คุณหนูวายร้าย (มันตา)

คุณหนูวายร้าย (มันตา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160007929
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 240.00 บาท 156.00 บาท
ประหยัด: 84.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ให้มันได้อย่างนี้สิ! ทำไมฉันจะต้องมาเจอเรื่องบ้าบอคอแตก

ในวันสำคัญแบบนี้ด้วยนะ!

ปรีดิ์รติบ่นเป็นหมีกินผึ้งตั้งแต่เดินกระแทกไหล่ผู้ชายที่ไม่รู้จักหน้า

ค่าตาคนนั้นแล้วก้าวฉับๆ ผ่านโถงทางเดินแคบๆ มุ่งไปยังห้องควบคุม

ภาพและเสียงภายในฮอลล์ขนาดใหญ่ แต่ยังเดินไปไม่ถึง ก็เจอกับพี่ชาย

คนรองเดินยิ้มระรื่นสวนทางมาพอดี

“มาอยู่ตรงนี้เอง พี่กำลังตามหาตัวปูจ๋าอยู่พอดี...มีข่าวดีจะบอก”

ปริญญาโท หรือ ‘ป๋าเป็ด’ ฉายาที่เพื่อนฝูงในกลุ่มตั้งให้สมัยเพิ่ง

เรียนชั้นมัธยมฯ ปลายจนติดตัวมากระทั่งทุกวันนี้ ด้วยลักษณะเด่น

นอกเหนือไปจากความหล่อเหลาเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวรุ่นพี่รุ่นน้อง นั่นคือ

ความใจปํ้า เป็นพ่อบุญทุ่ม ชอบสาวคนไหนก็มักจะลงทุนซื้อของมา

ปรนเปรอไม่ว่าถูกหรือแพง

เขาคว้าหมับไปที่แขนน้องสาว ไม่ได้สังเกตสังกาสักนิดว่าตอนนี้

หล่อนกำลังโกรธหน้าดำหน้าแดง ใบหน้าสวยๆ งอหงิกจนคิ้ว จมูก ปาก

แทบจะชนกัน

“ปูจ๋าไม่มีอารมณ์จะฟังข่าวดีอะไรของปาเป็ดหรอกนะ เพราะ

ตอนนี้ปูจ๋าอารมณ์ไม่ดี...กำลังมีเรื่องวุ่นวายให้ปวดหัว” หล่อนถอน-

หายใจแรงแล้วบ่นต่อโดยไม่ยอมให้เสียจังหวะ “ป๋าเป็ดมาก็ดีแล้ว เดี๋ยว

เราไปดูกล้องวงจรปิดกันว่าใครหน้าไหนมันจงใจแกล้งปูจ๋า”

หญิงสาวชูชุดชั้นในแบบเซ็กซี่ทันสมัยที่ถือติดมือมาให้พี่ชายดู

แล้วก็เป็นฝ่ายคว้าข้อมือของเขาไว้แทน ดึงให้เดินย้อนกลับไปทางเก่าที่

เขาเพิ่งเดินมา

ปริญญาโทหมุนตัวกลับแทบไม่ทัน จะบอก ‘ข่าวดี’ ของตัวเองก็

เป็นอันว่าต้องพับเก็บเอาไว้ก่อน แล้วยอมให้น้องสาวกึ่งลากกึ่งจูงไป

จนถึงหน้าห้องควบคุมภาพและเสียง

เมื่อเข้าไปในห้อง หญิงสาวก็แจ้งกับเจ้าหน้าที่ควบคุมว่า เหตุด่วน

ที่ทำให้ต้องรี่เข้ามาคืออะไร ชายหนุ่มสองคนซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่จึงทำ

