ไฮโซสะออน (หัสวีร์)

ไฮโซสะออน (หัสวีร์)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160007110
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 180.00 บาท 117.00 บาท
ประหยัด: 63.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

“เม...เมริศา” เสียงกังวานใสดังขึ้น ขณะที่สาวร่างบางกำลัง

สาละวนอยู่กับการขนกระเป๋าเดินทางขึ้นไปวางบนรถเข็นกระเป๋า

เมริศาขมวดคิ้ว หรี่ตามองผู้ทักทาย สงสัยว่าแม่สาวตัวเล็กนี่คือ

ใครกัน...

หรือจะเป็นสาวใช้ที่ชนินทร์ส่งมารับ

คุณพ่อนะคุณพ่อ เธออุตส่าห์แอบกลับมาเงียบๆ ยังรู้จนได้ว่าเธอ

มาถึงเมืองไทยเช้านี้ หญิงสาวเสยผมยาวสลวยพลางลอบยิ้ม นี่คงทน

คิดถึงลูกสาวคนเดียวที่ห่างไปเรียนไกลถึงฝรั่งเศสไม่ได้ จึงส่งคนใช้มารับ

ถึงสนามบิน เมริศายักไหล่แล้วมองชุดทำงานสีตุ่นๆ ไร้รสนิยมของคน

ตรงหน้า...เชิ้ตตัวละไม่เกินสองร้อยบาท กับกระโปรงแบบสาวออฟฟิซ

ทั่วไป

เอาละ มองโลกในแง่ดี เธอคงจะมีตำแหน่งสูงกว่าแม่บ้าน

“มองอะไรอีก มาช่วยฉันถือกระเป๋าสิ” หญิงสาวเอ่ยพร้อมจิกตา

ใส่ผู้มารับซึ่งยังคงยืนจ้องเธอและยิ้ม

คงไม่เคยเห็นคนสวยละสิ...เมริศาลำพองใจ

“ไปไหนมาเหรอ” สาวแปลกหน้าถาม แล้วกระวีกระวาดช่วยเข็น

รถเข็นกระเป๋า แต่คำถามนั้นกลับทำให้คนฟังหงุดหงิด

มันหน้าที่อะไรของคนรับใช้ ที่จะมาสู่รู้เรื่องชีวิตส่วนตัวของเธอ

“ถามทำไม” เธอตอบห้วนๆ แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มซื่อๆ เมริศากลับ

ไม่อยากจะด่า...รอยยิ้มแบบนี้ เธอรู้สึกคุ้นเคย เหมือนเคยเห็นที่ไหนมา

ก่อน

“อ้าว จำไม่ได้เหรอ” หญิงสาวยังเอ่ยถามหน้าซื่อ ทำให้เมริศา

แทบปรี๊ด แต่อากาศปลายเดือนธันวาคมกับอุณหภูมิเย็นๆ ในสนามบิน

ยังช่วยให้เธอสงบได้ ถ้าเป็นที่บ้าน หญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นสีแดง

แปร๊ดขนาดพอดีตัว สวมทับด้วยสูทแบรนด์ดังเข้ารูปสีขาว คงได้วีน

แหลกแจกเล็บให้คนตรงหน้า โทษฐานที่ยังกล้าถามคำถามกวนประสาท

เธออีกครั้ง

“ตกลงจำฉันไม่ได้หรือ น้ำทองไง” คนตรงหน้าถามซ้ำระหว่างที่

เธอกำลังโมโห หญิงสาวยื่นหน้ามามองผ่านเลนส์แว่นกันแดดราคาแพง

ของเธอ

น้ำทอง?...เมริศาครุ่นคิด เธอเคยมีแม่บ้านหรือคนใช้ชื่อนี้ด้วยหรือ

จำได้ว่าแม่บ้านที่รับใช้เธอมานานก็คือไก่ หญิงชราที่แสนเนิบนาบ ยังดี

หน่อยที่ความอดทนสูง ส่วนคนอื่นๆ ทำงานได้ไม่เท่าไหร่ก็ระเห็จไปกัน

หมด แค่ตามใจคุณหนูเมริศาของบ้าน ‘พิพัฒนาดาว’ ยังทำไม่ได้

คนพวกนั้นช่างไม่ได้เรื่องจริงๆ

เมริศาใช้นิ้วดันแว่นตาขึ้น พยายามนึกขณะมองหน้าหญิงตัวเล็ก

คิ้วยาวรกปานดงหญ้าแฝก จมูกเล็กไร้สัน กรามและโหนกแก้ม

เด่น แล้วดูผิวเธอสิ ดำอย่างกับสาวบ้านนอกที่เพิ่งไปดำนาแล้วหลงมา

โผล่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เห็นแล้วขัดใจจนอยากจะให้หมอส่วนตัวที่

