ซาตานสยบรัก (นวนิยายชุด 4 หนุ่ม BAD BOYS) (ผักบุ้ง)

ซาตานสยบรัก (นวนิยายชุด 4 หนุ่ม BAD BOYS) (ผักบุ้ง)

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160009428
ผู้แต่ง: ผักบุ้ง
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 260.00 บาท 130.00 บาท
ประหยัด: 130.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

 

 รถสปอร์ตสีขาวสัญชาติเยอรมันแล่นไปตามท้องถนนของ

กรุงเทพมหานครที่ค่อนข้างโล่งในช่วงสายของวัน ชายหนุ่มที่สวมชุด

ทำงานแบบสบายๆ จับพวงมาลัยด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือกล่อง

กำมะหยี่สีน้ำเงินที่เปิดให้เห็นแหวนด้านใน ซึ่งออกแบบให้เป็นรูปนกยูง

 ดูน่ารักสมวัยของหญิงสาวที่กำลังจะได้เป็นเจ้าของในเร็วๆ นี้

‘คุณอัครคะ แป๋วว่ามันไม่ค่อยดีนะคะ ที่จะซื้อแหวนให้เป็นของขวัญ

คุณโมรี’

อัคร...อัครัช ปัทมนันท์ ยังจำสีหน้าท่าทางอ้ำอึ้งของเลขาฯ สาวที่

ถูกเขาชักชวนแกมสั่งให้ไปช่วยเลือกของขวัญในร้านเครื่องประดับชั้นนำ

แห่งหนึ่งเมื่อครู่ได้

‘ทำไม’ ชายหนุ่มถามอย่างแปลกใจ ยอมรับว่าตอนแรกเขาตั้งใจ

ชวนเลขาฯ สาวไปหาซื้อสร้อยคอหรือไม่ก็พวกสร้อยข้อมือกับต่างหู แต่

การที่เขาถูกใจแหวนรูปนกยูง และเกิดเปลี่ยนใจอยากจะซื้อขึ้นมา มันก็

ไม่เห็นจะเป็นเรื่องผิด

‘ก็คุณโมรีเป็นหลานสาวที่คุณรับมาอุปการะ ไม่ใช่หลานสาวแท้ๆ

 นี่คะ’ เลขาฯ อ้อมแอ้มอธิบาย สีหน้าท่าทางดูหวั่นเกรงว่าจะถูกเจ้านาย

ตำหนิ ‘หากใครรู้เข้าว่าคุณซื้อแหวนให้เธอเป็นของขวัญ แป๋วว่าเขาคง

เอาไปซุบซิบนินทากันให้ทั่วว่าพอขุนจนโตเต็มที่ปุ๊บ สมภารก็จะกินไก่วัด

ปั๊บ’

‘เพ้อเจ้อ’ ชายหนุ่มวัยสามสิบห้าเอ็ดเลขาฯ ส่วนตัวด้วยสีหน้า

นิ่งๆ เรื่องบ้าบอคอแตกเหล่านั้นไม่เคยอยู่ในหัวเขา และไม่ใช่เรื่องที่เขา

คิดจะสนใจด้วย

ฮึ! สมภารอย่างเขาน่ะหรือจะอยากเชือดไก่ ในเมื่อทุกวันนี้ก็มี

สาวๆ ประเคนเนื้อ นม ไข่มาให้ไม่อั้นจนบางครั้งเขาชักจะเอียนแล้ว

อัครัชส่งแหวนให้พนักงานคิดเงิน

‘เอาวงนี้แหละครับ’ นิสัยไม่สนใจเสียงของคนอื่นมากกว่าเสียง

หัวใจตัวเองทำให้ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มอย่างขบขันกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก่อนจะ

เก็บกล่องกำมะหยี่ใส่ลงในกระเป๋ากางเกงเพื่อใช้สมาธิกับการขับรถไปยัง

มหาวิทยาลัยรัฐบาลอันดับต้นๆ ของประเทศที่โมรีกำลังศึกษาอยู่ในชั้น

ปีสุดท้าย และวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของการสอบปลายภาคเรียน

