พ่ายรักเจ้าสาวทะเลทราย (รพัด)

พ่ายรักเจ้าสาวทะเลทราย (รพัด)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160023158
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 260.00 บาท 169.00 บาท
ประหยัด: 91.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

                                                                                                

 

 

 

เครื่องบินโดยสารขนาดความจุผู้โดยสารกว่าร้อยห้าสิบที่นั่ง

แล่นออกจากรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่าง

ต่อเนื่อง ไม่นานจากนั้นจึงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ปลายทางคือประเทศ

อัลไบดาล ดินแดนทางฝังซีกโลกตะวันออก ซึ่งเต็มไปด้วยเนินทราย

สีทองกว้างใหญ่ที่แผ่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณของประเทศแห่งนี้

หกชั่วโมงต่อมา ภายในห้องโดยสาร

หญิงสาวชาวไทยเพียงคนเดียวในเที่ยวบินเริ่มนั่งกระสับกระส่าย ดวงตากลมโตไล่มองซ้ายขวาไปตามที่นั่งผู้โดยสารอย่างคลางแคลงใจ

ยิ่งเมื่อเห็นผู้ร่วมเดินทางบางตาเสียจนแทบนับคนได้ ประกอบกับ

บรรยากาศบนเครื่องบินอึมครึมชวนให้หดหู่แปลกๆ ความไม่สบายใจ

ของหญิงสาวก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเป็นลำดับ และนั่นเป็นเหตุให้นักท่องเที่ยว มือใหม่ที่เพิ่งมีโอกาสได้เดินทางไปต่างแดนครั้งแรก ถึงกับสีหน้า

เคร่งเครียด สลับกับถอนหายใจหน่วงหนัก

“เจ๊เอิงเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ชายหนุ่มที่นั่ง ด้านข้างคนกระสับกระส่ายถามขึ้น เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายไม่ค่อย

สู้ดี

อนิล...หญิงสาววัยเบญจเพสที่ถูกเรียกขานว่าเจ๊เอิง หันมาตอบ

คนถาม “ฉันรู้สึกแปลกๆ บรรยากาศมันไม่น่าไว้วางใจชอบกล นายเห็น

คนกลุ่มนั้นมั้ย”

หญิงสาวพยักพเยิดไปทางกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวที่นั่งเยื้องจาก

ที่นั่งตนเองไปไม่ไกลนัก

“ทำไมเหรอเจ๊” อติเทพ นักศึกษาปีสุดท้าย ผู้รับอาสาขอติดตาม

มาเป็นช่างภาพส่วนตัวให้อนิล กระซิบถามเสียงเบา

“มันดูพิลึกแปลกๆ นายลองสังเกตให้ดี คนสติดีๆ ที่ไหนจะนั่งใส่

แว่นดำบนเครื่องบิน” อนิลเอ่ยตอบ สีหน้าหญิงสาวครุ่นคิดไปด้วยความ

ไม่สบายใจ

ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปมอง “ก็เหมือนคนปกติทั่วไปดีนี่เจ๊ ผมว่า

มันก็เท่ดีด้วยซํ้า”

“จะบ้าเหรอ คนจิตปกติที่ไหนทำกันแบบนี้ มีแต่คนคิดไม่ดีเท่านั้น

ที่ต้องปกปิดอำพรางตัวเองต่อหน้าคนอื่น ไม่มีคนธรรมดาเดินดินที่ไหน

คิดบ้าใส่แว่นดำยกกลุ่มหรือว่า...”อนิลเริ่มหรี่ตาอย่างคนใช้ความคิดหนัก พร้อมกับทำท่ากระซิบกระซาบกับรุ่นน้อง “คนพวกนั้นอาจเป็นกลุ่มโจร

ก่อการร้ายที่จ้องจะปล้นเครื่องบินลำนี้”

“ไม่ใช่หรอกนั้งเจ๊!” ชายหนุ่มส่ายหน้าด้านเสียงหลง

“มันก็ไม่แน่นะ” อนิลทำหน้าใคร่ครวญ ค่อนช้างนั่นใจในความคิด ตนเอง “คนเราแค่เห็นหน้าก็รู้ไปถึงไหนๆ นายเห็นหรือเปล่า แต่ละคน

