มนตร์เมโลดี้

มนตร์เมโลดี้

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020893
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 250.00 บาท 162.50 บาท
ประหยัด: 87.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

                          คำทำนาย

 

                ภาพสะท้อนชายหนุ่มผิวเข้มในชุดเสื้อยืดและกางเกงวอร์ม

ซ้อมเต้นจากกระจกเงาบานใหญ่ในห้องซ้อมเต้นของบริษัทเมโลดี้ รี-

เฟลคชั่น บริษัทต้นสังกัด ร่างนั้นดูทะมัดทะแมงและหยาดชื้นไปด้วยเหงื่อ

 “5 6 7 8…1 2 3 4” เสียงพิมพ์ดาว คุณครูสอนเต้นดังนับจังหวะให้

นักร้องหนุ่มขยับตาม “ดีมากค่ะน้องกล้า” คุณครูสาวเอ่ยชม

การซ้อมเต้นสิ้นสุดลง รักตกัณฐ์เดินไปคว้าแก้วน้ำส่วนตัวที่มุมห้อง

ดื่มอย่างหิวกระหาย คุณครูสาวเดินเข้ามาใกล้

“น้องกล้าคะ ถ้ายังไง พรุ่งนี้พี่นัดอีกครั้ง...”

“จะนัดทำไมอีก กล้าก็เต้นได้แล้วนี่” รักตกัณฐ์ขัดก่อนที่อีกฝ่ายจะ

พูดจบ

“แต่ว่าเพื่อความชัวร์”

“ไม่ต้อง กล้าเต้นได้แล้ว เสียเวลา” นักร้องหนุ่มตัดบท

“แต่ว่า...”

 รักตกัณฐ์โบกมือเป็นเชิงห้ามอีกฝ่ายพูดต่อขณะกำลังดื่มน้ำ

“กล้าบอกว่าไม่ก็คือไม่ ฟังภาษาคนรู้เรื่องไหมครับ โอเคนะครับ

กล้าจะไปซ้อมร้องเพลงต่อ”

ร่างสูงเดินผ่านไป พิมพ์ดาวได้แต่ยืนถอนหายใจอย่างปลงจิต ตั้งแต่

สอนเหล่านักร้องคนดังมาไม่เคยมีใครที่เป็นอย่างนักร้องหนุ่มคนนี้เลย เต้น

ก็ใช่ว่าจะเก่ง ยังจะขี้เกียจซ้อมอีก นี่ถ้าไม่เสียงดีเลิศคงไม่สามารถมายืน

 อยู่ ณ จุดนี้ได้ยืนยาวอย่างแน่นอน

 

รักตกัณฐ์ซ้อมร้องเพลงเพื่อเตรียมทำอัลบัมชุดใหม่ราวสอง

ชั่วโมงก่อนจะออกมาจากห้องซ้อมร้องเพลงพบกับวัชรเทพ นักร้องหนุ่ม

หน้ามนรุ่นพี่ที่ผ่านเวทีการประกวด Dreams Come True รุ่นก่อนหน้าเขาหนึ่งปี

วัชรเทพกำลังนั่งอ่านนิตยสารกับจตุรงค์อย่างสนุกสนานที่โซฟา

รับรองหน้าห้องซ้อมร้องเพลง เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเปิดปิดประตู

ห้อง

“อ้าว ต้นกล้า เสร็จแล้วเหรอ” วัชรเทพเอ่ยทัก

“ครับ” รักตกัณฐ์ตอบรับเบาๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้ๆ ทั้งสอง ชะโงก

หน้ามองนิตยสารบนโต๊ะที่ทั้งสองรุมดูพลางถาม “ทำอะไรกันน่ะครับ”

“ติอาโมฉบับล่าสุดค่ะน้องกล้าขา” จตุรงค์ตอบ “มีรูปน้องกล้ารับ

รางวัลเมื่ออาทิตย์ก่อนด้วยนะคะ ดูสิคะ ล้อหล่อค่า”

“ของมันแน่อยู่แล้ว” รักตกัณฐ์ตอบอย่างอารมณ์ดี

“นั่นสิพี่ตุ๊ก ดรีมคัมทรูมีคนไม่หล่อด้วยเหรอ” วัชรเทพสำทับ

เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัด ผิวขาว หน้ากลมมน คิ้วหนา ตาเรียว และมี

น้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นรุ่นพี่ที่ประกวดโครงการเดียวกับรักตกัณฐ์

