The Sixth Sense ญาณสื่อรัก (ณารา)

The Sixth Sense ญาณสื่อรัก (ณารา)

5 รีวิว  5 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165000482
ผู้แต่ง: ณารา
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 270.00 บาท 135.00 บาท
ประหยัด: 135.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

บทนำ

ร่างของนักศึกษาที่ชื่อว่าพงษ์ศักดิ์หรือพี่ป๋องของน้องๆ กำลังดิ้น กระแด่วๆ อยู่กลางทะเลจะจมมิจมแหล่ เสียงกรีดร้องของนักศึกษาหญิงสลับ กับเสียงตะโกนโหวกเหวกของนักศึกษาชายดังก้องระงมไปหมด หากก็ไม่มีใคร กล้าจะว่ายนํ้าออกไปช่วยเขา ด้วยเป็นเวลาเกือบสามนาฬิกาของวันใหม่ ไม่มีใคร รู้ว่าจะมีอะไรอยู่ตรงนั้นบ้าง อีกทั้งจู่ๆ ผืนฟ้าที่กระจ่างไปด้วยแสงจันทร์ในคืน วันเพ็ญก็พลันมืดครึ้มเมื่อมีเมฆก้อนใหญ่เคลื่อนเข้ามาบดบัง หญิงสาวข้างตัวของญาณินกระซิบบอก “เขายืนอยู่กลางน้ำ เขากดพี่ป๋องลงน้ำแล้ว”

ญาณินตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ด้วยรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดจาก ความคึกคะนองของพงษ์คักดิ์ที่อยากจะออกไปว่ายน้ำกลางดึก หากเป็นฝีมือ ของสิ่งที่มนุษย์ถือว่าเป็นสสารไร้ตัวตนและพากันหวาดกลัวอย่างที่สุดเพราะไม่มี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ พิสูจน์ได้

“เธอเห็นอะไร” เธอกระซิบถามออกไป

“ชะ...ชะ...ชายนุ่งผ้าโจงสีแดง...ตัวใหญ่ราวกับต้นตาล”คำตอบนั้นสั่นเครือ คนพูดต้องกลืนน้ำลายติดๆ กันหลายครั้ง กว่าจะพูดต่อได้อีกครั้ง “เขา...เขา...กำลังเหยียบพี่ป๋องจมนํ้า”

เพี่อนเธอกระซิบตอบ มือชี้ไปกลางทะเลที่ชายผู้นั้นกำลังกระเสือก กระสนหนีความตายที่รอคอยอยู่ไม่ไกลหากยังไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ

เพี่อนสาวอีกคนสบถเสียงดัง ก่อนจะเทข้าวของออกจากย่าม

“โอ๊ย ฉิบหายแล้ว ทำไมเวลารีบถึงหาของไม่เจอเสียทีนะ!”

ข้าวของที่กองอยู่บนทรายปลิวว่อนราวกับตัวการ์ตูนโดราเอมอนยาม รื้อของออกจากกระเป๋าวิเศษ ในที่สุดเธอก็พบของที่ต้องการ ร่างสูงกว่ามาตรฐาน หญิงไทยวิ่งแหวกกลุ่มคนพุ่งลงทะเล แล้วว่ายปราดๆ ออกไปถึงตัวพงษ์ศักดิ์ ก่อนจะพันอะไรบางอย่างรอบตัวเขาอย่างลำบากจนแทบจะพาให้จมน้ำไปด้วยกัน เพี่อนอีกคนของเธอยกมือปิดหู และกระซิบบอก

“เขาโกรธที่รสเข้าไปขัดขวาง”

“เขาเหยียบรสไปอีกคนแล้ว” เพื่อนคนที่เห็นชายนุ่งโจงแดงบอกอีกครั้ง เธอมองสุคนธรสที่จมหายไปต่อหน้าต่อตาด้วยความตกใจ หากเพียงชั่วพริบตาร่างของหญิงสาวก็โผล่ขึ้นมาได้ เธอถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าวิกฤตการณ์ยังไม่ผ่านพ้น เมื่อพงษ์ศักดิ์ยังดิ้นพราดๆ อยู่

ทุกคนริมหาดพากันลุ้นสุดตัว ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้นร่างของพงษ์ศักดิ์ก็หยุดดิ้นไปดื้อๆ และทำท่าจะจมน้ำลงไป สุคนธรสจึงรีบพยุงเอาไว้ และหันมา ตะโกนบอกคนบนหาด

“มาช่วยด้วยสิโว้ย!”

ได้ยินดังนั้นนักศึกษาชายหลายคนก็ว่ายเข้าไปช่วยรับร่างพงษ์ศักดิ์กลับ ขึ้นฝั่ง โดยมีสุคนธรสว่ายตามมาติดๆ แล้วเธอก็ยกมือขึ้นไหว้ไปในอากาศกลาง ทะเล

“อย่าเอาเขาไปเลยนะเจ้าคะ พรุ่งนี้หนูจะให้เขาขอขมาลาโทษค่ะ”

เท่านั้น คนที่อยู่รอบข้างก็มองตามและขนลุกเกรียว แล้วจู่ๆ ลมก็พัดแรง ขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุก่อนจะสงบลงไปอย่างรวดเร็วพอๆ กับตอนที่เริ่มต้น สายตา ทุกคู่หันไปมองทางสุคนธรสอีกครั้ง หากหญิงสาวก็ยักไหล่เป็นคำตอบ

“พี่ป๋องลบหลู่เจ้าที่ท่านต้องการชีวิตของเขา ก็เท่านั้น” เธอชี้ไปยังต้นไทร ข้างบ้านเสียงฮือฮาดังอื้ออึง หากสุคนธรสไม่สนใจ เดินดุ่มๆ กลับเข้าบ้าน โดยมี ญาณินและเพี่อนอีกสามคนวิ่งตามเข้าไป เมื่อเจ้าหน้าที่มูลนิธิท้องถิ่นถือเปลวิ่ง เข้ามา...

เท่านี้ญาณินก็รับประกันว่าชื่อเสียงของสุคนธรสจะต้องเป็นที่โจษจัน และโด่งดังไปทั่วมหาวิทยาลัยตลอดเวลาที่เรียนอยู่อย่างแน่นอน!

