สิเน่หา (SUGAR BEAT)

สิเน่หา (SUGAR BEAT)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160012725
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 210.00 บาท 136.50 บาท
ประหยัด: 73.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

เมื่อเรามาพบกัน

                ‘นับว่าเป็นข่าวอันน่ายินดีอย่างยิ่ง เมื่อทางสำนักพระราชวัง

มีแถลงการณ์ถึงพระประสูติการของเจ้าฟ้าพระองค์ใหม่ซึ่งได้เสด็จ

พระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ที่ 2 เดือนเมษายน ปีพุทธศักราช 2498

ซึ่งตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 5 ปีมะแม ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน

พระราชวังดุสิต เป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์ที่สามในพระบาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

พระบรมราชินีนาถ โดยศาสตราจารย์ นายแพทย์ หม่อมหลวงเกษตร

สนิทวงศ์ เป็นผู้ถวายพระประสูติการ และได้รับการถวายพระนามจาก

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ

เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์ พร้อมทั้งประทาน

คำแปลว่า นางแก้ว อันหมายถึง หญิงผู้ประเสริฐ…’

เสียงผู้ประกาศข่าวจากสถานีวิทยุบีบีซีภาคภาษาไทย ซึ่งนำเสนอ

ข่าวอันเป็นมงคลยิ่งในครั้งนี้ให้คนไทยในประเทศอังกฤษได้รับทราบ

ทำให้หญิงสาวร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดกระโปรงสุ่มปลายบาน เสื้อตัวบน

แขนสั้นสีขาวติดกระดุมจนถึงช่วงคอต้องยิ้มด้วยความปลื้มปีติ โดย

สถานีวิทยุบีบีซีภาคภาษาไทยออกอากาศเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน

พ.ศ. 2484 และออกอากาศสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ซึ่งเนื้อหาส่วนมากจะ

เป็นการสอนภาษาอังกฤษ แต่ก็จะสอดแทรกข่าวจากทางเมืองไทยให้

คนไกลบ้านได้รับรู้เสมอ

ตรีชวา พิชาภพ หญิงสาววัยยี่สิบสอง เจ้าของใบหน้ารูปไข่ ผิวขาว

นวลเนียน ดวงตากลมโตหวานซึ้ง ขนตางอนยาว จมูกโด่งได้รูป

ริมฝีปากบางสีแดงแย้มยิ้ม ผมสีดำหยิกเป็นลอนสวยสั้นแค่ต้นคอ เธอ

เป็นนักเรียนทุนพยาบาลจากบริษัทผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันในเมืองไทย

และเพิ่งจะรับปริญญาได้ไม่นาน จากนั้นจึงเตรียมตัวจะกลับบ้านเพื่อไป

ร่วมงานแต่งงานของพี่สาว

 

กริ๊ง…กริ๊ง…

เสียงกริ่งดังอยู่ข้างประตูห้องที่ใส่กลอนอย่างแน่นหนา ทำให้

หญิงสาวต้องเดินไปกดปุ่มอินเตอร์คอม แล้วส่งเสียงทักทายออกไป

“สวัสดีตอนเย็นค่ะ จะหาใครคะ”

“ผมมาหา นางสาวตรีชวา พิชาภพ”

เจ้าของชื่อถึงกับขมวดคิ้วมุ่น เพราะแน่ใจว่าไม่ได้นัดใครให้มาหา

ถึงบ้าน โดยเฉพาะชายหนุ่มยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ แต่เสียงพูดนั้นคุ้นหูจน

เธอต้องเดินไปชะโงกดูตรงหน้าต่างห้องซึ่งเป็นกระจกบานสูงจดเพดาน

ห้อง ม่านสีไข่ไก่รูดจนชิดขอบหน้าต่างทั้งสองข้าง

บนถนนด้านหน้ามีต้นมะฮอกกานีปลูกเรียงรายไปตามบาทวิถี

ของสองฝั่งถนนที่ปูด้วยอิฐเนื้อแข็ง รถยนต์รับจ้างแบบผู้ดีอังกฤษเพิ่ง

จะแล่นจากไป เหลือไว้เพียงชายร่างสูงสวมโคตสีน้ำตาลไหม้ เสื้อเชิ้ตสีขาว

และกางเกงขายาวสีน้ำตาล รองเท้าเป็นคัตชูสีดำมันปลาบราวกับไม่เคย

เปื้อนฝุ่นละอองมาก่อน ชายหนุ่มโบกมือทักทายพร้อมกับร้องถามมา

ให้ได้ยิน

“น้องหวาน จำพี่รุตไม่ได้หรือครับ”

