สุดที่รักพิทักษ์เธอ

สุดที่รักพิทักษ์เธอ

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160019076
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 320.00 บาท 208.00 บาท
ประหยัด: 112.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

                                     ลูกใครหว่า

 

                ขณะที่ ภุชงค์ วีระดำรงสกุล กำลังยืนคุมลูกน้องทั้งสี่คนในอู่

แต่งรถ ‘พีวี-มอเตอร์’ ให้ประกอบเครื่องยนต์รถมาสด้า RX-7 Type R

หรือที่นักซิ่งในวงการมักเรียกกันว่า FD3S ซึ่งเจ้าของรถจ้างอู่ของเขาปรับ

แต่งให้เหมาะสำหรับการแข่งดริฟต์ในอีกไม่นานนี้ คำสั่งเฉียบขาดจาก

มารดากลับดังกึกก้องในสมอง

                ‘ไม่รู้แหละ แม่รับปากเขาแล้ว วันศุกร์นี้แกต้องไปดูตัวหนูดาว ห้าม

บิดพลิ้วเด็ดขาด!’

                ‘หนูดาว’ ที่คุณนายสุพร มารดาสุดเคารพรักของเขาพูดถึงคือ

ลูกสาวคนเล็กของรองนายกเทศมนตรีเมืองพัทยา นายสาธิต ผลิตชัย และ

ยังพ่วงตำแหน่งน้องสาวเจ้าของรถยนต์สีแดงตรงหน้าเขาคันนี้อีกด้วย

                ดาราคือชื่อจริง ส่วนดาวคือชื่อเล่น อายุ 23 ปี เพิ่งจบการศึกษา

สาขาบริหารการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยโซล ประเทศเกาหลีใต้ ส่วนสูง

168 เซนติเมตร น้ำหนัก 42 กิโลกรัม เลือดกรุ๊ปเอ ยังไม่เคยมีแฟนมาก่อน

เพราะเป็นเด็กที่สนใจแต่การเรียน...นี่คือประวัติที่คุณนายสุพรได้รับมา

                ภุชงค์โน้มตัวลงตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องยนต์ที่เด็กอู่

ประกอบ เมื่อไม่พบความผิดปกติ เขาก็ยืดตัวขึ้น พยักหน้าให้เด็กอู่หัวโล้น

นามว่าจ๊อดไปลองสตาร์ตเครื่อง ห่างจากอู่ไปราวสิบกิโลเมตรมีลานซีเมนต์

โล่งๆ สำหรับลองดริฟต์รถอยู่ ภุชงค์ตั้งใจว่าจะนำเจ้าคันนี้ไปลองเครื่อง

ที่นั่น หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีเหมือนที่เคยเป็นมา เขาจะได้เงินก้อนโต

ทีเดียวเมื่อเจ้าของรถแข่งชนะ

                ‘อายุก็ยี่สิบแปดยี่สิบเก้าเข้าไปแล้ว แม่คนอื่นๆ เขาได้รับขวัญลูก

สะใภ้กันหมดแล้วนะ บางคนได้อุ้มหลานแล้วด้วยซ้ำ ไป ต้องรอให้แม่ตาย

ก่อนใช่มั้ยถึงจะสำนึก ไอ้ลูกเนรคุณ’

                ภุชงค์ถอยหลังออกมาเมื่อเสียงเครื่องยนต์ครางหึ่ง เขายกแขนเสื้อ

ชุดหมีปาดเหงื่อบนหน้าผาก ไม่นึกเลยว่าการที่เขาไม่ยอมไปนัดบอด หรือ

นัดดูตัวหญิงสาวที่แม่เลือกตลอดหกเดือนที่ผ่านมานั้นจะทำให้เขากลาย

เป็นลูกอกตัญญูไปเสียได้ ทั้งที่เขาก็ให้เงินคุณนายแม่ไปเล่นไพ่ไม่มีขาด

แถมก่อนหน้านี้เขายังซื้อนกกรงหัวจุกราคากว่าสองแสนบาทตัวใหม่ให้พ่อ

เป็นของขวัญวันเกิดอีกด้วย

                ‘ภายในปีนี้แกจะต้องแต่งงาน เซียนหมูหูทิพย์ก็บอกไว้ว่าถ้าแก

แต่งงานปีนี้ ดวงแกจะเจริญรุ่งเรืองสุดๆ ถ้าหาเมียเองไม่ได้ แม่จะหาให้

แกเอง’