อัครัชยอมรับว่าเรื่องที่เลขาฯ คนสนิทเตือนฟังดูมีเหตุผล เพราะ

ด้วยฐานะหลานชายคนรองของ เกริกไกร ปัทมนันท์ มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย

เป็นอันดับเจ็ดของเอเชีย การถูกคนภายนอกจับตามองย่อมถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา

แต่อัครัชคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจเสียอย่าง แค่การซื้อแหวนให้หลาน

สวมเล่นๆ เป็นของขวัญสอบเสร็จมันคงไม่ใช่เรื่องวิปริตถึงขั้นฟ้าถล่ม

แผ่นดินทลายลงมาหรอก

อีกอย่าง ชื่อของโมรีก็แปลว่านกยูง

นึกแล้วชายหนุ่มก็อดยิ้มไม่ได้ และค่อนข้างแน่ใจว่าหล่อนจะต้อง

ชอบของขวัญที่เขาเตรียมให้ชิ้นนี้ ถึงแม้ว่าตลอดสิบหกปีที่ผ่านมา หล่อน

จะไม่เคยชอบของขวัญที่เขาหยิบยื่นให้สักชิ้นก็ตาม

แต่ขณะที่กำลังคาดเดาถึงท่าทีของหลานสาวอยู่นั้น อัครัชก็เห็นว่า

รถลัมโบร์กินีสีส้มที่อยู่ข้างหน้าเขาขับช้าจนเกินไปสำหรับเลนทางขวามือ

ชายหนุ่มตัดสินใจว่าจะแซงซ้าย ทว่าเจ้าของรถคันข้างหน้าก็ขับ

มาขวางไม่ให้แซงจนเขาขมวดคิ้วอย่างฉุนๆ

ยิ่งเมื่อเขาตั้งท่าจะกลับไปแซงขวา แต่รถข้างหน้าก็ขับมาขวาง

อีกครั้ง ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดก็เริ่มถึงขีดจำกัด

‘ไอ้บ้านี่!’ อัครัชสบถในใจอย่างหงุดหงิด ประเมินจากรถราคา

หลายสิบล้านแล้ว เขาแน่ใจว่าคนขับคงเป็นพวกลูกคนรวยที่วันๆ ไม่มี

อะไรทำนอกจากสร้างความเดือดร้อนให้สังคม ส่วนเลขทะเบียน กต

9999 นั้นคงย่อมาจาก กวนตีนเก้าชั่วโคตร

ฮึ! รู้จักเขาน้อยไป

อัครัชมองท้องถนนอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นช่องทางที่จะเอาชนะลัมโบร์กินี

คันนั้นได้ เขาเหยียบคันเร่งไปขนาบด้านขวาของรถเจ้าปัญหา และเมื่อ

หันไปเห็นเจ้าของรถมองผ่านกระจกหน้าต่างออกมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

อัครัชก็มิวายเพิ่มความหงุดหงิดกลับไปให้คู่กรณีด้วยการยิ้มมุมปาก

พลางยักคิ้วให้อย่างกวนๆ แล้วขับแซงไปไกลลิบราวกับจะบอกทิ้งท้าย

ว่าไม่อยากเสียเวลาเล่นกับ...เด็ก

ปี๊น! ปี๊นๆ!

