แผนลับพิทักษ์ดวงดาว (รอยพระจันทร์)

แผนลับพิทักษ์ดวงดาว (รอยพระจันทร์)

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160015641
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 320.00 บาท 208.00 บาท
ประหยัด: 112.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

คำขอร้องจากพี่สาวจอมดรามา

ภาพในจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ เผยให้เห็นหญิงสาวร่างท้วม

วัยสามสิบเศษกับหลากหลายอิริยาบถ ที่แสดงให้รู้ว่าเธอรู้จักบุคคล

มากมาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปินดารา เหล่าไฮโซไฮซ้อที่มีชื่อเสียงในวงสังคม

ภาพในจอยังคงเปลี่ยนไปเรื่อยๆ กระทั่งมาจบลงตรงเหตุการณ์การลอบยิง

อย่างอุกอาจในสนามบินที่แวดล้อมด้วยผู้คนมากมาย จนกลายเป็น

ประเด็นร้อนที่ตกอยู่ในความสนใจของประชาชนทั้งประเทศขณะนี้

“ชนิตา หรือเจ๊ตาต้า ผู้จัดการคิวงานศิลปินของบริษัททีเคแอล

เอนเตอร์เทนเมนต์ แท้จริงแล้วตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา เธอเป็น

หนึ่งในสายข่าวของหน่วยสืบสวนคดีพิเศษ คอยรายงานความเคลื่อนไหว

เกี่ยวกับบุคคลบันเทิง ที่มีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้า

ยาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาทางเราสามารถวางแผนจับกุมได้หลายครั้ง

หลายครา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานที่จะสาวไปถึง

หัวหน้าใหญ่ตัวการผลิตยานรกได้สำเร็จเสียที

จนกระทั่งก่อนหน้าที่ชนิตาจะเดินทางกลับจากเกาหลีหนึ่งวัน เธอ

ได้ติดต่อมาว่าต้องการส่งมอบเมโมรีการ์ดที่รวบรวมรายชื่อและหลักฐาน

ต่างๆ ซึ่งสามารถเอาผิดตัวการใหญ่และผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้อย่างไม่มีทาง

ดิ้นหลุด แต่แล้วอย่างที่เรารู้กัน โชคร้ายเหลือเกินที่ชนิตาถูกลอบยิง

ถึงแก่ชีวิตซะก่อน และเมโมรีที่รวบรวมข้อมูลผู้ค้ายา ก็สูญหายไปพร้อม

การตายของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นทางเราก็เชื่อว่าเมโมรีที่ว่ามันมีอยู่จริง

และทางหน่วยสืบสวนคดีพิเศษจะเร่งตามหาให้เจอโดยเร็วที่สุด

เมื่อนึกถึงชนิตา หญิงสาวอารมณ์ดีที่มักมีเสียงหัวเราะเป็นนิตย์

ใบหน้าเข้มปกคลุมหนวดเคราของสารวัตรชนาธิปก็ยิ่งเคร่งเครียดขึ้น

ในตอนนั้นเขายังจำได้ดีว่าน้ำเสียงเธอบ่งบอกถึงความหวาดกลัว ก่อน

ตัดสายไปกะทันหัน และไม่ว่าจะติดต่อเธอไปทางอีเมล หรือโทรศัพท์

ก็ไม่มีการตอบรับกลับมา เห็นได้ชัดว่าผิดสังเกตจากทุกครั้ง ทำให้เขา

ตัดสินใจนำกำลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งไปดักรอรับตัวเธอ

ที่สนามบิน

ทว่าหญิงสาวกลับโดนยิงเสียก่อน และที่น่าเจ็บใจก็คือนอกจาก

เขาไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงทีแล้ว ยังไม่อาจตามจับตัวการสังหาร

มาลงโทษได้อีก เนื่องจากบริเวณที่คาดการณ์ว่าเป็นจุดที่คนร้ายลงมือ

กล้องวงจรปิดในสนามบินไม่สามารถจับภาพผู้ต้องสงสัยไว้ได้ ทว่าการ

ปฏิบัติงานอย่างเฉียบขาดและรัดกุม ทำให้สารวัตรหนุ่มเชื่อว่าคนที่ลงมือ

ต้องเป็นนักฆ่ามืออาชีพซึ่งเตรียมการทุกอย่างเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้น

จึงเป็นไปได้ว่าสายของเขาถูกฆ่าปิดปาก!