เกาหลีพายายหน้าแป้นคนนี้ไปขึ้นเขียงโดยด่วน

แต่เดี๋ยว...ยายหน้าแป้นเหรอ

“น้ำทองหน้าแป้นหรือเปล่า...” เมริศาถามทันที

“อะไรกัน ฉันนามสกุลมิตรไมตรีต่างหาก” สาวหน้าแป้นยิ้มเขิน

เมื่อได้ยินเพื่อนเรียกฉายาในอดีต

“ไปไหนมาเนี่ย” เมริศาเอ่ยถาม ทั้งๆ ที่เธอเพิ่งอารมณ์เสียที่

น้ำทองถามคำถามนี้กับเธอ

“มารับลูกค้ากับพี่ที่บริษัท แล้วเธอล่ะจ๊ะเมริศา”

“เอ่อ ฉันไปเรียนที่ฝรั่งเศส เพิ่งจบกลับมา” สาวสวยยักไหล่พลาง

ตอบคำถาม

“ดีใจจังที่ได้เจอเธอ เมริศาเธอดูไฮโซมากๆ” น้ำทองชม

เมริศาเชิดหน้า ยิ้มมุมปาก ภูมิใจคำชมของคนตรงหน้า

ใช่ เธอนี่แหละ สาวไฮโซตัวจริง

“เธอสวยขึ้นนะเมริศา ฉันเคยเห็นภาพเธอกับหนุ่มหล่อเฟี้ยวบน

หน้านิตยสารแพงๆ เมื่อสองสามปีก่อน” น้ำทองพูด

คนสวยตรงหน้ากระหยิ่ม แหงละสิ ใครก็รู้สึกดีที่ได้รู้จักสาวสวย

รวย เก่ง สถานภาพทางสังคมสูงอย่างเธอ คงจะรวมถึงเพื่อนที่เคยสนิท

ด้วยอย่างน้ำทอง

“ภูมิใจจังที่มีเธอเป็นเพื่อน ว่าแต่...เธอได้กลับนครพนมบ้างไหม”

เมริศาสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินคำถามจากเพื่อนเก่า

“ไม่ ฉันอยู่กรุงเทพฯ ถาวรแล้ว” สาวไฮโซตอบเสียงเบาลงเล็กน้อย

เพราะกลัวว่าคนรอบข้างจะได้ยิน เพื่อนเก่าคนนี้คงไม่เคยเห็นบ้านหรู

ในย่านสุขุมวิทของเธอแน่ ถึงได้กล้าถามคำถามนี้ แต่ก็ไม่น่าแปลก น้ำ-

ทองเป็นแค่ผู้หญิงบ้านนอก จะรู้เห็นอะไรไปมากกว่าทุ่งนากับควาย

“เสียดายจัง ฉันก็เพิ่งมาทำงานที่กรุงเทพฯ ได้เดือนกว่าๆ เอง

คิดถึงบ้านใจจะขาด นึกถึงตอนเด็กๆ แล้วมีความสุขเนอะ เราสองคน

ติดกันเป็นตังเมเลย...” เพื่อนเก่ายังพยายามพูดต่อ

                “เอ้อ...น้ำทอง ดีใจที่ได้พบเธอนะ” เมริศารีบตัดบท กลัวว่าสาว

หน้าแป้นตรงหน้าจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ “...แต่เสียดาย แฟนฉันมารับ

แล้วละ”

น้ำทองไม่รอช้า คว้าแขนเมริศาหมับ

“เดี๋ยวสิเมริศา ฉันขอเบอร์โทร. เธอหน่อย”

สาวไฮโซคิดในใจว่าเธอควรรีบไปจากเพื่อนคนนี้ให้เร็วที่สุด

เมริศารีบบอกเบอร์ไปมั่วๆ แล้วเข็นรถไปทางอื่น แม้ว่าจะยังไม่เห็นหน้า

คนรักที่มารอรับก็ตาม

“เมริศา ฉันโทร. ไม่เห็นติดเลย” สาวหน้าแป้นตะโกนตามหลัง

หลังจากลองโทร. ไปยังเบอร์ที่สาวสวยบอก แต่ไม่มีการตอบรับ

‘...จะติดได้ยังไง ในเมื่อเบอร์ใครไม่รู้ หล่อนยังไม่รู้อีกหรือไงว่าคน

เค้าไม่ต้องการให้ติดต่อ ตื๊อจริงนะยายน้ำทอง!’