ตามความประสงค์ กดคอมพิวเตอร์ดูภาพจากกล้องวงจรปิด ย้อนเวลา

ไปตั้งแต่ช่วงที่เก้งกับกวางนำชุดชั้นในที่จะขึ้นแสดงบนเวทีเข้ามา

ภาพฉายให้เห็นตั้งแต่บริเวณหน้าประตูทางเข้า คนทั้งสองยกราว

แขวนเสื้อชั้นในเข้ามา โดยชุดชั้นในทั้งหมดอยู่ในถุงหุ้มพลาสติกใส

เรียบร้อย เห็นทั้งคู่สำรวจตรวจตราชุดที่จะใช้งานเป็นปกติ ไม่พบพิรุธใด

แถมตลอดเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงที่กล้องบันทึกภาพเอาไว้ ก็ไม่เห็นวี่แวว

ว่าทีมงานคนใดจะเข้ามาวุ่นวายกับชุดบนราวอะลูมิเนียม มีเพียงแค่เดิน

เฉียดกรายผ่านไปมาก็เท่านั้น

“มันจะเป็นไปได้ยังไงที่ไม่มีใครเข้าไปทำลายชุดพวกนี้ ในเมื่อ

หลักฐานคามืออยู่ตรงนี้แล้ว!”

หญิงสาวโวยลั่นก่อนหมุนตัวกลับไปมองภาพในจออีกครั้ง แล้วก็

สะดุดตาเข้าอย่างจังเมื่อในจอปรากฏภาพล่าสุดเมื่อครู่ตอนที่หล่อน

กำลังจะเดินออกมาจากด้านหลังเวที และพบกับผู้ชายผิวขาวตัวสูง

คนหนึ่ง

                เขาคนนั้นไม่ได้ห้อยบัตรของทีมงานที่เกี่ยวข้อง แถมยังแอบ

เข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้...หล่อนมีคำถามเกิดขึ้นในใจ ตามด้วยข้อสรุปทันที

...หรือว่าอีตานี่จะเป็นคนทำ? แล้วเขาเป็นใคร? ต้องใช่เขาแน่ๆ

หล่อนหันขวับพร้อมกับยัดชุดชั้นในเจ้าปัญหาใส่มือพี่ชาย แล้ว

เดินตัวปลิวออกมาจากห้อง ไม่คิดแม้แต่จะรอขอความเห็นหรือคำ

ปรึกษา จึงไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้พี่ชายของหล่อนกำลังอ้าปากค้าง ชี้นิ้ว

ไปยังบุคคลในภาพเมื่อครู่เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

ปรีดิ์รติเดินกลับทางเก่า หวังจะย้อนไปจับตัวผู้ชายน่าสงสัย

คนนั้นเอาไว้ แต่ครั้นผลักประตูบานใหญ่เข้าไป เห็นนายลีโอ บอดีการ์ด

หน้าฝรั่ง กำลังจีบนางแบบคนเดิมอยู่ อารมณ์ของหญิงสาวก็พุ่งปรี๊ด

ชนิดปรอทแตก

“คุณลีโอ! ถ้าเอาเวลาที่พ่อฉันจ้างคุณทำงานมาจีบผู้หญิงแบบนี้

ฉันว่าคุณลาออกไปดีกว่า”

ปากไวเท่าความคิด ไม่พอใจใครก็เหวี่ยงใส่อย่างไร้เหตุผล เพราะ

ความเอาแต่ใจเป็นที่ตั้ง ดีที่บอดีการ์ดหนุ่มรู้งาน จึงเพียงก้มหน้า ไม่

โต้ตอบ

“แล้วผู้ชายคนนั้นไปไหน!” คนใจร้อนกระชากเสียงถาม

ปริญญาโทซึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังมาเปิดประตูเข้ามาพอดี เห็น

น้องสาวกำลังโวยวายก็รีบห้ามปราม “ใจเย็นๆ สิปูจ๋า ไหนบอกทุกคน

ว่าโตเป็นผู้ใหญ่แล้วไงล่ะ ทำไมไม่รู้จักใช้เหตุผล ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน

มีเรื่องอะไรยังไม่เห็นเล่าให้พี่ฟังเลย พี่เห็นแต่ปูจ๋าเอะอะมะเทิ่ง วีนจน

ใครๆ เขากลัวหัวหดกันหมดแล้วนะ”

น้องสาวผู้ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้ใครหันมาค้อนขวับใส่พี่ชาย

พลางบ่นฉอดๆ “แล้วป๋าเป็ดจะให้ปูจ๋าทำยังไง ในเมื่อมีมือดีที่ไหนก็ไม่รู้

จงใจกลั่นแกล้ง เอาบุหรี่มาจี้บนเสื้อผ้าที่จะใช้เดินแบบจนเป็นรูเต็มไป

หมด ทั้งๆ ที่วันนี้มันเป็นงานสำคัญวันหนึ่งของปูจ๋าแท้ๆ”

พี่ชายคลี่ดูชุดชั้นในสุดแสนจะเซ็กซี่ในมือ จึงเห็นรูเป็นรอยไหม้อยู่

ตรงกลางชุด เขาขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด แต่ยังไม่ทันแสดงความเห็น

ใด เจ้าของงานแฟชั่นโชว์ในคืนนี้ก็หันไปเอาเรื่องกับลีโออีกรอบ

“ตกลงอีตานั่นมันไปไหน”

 ลีโอเงยหน้ามอง สบตาคุณหนูขี้วีนแล้วก็ได้แต่พูดเสียงอ่อย “ก็

คุณหนูสั่งให้ผมไล่เขาออกไปเองนี่คร้าบ”

“ไปตามตัวนายคนนั้นกลับมาเลยนะ ฉันให้เวลาคุณแค่ครึ่ง

ชั่วโมง ฉันสงสัยว่าเขาจะเป็นคนทำ”

 

ปรีดิ์รติเดินตามพี่ชายไปนั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องส่วนตัว

ด้านหนึ่ง เมื่ออยู่กันตามลำพังสองพี่น้อง อารมณ์ระอุในอกก็ทุเลาลงไป

มาก แต่อาการค้อนลมค้อนแล้งก็ไม่ได้น้อยลงเพราะยังนึกเคืองพี่ชายที่

ตำหนิหล่อนต่อหน้าคนอื่นเมื่อครู่ที่ผ่านมา ยิ่งหล่อนกับปริญญาโท

มีอายุไล่เลี่ยกัน ห่างเพียงแค่สองปี หล่อนก็ยิ่งไม่เกรงใจและชอบยียวน

ด้วยเสมอ ยกเว้นก็แต่พี่ชายคนโตอย่างปริญญาเอก หรือ ‘ปลาใหญ่’

ฉายาที่ผองเพื่อนตั้งให้ด้วยความยำเกรง อันมาจากบุคลิกที่เขาชอบ

วางตัวนิ่งขรึมเหมือนคนอายุห้าสิบ ทั้งที่ตัวจริงก็ยังเป็นชายหนุ่มวัย

สามสิบเท่านั้น...อาจเป็นที่อายุห่างกันร่วมแปดปีนี้ด้วยกระมัง ที่ทำให้

หล่อนไม่ค่อยสนิทกับพี่ชายคนโตเสียเท่าไร

ส่วนพ่อกับแม่นั้นไม่ต้องนึกถึง หล่อนอาศัยความเป็นลูกสาว

คนเดียว ลูกคนเล็ก และน้องคนสุดท้อง จึงออกฤทธิ์ออกเดชเอาแต่ใจมา

แต่เล็กแต่น้อย จนตอนนี้ทั้งคู่ต่างส่ายหน้าอย่างระอาใจ ด้วยไม่ทันคิด

ว่าการตามใจลูกตั้งแต่เด็กจะส่งผลในตอนโตถึงเพียงนี้ เพราะใช่แค่

เอาแต่ใจ หากลูกสาวยังชอบวางมาดคุณหนู ‘ข่ม’ คนที่ด้อยกว่า

โดยเฉพาะเรื่องฐานะ ปรีดิ์รติจะเมินเฉยกับเพื่อนฝูงที่อยู่คนละสังคมเสมอ

แม้พี่ชายคนรองจะเคยเตือนอยู่หลายครั้งทำนองว่า ‘ปูจ๋าลองดูสิ

ว่าตอนนี้มีเพื่อนที่คบอยู่กี่คน...ใครๆ เขาก็ส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจ

ตัวเองของเรา ที่ผึ้งกับพริ้มเขาทนคบอยู่กับเรา พี่ยังไม่แน่ใจเลยนะว่า

คิดถูกหรือผิด’

‘ปูจ๋าไม่เห็นจะสนใจ ใครไม่อยากคบหาก็ช่างเขาปะไร จริงๆ แล้ว

ปูจ๋าต่างหากที่เป็นคนเลือกคบ...ใครไม่ดีพอที่จะเป็นเพื่อน ปูจ๋าก็ไม่สน

อย่างยายพริ้ม ถ้าลองไม่ยอมตามใจปูจ๋า หรือทำตัวอวดเบ่ง ปูจ๋าก็ไม่

คบหรอก ส่วนยายผึ้ง ปูจ๋าเห็นว่าเป็นคนไม่มีปากไม่มีเสียง พูดอะไรก็

เชื่อฟัง...’

หล่อนก็เป็นเสียอย่างนี้ เพื่อนที่สนิทสนมไปไหนมาไหนด้วยจึงมี

เพียงแค่สองคน...รายแรกอย่างพริ้มหรือพริมา หล่อนเป็นลูกสาวร้าน

ขายทองอยู่แถวเยาวราช ฐานะทางบ้านถือว่าร่ำรวยมั่งคั่ง ปรีดิ์รติจึงให้

ผ่าน เพราะอย่างน้อยเวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน ราศีความขาวผ่อง

อย่างลูกคนจีนก็ช่วยขับให้พริมาดูเป็นสาวสังคมได้ไม่ยากจากการ

แต่งเนื้อแต่งตัว

แต่สำหรับผึ้งหรือจัญจรีนั้น...ความสวยเป็นรองทุกคน แถม

คุณสมบัติทางด้านฐานะก็ไม่ถึงเกณฑ์ที่ปรีดิ์รติตั้งไว้สักนิด เพราะจัญจรี

เป็นเพียงลูกสาวของแม่บ้านจิตรี ซึ่งทำงานดูแลบ้านของหล่อนอยู่เท่านั้น

แต่ที่หล่อนยอมให้จัญจรีติดสอยห้อยตามไปไหนด้วยกัน เหตุผลมีเพียง

แค่ฝ่ายนั้นเรียกง่ายใช้คล่อง หล่อนจึงคิดว่าคบหาเอาไว้เสมือนเป็น

‘ลูกไล่’ ก็เท่านั้น

เรื่องเพื่อนฝูงนั่นเป็นหนึ่งในหลายเรื่องที่ทำให้คนในครอบครัว

อ่อนอกอ่อนใจ ไม่ต่างอะไรกับเรื่องผู้ชายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตหญิงสาว

แรกเริ่มทุกคนที่ต้องตาต้องใจหล่อน หวังจะมาขายขนมจีบ ก็เพราะเล็ง

เห็นความสวยงามในตัว ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รูปร่าง ผิวพรรณ ยิ่งผู้ชาย

ทั้งหลายรู้ว่าหล่อนเป็นลูกสาวของตระกูลวลัยลักษณ์อันเลื่องชื่อติด

อันดับต้นๆ ของเศรษฐีเมืองไทย พวกเขาเหล่านั้นก็ยิ่งวาดหวังว่าอาจจะ

ตกถังข้าวสาร แต่ไม่ทันไรทุกคนก็ต้องถอยฉากหนีไปตั้งตัวแทบไม่ทัน

เมื่อพบว่าปรีดิ์รติมีความคิดหนึ่งตั้งอยู่ในหัวสมอง นั่นคือ

หล่อนถูกเสมอ!