                ประกาศิตของแม่ทำภุชงค์ขนลุกเกรียวด้วยความหวาดหวั่น ทุก

อย่างเริ่มต้นขึ้นตอนเขาพาพ่อกับแม่ไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนสนิทที่

ลำปาง ถ้าบนโลกนี้มีเครื่องย้อนเวลาอยู่จริง ภุชงค์จะเลือกไปงานแต่งงาน

ของเพื่อนสนิทกับพวกเด็กอู่เท่านั้น

                แต่จะว่าไปแล้ว เขาก็พอเข้าใจเหตุผลที่แม่อยากให้เขาแต่งงานอยู่

ก็ไอ้พัดหรือพีภัทร เพื่อนรักของเขาน่ะสิ ได้แต่งงานกับลูกสาวพ่อเลี้ยง

เมืองเหนือ นามว่าริสา ในงานแขกทุกคนแทบสำลักความหวานที่บ่าวสาว

หยอดใส่กันอย่างไม่เกรงใจใคร ยิ่งตอนที่ริสากล่าวบนเวทีว่า ที่ผ่านมา

พีภัทรคอยดูแลปกป้องเธอมามากแล้ว ต่อจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของเธอบ้าง

ที่จะดูแลปกป้องเขาไปตลอดชีวิต คุณนายสุพรถึงกับน้ำ ตาไหลพรากด้วย

ความซาบซึ้ง ประหนึ่งกำลังดูฉากที่แสนกินใจของละครหลังข่าว

            โชคดีที่ตอนเจ้าสาวโยนดอกไม้ ภุชงค์ทำเนียนปวดท้องเข้าห้องน้ำ

ไม่ได้ไปยืนรอแย่งรับดอกไม้ตามคำสั่งของเสด็จแม่ เขาไม่รู้ว่าสถานการณ์

จะหนักหนากว่านี้สักขนาดไหน หากวันนั้นเกิดดวงซวยช่อดอกไม้ตกใส่

มือเขาพอดี

                แต่ถึงกระนั้น เมื่อดูสถานการณ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน

สักเท่าไร...

                ผู้หญิงที่คุณนายสุพรหามาให้เขาดูตัว ถ้าไม่ใช่ลูกสาวของเพื่อน ก็

เป็นผู้หญิงที่มาจากบริษัทจัดหาคู่ แต่ไม่เคยมีใครเพียบพร้อมทั้งฐานะ

ทางบ้านและทางสังคมเท่าดารามาก่อน เขาจะปฏิเสธเสียงแข็งแบบครั้ง

ก่อนก็ไม่ได้เสียด้วย เพราะรองนายกเทศมนตรีสาธิตเป็นผู้มีอิทธิพล

ค่อนข้างมาก ทุกคนในเมืองพัทยาต่างให้ความเกรงใจ แถมพี่ชายคนโต

ของดาราก็นำรถมาแต่งที่อู่ของเขาอยู่บ่อยๆ การไม่ไปกินข้าวกับดารา

คงถือว่าเป็นการไม่ให้เกียรติอย่างยิ่ง

                “โฮ้ย ปวดหมองโว้ย!”

                ภุชงค์ยกมือขยี้ศีรษะ ตะโกนออกมาดังลั่นเพื่อระบายความอึดอัด

จนลูกน้องสี่คนที่มีนามว่าจ๊อด โจ๊ก แว่น และหมู ซึ่งยืนล้อมรถยนต์สีแดง

หันมามองเป็นตาเดียว

                “ปวดหมองเรื่องอะไรครับเฮีย” โจ๊ก หนุ่มผิวเข้มถาม แต่นัยน์ตา

เป็นประกายขบขันเล็กน้อย ใครๆ ก็รู้ว่าลูกพี่ของพวกเขากำลังปวดหัวเรื่อง

อะไร

                “ศุกร์นี้เฮียจะทำไงดีวะ ไม่ไปก็ไม่ได้ซะด้วย” ภุชงค์ยกมือเท้าเอว

ส่ายหัวดิกอย่างอ่อนใจ

                “ผมบอกให้เฮียแอ๊บเป็นตุ๊ด เฮียก็ไม่เชื่อผม” หมู เด็กหนุ่มร่างอ้วน

สมชื่อพูดและหัวเราะก๊าก “รับรอง วงแตกแน่”