“เอ่อ งั้นลองอีกเบอร์นะ”

เมริศาจำใจบอกเบอร์จริงให้ เพราะจะออกอาการอารมณ์เสียในที่

สาธารณะไม่ได้ เธอชูมือถือเมื่อเห็นเบอร์น้ำทองปรากฏบนหน้าจอ สาว

หน้าแป้นยิ้มอย่างดีใจที่ได้เจอเพื่อนสนิทในวัยเด็ก

 

 “เมรี่”

แม้จะอยู่ไกล แต่เมริศาก็เห็นอย่างชัดเจนว่าคนที่ตะโกนเรียกเธอ

คือคนที่เธออยากเจอหน้ามากที่สุด พาสกรสวมเสื้อเชิ้ตสีแสบสันพอดีตัว

กับกางเกงยีนรัดรูป แต่ที่เมริศาชอบมากที่สุดในตัวของเขา นอกจากร่าง

ที่สูงก็คือนัยน์ตาเจ้าชู้ และรอยยิ้มที่มองแล้วใจละลาย

“พาส โอ...มายดาร์ลิง” เธอโผเข้าหาชายหนุ่ม แต่พื้นที่ลื่นกลับ

ทำให้เธอหกล้มทั้งที่ยังไม่ถึงตัวเขา

เมริศาเชิดหน้าและลุกขึ้น ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ยังซุ่มซ่ามเหมือนเดิมนะที่รัก” พาสกรเข้ามากอดเธอไว้ หญิงสาว

สูดกลิ่นน้ำหอมของเขาจนเต็มปอด

“ทำไมปล่อยให้เมรอนาน” หญิงสาวตัดพ้อ

“โถ ผมมารอนานแล้ว”

“เดี๋ยว พาสเปลี่ยนน้ำหอมเหรอ ทำไมเมไม่คุ้นกลิ่นเลย” หญิงสาว

ถาม

“เป็นกลิ่นเก่าที่ผมเคยใช้ตอนเรียนหนังสือ ทำไม เมไม่ชอบเหรอ

ผมเปลี่ยนก็ได้นะ” ชายหนุ่มส่งสายตาเจ้าชู้ให้คนรัก

“กลิ่นที่เมเลือกให้ดูเป็นชายหนุ่มสะอาด แต่กลิ่นนี้เหมือน...”

เมริศายักไหล่นึกถึงคำเปรียบ “โคโลญ...เด็กวัยรุ่น หรือไม่ก็พวกน้ำหอม

เกรดต่ำๆ ที่...เกย์บ้านนอกชอบใส่”

หญิงสาวพูดโดยไม่สนใจความรู้สึกของคนฟัง พาสกรส่ายหัวให้

ความปากร้ายของเธอ ทำอย่างไรได้ เขาชินเสียแล้ว นี่ขนาดห่างกันไป

นานเกือบสองปี เมริศายังสร้างความประทับใจแรกด้วยการตำหนิ

น้ำหอมที่เขาเลือกเองอย่างร้ายกาจ

สาวสวยเดินเชิดหน้าท่ามกลางสายตาของผู้คน บางคนหันมาจับ

กลุ่มพูดคุยเมื่อทั้งสองเดินผ่าน เธอได้ยินเสียงฮือฮาดังเป็นระยะ นี่แหละ

คือสิ่งที่เธอต้องการ เธอต้องการให้ทุกคนมองเธอ

เมริศา พิพัฒนาดาว บุตรสาวคนเดียวของเจ้าของโรงแรมชื่อดัง

ผู้มีทุกอย่างเพียบพร้อม รวมทั้งคนที่เดินตามหลังคือ พาสกร โอชยานนท์

หนุ่มหล่อทายาทเจ้าของร้านเพชรสุดหรู สองคนเหมาะสมกันราวกับ

กิ่งทองใบหยก ผู้หญิงทุกคนอยากเป็นเธอ และผู้ชายทุกคนก็อิจฉาพาสกร

ทั้งนั้น

“เมื่อกี้คุณคุยกับใครเหรอ” พาสกรถาม หญิงสาวตกใจวูบ เมื่อรู้

ว่าพาสกรเห็นเธอยืนเสวนากับเพื่อนเก่าจอมเด๋อด๋านั่น

                “ไม่มีอะไรหรอก รีบพาเมกลับบ้านเถอะ เมเหนื่อยแล้วนะ”