ปรีดิ์รติวางตัวเป็นคุณหนูเงินล้าน เชิดใส่ผู้ชายทุกคนที่ด้อยกว่า

ไม่ว่าจะเรื่องหน้าตา ฐานะ หรืออะไรก็ตามที่หล่อนคิดว่าเทียบเคียง

ตัวเองไม่ได้ ถ้ามีเส้นแบ่งกลางเป็นแนวนอน หล่อนก็จะต้องอยู่เหนือเส้น

นั้นเสมอ แล้วผู้ชายพวกนั้นก็คงอยู่เสมอเส้นหรือไม่ก็ต่ำกว่าไปโดย

ปริยาย หรือถ้าใครคิดจะใช้ไม้ตายรุ่นบรรพบุรุษที่ว่า ‘ตื๊อเท่านั้นที่ครอง

โลก’ ผู้ชายพวกนั้นก็จะต้องยกให้หล่อนเป็นที่หนึ่ง อย่าคิดมาออกคำสั่ง

ห้ามนู่นห้ามนี่เด็ดขาด

คนที่ห้ามได้มีแต่หล่อน โดยเฉพาะ ห้ามเถียง!

แล้วอย่างนี้จะมีผู้ชายที่ไหนทนจีบหล่อนไหว...ปริญญาโทจึงได้รับ

มอบหมายภารกิจชิ้นใหญ่ในการกำราบฤทธิ์เดชของน้องสาว!

การจัดงานแฟชั่นโชว์ครั้งนี้ก็เช่นกัน มันเริ่มต้นด้วยการที่ปรีดิ์รติ

ต้องการเอาชนะคะคานในคำสบประมาทของใครต่อใครว่าไม่มีทางไปถึง

ฝั่งฝัน เพราะทุกคนมองว่าความเจ้าอารมณ์ของหล่อนจะเป็นตัวการ

ทำให้งานนั้นพังด้วยน้ำมือตัวเอง

แต่คนอย่างปรีดิ์รติ เมื่อดื้อดึงแต่แรก ก็ต้องดึงดันไปให้สุดทาง

...ในเมื่อทุกคนมองว่าหล่อนไม่มีวันจะนำธุรกิจแฟชั่นชุดชั้นในไปได้

ตลอดรอดฝั่ง จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ หล่อนก็จะไม่มีวันยอมล้ม

คว่ำคะมำหงายไม่เป็นท่าเสียตั้งแต่ยังไม่เริ่มแน่

หลังกลับมาจากเมืองนอก หล่อนลงทุนลงแรงไม่น้อยในการริเริ่ม

แฟชั่นชุดชั้นในแนวเซ็กซี่อย่างที่ชอบ ทั้งที่พ่อกับแม่มีธุรกิจของครอบครัว

หลายอย่าง ทั้งโรงแรม ทั้งโรงงานทอผ้า และอยากให้หล่อนมาช่วย

สานงานต่อ แต่คนอย่างหล่อนยึดเอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งเสมอ

ในเมื่อพ่ออยากให้ไปซ้าย แม่อยากให้ไปขวา หล่อนเลยแหกโค้งไม่ไป

ทั้งสองทาง แต่จะมุ่งหน้าไปในทางที่เลือกเองเท่านั้น

การเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองมีแนวทางมาจากการศึกษาเมื่อครั้ง

