พร่างดาวพราวเล่ห์ (จัณห์จุฑา)

พร่างดาวพราวเล่ห์ (จัณห์จุฑา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160019250
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 280.00 บาท 182.00 บาท
ประหยัด: 98.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

นางเอกใหม่

 

เรือนไทยประยุกต์สองชั้นสีน้ำตาลอมแดงหลังใหญ่ที่ปลูก

ด้วยไม้สัก ตั้งตระหง่านเด่นท่ามกลางต้นไม้หลากหลายชนิดภายในพื้นที่

กว่าสิบไร่ พื้นที่กว่าครึ่งถูกแบ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับในชื่อ ‘ไร่มุกดา-

รินทร์’ ตามชื่อของเจ้าของคือนายวารินทร์และนางมุกดาผู้เป็นภรรยา

ไร่ดังกล่าวถือเป็นไร่มีชื่อของจังหวัดลำปาง ที่เป็นแหล่งรวมต้นไม้นานา

สายพันธุ์ระดับเกรดเอ เน้นการปลูกแบบอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีตั้งแต่

กระบวนการเพาะพันธุ์พืช หากใครสนใจจะซื้อต้นไม้จากไร่มุกดารินทร์

ไปปลูก ทางไร่มีบริการดูแลหลังการขาย โดยมีทีมให้คำปรึกษาทั้งการปลูก

และดูแลจนกว่าต้นไม้ที่จำหน่ายไปจะติดดอกออกผลชุดแรก

นายวารินทร์...เจ้าของไร่เป็นอดีตข้าราชการครู สาขาวิชาเกษตร

ที่ทำหน้าที่เรือจ้างมานานกว่าสามสิบปี ปัจจุบันอายุล่วงเลยวัยเกษียณ

มาแล้วกว่าสี่ปี แม้ก่อนหน้านี้จะรับราชการ แต่ไม่ทิ้งอาชีพที่บิดามารดา

ทิ้งไว้ให้ เขามีพื้นฐานเป็นลูกชาวสวนจึงสานต่ออาชีพของบิดา โดยมีภรรยา

ที่อยู่กินกันมากว่าสี่สิบปีช่วยดูแลจนกิจการเจริญรุ่งเรือง เมื่อเกษียณอายุ

ราชการจึงหันมาดูแลไร่แห่งนี้อย่างจริงจังร่วมกับคู่ชีวิต

ขณะที่ลูกสาวคนเดียวที่พวกเขารักและทะนุถนอมราวไข่ในหินนั้น

กลับไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาช่วยงาน แม้จะรักต้นไม้ไม่ต่างจากพ่อแม่

แต่ไม่ได้สนใจยึดอาชีพชาวสวนเป็นอาชีพหลัก สังเกตได้จากที่มุกวรินทร์

เลือกเรียนในสายงานนักข่าว หรือที่เธอย้ำตอนสอบเข้าได้แรกๆ ว่า คณะ

นิเทศศาสตร์ นายวารินทร์ไม่สนับสนุน แต่ไม่คัดค้าน ลูกสาวอยากเรียน

ก็ตามใจ มีเรื่องเดียวที่เขาไม่พอใจก็คือ ลูกสาวของเขากำลังคิดการใหญ่

หลังจากที่ลูกพี่ลูกน้องสาวเสียชีวิตได้ไม่นาน

เขาไม่อยากจะเชื่อว่าลูกสาวที่เลี้ยงมากับมือจะดื้อได้ขนาดนี้ เดิมที

หลังอีกฝ่ายเรียนจบก็ตั้งใจจะทำงานในสาขาที่เรียนมา ผู้เป็นพ่ออย่างเขา

ก็ได้แต่ทำใจ ในเมื่อเรียนมาก็ควรได้ทำงานอย่างที่หวังแต่ต้น ทว่ากลับ

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อดารินทร์...ลูกพี่ลูกน้องที่มุกวรินทร์รักมาก

ราวกับเป็นพี่น้องคลานตามกันมาเสียชีวิตกะทันหัน ทั้งป้าทั้งหลานปักใจ

ว่ามีเงื่อนงำ ทำให้มุกวรินทร์เกิดอาการอยากพยุงความยุติธรรม คิดว่า

คนผิดยังไม่ถูกลงโทษ ทั้งที่ตำรวจก็สรุปแล้วว่าหลานสาวของเขาเสียชีวิต

เพราะกินยาเกินขนาด กระนั้นทั้งมุกวรินทร์และลินจันทร์ผู้เป็นป้า หรือ

มารดาของดารินทร์ก็ยังไม่ยอมแพ้ ลูกสาวคนเดียวของเขากลับมาบ้าน

ได้ไม่กี่วันก็หาเรื่องกลับไปที่กรุงเทพฯอีกแล้ว...