หน้าตาเหี้ยมดุตันทั้งนั้น นายลองสังเกตสิ คนที่นั่งอยู่ริมทางเดินสองคน เดี๋ยวมองนั่น เดี๋ยวมองนี่ สายตาสอดส่ายไปทั่วไม่น่าไว้วางใจสักนิด

แล้วตาหมอนั่นอีก ที่นั่งกัดไป ลุกขึ้นเดินทุกๆ สิบห้านาทีอยู่นั่นแหละ ส่วน

อีกคนที่นั่งอ่านนิตยสาร หน้าแขกแต่ตันอ่านหนังสือภาษาไทย ที่สำคัญ

อ่านมาร่วมสองชั่วโมงแล้ว ไม่พลิกหน้าสักครั้ง”

“โหยเจ๊...สุดยอดนักสังเกต”

“ไม่ได้ เราเดินทางมาต่างบ้านต่างเมือง ไม่ควรไว้ใจอะไรง่ายๆ

ทั้งนั้น” อนิลทำหน้าขึงขัง กล่าวเป็นเชิงสั่งสอน “แล้วนายเห็นผู้ชาย

ตัวโตๆ ที่นั่งเก๊กอยูรมหน้าต่างคนนั้นมั้ย คนนั้นนั่นแหละตัวหัวหน้า”

อติเทพเหลือบสายตามองตาม “เจ๊รูโต้ยังไง ท่าทางผู้ชายคนนั้น สุภาพเรียบร้อยดูดี ไม่เห็นจะมีท่าทีอะไรที่บ่งบอกว่าเป็นหัวหน้าโจรอย่าง ที่เจ๊ว่า”

“ดูดี!!” หญิงสาวขึ้นเสียงสูงไม่เห็นด้วย “หน้าตาเย็นชาเหมือน

ก้อนนํ้าแข็งแห้ง แถมยังนั่งตัวตรง1ไม่กระดิกมาตลอดเนี่ยนะ! ดูดีของ

นาย อย่างนี้มันชอมบี้กลับชาติมาเกิดชัดๆ สายตาแยกแยะระหว่าง

คำว่าดูดีดูแย่ไม่ออกแบบนี้ คิดจะเป็นช่างภาพได้ยังไง” อนิลกลอกตา

ใส่รุ่นน้องที่ตาไร้แวว และเอ่ยปากพูดต่อ

“ที่สำคัญ หน้าตาแบบนี้นี่แหละโจรของแท้ เป็นโจรระคับสากล

มันต้องวางมาด นิ่ง เชิด หยิ่ง เก๊กขรึม หน้าจืดชืดเย็นชาไร้ชีวิต บล็อก

เดียวเหมือนกันหมดทั่วทั้งโลก แล้วที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ ต้องสวมสูทคำ กางเกงคำ แว่นคำ เพราะมันบ่งบอกถึงความโหดเหี้ยม เข้า,ใจหรอเปล่า

“แล้วโจรสากลพวกนี้ไม่เหมือนโจรตามแถบบ้านเรา อย่างบ้านเรา หน้าตาต้องออกกวนๆ หัวทองๆ ตัวขี้ก้างผอมกะหร่อง เสื้อยืดต้องใส่จน

ย้วย กางเกงยืนขาดซีดๆ ไม่ต้องมีระเบียบอะไรมากนักในชีวิต เผลอเป็น

หยิบ ไต้อะไรก็เอา พอหยิบเสร็จก็บิดมอเตอร์ไซค์หนีหายเข้ากลีบเมฆ

ตาม1ไปเถอะไม่มีทางเจอ เห็นมั้ย วิถีทางโจรต่างกันราวฟ้ากับเหว”

“เป็นบทวิเคราะห์ที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพมาก แต่! คุณพี่ครับ

ผมว่าถ้าโจรหน้าตาแบบนี้ ไปเป็นนายแบบดีกว่ามั้ยครับพี่ งานง่ายได้เงิน

เร็ว เดินสะบัดหน้าสะบัดหลังสองสามถ้าวก็รวยแล้ว ไม่ต้องมาเหนื่อย เสียเวลาปล้น ยิ่งตัวหัวหน้าโจรของเจ๊ ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็หล่อลาก

บาดใจ แค่นั่งนิ่งๆ ให้ถ่ายลักสองสามรูป คงตังระเบิด หล่อขั้นมหาเทพ

แบบนี้”

