กรงรักซาตาน (วิรันดา)

กรงรักซาตาน (วิรันดา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020244
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 200.00 บาท 130.00 บาท
ประหยัด: 70.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ปณาลี บุษกร เดินออกจากห้องตรวจ รู้สึกเหมือนตัวเองกำตัง

ฝันร้าย พ่อ...เป็นทุกอย่างของเธอ เธอไม่มีวันยอมให้พ่อเป็นอะไรไปเด็ดขาด “หมอว่ายังไงบ้างล่ะยายนํ้า”

ปณาลีมองหน้าอาสาวที่อุตส่าห์ทิ้งงานมาเป็นเพื่อน “หมอบอกว่า

พ่อเป็นมะเร็งที่ลำไส้ค่ะอาทิไล”

“ตายจรง เป็นถึงขั้นไหน รักษาได้มั้ย หมอบอกว่ายังไงบ้าง บอกมา

เร็วๆ อย่ามัวอํ้าอึ้งอยู่”

“หมอบอกว่ามันแพร่ไปที่ต่อมนํ้าเหลืองแล้ว แต่ยังพอรักษาได้ ต้อง ผ่าตัดแล้วให้ยาเคมีบำบัด และขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของพ่อด้วยค่ะว่าจะ

ทนยาได้มากแค่ไหน”

“ขั้น'หรือ ค่อยยังชั่วหน่อย แล้วนี่พ่อเราเหรอยังล่ะ”

“ยังค่ะ...อาทิไลคะ” ปณาลีเรียกอย่างเกรงใจ “ว่าไง”

 

“หมอบอกว่าการรักษามีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง พ่อพอมีเงินบำนาญ เหลือเก็บอยู่บ้าง แต่น้าคิดว่าคงไม่พอ”

แพรพิไลอึ้งไปเล็กน้อย พอจะเข้าใจความหมายของหลานสาว แต่

เธอเองเป็นแค่ช่างนวดในสปา เงินเดือนรวมค่าทิปก็ถือว่าพอใช้สำหรับตัว

คนเดียว แต่หากต้องมารับภาระค่ารักษาตัวของพี่ชาย เห็นทีคงจะไม่ไหว เหมือนกัน

“อาเข้าใจ ว่าแต่พ่อเราไม่มีสวัสดิการหรือประกันอะไรเลยหรือ”

ปณาลีส่ายหน้า “ไม่มีค่ะ”

“ไม่มีจริงๆ หรือ ประกันสังคมล่ะ”

“ไม่มีจริงๆ ค่ะ ไม่มีสักอย่าง ตอนเป็นครูพ่อยังมีสวัสดิการครู แต่

ตอนนี้เกษียณแล้วเลยไม่มีอะไร”

“แล้วบัตรทองล่ะ” แพรพิไลชัก แม้พอจะรู้คำตอบเลาๆ อยู่บ้างก็ตาม

“ไม่มีค่ะ อาก็รู้ว่าพ่อมีอคติกับพวกนี้”

“พ่อเราน่ะขวางโลกไม่เข้าเรื่อง แล้วเป็นไง มาตอนนี้เลยเดือดร้อน

กันไปหมด” แพรพิไลว่าอย่างขุ่นเคือง แต่เมื่อเห็นสีหน้าของหลานสาวจึงรีบ

พูดต่อ “อาก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ น้ำอย่าคิดมากนะ อาน่ะพอจะมีเงินเก็บ

อยู่บ้าง น่าจะพอช่วยไต้นิดหน่อย ส่วนเงินเดือน ถ้าช่วยกันประหยัดก็

อาจพอถูไถแต่ก็ไม่มากอะไร เราต้องเข้าใจนะ ไม่ใช่อาไม่อยากช่วย แต่

ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะช่วยไต้ยังไง”

“น้ำเข้าใจอาค่ะ แต่ที่บอกเพราะน้ำคงต้องหางานทำ เลยอยากให้

อาช่วย เผื่อว่ามีงานอะไรที่ร้านที่น้ำพอจะทำไต้”

“แล้วเรื่องเรียนของเราล่ะ กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ไม่ใช่หรือ”