เสียงแตรดังอยู่ด้านหลังหลายครั้ง แต่ผู้ชนะก็ได้แต่ยิ้มขำในความ

เป็นขี้แพ้ชวนตีของคนที่กำลังพยายามแซงรถคันอื่นๆ มาเพื่อเอาคืน

แต่เชื่อเถอะว่าต่อให้บีบแตรดังไปถึงหูพญายม เจ้าของรถหรูก็

ไม่มีทางแซงอดีตแชมป์ร้อยสนามอย่างเขาได้ และเขาก็ไม่มีเวลาว่าง

มากพอจะเสียเวลาเล่นสนุกมากไปกว่านี้ด้วย

 

เมื่อรถคันงามเคลื่อนเข้าสู่ประตูรั้วมหาวิทยาลัยที่โมรีศึกษา

อยู่ เขาก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าอาคารคณะมัณฑนศิลป์

ทันทีที่ชายหนุ่มเปิดประตูและก้าวลงจากรถ นักศึกษาสาวหลาย

คนต่างก็มองมาแล้วหันไปซุบซิบกันด้วยท่าทางขัดเขิน ซึ่งอัครัชชิน

เสียแล้วกับการถูกเพศตรงข้ามแอบมองเช่นนี้ เพราะนอกจากทรัพย์

สมบัติที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด เขายังเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติที่แม้แต่

ผู้ชายด้วยกันยังอิจฉา

เขามีคิ้วหนาเข้มพาดเฉียงอยู่เหนือดวงตาคมกริบ รับกับจมูกโด่ง

และริมฝีปากหยักลึกอย่างลงตัว

แต่เพราะเขาไม่ใช่เสือผู้หญิงเหมือนอย่างภีมวัจน์ นาธาน และ

เกียรติก้อง พี่น้องต่างมารดาของเขา ดังนั้นเมื่อมีสาวๆ ส่งยิ้มมาให้

อย่างหวานหยด เขาจึงทำเพียงเดินขึ้นบันไดเข้าไปในอาคารด้วยสีหน้า

เรียบเฉย

ชั้นล่างของคณะมัณฑนศิลป์เป็นอาคารแบบเปิดโล่ง เต็มไปด้วย

โต๊ะไม้และที่นั่งแบบต่างๆ ซึ่งตอนนี้มีนักศึกษานั่งจับกลุ่มกันกระจัดกระจาย

บางกลุ่มก็นั่งคุยกันเจื้อยแจ้ว บางกลุ่มก็นั่งติวหนังสือ อัครัชกวาดตามอง

หาเด็กในปกครองอยู่พักใหญ่ก็ยังไร้วี่แววของโมรี

ชายหนุ่มก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ ก็พบว่าตอนนี้น่าจะหมดเวลา

สอบแล้ว

‘หายไปไหนของเขานะ’

อัครัชมองดูรอบๆ อีกครั้งอย่างแปลกใจ ทันใดนั้นเขาก็เห็นนัก-

ศึกษาหญิงคนหนึ่งลุกขึ้นจากโต๊ะ สีหน้าท่าทางดูงุนงงระหว่างเดินมาหา

เขา ซึ่งอัครัชพอจะคุ้นหน้าค่าตาว่าเป็นเพื่อนในกลุ่มของโมรี

“สวัสดีค่ะ คุณอา” จีรนันท์ยกมือไหว้พร้อมกับส่งยิ้ม “มารับโมรี

เหรอคะ”

“ครับ” อัครัชตอบสั้นๆ ตามประสาคนไม่ชอบพูดมาก “โมรี

ลงมาจากห้องสอบหรือยัง”

“ลงมาพร้อมจีได้พักหนึ่งแล้วค่ะ แต่เพิ่งจะขอตัวกลับบ้านไป

เมื่อกี้เอง” จีรนันท์เห็นท่าทางชายหนุ่มนิ่งอึ้ง หล่อนถึงกับเลิกคิ้วถาม

ด้วยสีหน้าแปลกใจ “คุณอาไม่ได้โทร. บอกโมรีก่อนเหรอคะว่าจะมา”

‘บอกตั้งแต่เช้าแล้วต่างหาก!’ อัครัชคิดในใจ ความหงุดหงิดแล่น

ขึ้นเป็นริ้วๆ ดูเหมือนว่าตลอดหลายปีมานี้โมรีจะไม่มีพัฒนาการในด้าน

การเชื่อฟังผู้ปกครองอย่างเขาเลย

“อาขอตัวก่อนแล้วกัน” ชายหนุ่มบอกลาเพื่อนสนิทของโมรีสั้นๆ

 เจ้าของร่างสูงราวร้อยแปดสิบเซนติเมตรที่ยังคงถูกสาวๆ ใต้อาคารนั้น

จับตามอง สาวเท้ากลับมาที่รถด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ

ปัง!