อันที่จริงญาณินจะต้องเท้าความตั้งแต่แรกถึงจะถูก เริ่มจากตั้งแต่รู้ว่า เธอจะต้องมาร่วมพิธีรับน้องของคณะจิตรกรรมฯ และค้างคืนในคืนวันเพ็ญ ซึ่งเป็นวันที่เธอเกลียดและกลัวเป็นที่สุด หากเธอก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ด้วยเป็นวันสำคัญของชีวิตนักศึกษาที่เพิ่งก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดังระดับประเทศ หากพลาดไปพี่น้องร่วมสถาบันคงจะไม่มองหน้า ดังนั้นแม้จะไม่ชอบแต่เธอจำเป็นต้องมา พร้อมกับเพื่อนร่วมรุ่นและรุ่นพี่ทั้งหมดกว่าครึ่งร้อย

ทันทีที่ก้าวลงจากรถทัวร์ ความอึดอัดไม่ทราบสาเหตุก็เริ่มต้น และเพิ่ม มากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ก้าวเข้าไปในเขตบ้านพักริมทะเลที่หาดทุ่งวัวแล่นจังหวัดชุมพร ในตอนใกล้เที่ยง รุ่นพี่จัดให้นักศึกษาหญิงพักที่บ้านหลังใหญ่สองหลังติดชายทะเล ซึ่งห่างออกมาจากบ้านเรือนหลังอื่นๆ ในหมู่บ้านไปจนสุดหาด ติดกันนั้นยังเต็ม ไปด้วยป่ารกครึ้มและสวนสนที่ขึ้นหนาตาจนเธอรู้สึกกลัว ที่สำคัญตรงหัวมุมติด กับโขดหินยังมีต้นไทรขนาดใหญ่สูงตระหง่าน มีศาลไม้เก่าๆ ตั้งอยู่ด้านหน้าลำต้น ถูกพันด้วยผ้าแพรเจ็ดสีเก่าครํ่าคร่า บอกให้รู้ว่า ณ ที่แห่งนี้มีเจ้าที่เจ้าทางดูแล อยู่ เธอจึงยกมือไหว้ขอขมาลาโทษ ก่อนจะก้าวขึ้นบ้านตามเพี่อนร่วมรุ่น หากหางตาของเธอก็สังเกตเห็นเพี่อนในกลุ่มอีกหลายคนที่เดินตามมายกมีอไหว้ศาลเพียงตานั่นแทบจะพร้อมเพรียงกัน ญาณินส่งยิ้มให้เพี่อนอย่างเข้าอกเข้าใจ แล้วเดินเข้าไปในห้องพักตามที่รุ่นพี่ประกาศรายชื่อ ขณะที่นักศึกษา ชายจะนอนกันที่เต็นท์ในป่าสน บ้างก็อาจจะนอนรอบกองไฟ บ้านสองหลังจึง มากพอสำหรับนักศึกษาหญิงทั้งหมด

การรับน้องจะเริ่มต้นขึ้นในตอนบ่ายหลังรับประทานอาหารกล่องกันเสร็จ เรียบร้อย ซึ่งรุ่นพี่เตรียมด่านต่างๆ ไว้พร้อมสรรพแล้วในป่าด้านข้าง ญาณิน วางกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กตรงเบาะที่ปูเรียงรายเอาไว้นับสิบภายในห้อง แล้วเธอก็เดินไปเกาะขอบหน้าต่างเพี่อสูดอากาศบริสุทธิ์ริมทะเลที่พัดผ่านเข้ามา เห็นชายหนุ่มเดินชักแถวไปในป่าสนและเข้าจับจองเต็นท์ที่พักชั่วคราวกันอย่างคึกคัก เธอเลิกสนใจนักศึกษาชายที่กำลังตื่นเต้นและโห่ร้องเป็นลิงเป็นค่างเหล่านั้น แล้วเบือนหน้าไปทางทะเลที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตร ก็เข้าใจทันทีว่ารุ่นพี่ เลือกที่แห่งนี้ก็เพราะมีสถานที่เหมาะแก่การตั้งแคมป์ไฟในตอนกลางคืน และมีป่าที่เหมาะสำหรับการรับน้องอันแสนสนุกปนโหดในป่าด้านข้าง

หากสิ่งหนึ่งที่เธอไม่สะดวกใจเลยก็คือต้นไทรและศาลเพียงตาข้างบ้าน เมื่อไม่เห็นมีใครจุดธูปขอขมาท่านสักคนเดียว ทั้งที่กิจกรรมทุกอย่างกำลังจะ เริ่มต้นแล้วแท้ๆ ชึ่งที่จริงควรจะจัดอาหารถวายตั้งแต่พวกเธอมาถึง เพี่อบอกกล่าวและขอขมาเจ้าของสถานที่ ให้การรับน้องในวันนี้และวันพรุ่งผ่านพ้นไปด้วยดี

“เธอเป็นอะไร เห็นถอนใจออกมาเฮือกๆ”

ญาณินหันไปตามเสียง เพี่อนหญิงที่จำได้ว่าชื่อ สุคนธรส สาวห้าวรูปร่าง เพรียวหากสูงโย่งกว่าทุกคนในรุ่นก็เดินมายืนเคียงข้าง

“ไม่สบายใจเรื่องเจ้าที่เหรอ เห็นเธอมองอยู่”

“อือ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ไม่มีใครจุดธูปบอกกล่าวเลยสักคน”

“ฉันมีอุปกรณ์ เตรียมมาเพียบ” สาวเจ้าตบกระเป๋าที่มีลักษณะเหมือน ย่ามปักด้วยไหมหลากสี ซึ่งคล้องอยู่ตรงไหล่ด้วยสีหน้าจริงจัง ดวงตาหรี่ลง ท่าทางมุ่งมั่น “ไปบอกเจ้าที่ก่อน เอาข้าวกล่องของฉันไปไหว้เอง”