“พี่รุต วิศรุต วัชรเวช อย่างนั้นหรือ” น้องหวาน หรือตรีชวาพึมพำ

ด้วยความไม่แน่ใจ เพราะเธอไม่ได้เจอกับเขามาสี่ปีเต็ม

                กริ๊ง…กริ๊ง…

เสียงกริ่งตรงประตูดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้เธอต้องไปกดรับอินเตอร์-

คอม จากนั้นจึงได้ยินเสียงชายหนุ่มบอกมาใหม่อีกครั้ง

“น้องหวาน พี่รุตเองนะ วิศรุต วัชรเวช พี่มีจดหมายจากเมืองไทย

มาฝาก จะสะดวกลงมารับไหม”

“สะดวกค่ะ รอเดี๋ยวนะคะ จะลงไปเดี๋ยวนี้” ตรีชวารีบร้องตอบ

ออกไป เพราะรู้ดีว่าจดหมายฉบับนั้นจะเป็นของใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่

ของพี่สาวเธอ อุษาวดี พิชาภพ คู่หมั้นของ วิบูลย์พล วัชรเวช

ประตูไม้เนื้อแข็งถูกเปิดออกจนกว้าง ปรากฏร่างของหญิงสาว

สวมเสื้อกันหนาวสีชมพู ทับชุดกระโปรงบานลายดอกไม้สีสันสดใส

ราวกับจะต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่กำลังมาเยี่ยมเยือน

ดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มของชายหนุ่มร่างสูงนั้นเกิดประกายยินดี

อย่างเห็นได้ชัด เมื่อหญิงสาวตรงหน้าเติบโต เปลี่ยนแปลงไปราวกับ

คนละคน เขาจำได้ว่าก่อนตรีชวาจะเดินทางมาเรียนพยาบาลที่นี่ เธอยัง

เป็นเด็กกะโปโล กิริยามารยาทไม่ค่อยเรียบร้อย หน้าตามอมแมม ผมเผ้า

ยุ่งเหยิง ถึงแม้จะเป็นวันที่นัดพูดคุยถึงการรับทุนจากบริษัทของเขา เธอ

ก็มาพบด้วยใบหน้านวลเนียนธรรมดา ไม่ทาแม้แป้งหรือลิปสติก ผิดกับ

ผู้เป็นพี่สาวราวดอกไม้คนละสายพันธุ์ ถึงแม้ทั้งคู่จะถือกำเนิดมาจาก

รากเดียวกัน นั่นก็คือจากตระกูลพิชาภพ

“สวัสดีค่ะพี่รุต” ตรีชวาพนมมือไหว้อย่างเรียบร้อยสวยงาม

เมื่อเห็น วิศรุต วัชรเวช ยืนอยู่บนถนนของเมืองริชมอนด์ ซึ่งอยู่

ชานเมืองของกรุงลอนดอน และใช้เวลาในการเดินทางด้วยรถไฟเพียง

สิบห้านาที

“สวัสดีครับน้องหวาน” ชายหนุ่มพนมมือรับไหว้เช่นกัน

“พี่รุตมายังไงคะ ทำไมไม่เห็นบอกกันบ้าง” “

ไม่อยากกวนใจ เห็นว่าเรียนหนัก อีกอย่าง พี่อยากจะมาให้

น้องหวานประหลาดใจเล่นด้วย”

“ก็ต้องยอมรับว่าประหลาดใจจริงๆ ค่ะ”

“ว่าแต่เราจะยืนคุยกันอยู่ตรงนี้จริงๆ เหรอ”

“ก็เอ้อ…ถ้าน้องจะให้พี่รุตขึ้นไปบนห้องเห็นจะไม่งาม” ตรีชวา

ตอบไปแบบนั้น ถึงแม้หญิงสาวจะมาอยู่อังกฤษถึงสี่ปี ย่อมเห็นวัฒนธรรม

ที่แตกต่างจากสังคมไทย แต่เธอก็ไม่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองจนกลืน

ไปกับวัฒนธรรมใหม่ๆ เพราะยังอยากรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี

อันดีงามไว้

“ถ้าอย่างนั้นจะรังเกียจไหม ถ้าเราจะเดินไปหาร้านน้ำชาแถวๆ นี้

นั่งคุยกัน”

“ได้ค่ะ ไปร้านตรงหัวมุมถนนของย่านริชมอนด์ไฮสตรีตโน่นดีกว่า”

เธอชี้ไปยังร้านตรงหัวมุมถนนที่เป็นห้องกระจก และมีโต๊ะตั้งเรียงอยู่บน

บาทวิถีที่ร่มรื่นด้วยร่มเงาของต้นมะฮอกกานี

“น้องหวานสบายดีนะ”

“ค่ะ สบายดี พี่รุตล่ะคะ”

“ก็เรื่อยๆ ตามประสาผู้ชายที่ยังไม่ได้แต่งงาน” วิศรุตบอกด้วย

น้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ด้วยนึกขำคำที่เขาพูดออกไป ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย

สักนิด แต่หญิงสาวที่เดินเคียงข้างทำให้ประหลาดใจในความรู้สึก ถึงแม้

จะห่างไกลกันเพราะระยะทางและกาลเวลา แต่การมาเจอกันอีกครั้งทำให้

เขารู้ว่าความรู้สึกดีๆ ที่มีให้น้องสาวของน้องสะใภ้นั้นยังดีเหมือนเดิม

“ยังไม่ได้แต่งงานเพราะยังไม่พร้อมหรือเปล่าคะ”

“ไม่พร้อมเพราะยังไม่มีคนถูกใจมากกว่า”

“อย่าเลือกมากนักสิคะ”

“ไม่ได้เลือกมากเลย แต่คนที่เราถูกใจเขายังไม่พร้อม” ดวงตา

สีน้ำตาลของวิศรุตเป็นประกายระยิบระยับยามหันไปสบตากับหญิงสาว

ที่เดินเคียง                        

                พี่รุตพูดจนน้องงง สรุปคือไม่มีแฟน หรือมีแฟนแต่ยังไม่พร้อม

แต่งคะ”

                “เอาเป็นว่าคนที่พี่หมายปองเขาเพิ่งจะเรียนจบก็แล้วกัน”

                “โอ้โฮ จริงเหรอคะ แล้วเธอคนนั้นเป็นใคร บอกน้องได้ไหม” เจ้าของ

คำถามหน้าแดงระเรื่อ เพราะนึกขัดเขินกับสายตาคมกริบของพี่ชายใจดี

แห่งบ้านวัชรเวชที่ไม่ใช่แค่มีน้ำใจไมตรีให้ว่าที่น้องสะใภ้เท่านั้น แต่ยัง

เผื่อแผ่ความใจดีมาถึงเธอซึ่งเป็นน้องสาวของอุษาวดีด้วยการออกทุน

ให้เธอมาเรียนวิชาการพยาบาล ซึ่งเป็นอาชีพที่เธอใฝ่ฝันและอยากเรียน

ให้จบ เพราะเธอกับพี่สาวต้องเสียพ่อกับแม่ให้โรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรง

ที่สุด นั่นก็คือวัณโรค เธอจึงเติบโตมากับพี่สาวที่อายุห่างกันห้าปี

                พี่สาวเธอทำงานเป็นพนักงานบัญชีอยู่บริษัทวัชรเวช แล้วใช้

เงินเดือนที่ได้เพียงไม่กี่สิบบาทส่งเธอเรียน จนได้มาพบกับวิบูลย์พล ว่าที่

พี่เขยจึงยื่นมือมาช่วยแบบไม่มีข้อผูกมัด ด้วยการขอทุนจากพี่ชายใหญ่

ซึ่งเป็นผู้บริหารให้เธอมาเรียนถึงประเทศอังกฤษ เพื่อจะได้กลับไป

ทำงานในเมืองไทย เพราะเขามีความคิดที่จะเปิดสถานพยาบาลเป็นของ

ตัวเองขึ้นเป็นแห่งแรกของพระนคร

                “ความจริงพี่ก็อยากจะบอกหรอกนะ แต่เอาไว้ให้พี่สำรวจใจ

ตัวเองให้แน่ชัดก่อนดีกว่า แล้วก็รอดูสาวคนนั้นด้วยว่ามีใครอยู่ในใจ

หรือเปล่า”

                 “ทำไมพี่รุตไม่ถามเธอเลยล่ะคะ จะต้องรออะไรอีก” คนช่างสงสัย

หยุดยืนอยู่หน้าร้านกาแฟตรงหัวมุมถนน

                “เราเข้าไปนั่งข้างในดีกว่านะ ถึงอย่างไรอากาศก็ยังดีกว่าข้างนอก”

ชายหนุ่มแตะมือลงบนแผ่นหลังของร่างอรชร แล้วพาเดินเข้าไปในร้าน

จากนั้นก็เลื่อนเก้าอี้ให้อย่างมีน้ำใจ

                “ขอบคุณค่ะ”

                “ว่าแต่เมื่อกี้ที่เราคุยกัน น้องหวานอยากให้พี่ถามจริงๆ หรือ”

                “จริงสิคะ หรือว่าพี่รุตกลัวอะไร”

                “กลัวเธอไม่รักน่ะสิ”

                “พี่รุตมีอะไรไม่ดีตรงไหนคะ ทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงจะไม่รัก”

“มันไม่ใช่แค่เรื่องมีดีหรือไม่มีดีตรงไหนหรอกนะ แต่มันเป็นเรื่อง

ของหัวใจมากกว่า ว่าเขาจะมีความรู้สึกเดียวกับเราหรือไม่” วิศรุตบอก

เสียงทุ้ม พลางหันไปสั่งชาร้อนสำหรับตัวเองและหญิงสาว

                “ว่าแต่พี่รุตมาลอนดอนทำไมคะ”