ก่อนหนึ่งปี วัชรเทพได้อันดับที่สามของซีซันนั้น

“พี่โน้ตมาซ้อมร้องเพลงเหรอครับ” รักตกัณฐ์ถาม

“อืม พอดีว่าโพรเจกต์ใหม่ของค่ายเขารวบรวมดรีมคัมทรูหลาย

ซีซันมาร้องรวมกันเป็น ดรีมคัมทรู ทูเกตเตอร์สี่น่ะ”

“โห...ชุดสี่แล้วเหรอครับเนี่ย” นักร้องหนุ่มรุ่นน้องตาโต เขารู้หรอก

ว่าอัลบัมที่วัชรเทพหมายถึงนี้คือการนำเหล่านักร้องที่ผ่านเวที Dreams

Come True มาร้องเพลงรวมกันเป็นอัลบัมพิเศษโดยใช้ชื่อว่า Dreams

Come True Together

“อุ๊ยตายว้ายกรี๊ด นี่มันหมายถึงน้องต้นกล้ารึเปล่าคะเนี่ย” เสียง

จตุรงค์ดังขึ้นเรียกความสนใจสองหนุ่มที่นั่งอยู่บริเวณนั้น

“ไหน” เจ้าตัวเอ่ยถามพลางนั่งลงข้างๆ นักร้องหนุ่มรุ่นพี่

“นี่ไงคะ คอลัมน์ ‘หมอกลศ คอมเมนต์’ นี่น่ะค่ะ นักร้องหนุ่มชื่อ

เล่น ตก. แหม...ย่ออย่างนี้บอกชื่อเต็มดีกว่าเลยค่ะคุณหมอขา” จตุรงค์

แสดงความเห็นอย่างจีบปากจีบคอ

“อ้อ...ไอ้หมอดูปากจัดที่ชอบกัดคนดังๆ น่ะเหรอ” รักตกัณฐ์

แบะปาก

“คนนั้นแหละค่ะ ที่ไปคอมเมนต์น้องเปอร์เลอร์ ปานวิลาศ ว่าจะ

ท้องก่อนแต่งจนโดนคนทั้งประเทศเขาแช่งชักหักกระดูกว่าไปใส่ร้าย

นางเอกเบอร์หนึ่งของเมืองไทยได้ยังไง แต่สุดท้าย น้องเปอร์เลอร์ก็ป่อง

จริงๆ แหละค่ะถึงได้สละโสดสายฟ้าแลบขนาดนั้น แม้นแม่นจริงๆ นะคะ”

จตุรงค์บรรยายสรรพคุณของหมอดูฉายา ‘หมอกลศ คอมเมนต์’ อย่างรู้ดี

รู้แจ้งเพราะชอบตามติดกระแสคนดังตามคอลัมน์ซุบซิบอักษรย่ออย่างนี้

อยู่แล้วโดยเจ้าตัวบอกว่ามันท้าทายดีที่จะต้องมานั่งลุ้นนั่งเดาว่าเจ้าของ

อักษรย่อนั้นคือใคร

“หมอหรือหมาก็ไม่รู้ชอบกัดคนอื่นเขานัก” นักร้องหนุ่มว่า

วัชรเทพหัวเราะก่อนถามอย่างสนใจ “ไหน แล้วเขาว่าอะไรบ้าง”

จตุรงค์จัดให้ เจ้าหล่อนจีบปากจีบคออ่านเสียงดังฟังชัด

“นักร้องหนุ่มผิวเข้ม นัยน์ตาหวาน เสียงกังวานปานน้ำผึ้ง เอ่อ...”

จตุรงค์เว้นวรรคไปนิด ชำเลืองมองรักตกัณฐ์

“มีอะไร” รักตกัณฐ์ถาม

“คือ...น้องกล้าคะ ที่พี่จะอ่านเนี่ย เป็นข้อความจากในหนังสือ

ล้วนๆ เลยนะคะ คือว่า...น้องกล้าอย่าโกรธพี่นะคะถ้าจะให้พี่อ่านให้ฟัง”

 ตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ

                “กล้าไม่ได้ขอให้พี่ตุ๊กอ่านนี่ พี่โน้ตเขาอยากรู้ต่างหาก” รักตกัณฐ์

ตอบนิ่งๆ

“อ้าว” สาวประเภทสองอ้าปากค้าง สบตากับวัชรเทพที่ยิ้มน้อยๆ

“อะๆ ช่างเหอะ เขียนว่าอะไรก็อ่านมา ฟังได้ทั้งนั้นแหละ” รักตกัณฐ์

ตัดบท

“แน่นะคะ ถ้าพี่อ่านแล้ว น้องกล้าอย่าลุกขึ้นมาต่อยหน้าพี่นะคะ”