“ไปสิ” เธอตอบรับ แล้วเดินตามเพี่อนใหม่ที่มีแนวคิดเดียวกันลงไปด้านล่าง สุคนธรสเดินไปหยิบข้าวกล่องส่วนแบ่งของตัวเองที่รุ่นพี่วางไว้ที่โต๊ะใต้ถุนบ้าน นำไปวางที่หน้าศาลไม้ซึ่งทรุดโทรมจะพังมิพังแหล่ ก่อนจะล้วงเข้าไปในย่ามหยิบ ธูปและไฟแช็กขึ้นมาจุด แล้วยกมือขึ้นไหว้ ญาณินจึงยกมือไหว้ตามอีกคนขณะ ที่ริมฝีปากของสุคนธรสขมุบขมีบงึมงำ

ความรู้สึกอึดอัดในอกของเธอคลายลงหลังจากได้ทำความเคารพเจ้าของ สถานที่เรียบร้อยแล้ว พอหันกลับมาก็เห็นเพี่อนร่วมรุ่นอีกสามคนนั่งยกมือไหว้ อยู่ด้านหลัง และรอคอยจนกว่าพราหมณ์สาวจำเป็นเสร็จพิธี

“เรียบร้อย” สุคนธรสเด้งตัวลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง พอหันกลับมาเห็นเพี่อนใหม่ก็อ้าปากค้าง “อ้าว พวกเธอ...”

“ฉันอยากมาไหว้ด้วยน่ะ” หญิงสาวตัวเล็กน่าทะนุถนอมราวตุ๊กตา กระเบื้องเคลือบที่ชี่อเนตรสิตางศุ์ส่งยิ้มอย่างเป็นมิตร

“ฉันก็เหมือนกัน” กรรัมภา นักศึกษาไฮโชสาวที่ใช้ของแบรนด์เนมตั้งแต่ ศีรษะจดเท้าจนเป็นที่น่าหมั่นไส้ของรุ่นพี่และเพี่อนร่วมรุ่นก็ส่งยิ้มหวานให้อีกคน ยกเว้นคนสุดท้ายที่พยักหน้าให้น้อยๆ หากความเป็นคนไม่พูดมากของกรรณา ก็ไม่ทำให้เธอประหลาดใจ เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย เธอยัง ไม่เคยเห็นกรรณาพูดกับใครยาวๆ สักที

“ฉันจะแบ่งข้าวให้เธอนะ” แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบพูดอีกครั้ง เสียงของ เธอหวานเจี๊ยบราวกับนํ้าผึ้งเดือนห้า

“โอ๊ยไม่ต้องหรอก แค่นี้จี๊บจ๊อย” สุคนธรสโบกมือปฏิเสธ หากพอเพี่อนๆ แบ่งส่วนของตนเองให้ แม่พราหมณ์ก็ยี่นมือออกมารับฝากล่องที่มีข้าวผัดพูนฝา ด้วยสายตาซาบซึ้งใจ

ทั้งห้านั่งล้อมวงกัน และเริ่มพูดคุย...ไม่มีใครพูดเรื่องเจ้าที่ที่ศาลเพียงตา นั้นอีก หากต่างแนะนำชื่อเล่นของตนเองให้เพี่อนใหม่รู้จัก...นั่นเป็นครั้งแรกที่ ญาณินรู้จักเพี่อนใหม่ และจะเป็นเพี่อนร่วมชะตากรรมกับสิ่งที่กำลังจะเกิดในคืนนั้น รวมไปถึงในอีกหลายปีต่อมา...

นักศึกษากว่าห้าสิบชีวิตล้อมวงกันรอบกองไฟตั้งแต่หัวคํ่า อาหาร หลากหลายชนิดรวมไปถึงเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ถูกแจกจ่ายให้กันทั่ววง หญิงสาวห้าคนที่เพิ่งทำความรู้จักกันในตอนบ่ายนั่งเรียงชิดติดกันบนผ้าพื้นเมืองทอมือ จากทางเหนือผืนใหญ่ ซึ่งเป็นความอนุเคราะห์ของคุณหนูแบรนด์เนม ที่ยินดีแบ่งปันให้เพื่อนใหม่ได้นั่งบนหาดทรายอย่างสะดวกสบายกว่าบนพื้น เสียงเพลงดังขึ้นผสมผสานเสียงกีตาร์และเสียงปะทุของกองไฟที่ลุกโชติช่วงกลางวง เกม และกิจกรรมต่างๆ ดำเนินติดต่อกันหลายชั่วโมง ยิ่งดึกเครื่องดื่มก็แรงขึ้นตามลำดับ หลายคนแจกจ่ายเหล้าโรงส่งให้กลุ่มผู้ชาย ผู้หญิงที่กล้าหน่อยก็ลองจิบ หากหญิงสาวทั้งห้าพร้อมใจกันปฏิเสธ และนั่งสังเกตการณ์อย่างเงียบๆ เท่านั้น

ยิ่งดึก ความรู้สึกอึดอัดของญาณินก็กลับมาอีก ทั้งที่มันหายไปแล้ว

ตลอดบ่าย เธอเงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์เต็มดวงด้วยความไม่สบายใจ เมื่อรู้สึก สังหรณ์ใจอย่างประหลาดว่าบางสิ่งบางอย่างเหนือธรรมชาติค่อยๆ คุกรุ่นขึ้น อย่างช้าๆ

เธอไม่ได้กลัวพระจันทร์ หรือกำลังจะแปลงร่างเป็นมนุษย์หมาป่าหรอก เพียงแต่ตลอดระยะเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมา เธอมักจะประสบกับสิ่งแปลกๆ ใน วันข้างขึ้นเสมอ ยิ่งพระจันทร์เต็มดวง เธอแทบจะสื่อสารกับวิญญาณและมอง เห็นเป็นรูปเป็นร่างได้เลยทีเดียว

ญาณินบอกตัวเองว่าเธอไม่ได้กลัวผี แต่เธอก็ไม่อยากจะพบเจอหรือต้อง เผชิญหน้ากับสิ่งเร้นลับที่อธิบายไม่ได้ ด้วยไม่มีหลักฐานใดๆ ยืนยันได้ว่าเธอ ประสบพบเห็นจริง หากพูดไปทุกคนคงจะคิดว่าเธอเป็นคนบ้า และความคิดนี้ถูกฝังไว้ในสมองตั้งแต่จำความได้ เมื่อมารดาของเธอสั่งนักสั่งหนาว่าห้ามเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง

ยิ่งดึกขึ้น หญิงสาวห้าคนที่นั่งอยู่บนผ้าผืนเดียวกันก็มีอาการเกร็งไปตามๆ กัน หลายคนลอบมองพระจันทร์สลับกับมองไปรอบๆ ตัว จนกระทั่งเสียงหนึ่ง โพล่งขึ้น

“พวกเธอเป็นอะไรกัน นั่งเหลียวหน้าเหลียวหลังมานานแล้วนะ” สุคนธรส ถามให้ได้ยินกันในกลุ่ม เพราะคนที่เหลือกำลังร้องเพลงอย่างสนุกสนาน ไม่มี ใครนั่งตัวเกร็งอย่างเพี่อนในกลุ่ม ซึ่งถ้าเปรียบพวกเธอเป็นแมวละก็ ขนหลังคง ลุกชัน หางตั้งตรงแน่วอย่างแน่นอน

“ฉันบอกไม่ถูก” ตุ๊กตาเจียระไนตอบอ่อยๆ เป็นคนเดียวที่ค่อยๆ ถดไป ช้างหลังญาณินจากที่เคยนั่งอยู่ด้านหน้า และไม่ได้มองไปรอบๆ เหมือนคนอื่น หากทำท่าเหมือนจะปิดหน้าปิดตาไว้ตลอดเวลาด้วยซ้ำ

“หรือเธอกลัวผี” สุคนธรสซัก “ไม่ต้องกลัวหรอกฉันมียันต์ เอ้านี่” เธอ ล้วงเข้าไปในย่ามแม่หมอ แล้วเอากระดาษสีเหลืองๆ ออกมาสามสี่แผ่น ก่อนจะเป่าลงอาคม...หรือน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะเธอทำปากขมุบขมิบแล้วเป่าเพี้ยงๆ ลงบนกระดาษที่พิมพ์ภาพเพาเวอร์พัฟเกิร์ลไว้อย่างสวยงาม

“อะไรเนี่ย” กรรณาโพล่งถาม “ยันต์เพาเวอร์พัฟหรือไง”

“เออ ศักดิ์สิทธิ์นะโว้ย ของแบบนี้อยู่ที่เวทมนตร์และคาถาที่ใช้ หลวงปู่ของฉันสอนมากับมือ รับรองผลร้อยเปอร์เซ็นต์ และมันไม่เกี่ยวกับกระดาษ ฉันชอบเพาเวอร์พัฟ บลอสชั่ม แล้วจะทำไม ยันต์ฉันเขียนด้วยหมึกล่องหน มัน ช่อนอยู่ข้างในนั่นแหละ ฉันไม่อยากเขียนลบลายสวยๆ ของกระดาษ” เธอโอ้อวด “พับใส่ไว้ในกระเป๋าซะ รับรองคืนนี้ไม่มีใครกล้ามายุ่งแน่”

“โอ้...” คุณหนูแบรนด์เนมอุทาน พลางมองหาที่เสียบเพราะไม่มีกระเป๋า เก็บ จึงตัดสินใจดึงกิ๊บยี่ห้อกุชชี่ออก และพับกระดาษจนเหลือเล็กนิดเดียว แล้วติดเข้าไปในกิ๊บอีกครั้ง “ไว้ตรงนี้แหละดี มันจะได้ไม่กล้าเข้ามายุ่งกับฉัน”

คนอื่นเก็บลงกระเป๋าเสื้อ แล้วก็ยังคงนั่งเงียบต่างจากตอนหัวค่ำอย่าง สิ้นเชิง ทันใดนั้นกรรณาก็ยกมือขึ้นปิดหู ทำท่าราวกับเจ็บปวดเหลือคณา พร้อมๆ กันนั้นเนตรสิตางศฺุ์ก็ปิดตา และฟุบลงบนเข่า ตัวสั่นเทาไปอีกคน

“เกิดอะไรขึ้น เธอเป็นอะไรไป” ญาณินถาม “ไม่สบายหรือเปล่า จะกลับ ไปนอนพักไหม”

กรรัมภาก้มถามพลางแตะมือลงบนหลังของเนตรสิตางศุ์ แล้วเธอก็สะดุ้ง เฮือก ก่อนจะกระตุกมือออกมาอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อร์ต แล้วรีบหันไปที่กลางวงอย่างรวดเร็ว

ญาณินรู้ว่าจะต้องเกิดอะไรขึ้นแน่นอน สี่สาวรอบตัวหันไปยังจุดจุดเดียว ตรงกลางวง ซึ่งมันเป็นเพียงแค่อากาศธาตุสำหรับเธอ แต่เมื่อมองจากสายตาของทั้งสี่แล้ว เธอเชื่อว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น

ญาณินหลับตาลง และเริ่มกำหนดลมหายใจช้าๆ ปล่อยลมหายใจหยาบ ออกไปจากร่างให้หมด และควบคุมให้ลมหายใจที่สูดเข้าไปในร่างกายละเอียด อ่อนแผ่วเบา ช้าลงเรื่อยๆ และด้วยอิทธิพลของพระจันทร์ ทำให้เธอเข้าสู่สมาธิได้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเธอไม่ได้ยินเสียงใดๆ รอบกายแม้แต่เสียงดนตรีนอกจากความเงียบงันแล้ว ในความสงบนั้นเธอก็มองเห็นร่างสูงใหญ่เกือบเท่าต้นตาล นุ่งโจงกระเบนสีแดงใบหน้าเอาเรื่องเต็มที่ ยืนอยู่ข้างกองไฟคร่อมร่างของนักศึกษารุ่นพี่ชายคนหนึ่งชื่อพงษ์ศักดิ์ ที่กำลังร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน แล้วร่างนั้นก็หันมาทางพวกเธอ และยกนิ้วชี้หน้า

“พวกเอ็งลบหลู่กู!”

“ว้าย!” นั่นเป็นเสียงอุทานไม่ตํ่ากว่าสามคน ญาณินสะดุ้งโหยง รีบลืมตา..โปรดติดตามต่อในเล่ม..