ปณาลีอึ้ง เรื่องเรียนจะสำคัญเท่าชีวิตของพ่อไต้อย่างไร “น้ำคง

ไม่สอบแล้วค่ะ น้ำจะหางานทำ พอพ่อหายแล้วน้ำค่อยกลับไปเรียน”

“ยายนั้า! คิดอะไรอย่างนั้น ถ้าพ่อเรารู้เข้าคงไม่พอใจ”

“แต่น้ำต้องช่วยพ่อค่ะ นั้ามีพ่อแค่คนเดียว ถ้าพ่อเป็นอะไรไป น้าคง

อยู่ไม่ได้” ปณาลีบอกอาสาวเสียงเครือ

“มันก็จริง เอาเถอะ อาจะลองถามคุณกชกรให้ว่ามีงานอะไรที่เรา

พอทำได้บ้าง” แพรพิไลหมายถึงเจ้าของสปาหรูชื่อดังสำหรับลูกค้ากระเป๋า

หนักที่เธอทำงานอยู่

ปณาลียกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม “ขอบคุณค่ะ”

“ไม่เป็นไร อาน่ะอยากช่วยให้ได้มากกว่านี้ แต่ก็จนใจ”

“แค่อายอมให้น้ำกับพ่อย้ายมาอยู่ด้วย น้ำก็ซาบซึ้งจนไม่รู้จะตอบแทน ยังไงแล้วละค่ะ”

“จ้ะๆ ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ไปหาพ่อเราก่อนแล้วค่อยคิดกันว่าจะ

เอายังไง” แพรพิไลตบไหล่หลานสาวเบาๆ เหมือนจะให้กำลังใจ

 

เจตต์รับฟังข่าวร้ายด้วยอาการสงบ เขาเองก็สงสัยอยู่ว่าอาการ

ที่เป็นอยู่อาจไม่ใช่เพียงแค่โรคกระเพาะอย่างที่แพทย์ในโรงพยาบาลชุมชน วินิจฉัย หากสิ่งที่เขาเป็นห่วงไม่ใช่สุขภาพของตัวเองแต่เป็นปณาลี

“พ่อไม่เห็นด้วยที่น้ำจะไม่ยอมเรียนต่อ”

“หมอบอกน้ำว่าจะรักษาพ่อให้หายได้จะต้องใช้เงินมาก และพ่อก็ ไม่มีประกันสุขภาพและสวัสดิการอะไรเลย”

“งั้นก็ไม่ต้องรักษา” เจตต์พูดอย่างเด็ดเดี่ยว “พ่อไม่ยอมให้น้าเสีย

อนาคตเพราะพ่อหรอก พ่อเก็บเงินไว้ให้น้าเรียนต่อ ไม่ได้เก็บไว้เพื่อให้

ตัวเอง”

“น้าทราบค่ะ...” ปณาลีบอกเลียงแผ่ว นึกถึงพ่อที่เป็นครู เงินเดือน

ไม่ได้มากมายลักเท่าไร ตกเย็นออกไปขายก๋วยเดี่ยวหารายได้เสรีม เสาร์

อาทิตย์รับจ้างสอนพิเศษ เงินทองที่หามาได้ก็ฝากเข้าบัญชีประจำ และ

บอกเธอเสมอว่าเก็บไว้ให้เธอเรียนต่อ แล้วจะให้เธอทอดทิ้งพ่อที่ทำเพื่อเธอ

ขนาดนี้ได้อย่างไร

“...แต่น้าก็ไม่ยอมให้พ่อเป็นอะไรไปเหมือนกัน พ่อคิดหรือคะว่าน้ำ

จะยอมใช้เงินของพ่อไปเรียนต่อ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเงินจำนวนนี้สามารถใช้รักษา

พ่อได้ น้ำจะหางานทำ รักษาพ่อให้หาย พอพ่อหายแล้วถึงตอนนั้นนํ้าจะ

เรียนต่อเอง พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ”