                “แอ๊บตุ๊ดพ่อเอ็งสิ ขืนทำแบบนั้นคุณนายสุพรได้เล่นงานเฮียตาย

แน่” ภุชงค์ขยำผ้าขนหนูสีดำที่พาดคอปาใส่ลูกน้องร่างอ้วน

            “แหม แล้วมันไม่ดีเหรอฮะ” จ๊อดโผล่หัวออกมาจากประตูรถฝั่ง

ผู้โดยสาร “เฮียกำลังจะมีคุณนายอู่เป็นถึงลูกสาวรองนายกฯ เชียวนะ”

                “ไม่ดีโว้ย เฮียสาบานกับตัวเองไว้แล้วว่าชาตินี้จะไม่แต่งงานกับใคร

ถ้ายังตามหาคนคนหนึ่งไม่เจอ” ภุชงค์พึมพำออกมาเบาๆ แต่ก็ดังพอจะ

ลอยไปเข้าหูเด็กอู่ทั้งสี่คน

                “ใครเหรอครับ” พวกเขาโพล่งถามพร้อมกัน

                ภุชงค์เบือนหน้า เหม่อมองออกไปนอกอู่รถ แสงแดดที่สาดส่อง

เข้ามาจากด้านนอกสะท้อนประกายกับดวงตาของเขาวิบวับ

                เขาตอบเสียงนุ่ม “รักแรกของเฮีย”

                “ฮิ้ว”

                จ๊อด โจ๊ก หมู และแว่น เป่าปากอย่างสนุกสนาน ก่อนที่เด็กหนุ่ม

ใส่แว่นจะถาม

                “แล้วทำไมเฮียกับคนที่เป็นรักแรกถึงแยกกันล่ะครับ”

                ภุชงค์หันหน้ากลับมา แล้วตอบเสียงนุ่มกว่าเดิม “เสือก”

                คำตอบของเขาทำให้เด็กอู่ทั้งสี่แยกย้ายกันกลับไปทำงานของตัวเอง

ต่อทันที

                ชายหนุ่มเจ้าของอู่เดินไปที่ประตูออฟฟิศที่อยู่ลึกเข้ามาด้านใน

ปกติแล้วอู่แห่งนี้จะเปิดเพลงร็อกสากลดังกระหึ่มสร้างความคึกคักให้

การทำงาน แต่ตอนนี้เขาปวดสมองเกินกว่าจะรับฟังอะไรอีก เขาจะจัดการ

กับปัญหาใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้าอย่างไรดี เขายังไม่อยากคบใคร เรื่อง

แต่งงานยิ่งไม่ต้องพูดถึง

                เพราะหัวใจของเขายังคิดถึงแต่พี่สาวคนนั้นอยู่ตลอดเวลา

                ภุชงค์เข้าห้องน้ำ ล้างหน้าล้างตา และถอดชุดหมีสำหรับซ่อมรถออก

เขามองเงาสะท้อนของตัวเองบนกระจก ใบหน้าที่มีหยดน้ำ เกาะพราวของ

บุรุษหนุ่มหน้าตาคมคายจ้องตอบกลับมา มีหลายครั้งที่เขาอยากจ้าง

ผู้หญิงสักคนให้แกล้งมาคบกับเขาเพื่อตบตาแม่ แต่เขาจะไว้ใจผู้หญิง

พวกนั้นได้อย่างไร ประสบการณ์ที่ผ่านมาบนถนนยามราตรีของพัทยา

สอนให้เขารู้ว่าผู้หญิงทุกคนมักซ่อนความเจ้าเล่ห์แสนกลไว้ภายใต้ความ

สวยงามเสมอ

                แล้วเวลากระชั้นชิดแบบนี้ เขาจะไปหาหน้าม้าที่ไว้ใจได้จากที่ไหน

                คิดแล้วก็อยากหาพาราเซตามอลกินแก้ปวดหัวสักเม็ด

 