 

 

 

รายละเอียด

ญาณิน ผู้มีญาณวิเศษสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ขณะอยู่ในสมาธิ

รีวิวจากบรรณาธิการ batorastore.com

The Sixth Sense ญาณสื่อรัก

ผู้เขียน – ณารา

The Sixth Sense ญาณสื่อรัก เรื่องราวของ ญาณิน ผู้มีญาณวิเศษสามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ขณะอยู่ในสมาธิ จำต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ติณห์ หนุ่มหัวนอกที่ไม่เชื่อเรื่องผีเลยสักนิด เพราะเห็นวิญญาณผีตายโหงมากมายอยู่ในที่ดินที่เขาจะสร้างรีสอร์ทริมแม่น้ำ ที่สำคัญ วิญญาณคุณหลวงพิชัยภักดีตาของชายหนุ่มปรากฏกายให้เธอเห็นและจ้างเธอด้วยทองคำจำนวนสิบแท่งเพื่ออยู่ช่วยหลานชายสร้างรีสอร์ทจนแล้วเสร็จ ทว่าที่ดินผืนงามนี้ไม่เข้าใครออกใคร มีคนวางแผนชั่วเพื่อฮุบที่ดินชายหนุ่ม งานนี้เขาและเธอจึงต้องฝ่าด่านสารพัดทั้งผีและคน และเขาได้คุยกัคุณหลวงซึ่งเป็นปู่ของติณ เขาจึงได้สนิทกับคุณปู่ และต้องมาสู้กับ เบญจา ผู้หญิงที่แอบชอบติณน์ เรื่องราวจะจบลงได้อย่างสวยงามหรือไม่โปรดติดตามในเล่มต่อนะคะ

 

นี่ก็เป็นผลงานเล่มต้นๆของคุณณาราที่เขียนร่วมกับเพื่อนนักเขียนกลุ่มเดียวกับบ้านไร่ปลายฝันนะคะ แล้วคุณณาราต้องได้เปิดประเดิมคนแรกทุกที (ฮา) เรื่องนี้ชอบนางเอกค่ะ ดูเป็นเจ๊ใหญ่ในกลุ่มที่พึ่งพาได้ที่สุดแล้ว อาจเป็นเพราะเธอฝึกสมาธิมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ความคิดอ่านดูดีกว่าสาวๆที่เหลือมากที่สุดแล้ว แต่กลับรำคาญพระเอกค่ะ ถึงแม้เขาจะเป็นนิสัยคนดี น่ารัก (ทั้งในเวอร์ชั่นนิยายและละคร แต่แอดมินแอบเทใจให้เวอร์ชั่นละครเบาๆ) อาจเพราะว่าภาษาที่พระเอกใช้ในเรื่องห่วยบรมยิ่งกว่าภาษาคาราโอเกะซะอีก อ่านแล้วหงุดหงิดมาก ถึงคนเขียนจะมาบอกในภายหลังว่าทำไมวิธีการพูดของพระเอกต้องเป็นแบบนั้น แต่ที่จริงคนเขียนไม่ต้องทำให้สมจริงขนาดนั้นก็ได้นะคะ เขียนเป็นสำนวนปกติแล้วลงท้ายด้วยประมาณว่า “เขาพูดด้วยสำเนียงที่ไม่ชัดตามประสาคนที่เติบโตในต่างแดน แต่เธอก็พอจับได้ว่าเขาคงพูดประโยคนี้กับเธอ” แต่แอดมินพูดไปแบบนั้นคงไม่ดีแน่ๆ ขอแอบบ่นในนี้ดีกว่า ส่วนเนื้อเรื่องนี่เกี่ยวกับไสยศาสตร์มาเต็มค่ะ เพราะในเรื่องมี สุคนธรส ที่มีความสามารถในไสยเวทย์สายขาว (เวทย์ฝ่ายดี) ซึ่งเป็นสาวๆในกลุ่มซิกเซ้นส์ เราจะได้เห็นการต่อสู้กันระหว่างความดีกับความชั่วผ่านทางเครื่องรางของขลังที่งัดมาสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร และเชื่อว่าคนอ่านก็พอจะรู้จักกันเป็นอย่างดี อย่าง ควายธนู เสกหนังควายเข้าท้อง การทำเสน่ห์ยาแฝด กุมารทอง (ในเรื่องจะเป็นกุมารหญิงหรือกุมาริกา แต่เพื่อความอินเทรนด์ และสนับสนุนการเข้าสู่เออีซีตามนโยบายรัฐบาล เจ้าตัวขอให้ทุกคนเรียกเธอว่า โกลเด้น เบบี้) เป็นต้น ในเรื่องญาณินกับสุคนธรสจะเด่นมากๆ ชนิดที่ว่าถ้าไม่มี 2 คนนี้เรื่องคงจบยากแน่ๆค่ะ ศัตรูเป็นพ่อมดหมอผีก็ว่าจัดการยากแล้ว ศัตรูที่เป็นคนโดยเฉพาะศัตรูหัวใจนี่กำจัดยากกว่า โดยเฉพาะเพนนี ถือว่าเป็นตัวร้ายสูตรสำเร็จที่น่ารำคาญมากๆ แอดมินรู้ ว่าเธอรักพระเอก แต่การที่รู้ว่าเขาไม่รักตัวเองยังจะดื้อทำของให้เขามารักอีก แบบนี้เขาเรียกเห็นแก่ตัวสุดๆ สุดท้ายเธอก็เลยแพ้ภัยตัวเอง มีจุดจบที่น่าอนาถไป ส่วน เบญจา ร้ายแบบมีเหตุผลแต่ความเจ้าเล่ห์มารยาเต็มสิบมาก เทียบกับเพนนีที่เล่นงงานนางเอกอย่างตรงไปตรงมานี่น่ากลัวกว่าเยอะ ทำให้ต้องคอยลุ้นว่าเรื่องนี้จะจบดีมั้ย แต่ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะเป็นเช่นไร ต้องลองหาซื้อมาอ่านดูแล้วล่ะค่ะ


รีวิว (5)