หญิงสาวออกอาการหงุดหงิดกลบเกลื่อน นึกถึงเรื่องยายน้ำทองหน้า

แป้นเมื่อไร พาลให้อารมณ์เสีย ภาพเธอลงจากเครื่องบินและกำลังเดิน

เข้าสู่สนามบินเป็นฉากที่สวยงามในหนังแท้ๆ ดันมีตัวประกอบหน้าตา

บ้านๆ แทรกเข้ามา เธออยากเป็นผู้กำกับจะได้สั่งหั่นบทสนทนากับอดีต

เพื่อนเก่าคนนั้นทิ้ง

“ก็เห็นคุยกันตั้งนาน นึกว่าเพื่อน” พาสกรยังไม่รู้ว่าหญิงสาว

ไม่ต้องการตอบ

“ดูรสนิยมการแต่งตัวของแม่นั่นเสียก่อน จะมาเป็นเพื่อนเมได้ไง

เพื่อนของเมมีแต่แอ๊ดดี้กับหญิงโฉมเท่านั้น” เธอเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วย

เสียงดังฟังชัด

สังคมชั้นสูงยังมีเพื่อนที่จริงใจ คอยทำเรื่องสนุกสนานกับเมริศา

ทุกครั้ง หญิงสาวคิดถึงเพื่อนที่เมืองไทยทั้งสองคน เมื่อนึกได้ก็อมยิ้ม

หากสองคนนั้นได้เห็นของฝากจากฝรั่งเศสจะต้องชอบใจเป็นแน่

 

‘เธอทำอะไรกับเสื้อเธอ’ ทองใบ ครูชั้นประถมทำตาโต

เมื่อเห็นชื่อโรงเรียนบนอกเสื้อของเด็กหญิงหน้าแป้น

‘ก็เปลี่ยนไงคะ’ เด็กหญิงตอบตาแป๋ว ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

‘เปลี่ยน? โรงเรียนเราชื่อ พนมวิทยาคม อักษรย่อ พ.ค. ก็ถูกแล้ว

แล้วเธอไปเปลี่ยนเป็นอะไร’ คุณครูถามต่อ

‘อ้าว พ.ค. นี่คือชื่อย่อโรงเรียนหรือคะครู’

‘อ้าว ก็ใช่น่ะสิ เธอนึกว่าอะไร’

‘หนูนึกว่าเป็นเดือน เราเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม ก็เป็น พ.ค.

ตอนนี้เดือนมิถุนายน หนูเลยให้แม่ปักใหม่เป็น มิ.ย.’

 ไม่เพียงแต่ทองใบที่หัวเราะ เพื่อนทั้งห้องก็ฮาครืน เว้นแต่เมริศา

ที่นั่งอยู่ข้างๆ

‘เธอก็น่าจะเตือนเพื่อนบ้างนะเมริศา นั่งด้วยกันแท้ๆ’

‘เอ่อ...ถ้าครูไม่บอก เย็นนี้หนูก็ว่าจะไปให้แม่แก้เป็น มิ.ย. เหมือน

น้ำทองเหมือนกันค่ะ’ เมริศาตอบเสียงเบา

นั่นเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ของสองเด็กหญิงชั้นประถม-

ศึกษาปีที่หนึ่งของโรงเรียนพนมวิทยาคม เพราะตั้งแต่นั้นเด็กหญิงทั้งสอง

ก็สนิทชิดเชื้อจนเป็นเพื่อนรักกัน

คนหนึ่งเป็นสาวใสซื่อ ไม่มีพิษมีภัย อีกคนเป็นคนช่างจินตนาการ

ชอบแต่งตัว แต่ที่เหมือนกันก็คือสองสาวกล้าแสดงออกเหมือนกัน

‘เม โตขึ้นนะ ฉันจะเป็นดาราดังให้ได้เลย’