“แม่ขา ให้หนูไปเถอะนะ หนูสัญญาว่าถ้าเรื่องนี้จบเมื่อไหร่ หนูจะ

กลับมาช่วยพ่อกับแม่ทำงาน ไม่ไปไหนอีกเลย”

เสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าของร่างบอบบางที่วันนี้สวมเสื้อแขนสี่ส่วน

สีชมพูเนื้อดี กับกางเกงผ้าขาสามส่วนสีขาว และรองเท้าแตะอยู่บ้าน

ยังดังอยู่ไม่ขาด น้ำเสียงชวนฟังนั้นเรียกสายตาลูกค้าที่เดินเข้ามาในไร่

ให้แหงนมองไปบนศาลาไม้สักทรงปั้นหยาแบบหลังคาสองชั้น จนเห็น

หญิงสาวรูปร่างบอบบางคุยจ้อกับชายรูปร่างสูง ใบหน้านิ่งเรียบ และผม

สีดอกเลา ยืนเอามือไพล่หลังมองออกไปนอกศาลา ดูท่าทางน่าเกรงขาม

ข้างกันมีหญิงร่างอวบวัยประมาณห้าสิบปี ใบหน้าคล้ายคลึงกับหญิงสาว

นั่งเงียบ ไม่เออออไปกับคำพูดของบุตรสาวที่ยังกอดเอวนางไว้

“นะคะแม่นะ” มุกวรินทร์ถูแก้มกับแขนนุ่มๆ ของมารดาไปมา

จนนางมุกดาอดเอื้อมมือไปลูบผมลูกสาวอย่างเบามือไม่ได้

“แต่แม่เป็นห่วง อย่าไปเลย คนก็ตายไปแล้วจะอะไรกันนักหนา

เดี๋ยวแม่คุยกับป้าเราให้”

มุกวรินทร์หน้างอง้ำเมื่อได้ฟังมารดาพูด ใบหน้าจิ้มลิ้มเชิดขึ้นอย่าง

ไม่ยอมแพ้ “แต่หนูอยากช่วยป้านี่คะ”

“ป้าเราเขาก็เดาส่งเดช” คนที่ไม่ค่อย ‘กินเส้น’ กับพี่สาวตนเองพูด

“ไม่หรอก ป้าคงรู้อะไรแหละถึงปักใจเชื่อว่านายอคินนั่นเป็นสาเหตุ

ให้พี่รินทร์ตาย”

“มุก...ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เราคิด หนูจะเสียใจแล้วก็เสียเวลานะ”

นายวารินทร์ที่ยืนฟังสองแม่ลูกคุยกันอยู่เอ่ยเตือนลูกสาว

“พ่อคะ...นะคะ ให้หนูไปเถอะนะ นี่เขากำลังหาคนแสดงแทนพี่รินทร์

ถ้าหนูได้งานนี้หนูก็จะได้อยู่ใกล้เขามากยิ่งขึ้น หนูจะกระชากหน้ากากเขา

ออกให้คนอื่นรู้กันไปเลยว่าเขาเลวแค่ไหน แล้วจะรีบกลับมาช่วยพ่อกับแม่

ทำงาน ไม่ไปไหนอีกแล้ว ไม่เป็นนักข่าวแล้วด้วย” มุกวรินทร์หันไปกอด

แขนบิดา เพราะคิดว่าบิดาจะเห็นดีด้วย

“พ่อไม่ไว้ใจเลย พ่อเป็นห่วง” นายวารินทร์พูดอย่างกังวลเพราะไม่

อยากให้ลูกสาวไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ลางสังหรณ์บอกเขาว่าลูกสาวคนนี้

กำลังจะทำเรื่องยุ่งเข้าแล้ว ดูก็รู้ว่าความคิดยังเด็กนัก แบบนี้น่ะหรือจะไป

กระชากหน้ากากเสือ จะไปให้เสือตะครุบกลืนลงท้องละไม่ว่า

“หนูสัญญาว่าจะรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี เหมือนสมัยเรียนไงคะ หนู

ไปเรียนสี่ปีไม่เห็นมีปัญหาอะไร”

