยังเล็ก เลี้ยงดียิ่งกว่าแม่ของเขาเสียอีก

‘อย่าพูดแบบนั้นเลยนะคะ เดี๋ยวคุณนายได้ยินจะเสียใจเอา’

‘แต่นนท์รักของนนท์ สัญญากับนนท์นะว่าจะอยู่ข้างๆ นนท์’

แก้วกานต์อึกอัก นัยน์ตามีแววลังเลอยู่วูบหนึ่งก่อนจะพยักหน้า

สวมกอดคนตัวเล็กแน่น ก้มลงจุมพิตกระหม่อมเขาอย่างรักใคร่

‘ไหนๆ ก็ทำคะแนนได้ดี เดี๋ยวน้าแก้วพาไปกินไอติมดีไหมครับ’

‘เย้!’ เด็กน้อยร้องเสียงดังลั่น วิ่งขึ้นเตียงแล้วกระโดดโลดเต้น

ราวกับลิงได้กล้วย ก่อนจะร้องเป็นคำว่า ‘ไอติม!’ ซ้ำ ไปซ้ำ มาจนหญิงสาว

หัวเราะ

อยากเจอ...อยากเจอใจจะขาด

เธอผู้เป็นดั่งโอเอซิสของเขา

 

บรรยากาศภายในห้องทำงานของธนนท์เต็มไปด้วยความ

เครียดขึง จนคนที่อยู่ข้างในอยากขอถังออกซิเจนมาตั้งไว้ หรือเปิดหน้าต่าง

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021