แพรพิไลมองสองพ่อลูกที่ไม่ยอมแพ้กันแล้วกระแอมออกมา

“ฉันว่านะพี่เจตต์ ที่ยายนั้าพูดก็ถูก พี่ลองคิดถึงใจของลูกบ้างสิ

น้ำเหลือพี่เพียงคนเดียว ถ้าลูกยอมเรียนต่อจริง แล้วมันจะมีความหมาย

              อะไรถ้าวันที่รับปริญญาไม่มีพ่อไปร่วมดีใจด้วย ฉันว่าพี่ต้องฟังลูกบ้างนะ สมัยนี้เรื่องเรียนไม่ใช่เรื่องใหญ่ เรียนที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ มหาวิทยาลัยเปิด

มีถมเก พี่รักษาตัวให้หายไวๆ ถึงตอนนั้นยายน้ำไปเรียนต่อก็ยังไม่สาย ฉัน

เองก็จะช่วยอีกแรง”

เจตต์มองน้องสาวคนละแม่ที่ห่างกันร่วมยี่สิบปีอย่างชาบชึ้งใจ หาก

ไม่ได้แพรพิไล เจตต์คงต้องใช้เงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมดไปกับการชื้อบ้าน เพราะ

เขาอยู่บ้านพักครูในโรงเรียนมาตลอด

“แค่เธอชวนพี่ชวนหลานมาอยู่ด้วย พี่ก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว”

“พี่เจตต์ก็ทำเป็นเกรงใจไปได้ ฉันมันตัวคนเดียวไม่มีลูกไม่มีผัว อยู่

 คนเดียวก็เหงา ได้พี่ได้ยายน้ำมาอยู่ด้วยกันค่อยอุ่นใจขึ้นหน่อย ถึงบ้านมัน

จะเล็กเท่ารังหนูก็เถอะ”

“แล้วพ่อต้องทำอะไรบ้าง หมอน่าจะมาพูดกับพ่อเองนะ ไม่น่าพูด

กับลูกเลย น้ำยังเด็กอยู่แท้ๆ ไม่น่าต้องมารับฟังเรื่องแบบนี้”

“น้ำโตแล้วค่ะพ่อ หมอก็คงมองแล้วว่าน้ำด้องรับ1ได้ ถึงเรียกน้ำไป

พูดก่อน ส่วนเรื่องการรักษา หมอบอกว่าจะพูดให้ฟังพร้อมๆ กันอีกที”

“งั้นหรือ...งั้นก็ดีแล้ว พิไลล่ะวันนี้ไม่ทำงานหรือถึงได้มาเยี่ยมพี่ได้”

“ขอลามาครึ่งวันน่ะ นี่คงต้องไปแล้วละ พี่เจตต์พักให้สบายนะ อยาก ได้อะไรก็โทร. ไปบอก ร้านปิดแล้วจะมาอีกที จะได้รับน้ำกลับด้วย”

“ไปเถอะ ไม่มีอะไรที่อยากได้หรอก จริงๆ น้ำน่าจะไปกับอาพิไลเลย

นะลูก ไม่ต้องมาอุดอู้อยู่ที่นี่หรอก พ่อไม่เป็นไรหรอก มีเพื่อนคุยเยอะแยะ”

เจตตับอกยิ้มๆ ขณะกวาดสายตามองเพื่อนร่วมห้องอีกสามคน

“ไม่ต้องหรอก ให้น้ำอยู่นี่แหละ เพิ่งฟังข่าวมา ใจคงแป้วอยากอยู่

กับพ่อมากกว่า” แพรพิไลพูดอย่างรู้ใจ โบกไม้โบกมือให้สองพ่อลูกก่อนจะ

เดินออกไป

 

หม่อมหลวงอายุธ บุณยเรศย์ เงยหน้าขึ้นจากรายงานการ

ประชุม มองมารดาที่เดินถือหนังสือพิมพ์เข้ามา สีหน้าขุ่นเคืองของนาง

ทำให้เขาต้องลอบถอนหายใจออกมา

“คุณแม่มีธุระอะไรด่วนหรือครับ ถึง1ไต้มาหาผมถึงที่ทำงาน” ถาม

ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าคงไม่แคล้วเป็นเรื่องของเขาและสาวคนรัก