ในขณะที่เสียงห้าวหยุดลง ภาพในจอก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็น

ชายต่างชาติ ผมสีบลอนด์ทองรูปร่างบึกบึนเข้ามาแทนที่ แล้วเสียง

สารวัตรหนุ่มผู้รับผิดชอบดูแลคดีนี้โดยตรงก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ชายคนนี้คือ ไรอัน คินเลอร์ นักธุรกิจที่รวยติดอันดับต้นๆ ของ

สหรัฐอเมริกา แต่แท้จริงแล้วกิจการที่มีอยู่นั้นเพียงเพื่อต้องการฟอกเงิน

มูลค่ามหาศาลที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด แม้ทางเอฟบีไอจะรู้ แต่ก็ยัง

ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะจับกุมคินเลอร์ได้ และเมื่อหกเดือนก่อน ทาง

หน่วยของเราได้รับการติดต่อขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่เอฟบีไอของ

สหรัฐอเมริกา เนื่องจากระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา คินเลอร์เริ่ม

เข้าออกประเทศไทยบ่อยครั้งขึ้น สายข่าวของเอฟบีไอรายงานว่าคินเลอร์

ร่วมกับหัวหน้าใหญ่ตัวการค้ายาที่ทางเรากำลังสืบหา ผลิตยาเสพติด

ชนิดใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีแนวโน้มว่ามันจะมีอานุภาพร้ายแรงกว่ายาแบบเดิมๆ

ที่ผ่านมาหลายเท่านัก แต่ยังระบุไม่ได้ว่าจะออกมาในรูปแบบใดโดย

รายละเอียดทั้งหมดสามารถดูได้จากเอกสารในแฟ้มที่อยู่ในมือของ

ทุกท่านครับ”

เมื่ออธิบายทุกอย่างให้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มาเข้าร่วมรับฟังความ

คืบหน้าของคดีได้เข้าใจข้อเท็จจริงทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว สารวัตรชนาธิป

ก็แนะนำผู้ร่วมทีม และแนวทางการปฏิบัติงานในลำดับขั้นตอนต่างๆ

ให้ได้รับรู้ สร้างความพอใจให้แก่ผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างมาก

“ฝากด้วยนะสารวัตรชนาธิป ผมมั่นใจว่าทีมของคุณมีความ

สามารถ ยังไงก็รีบปิดคดีให้เร็วที่สุด เพราะการลอบยิงท่ามกลางสาธารณชน

ที่เกิดขึ้น มันกระทบถึงความมั่นคงของประเทศและตำรวจไทยอย่างเรา”

“ครับผู้กำกับ” เจ้าของชื่อรับคำ ก่อนจะตะเบ๊ะรับอย่างหนักแน่น

และยังคงทำเช่นนั้นจนกระทั่งผู้บังคับบัญชาออกจากห้องไปจนหมดสิ้น

 

“เฮ้อ ไปกันหมดซะที เห็นบั้งระดับเทพแล้วฉี่จะราด”

ร้อยตำรวจโทภีรณีถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอ่ยให้คนที่เหลืออยู่ในห้อง

ได้ยิน ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเจ้าหน้าที่ในทีมสืบสวนที่สนิทสนมกันเป็นอย่างดี

จึงไม่ต้องระมัดระวังคำพูดเหมือนเช่นก่อนหน้านี้

“พูดยังกับว่าผู้บังคับบัญชาเป็นโถส้วม ระวังเถอะจะถูกขังคุกขี้ไก่”

เสียงห้าวใหญ่ของร้อยตำรวจเอกเอกรัตน์แทรกขึ้นอย่างหยอกล้อตามนิสัย

ทำเอาคนฟังต้องหันมาค้อนให้อย่างอดไม่ได้

“พี่เอก สถานการณ์กำลังเครียด อย่ามาตลก น้องขอร้อง”

ชนาธิปส่ายหน้าให้การต่อปากต่อคนของผู้ใต้บังคับบัญชา ที่มัก

หยอกล้อกันจนเคยชิน แต่ที่ไม่อินก็คงเป็นชุดเครื่องแบบเต็มยศที่ใส่อยู่

ในตอนนี้ นั่นเพราะโดยปกติแล้ว แทบไม่ได้ใส่ชุดสีกากีที่บ่งบอกให้ใครๆ

รู้ว่าพวกเขาคือผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เพราะเกรงว่าอาจมีผลกระทบต่อ

การแฝงตัวเข้าไปสืบคดี ตอนนี้มีคนภายนอกน้อยคนนักที่จะรู้ว่าพวกเขา

เป็นตำรวจ

“พอๆ ทั้งสองคน เลิกประชุมแค่นี้ก่อน ไปหาข้าวหาปลากินกันให้

เรียบร้อย แล้วไปเจอกันที่รังรักหมายเลขสี่สิบสี่”

 

รังรักหมายเลขสี่สิบสี่ เป็นโคดลับใช้เรียกฐานทัพขนาดย่อม

ที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกี่ยวกับการสืบสวนคดีอย่างครบครัน

ตั้งอยู่บนชั้นสี่สิบสี่ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมหรูย่านชานเมือง

และสถานที่แห่งนี้มีพันตำรวจตรีชนาธิปเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญ

ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ถูกสร้างไว้อย่างซับซ้อน มองเผินๆ