“หล่อมหาเทพขั้นอัดอั้นล่ะไม่ว่า” อนิลทำปากเบ้ตอบเสียงประชด

อติเทพทำหน้างง “มันหล่อมากจนอัดอั้นใจเจ๊เลยเหรอ”

อนิลกลอกตาขุ่นใส่รุ่นน้องอีกครั้ง “เออใช่ มันหล่อมากชะจนต้อง

อั้นไว้ คาดว่าอีกสักชาติสองชาติ คงระบายความหล่อมหาเทพออกมา

จนหมด”

ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ เพิ่งเข้าใจความหมาย “ถ้าหน้าอย่างนี้ไม่หล่อ ผมว่าผู้ชายในโลกคงหาหล่อไม่ไต้แล้วล่ะมั้ง”

“หึ!! คนหล่อหน้าตาดีบ้านไหนของนาย จมูกเหมือนสันกำแพง

แล้วไม่ใช่กำแพงธรรมดาด้วยนะ โน่น...ต้องกำแพงเมืองจีนเท่านั้นถึงจะ

เอาอยู่ ส่วนปากก็อย่าให้อันพูดเลย...ผู้ชายอะไรปากบางยังกะตุ๊ด แล้ว

ยิ่งใส่แว่นดำใหญ่ยักษ์โดยไม่ประมาณตนว่าเหมาะกับใบหน้าตัวเอง

หรือเปล่า นี่ก็ยิ่งประสาทใหญ่ เผลอๆ ลองถอดแว่นออกมาสิ เหลือตา

เท่าเม็ดหนำเลี้ยบ คราวนี้นายเอย!!...ไต้สำลักความหล่อสะท้านระดับ ตำนานมหากาพย์แน่ นายลองนึกภาพตามสิ สยองมาก” อนิลสั่น หัวไหล่อย่างสยดสยอง

อติเทพมองอนิลทั้งทึ่งและอึ้ง ทึ่รุ่นพี่สามารถบรรยายหน้าคนหล่อ ระดับนายแบบที่สามารถขึ้นปกนิตยสารอั้นนำของโลกไต้อย่างสบายๆ

ให้ออกมาไต้นำเกลียดพิลึกสุดแย่ขนาดนั้น

“อ้าว แล้วเจ๊จะไปไหนล่ะนั้น” ชายหนุ่มถาม เมื่อเห็นอนิลลุกขึ้น

“ห้องน้ำ” พูดจบหญิงสาวก็เดินตรง1ไปยังห้องน้ำ แต่ยังไม่วาย

แกล้งเดินอ้อยยิ่งยามเดินผ่านกลุ่มชายชุดดำ อนิลปรายตามองหน้า

ทีละคนและเก็บบันทึกใบหน้าเหล่านั้นไว้ในความทรงจำ โดยเฉพาะ

ตัวหัวหน้าที่เธอแอบมองนานกว่าใคร เผื่อในอนาคต เธออาจต้องมาเป็น พยานในการชี้ตัวพวกโจรเหล่านี้

 

สายตาคมกริบมองผ่านแว่นดำไปลังหญิงสาวที่ทำตัวลับ ๆ

ล่อๆ เป็นเวลากว่าหกชั่วโมงแล้วที่หญิงสาวคนนี้นั่งจ้องมองพวกเขา

อย่างไม่ลดละ วาคิม มูจาลอับลาห์ ไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดใจมากเท่านี้

มาก่อน เมื่อตนเองต้องตกเป็นเป้าสายตาให้แก่ผู้หญิงไร้มารยาทคนนี้

“ฉันบอกนายแล้วใช่มั้ย ว่าให้เลือกผู้โดยสารที่มีมารยาท ไม่เรื่อง มาก” วาคิมกล่าวเสียงฉุนใส่ลูกน้อง หลังจากสังเกตพฤติกรรมของ

หญิงสาวดวงตากลมโต ท่าทางอยากรู้อยากเห็นคนนี้มานานนับชั่วโมง

“ขอโทษครับ ผมไม่นึกว่าคุณผู้หญิงคนนั้นจะเล่นจ้องพวกเรา

เขม็งแบบนี้”