จตุรงค์ย้ำอีกรอบ เมื่อรักตกัณฐ์พยักหน้า จึงอ่านต่อ “เอ่อ...ถึงไหนแล้วคะ

ขอทวนใหม่นะคะ นักร้องหนุ่มผิวเข้ม นัยน์ตาหวาน เสียงกังวานหวาน

ปานน้ำผึ้ง ผู้ซึ่งมีอาชีพเสริมคือจอมสร้างภาพในวงการมายา ที่น้อยคน

นักหนาจะหารู้ความอัปยศของนักร้องอักษรย่อ ตก. คนนี้ไม่ นักร้องหนุ่ม

มาดเข้มดูดีผู้มีดีกรีชนะเลิศเรียลิตีคว้าฝันเพิ่งครบเบญจเพสหมาดๆ ใน

ลัคนาราศีธนู จะถูกธนูรักแผลงผลักให้เจออาเพศถึงขั้นสูญเสียความ

สามารถการร้องเพลงที่ตนเองถนัด จะอัตคัดแฟนคลับ จงระวังคนสนิท

ชนิดแทงข้างหลังกระอักไปถึงขั้วหัวใจ ภาพลักษณ์ที่สร้างลวงเป็นมายาที่

ฉาบทาด้วยทองปลอมจะถูกลอกด้วยนิสัยที่หลบใน ไม่เห็นหัวใคร

ไม่เกรงใจใคร หากไม่ลด ละ เลิก นิสัยเสียที่ซ่อนเร้น เห็นทีจะต้องปิดฉาก

ลาจากวงการมายาไปโดยปริยาย คอมเมนต์!”

 จตุรงค์ใส่อารมณ์เต็มที่ แต่มิวายหรี่ตามองรักตกัณฐ์อย่าง

หวาดระแวง รู้กิตติศัพท์พ่อเจ้าประคุณดีอยู่หรอกว่าหากใครขัดใจละก็ พ่อ

จะแสดงโทสะอรหันต์ขนาดไหน ยิ่งเนื้อความในคอลัมน์ที่อ่านไปนั้นแรงไม่

เบา แถมหล่อนยังอ่านออกรสชาติขนาดนี้ มีหวังได้ให้วัชรเทพหิ้วปีกไปส่ง

โรงพยาบาล

ทว่าผิดคาด เพราะรักตกัณฐ์แค่ขมวดคิ้ว นัยน์ตาหวานแข็งกร้าว

ขึ้นเล็กน้อยเพราะที่จตุรงค์อ่านมาทั้งหมด คุณสมบัติภาพลบรุนแรงที่

เปิดเผยผ่านสื่ออักษรด้วยอักษรย่อสองตัวนั้นไม่ต่างจากที่จตุรงค์ค่อนขอด

บอกคุณสมบัติข้อดีและข้อเสียที่ปกปิดของเขาเสียขนาดนี้ แน่จริงก็ลง

ชื่อจริงพร้อมนามสกุลไปเสียเลยสิ

“จะว่าไปแล้ว น้องกล้าก็เพิ่งพ้นเบญจเพสนี่คะ” เมื่อเห็นว่านักร้อง

 หนุ่มไม่ว่าอะไร จตุรงค์จึงสันนิษฐานต่อเพราะมั่นใจว่าบุคคลในคอลัมน์

 ต้องหมายถึงต้นกล้า รักตกัณฐ์ ก้องกิดาการ แน่นอน คอมเมนต์!

“ไร้สาระน่าพี่ตุ๊ก” เจ้าของดวงว่าอย่างไม่ใส่ใจ ต่อให้เขาคือคนที่

หมอดูปากจัดคนนี้คอมเมนต์จริง ชายหนุ่มก็เชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรทำให้เขา

สูญเสียความสามารถในการร้องเพลงอันเป็นพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่

