แสนเสน่หา (ลิซ)

แสนเสน่หา (ลิซ)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160003679
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 220.00 บาท 143.00 บาท
ประหยัด: 77.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

            รถยุโรปสีเข้มซึ่งติดฟิล์มกรองแสงค่อนข้างหนาชะลอ

ความเร็วลงพร้อมกับอาการถอนหายใจยาวเหยียดของผู้ขับ

                ใบหน้ากลมที่วันนี้แต่งหน้าแต่งตัวเสียจนสวยผุดผาดผิดจาก

ทุกวันทอดสายตามองรถที่ติดกันเป็นแพอยู่เบื้องหน้า ก่อนหันไปมอง

น้องสาวที่นั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ

                แม้จะได้ชื่อว่าเป็นพี่น้อง ทว่าทุกคนที่รู้จักพวกเธอล้วนแล้วแต่

บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า พี่น้องคนละพ่อคู่นี้มิได้มีหน้าตาละม้ายคล้าย

คลึงกันเลย หากจะเปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัด จิตรกัญญาผู้เป็นน้องสาว

คงเปรียบได้กับกุหลาบแสนงดงามที่สามารถตรึงตาตรึงใจผู้คนได้เพียง

แรกเห็น ส่วนรมย์รุจีน่ะหรือ...เธอเป็นได้แค่เพียงดอกมะลิที่ผู้คนเห็นจนชิน

สายตา จึงไม่แปลกอะไรที่ทุกคนจะมองข้ามความสบายตาสบายใจแสน

ธรรมดาสามัญของเธอ และหันไปชื่นชมความงามล้ำของจิตรกัญญากัน

ทั้งนั้น

                แต่พูดตามตรง ไม่เคยมีสักครั้งในชีวิตที่รมย์รุจีนึกอิจฉาน้องสาว

ตนเองเลย ด้วยเธอรู้ดี คนไม่งามก็มีความทุกข์ในแบบคนไม่งาม ส่วน

คนงามก็มีความทุกข์ในแบบของเขาเช่นกัน

                คนไม่งามแบบรมย์รุจีความทุกข์มักจะมาในรูปแบบของการ

อกหักเบาๆ ที่เรียกเช่นนี้ก็เพราะครั้งคราใดที่เธอพาคนที่เธอชอบมา

พบกับน้องสาว ผู้ชายเหล่านั้นก็มักจะเทหัวใจไปให้จิตรกัญญาเสมอ

                ดังนั้นจึงอาจเรียกได้ว่า น้องสาวคนสวยของเธอเป็นด่านแรก

ที่เธอเอาไว้คัดเลือกผู้ชายเลยก็ได้

                ส่วนคนงามแบบจิตรกัญญานั้นความทุกข์มักมาในรูปแบบของ

ผู้ชายมากหน้าหลายตาซึ่งดาหน้าเข้ามาจีบ จนบางครั้งน้องสาวของเธอ

ก็ถึงกับร้องกรี๊ดๆ เพราะรำคาญผู้ชายช่างตื๊อพวกนั้น

                คิดถึงเรื่องนี้แล้วรมย์รุจีก็อดหันกลับไปมองน้องสาวอีกครั้งไม่ได้

สีหน้าของจิตรกัญญาในวันนี้เรียบเฉยราวกับตุ๊กตา งดงาม แต่ไร้จิตใจ

เห็นแบบนี้แล้วรมย์รุจีก็อดสงสารน้องไม่ได้

                ผู้หญิงคนใดเล่าจะอยากแต่งงานกับคนที่ตนไม่ได้รัก...

                “รถติดจัง ไม่รู้ว่าข้างหน้าเกิดอุบัติเหตุอะไรรึเปล่าสิ” เสียงของ

พี่สาวลอยผ่านอากาศเข้ามาสู่โสตประสาทของจิตรกัญญาที่แม้จะมอง

ออกไปนอกรถ ทว่าดวงตาของเธอกลับมองไม่เห็นสิ่งใดเลย อนาคต

เบื้องหน้าของเธอนั้นแสนจะมืดมน

                “ไม่ต้องห่วงนะเจินเจิน ถ้ารถขยับได้อีกนิดละก็พี่จะมุดเข้าซอย

นั้น ถ้าจำไม่ผิดมันเป็นทางลัดไปโรงแรมได้”

                 ริมฝีปากของว่าที่เจ้าสาวอ้าออกน้อยๆ คิดอยากจะห้ามพี่สาวอยู่

เหมือนกันแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว พอรถเคลื่อนตัวไปได้เล็กน้อย รมย์รุจี

ที่รอเวลาอยู่อย่างตั้งใจก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยด้านซ้ายมือทันที

                จิตรกัญญาเกือบครางออกมา หญิงสาวรู้สึกเหมือนสวรรค์กลั่น

แกล้งเธอ เพราะภายในซอยที่เลี้ยวเข้ามาโปร่ง โล่ง ไม่มีรถเลย ผู้กำลังจะ

เป็นเจ้าสาวในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเริ่มกัดริมฝีปาก บีบมือตนเองแน่น

ภาวนาขอให้เกิดเหตุอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอไปไม่ทันงาน

แต่งงานของตนเอง!