เขียนรีวิว

Boa Hancock | 5 รีวิว
16/07/2014

หนังสือเล่มนี้แค่ชื่อเรื่องก็น่าอ่านมากแล้วค่ะ “The Sixth Sense ญาณสื่อรัก” เป็นเล่มแรกของ ซีรีส์ The Sixth Sense เลยค่ะ สำหรับคนที่ชอบอ่านนิยายแนวเรื่องเร้นลับหรือพวกสัมผัสที่หกต่างๆน่าจะชอบซีรีส์ชุดนี้นะคะ เล่าถึงรายละเอียดคร่าวๆของหนังสือเล่มนี้ก่อนเลยแล้วกันค่ะ เรื่องทั้งหมดจะมีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกันเลยค่ะ คือ ทั้งห้าสาวผู้มีสัมผัสที่หก ได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันจึงทำให้เกิดเรื่องราวขึ้นในตอนที่ไปรับน้องต่างจังหวัดทำให้ทั้งห้าสาวได้มาสนิทกันจนกระทั่งเรียนจบก็ได้เปิดบริษัทซิกส์เซนส์ขึ้นมา เพื่อใช้ความสามารถพิเศษของแต่ละคนให้เป็นประโยชน์ ในเล่มนี้จะพูดถึง ญาณิน ผู้ที่มีญาณวิเศษจะสามารถติดต่อสื่อสารกับวิญญาณต่างๆได้ขณะที่อยู่ในสมาธิ เคสของญาณินถือเป็นเคสแรกของบริษัทเลยเธอต้องเข้าไปช่วยเหลือพระเอก คือ ติณห์ ชายหนุ่มผู้ที่เรียนจบมาจากเมืองนอกและยังเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องผีสางเลยแม่แต่นิดเดียว ติณห์กลับมาเมืองไทยโดยหวังที่จะสร้างรีสอร์ตริมน้ำในที่ที่คุณตาของเขา หรือคุณหลวงพิชัยภักดีทิ้งเป็นมรดกไว้ให้ คุณหลวงได้ขอร้องให้ญาณินช่วยเหลือติณห์ในการสร้างรีสอร์ตให้สำเร็จ ญาณินเป็นคนเดียวที่สามารถติดต่อคุณหลวงได้ แต่ที่ดินผืนนี้เป็นพื้นที่ที่งดงามมากมีแต่คนอยากได้จึงทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆนาๆขึ้นมากมาย ไหนจะต้องพบกับเพนนีเพื่อนของติณห์ที่แอบหลงรักเขามานาน พ่อของเพนนีที่จ้องจะฮุบที่ดินผืนนี้มาเป็นของตัวเอง และกำนันพงษ์ ผู้ที่คอยช่วยเหลือติณห์ในเรื่องการสร้างรีสอร์ตนี้อยู่เสมอ โดยทั้งคู่นั้นไม่รู้เลยว่าต้องพบเจอกับอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นจากทั้งฝีมือคนและผี ส่วนตัวชอบอ่านนิยายแนวนี้อยู่แล้วค่ะ เนื้อเรื่องรวมๆดีค่ะเป็นเกี่ยวกับผีก็จริงแต่ก็มีความหวานน่ารักของพระเอกนางเอกแทรกอยู่ด้วย มีการเล่าถึงการที่คนเราทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่วเป็นนิยายที่ทั้งสนุกและแฝงข้อคิดด้วยค่ะ ความสนุกตื่นเต้นมีแทบตลอดทั้งเรื่องค่ะทั้งหนีผีหนีคน มีการใช้คาถามนต์ดำต่อสู้กัน คนที่คิดว่าดีก็กลับพลิกล็อก มีการต้องสืบให้รู้ด้วยว่าความจริงแล้วใครคือฆาตกรที่ฆ่าคุณหลวง เนื้อเรื่องน่าติดตามอยากรู้ว่าตัวละครทั้งหมดนี้ข้องเกี่ยวกันอย่างไร มีการเล่าถึงสมัยก่อนที่คุณหลวงยังมีชีวิตอยู่ เนื้อหารายละเอียดเล่มนี้ค่อนข้างเยอะพอสมควรค่ะ คิดว่าน่าจะเพราะเป็นเล่มแรกเลยมีการเล่าโดยละเอียด สรุปแล้วน่าติดตามมีไว้เป็นเจ้าของทั้งห้าเล่มเลยค่ะ คอนเฟิร์ม ^_^
สกาวรัตน์ | 5 รีวิว
09/10/2013