กำเนิดกับพรแสวงอันบรรเจิดในตอนโตของเขาได้หรอก

“แต่พี่ว่ากล้าก็ต้องระวังเอาไว้ด้วยนะ จะเบญจเพสหรือไม่

เบญจเพสก็ต้องระมัดระวังตัว เราเป็นคนของประชาชนนะ หากเป็นอะไร

จะลำบาก ยิ่งช่วงนี้กำลังจะออกอัลบัมใหม่ ต้องดูแลสุขภาพให้ดี เรื่อง

เสียงนี้ต้องระวัง” วัชรเทพเอ่ยเตือนอย่างจริงใจ

“ขอบคุณครับพี่โน้ต” รักตกัณฐ์ยกมือไหว้ขอบคุณ

“พี่ไปซ้อมร้องเพลงก่อนนะ” วัชรเทพบอก

“ครับ” รักตกัณฐ์ตอบรับ แต่เมื่อคล้อยหลังวัชรเทพ ชายหนุ่มก็เบ้

ปาก พึมพำไล่หลัง “ทำมาเป็นเตือน อิจฉาละสิไม่ว่า”

“แหม...น้องโน้ตก็เป็นห่วง...” จตุรงค์ไม่สามารถพูดได้จบประโยคก็

เจอสายตาขวางๆ จนต้องสงบปากสงบคำ

 

ให้รัก...เป็นดั่งแสงส่องทาง ให้ฉันมีเธอเคียงข้าง จะไม่ห่าง

กันไปไหน

ให้เธอ...เป็นสายธารของหัวใจ ให้ฉันมีเธอข้างกาย

ปลุกปลอบโยนในหัวใจ จากนี้และตลอดไป...จะมีกัน”

เสียงหวานกังวานใสของนักร้องหนุ่มก้องดังไปทั่วอาณาบริเวณชั้น

ยี่สิบสามของคอนโดมิเนียมหรู รักตกัณฐ์ออกมาร้องเพลงที่ริมระเบียง

‘สายธารแห่งใจ’ บทเพลงใหม่ในอัลบัมล่าสุดของเขาที่คาดว่าจะวางแผง

ประมาณปลายปีนี้

ชายหนุ่มเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำกำมะหยี่ที่มีเพียงจันทราส่องแสง

อ่อนแรงแข่งกับแสงไฟในเมืองหลวง เมืองที่หล่อหลอมให้เขารู้จักกับคำว่า

‘แข่งขัน’ ชีวิตของเขาอยู่คู่กับคำว่าแข่งขันมาตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่ในชั้น

มัธยมศึกษา สิ่งแวดล้อมรอบข้างบอกเขาว่าทุกอย่างเป็นการแข่งขัน หาก

ไม่ ‘แข่งขัน’ เพื่อ ‘แก่งแย่ง’ ก็จะไม่ได้มาในสิ่งที่ต้องการ

ดั่งเช่นความฝันของเขา ใครๆ มักบอกว่าเขาเสียงดี มีเสน่ห์และ

มากความสามารถ ชายหนุ่มจึงได้ก้าวเข้าสู่การประกวดบนเวทีของ

Dreams Come True Season 3 และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ด้วย

น้ำเสียง สำเนียง และลีลาของเขาทำให้เรียกคะแนนนิยมจากมหาชนทั้ง

ประเทศที่ส่งแรงเชียร์ด้วยการ ‘โหวต’ ให้เขาจนชนะเลิศในเวทีนั้นและก้าว

เข้าสู่วงการเพลงอย่างเต็มตัว

และด้วยความที่ใครๆ ต่างบอกว่าเขาเสียงดี มีเสน่ห์ มากความ

สามารถทั้งร้อง เต้น เล่นดนตรีและกีฬานี่เองที่ส่งผลให้รักตกัณฐ์ยิ่งเกิด

ความเห่อเหิมในความสามารถของตน

ใช่ว่าไม่รู้ว่าสภาพแวดล้อมในเมืองหลวงเปลี่ยนแปลงเขาไปเช่นไร

แต่ไม่เคยรู้เลยว่า ‘อะไร’ บ้างในตัวเขาที่เปลี่ยนไป รักตกัณฐ์ลืมไปแล้วว่า

เมื่อก่อนเขาเป็นคนเช่นไร รู้แค่ว่าในสังคมและวงการบันเทิงเขาแทบไม่

ไว้ใจใครและไม่ยอมให้ใครได้ก้าวเข้าล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขา

แม้แต่นพวรรณ ผู้เป็นผู้จัดการส่วนตัวซึ่งทางที่บริษัทจัดให้ก็ไม่เคยได้ย่าง

กรายเข้ามาในห้องพักของเขาถ้าเขาไม่อนุญาต แม้นพวรรณจะทำงานกับ

เขามานานตั้งแต่เขาชนะเลิศเวทีล่าฝันนั้น แต่แววตาและการกระทำที่ชอบ

ถึงเนื้อถึงตัวและประจบประแจงทำให้ชายหนุ่มไม่ค่อยชอบนัก

ชายหนุ่มถอนหายใจครู่หนึ่งก่อนเปล่งเสียงเป็นเนื้อเพลงไพเราะ

อีกครั้ง น้ำเสียงกังวานใสถูกส่งผ่านไปกลางอากาศ

รักตกัณฐ์หารู้ไม่ว่าเสียงของเขาลอยไปถึงวิมานน้อยๆ เชิงบันได

สวรรค์ที่มีเทพธิดาตัวน้อยนั่งเล่นอยู่ ณ บริเวณอุทยานวิมาน หลังงาน

เลี้ยงฉลองอายุครบ ‘สองร้อยปี’ เพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน

 

ให้รัก...เป็นดั่งแสงส่องทาง ให้ฉันมีเธอเคียงข้าง จะไม่ห่าง

กันไปไหน

ให้เธอ...เป็นสายธารของหัวใจ ให้ฉันมีเธอข้างกาย

ปลุกปลอบโยนในหัวใจ จากนี้และตลอดไป...จะมีกัน

“เสียงใครนะ เพราะจังเลย” สุรทัดดาหรือเมโลดี้ เทพธิดาสาวน้อย

ผู้สวมชุดกระโปรงบานทรงสุ่มคลุมเข่าสีขาวสะอาดหมดจดตัดกับผิวขาว

อมชมพูเปล่งปลั่ง ความน่ารักไร้เดียงสาปรากฏชัดเจน เทพธิดาสาวน้อย

มีดวงตากลมโตใต้คิ้วโก่งดั่งคันศร จมูกโด่งงดงาม ริมฝีปากเล็กบางยาม

 ขยับเอ่ยเสียงใสดูน่ารัก น่าทะนุถนอมเหมือนตุ๊กตา แม้จะอายุครบ 200

ปีบริบูรณ์ตามเกณฑ์วาระแห่ง ‘ดุรียวิมาน’ แต่ด้วยสรีระและดวงหน้า

เยาว์วัยทำให้เทพธิดาดูราวเด็กสาววัยสิบแปดปีของโลกมนุษย์

เพราะอายุครบสองร้อยปี ทำให้เมโลดี้สามารถเพ่งทิพยเนตรมายัง

 โลกมนุษย์ได้ เทพธิดาสาวน้อยใช้ความสามารถนั้นมองหาต้นเสียงที่ชวน

หลงใหล

พลันปรากฏภาพชายหนุ่มผิวเข้ม นัยน์ตาชวนฝัน น้ำเสียงเคลิ้ม

หวานกำลังขับขานบทเพลงไพเราะจับใจ เทพธิดาสาวน้อยจดจำใบหน้า

และน้ำเสียงของบุรุษนั้นจนขึ้นใจก่อนจะหลับตาร่ายมนตร์ให้ตัวเองหาย

วับไปกับมวลอากาศแห่งวิมาน

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เมื่อนักร้องหนุ่มจอมสร้างภาพ ผู้เชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองจนไม่เห็นหัวใครถูกหมอดูชื่อดัวทำนายว่าจะเจออาเพศจนถึงขั้นร้องเพลงไม่ได้ แต่เวลานี้เขาเป็นนักร้องที่เก่งและดังที่สุด ไม่มีทางที่เหตุการณ์แบบนั้นจะเกิดขึ้นได้ โดย "รักตกันฐ์" ไม่คิดเลยว่าคำทำนายจากหมอดูในนิตยสารจะเป็นจริง เมื่อ "เทพีเมโลดี้" ปรากฏกายและสาปเขาที่ขัดคำสั่งของหล่อนจนร้องเพลงไม่ได้จริงๆ ตาสวรรค์เมตตา ส่ง "น้ำหนึ่ง" สาวผู้ซึ่งไร้ประสบการณ์การเป็นผู้จัดการ มาเป็นผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ ให้เขา แม้ไร้ประสบการณ์ แต่หญิงสาวเชื่อมั่นว่าสัญชาตญานและพื้นฐานของความจริงใจจะทำให้หล่อนและเขาก้าวผ่านวิกฤติเหนือธรรมชาตินี้ไปได้อย่างหรือไม่? แล้วเรื่องราวจะดำเนินต่อไปอย่างไร? ขอเชิญคุณผู้อ่านมาติดตามร่วมกันใน "มนตร์เมโลดี้" เล่มนี้

เขียนโดย "สังขยาชาเย็น"

 

416 หน้า


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021