                “ตายแล้ว!”

                เสียงอุทานของพี่สาวดังขึ้นทำให้คนซึ่งเอาแต่นั่งก้มหน้ามองมือ

ที่บีบกันแน่นของตนเองเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากบางแย้มยิ้มอย่างพอใจ

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาในครั้งนี้ เธอเห็นถนนสองเลนเบื้องหน้าเต็มไปด้วยรถ

                มันต้องอย่างนี้สิ แบบนี้เขาถึงเรียกว่าสวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนดี!

จิตรกัญญาเกือบจะยกมือขึ้นขอบคุณสวรรค์แล้ว หากไม่ได้ยินเสียง

พูดอุบอิบกับตนเองซึ่งพี่สาวมักทำเป็นประจำจนกลายเป็นนิสัยเสียก่อน

                “มาติดอะไรตรงทางออกแบบนี้ อีกนิดเดียว พ้นซอยนี้ ข้ามถนน

ไปก็ถึงโรงแรมแล้ว เอาไงดีๆๆ” รมย์รุจีพึมพำกับตนเองก่อนเบนสายตา

มามองนาฬิกาบนข้อมือ หญิงสาวชะเง้อมองรถที่จอดต่อกันนิ่งไม่ขยับ

มาราวห้านาที ก่อนตัดสินใจหันไปบอกน้องสาวว่า “เดินไปดีกว่าไหม

เจินเจิน ไม่ไกลหรอก แค่นี้เอง”

                จิตรกัญญามองหน้าพี่สาวที่หันมาเสนอความเห็น หญิงสาวเกือบ

จะส่ายหน้า เกือบจะปฏิเสธอยู่แล้วถ้า...ไม่เกิดความคิดอะไรดีๆ ขึ้นมา

เสียก่อน

                ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งอายุปาเข้าไปยี่สิบสาม จิตรกัญญากล้าพูด

ได้เลยว่าในชีวิตนี้ไม่มีอะไรที่เธอต้องการแล้วไม่ได้ ถึงพ่อจะได้ชื่อว่า

ตระหนี่ถี่เหนียว ทว่าสำหรับลูกสาวคนโปรดแบบเธอ ขออะไรแล้วพ่อ

ไม่เคยขัด เพียงแค่ชี้ ทุกสิ่งก็จะมากองอยู่ตรงหน้าโดยไม่ต้องเหนื่อย

ยาก แต่...ถ้าเพียงเธอรู้สักนิดว่าความสุขความสบายทั้งหลายทั้งมวล

ที่พ่อให้แก่เธอนั้น วันหนึ่ง...พ่อก็ต้องการให้เธอตอบแทนท่านกลับไป

เหมือนกัน เธอคงจะไม่เรียกร้อง ไม่วอนขออะไรจากพ่อเลย!

                เพราะสิ่งที่พ่อเรียกร้องจากเธอคือการแต่งงาน พ่อต้องการให้เธอ

แต่งงานกับผู้ชายที่เธอแทบจะไม่รู้จัก

                แน่นอนว่าจิตรกัญญาปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ก็เรื่องสำคัญอย่าง

เช่นการแต่งงาน มันต้องเป็นความสมัครใจของทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

มิใช่หรือ จะมาบังคับข่มเหงกันเช่นนี้ได้อย่างไร จิตรกัญญาไม่มีวันยอม!