เรียนปริญญาตรีทางด้านไฟน์อาร์ตจากมหาวิทยาลัยเปปเปอร์ไดน์ รัฐ

แคลิฟอร์เนีย แห่งอเมริกา หล่อนมีหัวทางด้านศิลปะทุกแขนงถึงกับ

วางแผนว่าจะเรียนต่อปริญญาโทด้านนี้ที่ประเทศไทย แต่พอกลับมา

จริงๆ ความคิดจะเรียนต่อ รวมทั้งความคิดเรื่องการทำงาน ก็ถูกพับเก็บ

เอาไว้ชั่วคราว กระทั่งคำพูดของพี่ชายคนรองมาจุดประกายฝันทำให้

หล่อนนึกอยากจับธุรกิจชุดชั้นในขึ้นมา

‘เรียนจบทางด้านไฟน์อาร์ตมา พี่ถามจริงๆ เถอะว่าปูจ๋าคิดจะ

ทำงานอะไร ถ้าไม่สานต่อธุรกิจของครอบครัวเรา จะไปเป็นช่างภาพ

เดินทางไปรอบโลก รับจ้างถ่ายรูป หรือว่าจะเปิดสตูดิโอถ่ายภาพรับงาน

ถ่ายแฟชั่น หรือว่าจะ...’

‘พอเลยนะ...ไม่ต้องแนะนำอะไรทั้งนั้น ปูจ๋าอยากทำอะไร เดี๋ยว

มันก็นึกออกเองนั่นละ แต่ว่าเปิดสตูดิโอถ่ายภาพขนาดใหญ่ที่สุดของ

กรุงเทพฯ มันก็เข้าท่าดีนะ เอ...หรือว่า...’ หล่อนทำท่านึกแบบยียวนไป

อย่างนั้นเอง แต่แล้วพี่ชายก็พูดขัดคอขึ้น

‘ถ่ายไปถ่ายมา เดี๋ยวก็ต้องรับงานถ่ายภาพนู้ดด้วยละพี่ว่า ถึง

ตอนนั้นพ่อกับแม่ได้อกแตกตายกันพอดี’

‘ทำเป็นพูด แล้วป๋าเป็ดไม่ชอบหรือยังไงถ้ามีนางแบบสาวสวย

แต่งตัววับๆ แวมๆ มาให้ดูใกล้ๆ ขี้คร้านตอนนั้นป๋าเป็ดจะไปนั่งน้ำลาย

หกใกล้นางแบบละสิไม่ว่า’

                ชายหนุ่มผู้พี่ส่ายหน้าอย่างจนคำพูด เพราะไม่ว่าจะให้คำแนะนำ

หรือเสนอความคิดอะไรไป น้องสาวตัวดีก็มักจะหาข้อมาโต้เถียงอย่าง

ไม่ยอมแพ้ เขาจึงแกล้งประชดขึ้นมาว่า ‘ถ้าอยากจะรับงานถ่ายชุด

วาบหวิว ไม่ลองทำพวกชุดชั้นในตัวกระจิ๋วหลิวดูล่ะ’

เขาพูดพลางหัวเราะอย่างนึกสนุก แต่คำพูดนั้นกลับทำให้ปรีดิ์รติ

ผุดความคิดอันน่าตื่นเต้นขึ้นมา เขย่าตัวพี่ชายอย่างแรงด้วยความดีใจ

‘ขอบคุณป๋าเป็ดมากๆ เลยนะ ปูจ๋ารู้แล้วว่าตัวเองจะทำธุรกิจ

อะไร’

‘ทำอะไร’ คนถามขมวดคิ้ว

‘ก็ทำชุดชั้นในอย่างที่ป๋าเป็ดแนะนำไง แต่จะทำแบบเซ็กซี่ ยั่วยวน

ที่สำคัญ...ใส่ออกไปไหนมาไหนนอกบ้านได้’

‘ชุดชั้นในที่ใส่ออกไปนอกบ้านได้!’ ผู้เป็นพี่ย้ำเสียงหลง

 