                คุลิกาเดินจูงมือออกัสมาหยุดยืนหน้าอู่ซ่อมรถที่ติดป้ายชื่อ

ว่า ‘พีวี-มอเตอร์’ นาฬิกาข้อมือสีเงินของเธอบอกเวลาเที่ยงสี่สิบนาที

ดวงอาทิตย์ลอยอยู่กลางท้องฟ้า สายลมแผ่วเบาโชยมาแตะผิวกาย คล้าย

ต้อนรับผู้มาเยือนจากการเดินทางอันเหน็ดเหนื่อย ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าประตู

เหล็กดัดของอู่ซ่อมรถที่ปิดสนิท บ่งบอกว่าไม่มีใครอยู่

                นี่อาจหมายความว่าพวกเธอต้องมารอเก้อ ไม่ได้พบ ‘ใครคนนั้น’

                “ตามที่อยู่ ต้องเป็นอู่นี้แน่เลยเจ้ ป้าที่ร้านขายน้ำฝั่งโน้นก็บอกว่า

ใช่” ฉกาจที่เดินตามมาพูด พร้อมทั้งดูที่อยู่ที่บันทึกไว้ในสมาร์ตโฟน

                “แต่เขาจะใช่พ่อของออกัสจริงๆ เหรอ เวลามันก็ผ่านมานานหลาย

ปีแล้วนะ”

                “ถ้าอู่ยังเปิดอยู่ที่เดิม ก็แสดงว่าเจ้าของอู่ยังไม่ไปไหน” คุลิกาพูด

อย่างมั่นใจ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตนเองถึงมั่นใจนัก เธอลงทุน

หยุดงาน ยอมเสียรายได้ เดินทางจากกรุงเทพฯ มาชลบุรี ไม่ใช่เพื่อมา

คว้าน้ำเหลวอย่างเด็ดขาด

                “คะ...คุณพ่อ...ยะ...อยู่ไหนคะ”

                เด็กหญิงตาแป๋วเงยหน้าถามเธอ ออกัสกระตือรือร้นมากที่จะได้พบ

พ่อ คุลิกาไม่รู้ว่าเธอคิดผิดหรือคิดถูกที่บอกเรื่องนี้กับหลานสาว ออกัสจะ

เข้าใจไหมหนอว่าพ่อที่แกรอคอย คือผู้ชายเลวๆ ที่ทิ้งแกกับแม่ของแกไป

โดยไม่ไยดีเมื่อแปดปีก่อน

                และอาจเป็นคนเดียวที่เป็นต้นเหตุนำความเดือดร้อนมาให้พวกเธอ

ก็ได้

                “คุณแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” คุลิกาบีบมือเด็กหญิงแน่นขึ้น ก่อน

กวาดสายตามองไปที่ประตูอู่ และเห็นป้ายกระดาษติดแจ้งไว้ว่าอู่พีวี-

มอเตอร์แห่งนี้จะเปิดทำการในเวลาใดบ้าง ซึ่งตามปกติเวลานี้อู่จะต้องเปิด

แล้ว พลันดวงตาของคุลิกาก็สะดุดเข้ากับเบอร์โทรศัพท์ของเจ้าของอู่ที่

แสดงอยู่บนป้าย

                ภุชงค์

                08 1824 66...

                คุลิกาไม่เคยรู้ว่าชายคนที่ทำพี่สาวของเธอท้อง คนที่เป็นพ่อของ

ออกัสโดยสายเลือดรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แม้แต่ชื่อ พี่สาวของเธอก็

ไม่เคยบอก สิ่งเดียวที่คุลิการู้เกี่ยวกับพ่อของออกัสก็คือ เขาเปิดอู่ซ่อมรถ

อยู่ที่พัทยาเหนือ อู่ชื่อว่าพีวี-มอเตอร์ และเธอก็เจอที่อยู่ของอู่แห่งนี้ในสมุด

บันทึกเล่มเก่าของพี่สาว

                นี่ก็ครบสองสัปดาห์แล้วหลังจากชายฉกรรจ์ห้าคนบุกเข้ามาในบ้าน

ของพวกเธอเพื่อลักพาตัวออกัส คุลิกาประหลาดใจมากเมื่อแจ้งความให้

ตำรวจมาจับผู้บุกรุก แต่กลับไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ต่อจากนั้น