                แต่ไม่ว่าจะเพียรอธิบาย ขอร้อง หรือถึงขั้นออกอาการอาละวาด

เอากับพ่อ งานแต่งงานที่เธอไม่ได้เห็นชอบก็ยังคงจัดขึ้นตามกำหนดเดิม

                มือเล็กกำเข้าหากันแน่น ก่อนริมฝีปากบางจะคลี่รอยยิ้มหวาน

ส่งให้ผู้เป็นพี่สาว “ได้ค่ะ เจินจะเดินไปเอง พี่หลิงค่อยๆ ขับตามเอาชุด

ไปให้เจินก็แล้วกัน เจินคงต้องรีบไปแต่งหน้าทำผมก่อนเดี๋ยวจะไม่ทัน

เวลา”

                รมย์รุจีรู้สึกสะดุดใจอยู่เหมือนกันที่จู่ๆ น้องสาวซึ่งไม่เคยร่วมมือ

ไม่เคยยอมทำอะไรในงานแต่งงานของตนเองเลยกลับยินดี ยินยอมทำ

ตามคำแนะนำของเธออย่างว่าง่าย แล้วยังรอยยิ้มหวานๆ ที่เห็นผ่านทาง

หางตานั่นอีกล่ะ มันเป็นรอยยิ้มที่...แปลก

                เพราะผู้เป็นพี่มัวแต่คิด มารู้ตัวอีกทีเธอจึงเห็นน้องสาวก้าวลง

ไปยืนที่ถนนแล้ว ขยับปากจะพูดจิตรกัญญาก็ปิดประตูรถเสียงดังสนั่น

แล้วเริ่มออกเดิน รมย์รุจีขยับมือไปกดปุ่มที่อยู่ข้างคนขับเพื่อลดกระจก

ฝั่งคนนั่งลง

                “ห้องพักเจ้าสาวอยู่ติดกับห้องบอลรูมนะเจิน ถ้าหาไม่เจอก็โทร.

หาแม่นะ”

                รมย์รุจีไม่รู้ว่าน้องสาวซึ่งเร่งฝีเท้าเดินเร็วๆ จากไปนั้นจะได้ยิน

หรือไม่ เพราะเธอไม่เห็นปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับมาเลย

                อกเธอรู้สึกหวิวๆ อย่างประหลาด แต่หญิงสาวกลับคิดไปว่า

คงเป็นเพราะเลยเวลาที่เจ้าสาวควรจะไปถึงโรงแรมแล้วทว่ายังไปไม่ถึง

เป็นแน่ จึงทำให้เธอมีอาการ ‘เป็นห่วง’ แบบนี้

               

            ตั้งแต่เกิดมารมย์รุจีไม่เคยถูกพ่อตีต่อหน้าคนอื่นมาก่อน

แม้พ่อจะเป็นคนอารมณ์ร้าย ทว่าท่านก็มักจะเก็บงำกิริยาได้หากอยู่

ต่อหน้าคนอื่น แต่วันนี้...หลังจากที่เธอกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพัก

ของเจ้าสาวแล้วไม่เห็นน้องสาวซึ่งควรจะมาถึงก่อนหน้าเธอ พ่อที่มี

สีหน้าไม่ดีนักก็ปรี่เข้ามาหา กระชากแขนเธอพร้อมกับถามเสียงดุดัน

                “เจินเจินไปไหน! เจินเจินล่ะ รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว!”

                หัวใจรมย์รุจีหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ใบหน้าเธอซีดเผือดทันทีที่กวาด

ตามองไปรอบๆ ห้องแล้วไม่เห็นน้องสาว สังหรณ์แปลกๆ และรอยยิ้ม

ประหลาดบนใบหน้าของจิตรกัญญาทำเธอขาสั่น ปากสั่น แต่แม้จะสั่น

จนควบคุมร่างกายเอาไว้แทบไม่อยู่ รมย์รุจีก็ยังเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด

ให้พ่อฟังอย่างละเอียดได้

                เมื่อเล่าจบหญิงสาวก็ขอโทษขอโพยพ่อเป็นการใหญ่แล้วลนลาน

ควานหามือถือในกระเป๋าสะพาย ด้วยหวังจะโทร.เรียกน้องสาวให้กลับมา

แต่ยังไม่ทันได้โทร. ฝ่ามือของพ่อก็ฟาดเข้าใส่ใบหน้าของเธออย่างแรง

                แม้รมย์รุจีจะมีรูปร่างอวบอิ่มมิได้ผอมบางดุจจิตรกัญญา แต่

แรงตบของพ่อก็ยังทำเธอถลาลงไปกองกับพื้นพรมสีเลือดหมูได้

                รสชาติของเลือดคล้ายกับเหล็กหรือสนิม กลิ่นที่เธอไม่เคยคุ้น

อบอวลอยู่ในปากจนหญิงสาวรู้สึกคลื่นไส้ เธออยากจะบ้วนสิ่งที่กำลัง

ไหลลงไปในลำคอเธอออกมา แต่ติดอยู่ที่มารยาท เพราะบัดนี้เธอไม่ได้

อยู่ในห้องแต่งตัวของเจ้าสาวตามลำพังกับครอบครัวจึงจะทำตัวอย่างไร

ก็ได้

                หางตาของรมย์รุจีเห็นแม่...ยืนตัวสั่นอยู่ข้างโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาว

เห็นใบหน้าของแม่ซีดขาว ดวงตาแดงก่ำ และบนแก้มยังมีหยาดน้ำไหล

ลงมาไม่ขาดสาย ที่กำลังประคองแม่เธอให้นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะ

เครื่องแป้งคงเป็นช่างแต่งหน้าและช่างทำผม หน้าตาของสองคนนั่นก็ดู

ไม่ดีเท่าไร หากให้เดาทั้งคู่ก็คงไม่เคยประสบเหตุเจ้าสาวหนีงานแต่งงาน

แบบนี้มาก่อน

                คนที่ยังคงทำหน้านิ่ง คล้ายไม่รู้สึกรู้สมอะไรกับเหตุร้ายครานี้

คงมีอยู่เพียงแค่คนเดียว...คนที่กำลังจะเป็นเจ้าบ่าว

                แสนหิรัญ เติมเต็มทรัพย์ ยืนเอาหลังพิงผนังห้อง มือข้างหนึ่ง

ของเขาแตะหน้าต่างบานยาวที่ภายนอกคือสวนสวย แสงจากแดด

อ่อนๆ ยามเย็นสาดกระทบใบหน้าเขา ทำให้รมย์รุจีเห็นผู้ชายที่เธอ

ไม่เคยกล้ามองตรงๆ คนนี้ชัดเจนกว่าทุกวัน

                แม้ว่าที่น้องเขยของเธอจะมีรูปร่างหน้าตาเข้าขั้นดีมาก แต่บุคลิก

เย็นชาคล้ายน้ำแข็งก้อนใหญ่ยักษ์คือสิ่งที่คอยกางกั้นเขากับคนที่อยาก

เข้าหาเขาให้ไกลห่างกัน

                จิตรกัญญาเคยเสิร์ชเรื่องของผู้ชายคนนี้แล้วมาบอกกับเธอว่า

‘นายมนุษย์น้ำแข็งนี่รวยอู้ฟู่มากเลยพี่หลิง เป็นไฮโซในระดับแถวหน้า

เกรดทริปเปิลเอเลยทีเดียว จริงอยู่ หน้าตาหล่อ รูปร่างก็สมาร์ตดี แต่

เวลาอยู่ใกล้ๆ นี่นะ โอ๊ย! เย็นจับขั้วหัวใจเลย เพราะอะไรรู้ไหม เพราะ

ฮีไม่เคยยิ้มแย้ม ไม่เคยหัวเราะ เหมือนคนไม่มีอารมณ์ ไม่มีความรู้สึก

แบบนี้ใครแต่งงานด้วยก็คงเย็นชืดจนตาย เจินไม่เอานะ ชีวิตเจินยังมีสีสัน

เจินยังอยากยิ้ม อยากหัวเราะดังๆ ไม่อยากถูกแช่อยู่ในห้องเย็น เจินจะ

ทำยังไงดีล่ะพี่หลิง เจินไม่อยากแต่งงานกับหมอนี่!’

                เสียงคร่ำครวญของน้องสาวคล้ายกับจะดังอยู่ข้างหูรมย์รุจี

ดวงตาที่มีน้ำคลอเพราะเจ็บหน้าซีกหนึ่งช้อนสายตาขึ้นมองมนุษย์

น้ำแข็งของจิตรกัญญา

                มันคงบังเอิญที่เขากำลังมองเธออยู่พอดี ดวงตาสองคู่จึงประสาน

กันอย่างไม่มีใครหลบเลี่ยง รมย์รุจีเหมือนถูกดูดให้มองเขานิ่งอยู่อย่างนั้น

ก่อนรู้สึกหนาวขึ้นมาจนอยากหรี่แอร์ลง เพราะเมื่อยิ่งมอง ดวงตาสีเข้ม

ที่มองประสานกับดวงตาของเธอก็ยิ่งฉายแววเย็นชา ไม่มีความสงสาร

เห็นใจ หรือว่าเคืองโกรธใดๆ ในแววตาคู่นั้น เขามองเธอราวกับเธอเป็น

อากาศธาตุ ไร้คุณค่า ไม่มีความหมายใด

                วิธีมองราวกับจะกดเธอให้ต่ำยิ่งกว่าผงธุลีเป็นเหตุให้รมย์รุจี

จำต้องหลุบตาลงต่ำ ไม่อาจทนสบสายตาซึ่งตีคุณค่าเธอไม่ต่างกับ

เศษดินเศษหินได้อีกต่อไป

                หญิงสาวค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น มือข้างหนึ่งของเธอกุม