“นั่นไปเรียน นี่ไม่เหมือนกัน” นายวารินทร์เริ่มเสียงขรึม

“พ่อไม่ไว้ใจหนู”

“พ่อไม่ไว้ใจคนอื่น”

“แม่ก็ด้วย แม่ไม่ไว้ใจ หนูอยู่ใกล้คนแบบนั้นไม่ได้” นางมุกดา

ซึ่งเงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น

                “ทำไมคะ”

นางมุกดาไม่ตอบ เพียงแต่มองสบตากับสามีแล้วหันหน้ามองไกล

ไปจากตัวบ้านหลายสิบเมตร ซึ่งคนงานกำลังช่วยกันยกต้นไม้ขนขึ้นรถ

ไปส่งลูกค้าตามที่มีรายการสั่งซื้อ เสียงนายวารินทร์ถอนหายใจเฮือกเพราะ

รู้ว่า ภรรยายกหน้าที่การตัดสินใจให้เป็นของเขาแล้ว

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าเขาอยากได้นักแสดงแทนพี่สาวเราน่ะ”

“พี่ริชชี่ ผู้จัดการส่วนตัวของพี่รินทร์โทร. มาบอกค่ะ”

คราวนี้เสียงถอนหายใจดังมาจากคนที่โยนหน้าที่ให้สามีอีกครั้ง แม้

นางมุกดาแสร้งทำเหมือนไม่ได้สนใจ แต่กลับไม่อาจจะทำใจให้นิ่งได้ นาง

ไม่สนับสนุนลูกสาวให้เป็นนักแสดง การที่ลูกสาวอยากร่ำเรียนสายข่าวก็

ลำบากมากอยู่แล้ว แต่การเป็นนักแสดงใช่แต่จะลำบากเพียงกาย ยังต้อง

ลำบากใจด้วย

ตอนดารินทร์เป็นนักแสดงเธอก็เห็นตัวอย่างมาแล้ว หลานสาว

เข้านอกออกในบ้านเธอตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งที่ลินจันทร์ผู้เป็นแม่ไม่ได้ญาติดี

กับเธอนัก แต่ฝ่ายนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อเด็กหญิงที่หน้าคล้ายมุกวรินทร์

ตั้งแต่เด็กเกาะติดมุกวรินทร์เป็นเงาตามตัว แถมไม่ยอมกลับไปนอนบ้าน

เพราะความขัดแย้งของพ่อแม่ที่เด็กสาวเห็นอยู่ทุกวัน ทำให้ดารินทร์หลบ

พ่อแม่มาอาศัยอยู่บ้านนางแทน

เมื่อเรียนจบมัธยมปลายดารินทร์ก็สอบเข้าไปเรียนในกรุงเทพฯ ได้

นางมุกดาในฐานะน้าก็สงสารเด็กสาวที่พ่อกับแม่ทะเลาะกันทุกวัน เพราะ

ปัญหาทางการเงินที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง จึงช่วยเหลือเรื่องเล่าเรียนในช่วง

แรกเพราะมารดาของเด็กสาวไม่ใคร่จะมีเงินส่งเสียให้เรียนสูงๆ ได้ แต่หลัง

จากถูกแมวมองชักชวนเข้าวงการดารินทร์ก็ส่งเสียตัวเองเรียน ไม่ได้พึ่งเงิน

จากครอบครัวของนางอีก

เมื่อมุกวรินทร์สอบเข้ามหาวิทยาลัยมีชื่อของรัฐที่กรุงเทพฯ ได้

ดารินทร์ก็สุดแสนจะดีใจ รีบออกปากจะช่วยดูแลน้องสาว ระหว่างที่

สองพี่น้องอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ นางได้สอบถามข่าวคราวของหลานสาว

จากมุกวรินทร์ และได้ทราบว่าดารินทร์เริ่มเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงขึ้น

เรื่อยๆ ดารินทร์เหน็ดเหนื่อยมากจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน จากนั้นนางก็