“ไปบอกนักบินให้เปลี่ยนแผน เอาเครื่องลงที่มูจาลดาห์ แล้วบอก พวกเราให้เตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อม ฉันไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงอะไร

ทำตัวสอดรู้สอดเห็น จุ้นจ้าน” วาคิมสั่งคนสนิทเสียงเข้ม

กาชิมพยักหน้ารับคำสั่ง ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืน และตรงไปจัดการ ตามที่เจ้านายตนเองสั่งอย่างรวดเร็ว

ดวงตาสีคำคมกริบบนใบหน้าคมลันภายใต้แว่นคำแบรนด์หรู

ราคาแพงระยับที่ใส่บดบังสายตาไว้ มองหญิงสาวที่เพิ่งเดินกลับไปยังที่

นั่งของตนเองด้วยความเคืองใจ เจ้าหล่อนกล้ามากที่เดินเข้ามามองหน้า

เขาซึ่งๆ หน้า วาดิม มูจาลอับลาห์นึกเย้ยหยันในใจ ผู้หญิงในโลกนี้

เหมือนกันหมดทุกคน ชอบเรียกร้องความสนใจจากเขา โดยไม่สนวิธีการ

ว่ามันจะดูไร้มารยาทเพียงใด และเห็นไต้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้ก็ไม่แตกต่าง

จากผู้หญิงคนอื่นทั่วไปนัก

อนิลกระวีกระวาดกลับมายังที่นั่งด้วยท่าทางร้อนใจ ทันทีที่นั่งลง หญิงสาวรีบเอ่ยปากบอกเรื่องที่ตนเองไต้ยินให้รุ่นน้องฟัง “แย่แล้ว คน

พวกนั้นเป็นโจรปล้นเครื่องบินจริงๆ ฉันไต้ยินพวกมันพูดกันว่าให้เปลี่ยน

แผน ให้เอาเครื่องไปลงที่ไหนลักแห่ง”

สีหน้าอนิลเคร่งเครียดกึ่งโมโหยามเอ่ยพูด เมื่อลักครู่เธอได้ยิน

ไม่ผิดแน่ เสียงเหี้ยมดุจากหัวหน้าโจรคนนั้นสั่งผู้ชายอีกคนที่นั่งกัดไป ถึงแม้ว่าประโยคนั้นจะไม่ตังมากจนทำให้เธอไต้ยินชัดเจน แต่เธอไม่มี

ทางฟังผิดเด็ดขาด โดยเฉพาะคำว่าสอดเสอดเห็นกับจุ้นจ้าน

“เจ๊ แล้วฟังพวกเขาพูดกันรู้เรื่องเหรอ”

“ฉันมันระดับไหน ภาษาพื้นๆ แค่นี้ทำไมจะ'ฟังไม่ออก” อนิล

ปรายตามองรุ่นน้อง น้อยไปเถอะที่เธอจะฟังไม่ออก เธอมีคนรู้จักสั่งตรง

มาจากอัลไบดาล น้าดันเลี้ยงเธอมาตั้งแต่ห้าขวบ ยี่สิบปีเชียวนะที่เธอได้ ใกล้ชิดกับเจ้าของภาษาที่มาจากประเทศนี้โดยตรง

“เอ่อ ผมลืมไป เจ๊เอิงเป็นเจ้าแม่ภาษาอัลไบดาล” อติเทพเอ่ย

ยิ้มๆ ทั้งรุ่นพี่และตัวเขาเคยชินกับภาษานี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ของเจ๊นั่นเป็น เพราะมีแม่คนใหม่เป็นชาวอัลไบดาล ส่วนเขานั้นอาศัยที่เข้าไปเล่น

ที่บ้านของเจ๊ทุกวัน จึงได้อานิสงส์ ทั้งฟังทั้งคุยได้ดีพอสมควร

“อย่ามัวแต่พูดเลย ตอนนี้เราสองคนต้องหาทางยับยั้งโจรพวกนั้น ก่อนที่พวกมันจะลงมือ แย่แล้ว! นั่น นั่น พวกมันเริ่มลงมือกันแล้ว” อนิล