                เธอเองนอกจากคืนที่เกิดเหตุแล้ว ตำรวจก็ไม่ได้เรียกตัวไปให้

ปากคำเพิ่มเติมอีก พอคุลิกาตามข่าวอีกทีถึงได้ทราบว่าผู้บุกรุกเหล่านั้น

ถูกปล่อยตัวหลังถูกจับกุมแทบจะในทันที ซึ่งไม่ว่าจะพยายามถามหา

เหตุผลอย่างไร ทางตำรวจก็ตอบเพียงว่าไม่มีหลักฐานมากพอที่จะจับกุม

คนเหล่านั้น

                คุลิกาจึงไม่เข้าใจว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องอะไรกันแน่ คนพวกนั้น

ต้องการตัวหลานสาวเธอไปทำไม หรือต้องการตัวไปเพื่ออะไร แล้วที่ตำรวจ

ทำเมินเฉย เป็นเพราะชายฉกรรจ์พวกนั้นมีคนใหญ่คนโตคอยหนุนหลังอยู่

ใช่หรือไม่

                ด้วยความสงสัย คุลิกาเลยใช้ทักษะจากการอ่านนิยายสืบสวน

มาทั้งชีวิตปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน ซึ่งพอเอาเข้าจริงมันก็

ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไร จนกระทั่งความมืดมิดของปมปริศนาเริ่มมีแสง

เรืองรองเมื่อเธอเจอสมุดไดอะรีของพี่สาว ขณะจัดห้องเก็บของเพื่อวาง

ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านใหม่

                สมุดบันทึกที่เปิดเผยเรื่องราวในอดีตของพี่สาวเธอ

                คุลิการีบไล่ภาพที่ตัวเองยืนอ่านสมุดบันทึกแล้วน้ำตาไหลในเงามืด

ของห้องเก็บของออกจากสมอง เธอยังคงกุมมือหลานสาวอยู่เช่นเดิม

ขณะล้วงโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าสะพายมากดเบอร์โทร. เจ้าของอู่

ยกโทรศัพท์แนบหูและรอคอย

                เสียงรอสายดังสี่ครั้ง จากนั้นใครคนหนึ่งก็กดรับสาย

                “เฮียชอนเทสต์รถอยู่ ตอนนี้จ๊อดรับสายแทนครับผม”

                “สวัสดีค่ะ” คุลิกาตอบเสียงหวานด้วยความเป็นมิตร ผิดกับสีหน้า

หงุดหงิดไม่ชอบใจ มันเป็นงานถนัดของพนักงานคอลเซนเตอร์อย่างเธอ

อยู่แล้ว หน้าที่ครูสอนเทควันโดในช่วงเย็นถึงค่ำเป็นเพียงอาชีพเสริม

คุลิกาทำงานประจำอยู่ในบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ยี่ห้อยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

ที่ขึ้นต้นด้วยตัว T ทุกๆ วันเธอต้องรับมือกับผู้คนหลากหลายประเภท เรื่อง

พูดคุยให้คนแปลกหน้าไว้ใจจึงไม่ใช่งานหนักสำหรับเธอเลย

                “เอ่อ...สวัสดีครับ ไม่ทราบจะติดต่อเรื่องอะไรหรือครับ” เห็นได้ชัด

ว่าผู้รับสายพยายามเก๊กเสียงหล่อกว่าเดิมสามจุดสองเท่า

                “คืออยากพูดสายกับคุณภุชงค์ เจ้าของอู่พีวี-มอเตอร์ น่ะค่ะ”

คุลิกาพูดต่อ พร้อมกับทำน้ำเสียงให้ชวนฟังมากที่สุด

                “เฮียชอน เอ๊ย คุณภุชงค์กำลังนำรถของลูกค้าไปเทสต์เครื่องยนต์

อยู่ครับ ตอนนี้คงไม่สะดวกคุย แต่มีอะไรก็ฝากเรื่องไว้ที่ผมได้เลยนะครับ

ผมเป็นลูกน้องคนสนิทที่คุณภุชงค์ไว้วางใจมากที่สุดครับผม”

                คุลิกาได้ยินใครบางคนส่งเสียง ‘ถุย!’ แว่วเข้ามาพร้อมกับเสียง

ล้อรถบดถนนเอี๊ยดอ๊าดไม่ขาดระยะ

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021