ประตูถูกกระแทกปิดแรงกว่าปกติ อัครัชกระชากรถออกจาก

มหาวิทยาลัยด้วยสีหน้าบึ้งตึง กระทั่งมาถึงหน้ารั้วบ้านปัทมนันท์

คนสวนที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ก็รีบวิ่งตรงมาเปิดประตูรั้วบ้านอย่างรู้งาน

 แต่ยังไม่ทันจะเปิดกว้างจนสุด อัครัชก็เหยียบคันเร่งจนรถเกือบจะเฉี่ยว

ชนคนสวนเข้าให้ ชายหนุ่มได้ยินเสียงร้องอย่างเสียขวัญของคนที่

กระโดดหลบรถด้วยท่าทางตกอกตกใจ ทว่าตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะ

ห่วงใยใคร

ชายหนุ่มมองตรงไปยังน้ำพุกลางสี่แยกหน้าคฤหาสน์หลังโตซึ่ง

เป็นที่พักอาศัยของปู่ ทว่าหากไม่มีความจำเป็นใดๆ เขามักจะไม่เฉียด

กรายไปที่นั่น อัครัชเบื่อน้องชายคนเล็กของเขาที่ถือตัวว่าเกิดจากท้อง

เมียแต่งของพ่อ เลยชอบทำตัวกร่าง คิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ที่สุดในบ้าน

หลังนี้รองจากปู่

เกียรติก้อง...หรือถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือ ‘กร่างก้อง’ ไม่เคารพนับถือ

เขาหรือพี่ชายอีกสองคนที่เกิดจากเมียคนอื่นๆ ซึ่งปู่ก็เข้าใจในปัญหานี้

เป็นอย่างดี ถึงได้สร้างบ้านให้หลานๆ ทุกคนแยกกันอยู่คนละหนึ่งหลัง

ภายในรั้วเดียวกัน แม้จะไม่ใหญ่โตโอ่อ่าเท่าหลังที่เกียรติก้องอยู่ แต่ตอนที่

เกียรติก้องรู้เรื่องก็อาละวาดจนบ้านแทบแตก ก่อนจะประชดด้วยการหนี

ออกไปอยู่กับเพื่อนนานหลายสัปดาห์ เพราะโกรธที่ไม่ได้อะไรจากปู่เลย

ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขของบ้านปัทมนันท์อย่างน่า

อัศจรรย์ที่สุด!

แต่นึกไม่ถึงว่าระหว่างที่เขากำลังจะเลี้ยวรถไปทางขวามือของ

น้ำพุ ซึ่งเป็นทางไปยังบ้านของเขา มอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์คันหนึ่งก็แล่น

มาจอดขวางหน้ารถอย่างกะทันหัน

อัครัชกระแทกเท้าเหยียบเบรกแทบไม่ทัน แต่พอเห็นว่าหนุ่มลูก-

ครึ่งที่คร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์คันนั้นถอดหมวกกันน็อกออกพลางจัดแต่ง

ผมสีน้ำตาลประกายแดงให้เข้าที่เข้าทาง ความหงุดหงิดก็พุ่งทะยานเข้า

สู่หัวใจทันที

ไอ้หัวแดง! ปกติเขาก็ไม่ได้เกลียดชังอะไรมันนัก แต่ตอนนี้ชักจะ

เริ่มเกลียดขึ้นมาเสียแล้ว

ปี๊น!