 เริ่มสังเกตเห็นว่า นับจากหลานสาวทำงานในวงการบันเทิงก็แทบจะ

 ไม่เคยกลับบ้านมาเยี่ยมพ่อกับแม่ มีเพียงเงินจำนวนมากที่ส่งมาในแต่

ละเดือนให้แม่ซื้อที่ทาง เพื่อสร้างบ้านเช่าที่ผุดขึ้นราวดอกเห็ด ทำให้ฐานะ

 ทางบ้านที่ค่อนข้างอัตคัดขัดสนในอดีตดีขึ้นตามลำดับ จนตอนนี้นาง

ลินจันทร์กลายเป็นแม่เลี้ยงคนหนึ่งในจังหวัดไปแล้ว

ท่ามกลางความรุ่งเรือง สิ่งหนึ่งที่นางหวาดกลัวแทนหลานสาวมา

โดยตลอดคือ ข่าวคราว เมื่อตกเป็นบุคคลสาธารณะแล้วก็ยากที่จะดำเนิน

ชีวิตเหมือนคนปกติ ดารินทร์ถูกจับตามองทุกฝีก้าว หากพลาดพลั้งก็หมาย

ถึงชื่อเสียงและหน้าที่การงานที่หลุดลอย การทำงานที่หนักหนา ไม่เท่ากับ

การต้องปั้นหน้ายิ้มยามมีข่าว

และหากภูมิคุ้นกันไม่ดีพอก็ยากที่จะอยู่รอด ดารินทร์มีภูมิคุ้มกัน

น้อยกว่าที่แสดงออกมาก สุดท้ายจึงมีจุดจบเช่นนี้ และนางไม่อยากให้

ลูกสาวที่เฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมต้องตกอยู่ในสภาพนั้น แม้จะมั่นใจว่า

มุกวรินทร์มีภูมิคุ้มกันมากกว่าดารินทร์ก็ตาม

“พ่อกับแม่ขอเวลาคิดก่อนแล้วจะบอกอีกที...”

มุกวรินทร์หน้ามุ่ย ‘ไม่ได้สิคะพ่อขา...’

เธอได้แต่นึกขอโทษพ่อกับแม่ ‘งั้นหนูไปถึงกรุงเทพฯ แล้วค่อยโทร.

มาขอคำตอบอีกทีก็แล้วกันนะคะ ขอโทษนะคะ ถ้าหนูยังไม่ไปพบพี่ริชชี่

มีหวังหนูพลาดแน่!’

บรรยากาศในห้องประชุมวันนี้ชวนอึดอัดกว่าครั้งไหนๆ สมาชิกที่มา

รวมกันอยู่ในห้องและนั่งล้อมโต๊ะประชุมรูปตัวยูเกือบยี่สิบชีวิตกำลังจะ

เป็นบ้าในไม่ช้า

“รอสักครู่นะคะ คิดว่าเดี๋ยวน่าจะติดต่อได้แล้วละค่ะ”

เสียงบอกกล่าวเบาหวิวจนเกือบเป็นเสียงกระซิบของผู้ทำหน้าที่

ติดต่อดารา หรือที่เรียกเก๋ๆ ว่า ธุรกิจกองถ่ายนั้น ไม่ได้ทำให้ทีมงานหลัก

ของกองถ่ายละครเรื่อง ลิขิตร้าย พันธนาการรัก ที่นั่งหน้าเครียดอยู่คลาย

ความกังวลได้สักคน

กวิตา...ผู้จัดละครคนเก่งมองหน้าธุรกิจกองถ่ายแล้วพยักหน้านิ่ง

เรียบ ไร้รอยยิ้มหัว หรือวาจาหยอกเย้าเหมือนเช่นเคย ไม่บ่อยนักที่ทีมงาน

กองถ่ายละครที่ล่มหัวจมท้ายกันมาหลายสิบเรื่อง จะได้เห็นลักษณะ

อาการเช่นนี้ สายตานับสิบคู่ได้แต่มองหน้ากันอย่างไร้คำพูด บางคนถึง

กับแสร้งสนใจสมาร์ตโฟนคู่ใจผู้เป็นเจ้าแห่ง ‘ลัทธิก้มหน้า’ อำพรางการ

รับรู้ใดๆ ด้วยไม่อยากถูกดึงเข้าสู่ ‘พายุ’ ลูกใหญ่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้น