หนังสือนิยายเรื่อง ญาณสื่อรัก เป็นหนึ่งในซีรี่ส์เรื่องเยี่ยม The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ โดยการประพันธ์จาก คุณ ณารา ได้รับการตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ พิมพ์คำ ญาณสื่อรัก เป็นนิยายเล่มที่สี่ในจำนวนหนังสือชุดเดียวกันที่มี 5 เล่ม 5 ตอนด้วยกัน ซึ่ง 5 เรื่องนี้จะเป็นเรื่องราวของหญิงสาวแต่ละคนที่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนและมีความสามารถพิเศษในเรื่องสัมผัสที่6 ที่แตกต่างกันออกไป และทุกคนได้รวมตัวกันเพื่อตั้งบริษัทปราบผีชื่อว่าซิกซ์เซนส์ นั่นก็คือ ญาณิน(ญาณสื่อรัก) กรรณา(กับดักรักลวง) สุคนธรส(เล่ห์บ่วงมนตรา) กรรัมภา(มายาร้อยใจ) เนตรสิตางศุ์(เปลวไฟในสายลม) ญาณินเป็นสมาชิกสาวคนหนึ่งในบริษัท ซิกซ์เซนส์ จำกัด หรืออีกนัยน์หนึ่งก็คือบริษัทกำจัดผี ที่ตั้งขึ้นเพื่อช่วยส่งวิญญาณทั้งหลายให้ไปสู่สุขคติภพ และเพื่อความเป็นปกติสุขของผู้คน โดยหญิงสาวมีความสามารถพิเศษในเรื่องของจิต คือสามารถเข้าญาณพิเศษสื่อสารกับวิญญาณได้โดยการทำสมาธิหรือการถอดจิตซึ่งก็สามารถทำงานได้รวดเร็วเพียงแค่เธอหลับตาก็ทำได้แล้ว พระเอกของเรื่องนี้ชื่อว่า ติณห์ ชายหนุ่มที่ไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ ออกจะมองว่าเป็นเรื่องเหลวไหลเสียด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้ชีวิตเขากลับต้องมาพัวพันกับสิ่งที่ไม่เคยเชื่อเลยสักนิดเมื่อที่ดินผืนงามริมน้ำที่กาญจนบุรีกำลังจะทำรีสอร์ทของตนมีวิญญาณตายโหงนับร้อยอาศัยอยู่ คนงานที่ทำงานบอกว่าถูกวิญญาณหลอกหลอนและไม่ให้ทำงาน หากใครไม่เชื่อจะต้องตายและทุกคนต่างเชื่อกันว่าวิญญาณนั่นก็คือหลวงพิชัยภักดีผู้เป็นตาของติณห์นั่นเอง เมื่อไม่มีใครทำงานให้ งานใหญ่ที่วางไว้ก็ไม่เดิน ผู้ว่าจ้างอย่างติณห์จึงเดือนร้อนจึงทำให้ติณห์ต้องส่งตัวแทนมาว่าจ้างบริษัทกำจัดผีเพื่อหวังจบปัญหา การรับงานในครั้งนี้ทำให้ญาณินถึงกับหวั่นไหวเพราะติณห์คือชายหนุ่มที่เธอหลงชอบตั้งแต่แรกเห็น ทำอะไรก็ดูตลกไปหมด ไม่เป็นตัวของตัวเองอย่างที่เคย และญาณินยังได้เจอกับหลวงพิชัยภักดีตาของชายหนุ่มที่ว่าจ้างให้เธอช่วยดูแลจนกว่าพระเอกจะทำรีสอร์ทได้สำเร็จ โดยเสนอค่าตอบแทนให้เป็นทองคำแท่งที่ถูกฝังไว้ใต้เรือนของท่าน ญาณินได้ทำพิธีบวงสรวงและถูกวิญญาณผีตายโหงแผลงฤทธิ์ต่อต้านและทำให้ติณห์ที่ได้รู้เห็นด้วยเชื่อเรื่องวิญญาณในที่สุด จึงกลายเป็นว่าต้องมีการทำการปราบผีชุดใหญ่และทำให้นางเอกต้องอาศัยอยู่ที่บ้านของพระเอก และนอกจากการช่วยพระเอกสร้างรีสอร์ทให้สำเร็จแล้วญาณินยังต้องช่วยสืบหาและเปิดเผยเรื่องการตายของหลวงพิชัยภักดีที่มีเงื่อนงำว่าท่านฆ่าตัวตายและเป็นคนไม่ดีทั้งที่ความจริงคือท่านถูกลอบวางยาและถูกใส่ร้ายเรื่องการฉ้อโกงทหารญี่ปุ่น การสืบหาทำให้ความจริงต่างๆ เปิดเผย เรื่องราวคลี่คลายไปได้พร้อมกับความรักที่สุกงอมของติณห์และญาณิน เรื่องนี้ค่อนข้างจะเนื้อหารายละเอียดเยอะสักหน่อยเพื่อที่จะอธิบายปูทางไปสู่เล่มอื่นๆ แต่ก็ไม่น่าเบื่อเกินไปเมื่อพระเอกและนางเอกของเรื่องมาสร้างความน่ารักให้ได้เผลอยิ้มในบางช่วงบางตอน ส่วนเรื่องฝีมือการเขียนนั้น เชื่อว่าแฟนนิยายของคุณณารายกนิ้วให้ยอดเยี่ยมอยู่แล้วแน่นอนค่ะ เพราะการเขียนการใช้คำภาษา(ที่บางคนชอบและบางคนอาจไม่ถูกใจ) ยังคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของผู้เขียนคนนี้ได้เป็นอย่างดีค่ะ
chutarat | 5 รีวิว
27/09/2013