เขาบีบแตรไล่เพราะอยากรีบกลับไปสอบสวนเด็กดื้อที่บ้าน แต่

นอกจาก ‘นาธานหัวแดง’ จะไม่ถอยจนทำให้หงุดหงิดมากกว่าเดิมแล้ว

 ยังส่งยิ้มแบบแปลกๆ มาให้จนเขาอยากกระทืบคันเร่งชนมันกับชอปเปอร์

แสนรักให้รู้แล้วรู้รอด

น่าเสียดายที่นาธานกอดหมวกกันน็อกแล้วก้าวมาเคาะกระจก

หน้าต่างรถเขาเสียก่อน

อัครัชลดกระจกลง แต่ไม่หันไปมองหน้าอีกฝ่ายซึ่งบ่งบอกอารมณ์

ของเขาได้เป็นอย่างดีว่าหากธุระของนาธานไม่สำคัญถึงขั้นคอขาด

บาดตาย ชอปเปอร์ของมันนั่นแหละที่จะตายเพราะการพุ่งเข้าชนของเขา

“มีข่าวร้ายจะบอกว่ะเถื่อน”

คำว่า ‘ข่าว’ เรียกความสนใจจากอัครัชได้มากที่สุด ถึงแม้ว่าเขา

จะไม่ชอบหน้ากวนๆ ของนาธานในตอนนี้สักเท่าไร แต่ในฐานะที่นาธาน

ชอบเก็บข้อมูลทั้งใหม่และเก่าเอาไว้ในทุกๆ รอยหยักของสมองราวกับ

เป็นคอมพิวเตอร์แบบเคลื่อนที่ ดังนั้นข่าวจากคนตรงหน้าจึงเชื่อถือได้

และอัครัชแน่ใจว่าหากเรื่องไม่เกี่ยวกับเขา นาธานคงไม่กล้าเอาชอปเปอร์

แสนรักมาเสี่ยงกับอารมณ์ฉุนเฉียวของเขาด้วยการจอดขวางหน้า

“จะพูดอะไรก็พูดๆ มา” อัครัชเริ่มรำคาญที่อีกฝ่ายมัวแต่ยิ้มอย่าง

เล่นตัว

นาธานค้อมกายลงแล้ววางแขนบนหลังคารถ

“ฉันเห็นโมรีทางหน้าต่างห้องนอนไอ้คางคกเมื่อกี้”

ไอ้คางคก! อัครัชเบิกตากว้างอย่างตกใจ เพียงครู่เดียวเท่านั้น

นาธานก็เห็นไฟนรกลุกพึ่บขึ้นอย่างน่ากลัวในแววตาอีกฝ่าย

อัครัชถอยรถเลี้ยวไปทางด้านซ้ายของอ่างน้ำพุกลางสี่แยกถนน

 ก่อนจะกระทืบเบรกอย่างแรงตรงหน้าบ้านภีมวัจน์

นาธานมองชายร่างสูงที่เดินดุ่มๆ เข้าไปในบ้านทายาทคนโตของ

ปัทมนันท์แล้วได้แต่ยิ้มขำๆ เขาไม่รู้สึกผิดสักนิดที่หาเรื่องให้ภีมวัจน์

เจ้าของฉายา ‘คางคกขึ้นวอ’ ประจำบ้าน

“ตีกันให้สนุกนะพี่ๆ” นาธานโบกมือบ๊ายบาย ก่อนจะเดินกลับไป

คร่อมมอเตอร์ไซค์คันเก่งพลางสวมหมวกกันน็อกแล้วขี่ออกจากบ้าน

โดยผิวปากอย่างอารมณ์ดี

อัครัชเดินขึ้นบันไดบ้านของภีมวัจน์ทีละสองขั้น ดวงตา

วาววับราวกับซาตานที่พร้อมจะเล่นงานคนที่บังอาจมายุ่งกับเด็กใน

ปกครองของเขา

ไอ้คางคก! พี่ชายต่างแม่ถือตัวว่าเกิดก่อนคนอื่นๆ ถึงได้ชอบ

วางอำนาจควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง

อัครัชไม่เข้าใจว่าเมื่อไรภีมวัจน์จะเลิกนิสัยชอบออกคำสั่งเสียที

 เพราะไม่มีใครในบ้านนี้เชื่อฟังนอกจากคนรับใช้

อ้อ! ยกเว้นยายเด็กดื้อของเขาอีกคน!