“ถ้าไม่มีธุระแม่คงไม่มาให้เสียเวลาหรอก รถติดออกอย่างนี้” ผู้เป็น

มารดายืนหนังสือพิมพ์ในมือให้ทันทีที่พูดจบ ชายหนุ่มรับมาอ่านอย่างเสีย

ไม่ได้ ข้อความที่ปรากฏไม่ไต้ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลง

“หมายความว่าจริง”

“ผมให้แหวนพิมพ์จริงๆ แต่ให้เป็นของขวัญวันเกิด ไม่ใช่แหวนหมั้น

ตามที่ข่าวว่า คุณแม่ไม่น่าอ่านข่าวพวกนี้เลยนะครับ รู้อยู่แล้วว่าตีไข่ใส่

สีกันแค่ไหน”

“ถ้าแม่ไม่อ่านจะรู้หรือว่ายุธชื้อแหวนเพชรเรือนล้านให้แม่นั่น แล้ว ของขวัญวันเกิดอะไรมันจะแพงขนาดนั้น นั่นน่ะเป็นแหวนหมั้นแหวน แต่งงานไต้เลยนะ”

“พิมพ์อัปสรครับคุณแม่ ไม่ใช่แม่นั่น”

เสียงขรึมๆ เหมือนตำหนิของบุตรชายทำให้คุณหญิงอมราแทบจะ ทนไม่ไต้ บางครั้งนางก็เบื่อสายเลือดผู้ดีสีน้ำเงินที่ไหลอยู่ในตัวของเขา เต็มประดา

“นั่นแหละ แม่เคยบอกยุธแล้วว่าให้เลิกกับพิมพ์อัปสร ทำไมยุธ

ไม่เชื่อแม่บ้าง”

“ผมกับพิมพ์รักกันนะครับ”

“แต่แม่ไม่ยอมให้ลูกแต่งงานกับแม่นั่น”

“คุณแม่ครับ...” อายุธทำท่าจะท้วงแต่ถูกคุณหญิงขัดขึ้นเสียก่อน

“เลิกทำผู้ดีกับแม่สักที แม่ก็เป็นแบบนี้แหละ จะให้แม่ไปยกแม่นั่น

ขึ้นมาเป็นคุณพิมพ์อัปสร แม่ทำไม่ได้หรอก”

“ไม่ต้องถึงกับเรียก ‘คุณ’ หรอกครับ เรียกพิมพ์ก็พอ”

“ชื่อ...แม่ก็ยังไม่อยากเรียก”

อายุธยักไหล่ อันที่จริงใช่ว่าเขาอยากจะทำตัวเป็นผู้รากมากดี หาก ฃ

ที่ท้วงก็เพราะอยากทำให้มารดาขัดใจเหมือนที่เขากำลังรู้สึกบ้าง

“พิมพ์ไม่ดีตรง1ไหนครับ ฐานะก็ดี ชาติตระกูลก็ดี การศึกษาก็ดี

เหมาะสมกับบุณยเรศย์ทุกอย่าง”

“แต่พ่อของมันไม่ดี” คุณหญิงอมราสวนทันควัน

“คุณแม่ครับ...” ชายหนุ่มเรียกอย่างอ่อนใจ

“ไม่รู้ละ...ถ้ายุธรักแม่ ยุธด้องเลิกกับแม่นั่น อยากให้แม่ตรอมใจตาย

หรือไง”

“คุณแม่!”

“ยุธก็รู้ว่าพ่อของพิมพ์อัปสรเคยทำให้แม่เจ็บปวดแค1ไหน แม่ไม่ยอม

ให้ลูกชายของแม่แต่งงานกับลูกสาวของมันเด็ดขาด”

อายุธถอนหายใจออกมาอีกคำรบเมือเห็นมารดาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้น ซับนํ้าตาพร้อมเล่าเรื่องราวที่เขาฟังมาหลายรอบนับแต่นางรู้ว่าพิมพ์อัปสร