แบรนด์ชุดชั้นใน ‘Pooja’ จึงยึดแนวคิดการออกแบบที่เน้น

ความเซ็กซี่และมีฟังก์ชันการใช้งานที่เหนือกว่าชุดชั้นในทั่วไป คือนำไป

ดัดแปลงเป็นชุดราตรีสำหรับออกงานกลางคืน หรือสวมใส่ในชีวิตประจำ

วันก็ได้ โดยปรีดิ์รติจะจ้างนักออกแบบรุ่นใหม่ไฟแรงมาลงรายละเอียด

งานแต่ละชิ้นจากไอเดียของหล่อนเพื่อให้งานออกมาตรงใจที่สุด และ

เลือกจับกลุ่มลูกค้าที่มีฐานะปานกลางขึ้นไป สำหรับกลุ่มลูกค้าคนมีเงิน

คนในแวดวงไฮโซกระเป๋าหนัก หล่อนยังจัดทำรุ่น Limited edition ไว้

รองรับความต้องการ โดยผลิตไม่เกินห้าสิบชิ้นต่อหนึ่งแบบ ซึ่งสนนราคา

ก็สูงขึ้นตามคุณภาพและจำนวนอันจำกัด

แต่สำหรับชุดที่ออกแบบมาจำเพาะเจาะจงเพื่อใช้เปิดตัวในงาน

ราตรีคืนนี้นี่สิ ผลิตมาแค่แบบละชุด หวังจะให้แขกเหรื่อที่มาร่วมงาน

ตื่นตาตื่นใจแล้วจับจองในตอนท้ายรายการ นับว่าเจ๋งยิ่งกว่าสินค้า

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

จุดเด่นของหนังสือเรื่องนี้ อยู่ที่ความสนุกสนานจากการปะทะคารมกัน ระหว่างนางเอกสาวสวย ขาวีนขาเหวี่ยงตัวแม่ กับพระเอกบอดีการ์ดสุดหล่อจอมกวน ยียวน..หน้าตาย ที่ดำเนินไปพร้อมกับภารกิจติดตามตัวคนร้ายที่ตื่นเต้นเร้าใจ ชวนติดตาม ทั้งภายใต้ความสนุกสนาน ยังสอดแทรกบทเรียนชีวิตผ่านตัวละครหลากหลายได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย  เรื่องราวของไฮโซสาว สวย รวย หยิ่ง ทายาทนักธุรกิจพันล้าน ที่ใครๆ ต่างรุมเอาใจมาแต่น้อยคุ้มใหญ่ นิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจจึงติดตัวชนิดแก้ไม่หาย และไม่มีใครกล้ากำราบ   ความยโสไม่เห็นหัวใคร ปากร้าย ถือดี สร้างศัตรูโดยไม่รู้ตัว จนพ่อแม่และพี่ชายต้องหาบอดีการ์ดมาคอยคุ้มกัน กระนั้นหลังงานแฟชั่นโชว์ชุดชั้นในแบรนด์ปูจ๋าที่หญิงสาวก่อตั้งมากับมือ หล่อนก็ถูกมือมืดบุกมาสาดน้ำกรดจนหวิดเสียโฉม บอดีการ์ดคนเก่าถูกไล่ออกไป บอดีการ์ดคนใหม่เข้ามาแทนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ หล่อเหลา ขาวตี๋ แบบที่สาวกกิมจิต้องกรี๊ด แทบสลบ มีเพียงหล่อนเท่านั้นที่หมั่นไส้ไม่ชอบหน้า เพราะความปากร้ายไม่ยอมใคร แถมยังกวนประสาท หญิงสาวทำทุกทางที่จะเขี่ยเขาออกไป หารู้ไม่ว่าภารกิจใหญ่ของบอดีการ์ดหน้าหล่อไม่ใช่แค่คุ้มภัย หากมันคือการดัดนิสัยคุณหนูขี้วีนคนนี้ด้วย !! แล้วเรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไร !? ขอเชิญคุณผู้อ่านมาติดตามร่วมกันในนิยายรักโรแมนติกคอมเมดี้ "คุณหนูวายร้าย" เล่มนี้

เขียนโดย "มันตา"

 

376 หน้า


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021