รีบร้องบอกรุ่นน้อง เมื่อเธอเหลือบไปเห็นชายชุดคำหลายคนเริ่มลุกจาก

ที่นั่ง แล้วมีทีท่าว่าจะตรงไปยังห้องนักบิน

“ไม่ได้ เราต้องสกัดไม่ให้โจรพวกนั้นเข้าไปในห้องนักบิน ไม่อย่าง

นั้นจบเห่แน่” หญิงสาวรีบยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้นั่ง เธอปล่อยให้โจรเข้า

ถึงห้องนักบินไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเครื่องบินลำนี้อาจถูกจี้นำไป

ก่อการร้าย และนั่นอาจหมายถึงความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งของเหล่า

หมู่มวลมนุษยชาติ

อติเทพหน้าเด๋อด๋าลุกตามอย่างงงๆ “เราสองคนแค่นั้นเหรอเจ๊”

“ในเครื่องนี่ นอกจากฉันกับนาย มีใครอื่นที่เป็นผู้โดยสารอีกมั้ย

ล่ะ” อนิลดุรุ่นน้อง แล้วปราดเข้าไปข้างหน้า หวังสกัดไม่ให้ใครเข้าถึง

ห้องนักบิน

“เจ๊เอิง เดี๋ยว...” อติเทพเรียกรุ่นพี่ไว้แต่ไม่ทันเสียแล้ว

“จะไปไหนกัน!” หญิงสาวออกมายืนขวางทางไว้ สายตาคนถาม

   ดุดัน จนทำให้ชายตัวโตในชุดสูทสีคำที่กำลังเดินไปยังห้องนักบินต่าง

หยุดจ้องมองด้วยความแปลกใจ

“คุณผู้หญิงกรุณาหลีกทางด้วยครับ”

“โจร! โจร! โจร! คุณแอร์! มาช่วยกันจับโจรเร็ว คนพวกนี้เป็นโจร

คนพวกนี้จะปล้นเครื่องบินเอาไปก่อวินาศกรรม”อนิลไม่รอช้าให้เลียเวลา หญิงสาวร้องตะโกนโวยวายเสียงดัง หวังให้แอร์โฮสเตสสาวสองสามคน มาร่วมกันช่วยขัดขวางโจร ก่อนที่พวกมันจะเข้าไปยังห้องนักบิน

กลุ่มชายชุดดำไม่มีใครสนใจเสียงร้องโวยวายไร้สาระของหญิง

สาวตรงหน้า ทั้งหมดพยายามจะเดินผ่านไปเสมือนเธอเป็นอากาศธาตุ

แต่อนิลใช้ตัวขวางทางไว้อย่างสุดกำลัง

“กรุณาหลีกทางด้วยครับคุณผู้หญิง” กาชิมเอ่ยขึ้น

“ไม่!” อนิลตอบกลับเสียงแข็ง พอดีกับที่แอร่โฮสเตสสาวเดินแกม

วิ่งเช้ามา อนิลจึงถือโอกาสนั้นยํ้าบอกกับแอร์โฮสเตสอีกครั้ง “คุณแอร์

อย่าให้คนพวกนี้เข้าไปในห้องนักบินเด็ดขาด คนพวกนี้กำลังจะเช้าไป

ปล้นเครื่องบิน”

“เอ่อ...คือ...คือ...” หนึ่งในแอร่โฮสเตสสาวพยายามจะเอ่ยบอก

อะไรบางอย่างแก่อนิล

“กาชิม เอะอะโวยวายอะไร” น้ำเสียงทรงอำนาจดังแทรกขึ้นจาก

ทางด้านหลังกลุ่มคนชุดดำ

“คุณผู้หญิงคนนี้ขวางทางไม่ให้พวกเราเช้าไปในห้องนักบินครับ”

กาชิมรายงานเจ้านายตนเอง

วาดิม มูจาลอับลาห์มองผ่านแว่นดำ1ไปยังหญิงสาวที่ยืนเกะกะ

อยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มผิวขาวร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร

มองผู้หญิงตัวเล็กที่ทำตัวน่ารำคาญด้วยความเบื่อหน่ายอย่างที่สุด

“หลีกไป” วาดิมสั่งเสียงห้วน ดวงตาลีดำภายใต้แว่นหนาฉาย

แววรำคาญเกินทน

“ไม่หลีก!!”หญิงสาวยังยืนนึ่ง ปฏิเสธอย่างไร้หางเสียง

 

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 

 


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (94 รายการ)

www.batorastore.com © 2021