ญาณสื่อรักเป็นหนังสือเรื่องหนึ่งในนิยายชุด The Sixth Sense ที่มีด้วยกันทั้งหมด 5 เรื่อง ซึ่งนางเอกของทั้ง 5 เรื่องนี้เป็นผู้มีสัมผัสพิเศษแตกต่างกันไป ญาณิน กรรณา สุคนธรส เนตรสิตางศุ์ กรรัมภา 5 สาวผู้มีสัมผัสพิเศษคบกันมาตั้งแต่สมัยเป็นน้องใหม่ของคณะจิตรกรรมหลังจากเรียนจบมา ทั้ง 5 คนก็ได้เปิดบริษัทซิกซ์เซนส์รับกำจัดผีทั่วราชอาณาจักร โดยใช้ความสามารถพิเศษที่แต่ละคนมี เพื่อหวังที่จะช่วยเหลือผู้คนและเหล่าวิญญาณให้พ้นจากความทุกข์ ญาณินมีสัมผัสพิเศษ โดยเมื่อญาณินอยู่ในสมาธิจะสามารถถอดจิตเห็น ติดต่อ พูดคุยกับวิญญาณได้ กิติพงษ์ได้เป็นตัวแทนของติณห์ติดต่อให้บริษัทซิกซ์เซนส์มาช่วยจัดการเรื่องที่ที่ดินที่กาณจนบุรีที่จะสร้างรีสอร์ทมีปัญหา โดยคนงานที่มาทำงานบอกว่าพบเจอวิญญาณมาบอกให้หยุดทำงาน ไม่งั้นจะฆ่าให้ตาย ซึ่งเชื่อกันว่าวิญญาณดวงนั้นคือหลวงพิชัยภักดี ซึ่งเป็นตาของติณห์นั่นเอง ทำให้คนงานไม่ยอมทำงาน เมื่อญาณินได้พบหน้าติณณ์ครั้งแรก ก็เหมือนรักแรกพบสำหรับญาณินเลย แต่ปฏิกิริยาของเธอที่ได้เจอคนที่ต้องตานั้น ทำให้เธอทำเรื่องเปิ่นๆ กะเปิ๊บกะป๊าบออกไป ซึ่งนั่นก็ทำให้ญาณินเป็นที่สะดุดตาของติณณ์เหมือนกัน เมื่อญาณินได้พบวิญญาณของหลวงพิชัยภักดี ท่านก็บอกว่าไม่ได้ไปรบกวนการทำงานของคนงาน แถมยังเสนอให้ญาณินทำงาน โดยให้ช่วยติณณ์สร้างรีสอร์ทให้สำเร็จ โดยท่านจะยกทองคำทองคำแท่งละสิบบาทที่ซ่อนอยู่ในบ้านเรือนไทยของท่านให้สิบแท่ง พวกของญาณินจึงตั้งโต๊ะเพื่อบวงสรวงบอกเจ้าที่เจ้าทาง แต่กลับปรากฏผีตายโหงมารังควาน และติณณ์ที่ก่อนหน้านี้ยังไม่เชื่อเรื่องผี แต่ที่จ้างพวกญาณินมาเพราะอยากให้คนงานสบายใจก็ได้เห็นผีจึงทำให้เชื่อ เนื่องจากสุคนธรสต้องกลับไปเตรียมของมาทำพิธีอย่างเต็มรูปแบบและต้องรอฤกษ์ แต่ขอเสนอของคุณหลวงซึ่งญาณินรับทำให้ญาณินต้องอยู่ร่วมบ้านเดียวกับติณณ์ โดยมีแม่บ้านของญาณินและกุมารทองมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ซึ่งในเรื่องคุณหลวงนั้น ก่อนที่จะตายได้ถูกใส่ร้ายว่าโกงข้าวสารและน้ำตาลทรายพวกทหารญี่ปุ่น โดยเอาแป้งไปผสมใส่ในข้าวสารและน้ำตาลทราย จึงได้ฆ่าตัวตาย แต่ความจริงท่านถูกใส่ร้ายและโดนวางยาพิษต่างหากถึงได้เสียชีวิตลง ซึ่งญาณินก็อาสาที่จะช่วยสืบหาความจริงให้ เรื่องวุ่นๆ ของการพยายามสืบหาว่า ใครส่งผีมารบกวนการสร้างรีสอร์ทของติณณ์ สืบหาตัวคนใส่ร้ายและวางยาคุณหลวง ความรักที่มีอุปสรรคของติณน์และญาณิน ที่มีเพนนีมาคอยก็กวน ชอบโกลเด้นเบบี้ แต่ 4 บอร์ดี้การ์ดใช้มุกตามสมัยมากไป บางมุกมันล้าสมัยแล้วเลยอ่านแล้วน่าเบื่อ พระเอกเพราะเกิดและเติบโตที่เมืองนอกเลยพูดไทยไม่ชัด บางมุกที่เกี่ยวเนื่องกับการพูดของพระเอกที่พระนางเล่นกันก็น่ารักดี พระเอกหื่นจริง แต่ยังรับฟังเหตุผลและรอคอยนางเอกได้อันนี้น่ารักดีค่ะ นางเอกแบบออกอาการมากเลยว่าหลงพระเอกแต่ยังดีที่ยังมีสติที่จะรอให้ถึงวันแต่งงานก่อน ตัวคนร้ายที่ฆ่าคุณหลวง พอรู้ความจริงก็ไม่ได้รู้สึกสงสารคุณหลวงเลย เพราะทุกอย่างมันเริ่มต้นจากการกระทำของคุณหลวงเอง อ่านได้เพลินๆดี มุกกระจายทั่วๆ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกในชุดเลยมีรายละเอียดเยอะ เพราะต้องปูพื้นของตัวละครต่างๆ อ่านแล้วชอบค่ะ ชอบรายละเอียดเยอะๆ ค่ะ
ด.ญ.รวิพร | 5 รีวิว
04/06/2013

นิยายเรื่องญาณสื่อรักเมื่อได้อ่านแล้ว สนุก ตื่นเต้น น่าค้นหา เพราะเนื้อเรื่อง เกี่ยวกับสัมผัสพิเศษทางจิต นางเอกสามารถถอดจิตได้ ทำให้เรื่องมีสีสันน่าติดตาม ติณท์(พระเอก) เป็นตัวละครชายหนุ่มที่เติบโตที่อเมริกาเมื่อมาอยู่ที่เมืองไทยจึงพูดภาษาไทยไม่ถูกต้อง ทำให้ติณท์ดูตลกและน่าสงสารในสายตาญาณินเธอจึงให้ความช่วยเหลือจึงเกิดเรื่องราวต่างๆที่น่าติดตาม ถ้าเพื่อนๆ นักอ่านอยากรู้ลองเข้าไปอ่านดูสิค่ะ ญาณสื่อรักยังให้ ข้อคิด เน้นที่ความดี ความชั่ว สิ่งที่ควรทำ ไม่ควรทำ เป็นเรื่องที่ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
จินตนา | 5 รีวิว
17/10/2012

นิยายเรื่องนี้มันสนุกและยังผสมความน่ากลัว เพราะนางเอกเรื่องนี้เธอมีสัมผัสที่6 ทำให้เรื่องนี้มีสีสันเพิ่มไปอีก และยังซ่อนสาระเนื้อหาเกี่ยวกับ การทำดีได้ดีอีก ขอบอกว่าถ้าคุณคิดว่าอ่านเรื่องนี้มันเกี่ยวกับผี คุณต้องคิดใหม่เพราะนางเอก พระเอกเรื่องนี้ยังรักกันอีกทำให้มันสนุก โรแมนติกไปพร้อมกัน ถ้าใครอยากอ่านเกี่ยวกับผีและความรัก ขอบอกว่าคุณต้องอ่านเรื่องนี้ค่ะ มันจะทำให้คุณเพลินและสนุกไปกับมัน ถ้าอ่านคุณอาจจะอยากเป็นนางเอกเรื่องนี้ หรือ คุณอาจจะอยากมีคนรักเหมือนพระเอกเรื่องนี้ ซึ่งพระเอกก็เป็นคนที่รักนางเอกมากๆเหมือนกัน บางทีคุณอยากจะเข้าไปร่วมอยู่ในหนังสือเล่มนั้นก็เป็นไปได้ ต้องอ่านค่ะ ถึงจะรู้ แต่รับรองสนุกค่ะ ^^

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020