ผู้ปกครองหนุ่มคิดแล้วก็โมโห เขาบอกหล่อนนับครั้งไม่ถ้วนแล้วว่า

ผู้ชายในบ้านนี้นอกจากเขากับปู่ไว้ใจใครไม่ได้สักคน

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

นวนิยายโรแมนติกเรื่อง "นวนิยายชุด 4 หนุ่ม BAD BOYS : ซาตานสยบรัก" นำเสนอเรื่องราวของ "อัครัช" หลายชายคนรอง ที่เกิดจากภรรยาคนที่ 3 ของคุณพ่อจอมเจ้าชู้ เหตุการณ์มาพลิกผัน เมื่อเขาแข่งรถจนพลาดพลั้งชน "พิศาล" จนถึงแก่ความตาย จึงต้องรับลูกสาวนายพิศาลมาเลี้ยงดู  "โมรี" มีความเกลียดชังเขาเพราะเป็นสาเหตุให้พ่อของเธอต้องตาย จึงมักทำตัวดื้อเงียบ ไม่ฟังคำสั่ง แต่กับคนอื่นๆ กลับว่านอนสอนง่าย ทำให้เขาขัดอกขัดใจนัก 

"เพียงจุมพิตเดียวเขาก็รู้แล้วว่าเธอไม่ใช่ 'หลานสาว' แต่ต้องเป็น 'เจ้าสาว' ของเขาอย่างเดียวเท่านั้น"
 
เรื่องราวดำเนินต่อไปถึงวันที่โมรีถูกเพื่อนชายคิดไม่ซื่อ หมายจะย่ำยี แต่อัครัชก็ไปช่วยเหลือไว้ได้ทัน แต่เธอกลับเข้าใจเขาผิด เพื่อผูกมัดเธอเอาไว้ เขาจึงรับจำต้องอ้างว่าเธอตกเป็นของเขาแล้ว และใช้เวลาภายใน 3 เดือนที่ทำให้เธอยอมรับเขาให้ได้ แต่ถึงเขาจะพยายามอย่างไร ความพยายามเหล่านั้นกลับต้องล้มเหลว เพราะคำว่าผู้ปกครองมันค้ำคอ แล้วเรื่องราวความรักของทั้งคู่จะดำเนิน และลงเอยอย่างไร!? ขอเชิญคุณผู้อ่านมาร่วมติดตามใน "นวนิยายชุด 4 หนุ่ม BAD BOYS : ซาตานสยบรัก" เล่มนี้

เขียนโดย "ผักบุ้ง"

 