‘ใช่ ฉันก็อยากเป็น ฉันอยากเป็นนางเอก’

เมื่อพรสวรรค์ตรงข้ามกับหน้าตา น้ำทองมีใบหน้าบาน ตาชั้น

เดียว ส่วนเมริศาผมหยิก ฟันเหยิน และอ้วนท้วมปานนางยักษ์ โรงเรียน

พนมวิทยาคมจึงมีสองดาราชั้นนำที่เพื่อนๆ ตั้งฉายาอย่างเก๋ไก๋ว่า ‘นาง

ยักษ์เมรี’ กับ ‘ผีหน้าแป้น’

แค่ฉายาตอนเด็กก็ทำให้สยองในความรู้สึกแล้ว อดีตที่ไม่สวยงาม

แบบนั้น เมริศา สาวไฮโซคนปัจจุบันไม่อยากจำ

ย้อนมองดูฐานะตัวเองยิ่งไม่อยากนึกถึง เธอกับแม่อาศัยอยู่ใน

บ้านไม้หลังเล็กๆ ฐานะพออยู่พอกิน แต่แม่ไม่เคยบอกว่าพ่อเธออยู่ที่ไหน

ครอบครัวของน้ำทองยังดีหน่อย เนื่องจากพ่อเป็นพ่อค้าวัวควาย

แต่ลำบากตรงที่ครอบครัวของเธออยู่กันถึงสิบเอ็ดคน

‘ปลาน่าจะกินเบ็ดแล้วนะแก’ น้ำทองทำตาโต เมื่อเห็นเบ็ดของ

เพื่อนสั่น

‘มาช่วยกันดึงเร็วเข้า ฉันดึงไม่ไหวแล้ว’

สองเด็กหญิงช่วยกันออกแรงยกคันเบ็ดขึ้นจากคลอง

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

"ไฮโซสะออน" นำเสนอเรื่องราวของ "เมริศา พิพัฒนาดาว" ทายาทเจ้าของโรงแรมหลังจากเดินทางกลับมาจากฝรั่งเศส และได้พบกับ "น้ำทอง" เพื่อนในสมัยเด็ก แต่เธอก็พยายามหลีกหนีเพราะไม่อยากพูดคุยด้วย เพราะตอนนี้เธอ คือ สาวไฮโซสุดเริ่ด ไม่ใช่เด็กบ้านนอกอีกต่อไปแล้ว วันหนึ่งเธอกลับต้องถูกแฟนทิ้งเพราะมัวแต่ออกงานสังคมและไม่เคยดูแลแฟนเลย เมริศาเสียใจมาก และเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้เธอพบกับร้าน "อีสานสะออน" เมื่อเธอเข้าไปในร้านนั้น เธอก็ได้ค้นพบตัวตนอีกด้านของตัวเอง และใจจริงแล้วเธอนั้นไม่ต้องการสังคมหรูๆ อาหารดีๆ หรือเพื่อนไฮโซ แต่เธอต้องการเพียงเพื่อนที่จริงใจ และสถานที่ที่สามารถปลดปล่อยตัวตนที่แท้จริงออกมาได้

ณ สถานที่นั้นเธอก็ได้พบกับ "ไอดิน" เจ้าของอู่ซ่อมรถ ผู้ได้ขโมยหัวใจของเธอไป เมริศาจึงต้องงัดเอาสารพัดวิธีขึ้นมาใช้เพื่อพิชิตใจเขา โดยมีน้ำทองเป็นผู้ช่วย แต่คราวนี้กลับหนักหนากว่าที่คิดไว้ เมื่อเธอมีศัตรูหัวใจเป็นสาวโรงงาน และเขากับเธอก็ดูรู้ใจ และเข้ากันได้ดี เมริศาจึงสู้สุดใจเพื่อไม่ให้ปราชัยในศึกหัวใจครั้งนี้ แล้วเรื่องราวต่อจากนี้จะดำเนินไปอย่างไร? มีบทสรุปเรื่องราวของความรักเช่นใด? ขอเชิญคุณผู้อ่านมาร่วมติดตามพร้อมกันในนิยาย "ไฮโซสะออน" เล่มนี้

เขียนโดย "หัสวีร์"

 

288 หน้า


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021