บางคนได้แต่มองหน้าธุรกิจกองถ่ายด้วยแววตาเห็นใจ แต่ไม่สามารถช่วย

อะไรได้มากกว่านั้น

สาเหตุของภาวะตึงเครียดที่เกิดขึ้นมานานนับชั่วโมงนี้ เป็นผลสืบ

เนื่องมาจากอดีตผู้จัดการส่วนตัวของดารินทร์ไม่ยอมรับโทรศัพท์ และไม่

ติดต่อกลับ ทุกอย่างเงียบกริบราวกับว่า ก่อนหน้านี้คนที่อยู่ปลายสายและ

เป็นจุดหมายของการติดต่อจนเครื่องแทบไหม้คามือไม่ใช่ฝ่ายที่วิ่งเข้ามา

หาผู้จัดละครและผู้กำกับชื่อดัง เพื่อขอให้หญิงสาวหน้าตาละม้ายคล้าย

นางเอกคนเดิมได้มีโอกาสแคสติงบท ‘นีรา’ หรือ ‘นีราภา’ สักครั้ง

ฝ่ายธุรกิจกองถ่ายไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายนั้นจึง

ตัดสายทุกครั้งที่เธอโทร. หา สักพักเสียงโทรศัพท์ของผู้จัดละครก็ดังขึ้น

ทีมงานทุกคนเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวัง ...หวังว่าผู้จัดการตัวแสบจะ

ติดต่อมาทางผู้จัดคนเก่งแทน แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอย่างที่ใจปรารถนา

กวิตาส่ายหน้าบอกเป็นนัยว่า ไม่ใช่คนที่ทุกคนคิด แล้วเลี่ยงออกไป

คุยโทรศัพท์นอกห้อง ทิ้งให้ธุรกิจกองถ่ายและเพื่อนร่วมทีมอีกสิบชีวิต

คิ้วขมวดกันถ้วนหน้า

กวิตาเลี่ยงออกมารับโทรศัพท์ของผู้ที่เป็นทั้งเจ้านายและพี่ชาย

คนเดียว

“ได้เจออคินบ้างไหมตา” ฝ่ายนั้นยังคงรักษามาตรฐานความราบ

เรียบในน้ำเสียงไว้ได้อย่างดี แม้จะกำลังเอ่ยถามถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

ที่ไม่ค่อยลงรอยกันก็ตามที

“ไม่เจอเลยค่ะพี่ฆิณฑ์ ตาไม่ได้คุยกับอคินเกือบอาทิตย์แล้ว”

“มันไม่ติดต่อเธอเลยเหรอ แปลก...มันไปมุดหัวอยู่ไหนของมัน

ไอ้ลูกคนนี้ บ้านช่องมีก็ไม่ยอมกลับ”

“พี่ฆิณฑ์ทะเลาะกับลูกอีกแล้วเหรอคะ”

อีกแล้ว...เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนอีกฝ่ายถามอย่างระอา

นับตั้งแต่ภรรยาของเขา ซึ่งก็คือมารดาของอคินจากไป เขากับลูกชายก็

ไม่เคยพูดจาดีๆ กันเกินสามประโยค ยิ่งอคินโตขึ้นก็ยิ่งมีเรื่องให้ต้อง

ทะเลาะกันทุกวัน เขากับอคินเหมือนเป็นคนอื่นที่อยู่ร่วมรั้วบ้านกันก็เท่านั้น

น้องสาวของเขาเสียอีกที่อคินทั้งรักและเคารพราวกับเป็นมารดาแท้ๆ

จนเขาอดน้อยใจไม่ได้ แต่ก็ยังปากแข็งพูดว่า

“เรื่องเดิมๆ แค่ผู้หญิงคนเดียว ช่างเถอะ พูดไปก็หงุดหงิด อยาก

แพ่นกะบาลมันเปล่าๆ ถ้ามันติดต่อกลับมาบอกให้มันกลับบ้านหน่อย

ก็แล้วกัน”

คำพูดนั้นดูเหมือนไม่แคร์ แต่กวิตารู้ดีว่าลึกๆ ในใจเมฆิณฑ์รู้สึก

อย่างไร ซึ่งทำให้เธอสะเทือนใจไม่น้อย เธอมั่นใจเกินร้อยว่าพี่ชายรู้สึกผิด

ที่ทำผิดกับลูกชายและภรรยาไว้ในอดีต และมันยังคงเกาะกินหัวใจชาย

วัยห้าสิบปลายๆ ไม่จาง แม้พยายามลบล้าง แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่ให้ความ

ร่วมมือก็ยากจะสำเร็จ

“เขาอาจจะรักดารินทร์จริงๆ ก็ได้นี่คะ เรื่องนี้...”

“ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้รักมัน แล้วฉันก็มั่นใจว่ามันไม่ได้รักผู้หญิง

คนนั้นอย่างแน่นอน” ชายวัยห้าสิบปลายๆ ตอบน้องสาวด้วยความมั่นใจ

“คราวนี้พี่ฆิณฑ์อาจจะเดาผิดก็ได้นะคะ”

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021