แก้มที่ร้อนผ่าวเอาไว้ ริมฝีปากที่รู้สึกว่ามันบวมกว่าปกติเอ่ยเสียงเบา

หวิวออกมา “หลิงขอโทษ หลิงไม่คิดว่าเจินจะ...หนี”

                สิ่งที่เพิ่งออกมาจากปากลูกเลี้ยงทำให้ผู้เป็นพ่อเงื้อมือขึ้น และ

มันอาจจะฟาดใส่ลูกสาวอีกครั้งก็ได้ หากไม่มีเสียงเย็นเฉียบดังมาจาก

มุมห้องเสียก่อน

                “สรุปว่าเจ้าสาวหนี วันนี้ฉันคือตัวตลกของแขกเกือบพันคนสินะ”

                เสียงร้องไห้ของแม่ดังขึ้นมาก็ตอนนี้ รมย์รุจีเห็นช่างทั้งสองยื่น

กระดาษเช็ดหน้าและยาดมให้แม่เธอวุ่นวาย เห็นแล้วหญิงสาวก็อยาก

เดินไปปลอบแม่เหลือเกิน

                “ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอกครับคุณแสน”

จิตติพยายามพูดเอาใจคนที่เขาอยากได้มาเป็นลูกเขย และเพราะ

อยากเอาตัวรอดแท้ๆ จิตติจึงเสนอเรื่องที่น่าตลกออกไป “เอาอย่างนี้สิ

ให้หลิงลูกสาวอีกคนของผมแต่งงานกับคุณแก้หน้าไปก่อนดีไหม”

                รมย์รุจีเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เธออยากจะส่ายหน้า อยาก

ปฏิเสธออกไป แต่ก็ไม่กล้า เธอกลัวพ่อ กลัวโทสะของเขาจนไม่เคยขัดใจ

อะไรพ่อเลยสักอย่าง

                ขนาดเรื่องเรียน ที่เธอจบแค่ระดับอนุปริญญานั่นก็เพราะพ่อส่ง

ให้เธอเรียนเพียงแค่นั้น พ่อมักบอกกับทุกคนซ้ำๆ ว่า เธอนั้นสติปัญญาทึบ

เรียนไม่เก่ง ไม่มีความพยายาม ดังนั้นเข็นไปก็เหนื่อยเปล่า ให้ออกมา

ทำงานบ้าน และช่วยงานที่โรงงานเล็กๆ น้อยๆ น่าจะดีกว่าเสียเงิน

ให้เรียนต่อ

                พอพ่อประกาศออกมาเช่นนั้น เธอก็ต้องยิ้มชื่น บอกกับแม่กับ

น้องว่าเห็นด้วยกับพ่อทุกประการ ทั้งๆ ที่เธออยากเรียนต่อ อยากได้

ปริญญาแบบเพื่อนๆ ทุกคน ทว่าเธอขลาดเกินกว่าจะเรียกร้องอะไร

จากพ่อ

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

เมื่อผู้หญิงเกรดบีอย่าง ‘รมย์รุจี’ กลายเป็นของแถมเพื่อล้างหนี้ให้พ่อเลี้ยง ผู้ชายหัวใจเย็นอย่าง ‘แสนหิรัญ’ จึงหวังใช้ประโยชน์จากสินค้าชิ้นนี้ให้คุ้ม แต่ข้อเสนอแสนพิลึกของเขากลับพลิกชีวิตผันหัวใจคนทั้งคู่ 
 
เพราะเธอเป็นลูกเลี้ยง...เพราะเธอไม่ได้สวยระดับเกรดเอ ผู้หญิงแสนธรรมดาอย่างเธอจึงถูกขายราวกับสินค้า แต่เธอมีหัวใจที่ไม่ธรรมดา สัญญาชีวิตฉบับนี้จึงทำให้เธอต้องลุกขึ้นสู้ 
 
หัวใจอันแห้งผากของเขา...เธอจะใช้ความรักรินรด ก้อนน้ำแข็งแสนยะเยือกในใจ...เธอจะใช้ความอบอุ่นหลอมละลาย แต่เธอจะทำได้ไหม...ที่จะทลายเกราะเหล็กหนาหนักซึ่งห่อหุ้มหัวใจเขาเอาไว้ ก่อนที่สัญญาชีวิตฉบับนี้จะสิ้นสุดลง 

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (94 รายการ)

www.batorastore.com © 2021