                “มาคุยเรื่องงานเกี่ยวกับยาที่จะนำเข้าไปขายในเมืองไทย แล้วก็มา

เพื่อจะส่งจดหมายฉบับนี้” เขาเลื่อนซองจดหมายสีฟ้าอ่อนให้หญิงสาว

จนถึงมือ

                “ของพี่ษาเหรอคะ”

                “จะเป็นของใครอื่นได้อีกล่ะ” คนพูดยิ้มเยือนยามหญิงสาวค่อยๆ

บรรจงแกะซองแล้วหยิบจดหมายแผ่นเล็กขึ้นอ่าน

 

                “หวาน น้องรักของพี่ กว่าจดหมายฉบับนี้จะเดินทางถึง พี่ก็คงจะ

กลายเป็น นางอุษาวดี วัชรเวช ไปแล้ว อย่า อย่าเพิ่งตกใจ…”

               

                “อะไรกัน พี่ษาแต่งงานแล้วเหรอ ไหนว่าจะคอยน้องกลับไป

ก่อนไงคะ” ตรีชวาเงยหน้าขึ้นถามวิศรุตราวกับว่าพี่สาวนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย

                “อ่านให้จบก่อนดีไหม”

                “ก็อยากรู้ก่อนไม่ได้หรือคะ”

                “พี่ว่าอุษาคงมีคำตอบให้น้องหวานอยู่ในนั้นแล้วละ” ชายหนุ่ม

หันไปยิ้มให้พนักงานเสิร์ฟในชุดเสื้อแขนยาวสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ

สวมสูททับ และผูกเนกไทเรียบร้อย

                ชายวัยกลางคนวางถาดสเตนเลสลงบนโต๊ะ ซึ่งมีกากระเบื้องเคลือบ

สีขาวบรรจุชา รวมถึงช้อนและถ้วยชาสองใบ นมสดในเหยือกเล็ก น้ำตาล

เสิร์ฟมาพร้อมสโคน ครีมข้น และแยมดูน่ารับประทาน

                “น้ำตาลกี่ก้อนดี น้องหวาน”

                “ก้อนเดียว ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวพนมมือไหว้เมื่อถ้วยชาถูก

เลื่อนไปตรงหน้าพร้อมสโคน ครีมข้น และแยม

                “จิบชาไปด้วย อ่านจดหมายไปด้วยก็ได้นะ พี่ไม่ว่า”

                “ขอน้องอ่านจดหมายให้จบก่อนดีกว่าค่ะพี่รุต น้องอยากรู้ว่า

ทำไมพี่ษาไม่รอ”

                “ตามสบาย” วิศรุตยกถ้วยชาขึ้นจิบ ดวงตาเป็นประกายระยิบ-

ระยับยามจับจ้องหญิงสาวตรงหน้า จะเป็นไรไหมนะ ถ้าเขาจะขอสมัคร

เป็นน้องเขยของอุษาวดีที่เป็นน้องสะใภ้ของเขาอยู่ในตอนนี้

                โอ้…น้องเขยกับพี่สามี แล้วก็น้องสะใภ้กับพี่ภรรยา แค่คิดเขาก็ขำ

แล้ว ต่อไปถ้ามีลูกขึ้นมาคงลำดับญาติกันไม่ถูก คิดมาถึงตรงนี้เขาก็หัวเราะ

เบาๆ จนหญิงสาวต้องเงยหน้าขึ้นจากจดหมายในมือ

                “ขำอะไรหรือคะพี่รุต”

                “พี่ขำเรื่องที่พี่คิดอยู่”

                “เรื่องอะไรล่ะคะ”

                “น้องหวานคงไม่อยากรู้หรอก”

                “ถ้าไม่อยากรู้จะถามหรือคะ”

                “ความจริงพี่ก็คิดอะไรเล่นๆ ถึงการที่เราเกี่ยวดองเป็นญาติกัน”

วิศรุตยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้ง ทำให้หญิงสาวที่นั่งฟังอยู่ด้วยต้องจิบชา

ตาม “อย่างตอนนี้อุษาเป็นน้องสะใภ้ของพี่อยู่ใช่ไหม”

                ตรีชวาพยักหน้ารับด้วยอาการพาซื่อ ดวงตากลมโตฉาบไปด้วย

ความสงสัยใคร่รู้อย่างชัดเจน

                “แล้วถ้าวันหนึ่งข้างหน้า พี่เกิดอยากจะเป็นน้องเขยของอุษาขึ้นมา

บ้างล่ะ น้องหวานว่าเราจะเรียงลำดับญาติกันถูกไหม”

                สองข้างแก้มของตรีชวานั้นแดงระเรื่อด้วยความขัดเขิน หญิงสาว

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021