คือลูกสาวคนเดียวของ ลัทธพล เลิศวิวัฒน์ คนรักเก่าที่เคยทิ้งเธอไป

ลัทธพล เลิศวิวัฒน์ในอดีตเป็นชายในฝันของสาวๆ เข้าตำรา

รูปหล่อ พ่อรวย การศึกษาสูง และเจ้าชู้เป็นที่เลื่องลือ คุณหญิงอมราเคย

เป็นหนึ่งในบรรดาแฟนสาวที่เขาคบด้วย หากก็ไม่สามารถมัดใจลัทธพลไว้

ได้นาน

“ทำไมคุณแม่ไม่คิดล่ะครับว่า ถ้าคุณแม่ไม่เลิกกับเขา คุณแม่คง

ไม่ได้แต่งงานกับคุณพ่อและมีผมออกมา”

“ยุธอย่าเข้าข้างคนที่ทำร้ายแม่ได้มั้ย ยุธไม่เหรอกว่าแม่ทั้งเจ็บทั้ง

อายจนแทบจะอยู่ต่อไปไม่ได้ ดีที่ได้พ่อของยุธ...” ปลายเสียงเริ่มเครือมาก

ขึ้นเมื่อพูดถึง หม่อมราชวงศ์วราทัต บุณยเรศย์ สามีผู้วายชนม์

อายุธมองหน้ามารดา พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าผู้หญิงที่ทั้งสวยและ

หยิ่งทะนงอย่างคุณหญิงอมราจะเจ็บปวดสักแค่ไหนเมื่อเป็นฝ่ายถูกทิ้ง

มันคงจะมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

“เรื่องมันผ่านมานานแล้วนะครับคุณแม่ จนใครต่อใครคงลืมไปหมด

แล้วว่าคุณแม่เคยเป็นคนรักเก่าของคุณลัทธพล ตอนนี้มีแต่คนรู้จัก

คุณหญิงอมรา บุณยเรศย์ ไม่ใช่นางสาวอมรา วิสุทธิการ” อายุธยกเอา

เรื่องที่อีกฝ่ายภูมิใจขึ้นมาพูด ใครๆ ก็รู้ว่าคุณหญิงอมราได้ตำแหน่ง

คุณหญิงมาด้วยความสามารถ

“แม่ไม่ต้องการผูกพันกับตระกูลนี้”

“เลิศวิวัฒน์เป็นตระกูลที่รารวยมากนะครับคุณแม่ ไม่แพ้บุณยเรศย์

ของเรา” อายุธพยายามเกลี้ยกล่อมมารดาให้เห็นดีเห็นงาม

“รวยแล้วยังไง...ผู้หญิงอย่างแม่นั่นน่ะเจ้าชู้ไม่แพ้พ่อของมันหรอก

แม่เห็นเป็นข่าวกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว ทั้งๆ ที่ปากก็บอกว่าเป็นแพ่นยุธ”

“เพื่อนฝูงทั่งนั้น” ชายหนุ่มแก้แทน

“เพื่อนฝูงที่ไหนต้องจับมือถือแขน ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว”

“คุณแม่ครับ สมัยนี้เขาไม่ถือเรื่องพรรค์อย่างนี้กันแล้ว”

“แต่แม่ถือ”

อายุธถอนหายใจตังเฮือก เพราะความต้องการเอาชนะของมารดา จากเรื่องบิดาของพิมพ์อัปสร ถึงกลายมาเป็นความประพฤติส่วนตัวไต้

“คุณแม่ครับ...คุณแม่น่าจะดีใจนะครับที่ผู้หญิงที่ผมรักเป็นผู้หญิง ที่เหมาะสมกับบุณยเรศย์”

“ถ้าจะให้ยุธแต่งกับแม่นั่น แม่ยอมให้ยุธแต่งกับผู้หญิงไม่มีหัวนอน ปลายเท้าดีกว่า” คุณหญิงอมรากระแทกเสียงตอบ

“งั้นก็เอาสิครับ ถ้าคุณแม่ไม่อยากให้ผมแต่งกับพิมพ์อัปสรจริงๆ ก็ หาผู้หญิงอย่างว่ามาแต่งงานกับผม” อายุธท้าทาย ด้วยรู้นิสัยเจ้ายศเจ้าอย่าง

ของมารดาดี

“อย่ามาท้าแม่นะ”

 

  (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021