422 หน้า


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

จตุพร | 1 รีวิว
15/07/2014

“ซาตานสยบรัก” เป็นเรื่องราวของ “อัครัช” หลานชายคนรองของตระกูล “ปัทมนันท์” พระเอกคนนี้ออกแนวเก็บกดนิดๆ เพราะด้วยความที่มีพ่อเจ้าชู้ แม่ยังมาทิ้งเขาไปอีก แม้ว่าปู่จะให้ความรักและมีแม่ของ “ภีมวัจน์” คอยเลี้ยงดู ก็ไม่สามารถลบปมในใจได้ พระเอกเลยชอบประชด ทำตัวเกเร ว่าง่ายๆ อะไรไม่ดีทำหมด (ยังดีที่ไม่ติดยา อิอิ) แล้วก็มาเกิดเรื่องค่ะ เพราะเขาไปขับรถชนพ่อของนางเอก “โมรี” ตาย ตอนนั้นนางเอกยังเป็นเด็กเล็กๆ ปู่ซึ่งอยากดัดนิสัยหลายชาย เลยยกนางเอกให้เขาเลี้ยงดู แต่แหม…ตอนนั้นพระเอกก็ยังวัยรุ่นเนอะ จะให้มีความรับผิดชอบดูแลเด็กก็อาจจะดูมากเกินไป อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เติบโตมาโดยมีพ่อแม่เอาใจใส่ ดิฉันกำลังพยายามเข้าข้างพระเอกอยู่ค่ะ ฮ่าๆๆ เพราะดิฉันชอบพระเอกเรื่องนี้สุดในชุดนี้ ฝั่งนางเอก หล่อนไมได้คิดแบบดิฉันค่ะ (ชิส์) เพราะพระเอกเป็นคนทำให้พ่อตาย เอามาเลี้ยงก็ไม่ค่อยสนใจดูแล แหมะ โดนทำมาแบบไหนก็เลี้ยงเด็กแบบนั้นแหละค่ะ พอนางเอกโตจนรู้ความก็รู้ความจริงว่าพระเอกไม่ได้อยากเลี้ยงตัวเอง แต่ถูกปู่สั่ง ก็เสียใจ ส่วนพระเอกก็ยังไม่สนใจอยู่ดีค่ะ จนมีจุดเปลี่ยน (ถ้าอยากรู้ว่าคืออะไรต้องติดตามในเรื่องเอง) พระเอกเลยหันมาทำดีกับนางเอก แต่เขาดันทำเมื่อสายไปเสียแล้ว เพราะนางเอกไม่อยากอยู่กับเขาแล้วค่ะ เรียนจบก็คิดจะออกจากบ้านไปอยู่คนเดียว พระเอกก็เริ่มงุ่นง่านล่ะ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะฐานะผู้ปกครองมันค้ำคอ ในความรู้สึกของดิฉัน พระเอกเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่ไม่ควรให้ความสนใจเรื่องมรดกของคุณปู่ที่ยื่นคำขาดว่าถ้าหลานคนไหนแต่งงานและมีลูกชายคนแรกจะยกมรดกทั้งหมดให้สักเท่าไหร่ เพราะสมองของเขามีแต่เรื่องของนางเอกค่ะ แล้ววันหนึ่งนางเอกเกือบโดนลวนลาม โชคดีพระเอกไปช่วยไว้ทัน ส่วนนางเอกเข้าใจผิดคิดว่าพระเอกเป็นคนทำ พระเอกได้ทีเลยรับสมอ้าง เพราะอยากจะหาโอกาสใกล้ชิดนางเอก หุหุ แต่คิดผิดคิดใหม่ได้นะคะคุณพระเอก เพราะนางเอกของเรานอกจากจะไม่รักเขาแล้ว ยังเกลียดมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ งานนี้พระเอกต้องหาสารพัดวิธีมาจีบนางเอก ทำให้นางเอกรักเขาให้ได้ เพราะมั่นใจแล้วว่านางเอกคือผู้หญิงที่เขารักและอยากแต่งงานด้วย (โอ๊ยยย เลี้ยงต้อยมานาน เก็บไว้เพื่อการณ์นี้เอง >//<) พวกบรรดาพี่ชายและน้องชายก็ต่างคิดว่าเขาแค่อยากใช้นางเอกทำให้ตัวเองได้มรดก นางเอกก็แอบคิดอย่างงั้นนะคะ พระเอกเลยต้องพิสูจน์ตัวเองหนักหน่อย แต่ดิฉันชอบค่ะ เพราะมันทำให้เรื่องนี้ออกแนวหวานกุ๊กกิ๊กน่ารัก ฟินกับวิธีที่พระเอกช่างสรรหามาจีบ อ้อนนางเอก เป็นนิยายที่น่ารักอีกเรื่องค่ะ

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020