จะเห็นว่ามันถูกออกแบบให้คล้ายบ้านสองชั้น โดยใช้บันไดเป็นตัวเชื่อมต่อ

แต่ทว่าแท้จริงแล้วกลับมีประตูลับที่ต่อบันไดขึ้นไปอีกชั้น โดยคนภายนอก

จะมองไม่ออกเลยว่าห้องนี้แท้จริงแล้วมีสามชั้น ทำให้มั่นใจได้ว่าเมื่อใด

ก็ตามที่มีคนลักลอบเข้ามา จะไม่มีทางเข้าสู่ห้องปฏิบัติการลับได้อย่าง

แน่นอน

ถึงเวลาตามที่สารวัตรหนุ่มนัดหมายไว้ ผู้ร่วมทีมกว่าสิบชีวิตก็มา

นั่งประจำที่ โดยมีหมวดภีรณีทำหน้าที่สรุปข้อมูลเกี่ยวกับพยานให้บรรดา

เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร...ลงพื้นที่ กระทั่งฝ่ายประสานงาน

ในห้องลับ ได้เข้าใจถึงข้อมูลตรงกันอีกครั้ง

“พยานคนสำคัญของเราคือนางสาวนับดาว วิวรรณยะกุล หรือที่

เรารู้จักกันในชื่อของสตาร์ ดารานางแบบชื่อดังในสังกัดบริษัททีเคแอล

เอนเตอร์เทนเมนต์ ตามข้อมูลที่ได้รับมาระบุชัดเจนว่า เธอสนิทสนมกับ

ชนิตาค่อนข้างมาก นั่นเพราะชนิตาเคยเป็นเออาร์ของเธอมาก่อน...

ก่อนที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการดูแลคิวงานของศิลปินทุกคนในบริษัท

จนกระทั่งเสียชีวิต ที่สำคัญเธอถูกลอบยิงในคดีครั้งนี้ด้วย และถูกคนชุดดำ

ลอบทำร้ายถึงในโรงพยาบาล

“จากการให้ปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจ นับดาวให้การว่าไม่รู้เรื่อง

ส่วนตัวของชนิตา ทั้งยังยืนยันว่าไม่เคยมีศัตรูที่ไหนมาก่อน จึงนึกไม่ออก

ว่าใครต้องการฆ่าเธอ ส่วนพยานคนอื่นที่น่าสนใจก็ยังมี รุ้งพราว ธีทัต

และรัญชิดา เพราะนอกจากอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นด้วยแล้ว หลังจาก

เกิดเรื่อง ห้องของพวกเขามีร่องรอยการรื้อค้น แต่กลับไม่มีอะไรหายไป”

ดูเหมือนข้อมูลเกี่ยวกับพยานจะจบลงเพียงเท่านี้ เพราะรายละเอียด

ปลีกย่อยอื่นๆ หรือแม้กระทั่งสำนวนการให้ปากคำปรากฏชัดเจนอยู่

ในแฟ้มรายงานเรียบร้อยแล้ว

ชนาธิปมองภาพหญิงสาวผู้เป็นพยานคนสำคัญ ก่อนไล่สายตา

ไปยังสมาชิกทุกคนในทีม

“ถ้าชนิตาถูกสังหารเพราะกำความลับของหัวหน้าใหญ่ในคดี

ค้ายาไว้จริงๆ ก็เป็นไปได้ว่า นับดาวอาจกุมความลับทั้งหมดนี้ไว้ด้วยอีกคน

ส่วนเหตุผลที่เธอไม่ยอมพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจเป็นไปได้สามทางนั่นคือ

...หนึ่ง เธอกลัวเกินกว่าจะกล้าบอกสิ่งที่รู้มากับใคร...สอง เธออาจไม่รู้

ไม่เห็นจริงๆ เป็นไปได้ว่าชนิตาอาจฝากข้อมูลหรือกระทั่งเมโมรีการ์ดที่

พวกเรากำลังตามหาไว้กับเธอ โดยเธอไม่รู้ตัว และข้อสุดท้าย เธออาจ

เกี่ยวข้องกับคนร้าย โดยมีเรื่องการขัดผลประโยชน์ จนถูกพวกมันตามล่า

เอาชีวิตแบบนี้

“แต่ไม่ว่าจะด้วยอะไร ผู้หญิงคนนี้ถือว่าเป็นพยานคนสำคัญของ

พวกเรา เพราะฉะนั้นเธอจะเป็นอะไรไปไม่ได้ เพื่อให้มั่นใจว่าเธอจะปลอดภัย

ต้องมีคนเก่งฝีมือดีแฝงตัวเข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับเธอ โดยทั้งเธอและผู้ร้าย

ที่หมายชีวิตจะต้องไม่ระแคะระคายเรื่องนี้”

ปกติชนาธิปจะพยายามเลี่ยงการเรียกยศนำหน้า จะมีบ้างก็ต่อเมื่อ

ต้องการออกคำสั่งอย่างเป็นการเป็นงาน นอกจากนี้ในเวลาทำงานทุกคน

ในทีมของเขาไม่ใส่เครื่องแบบแต่จะแต่งกายสุภาพ ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อ

ไม่ให้กระทบกระเทือนยามต้องปลอมตัวเข้าไปสืบคดีนั่นเอง

“เพราะฉะนั้นผมจะส่งพวกเราคนใดคนนึง เข้าไปรักษาความ

ปลอดภัยและสืบหาความจริงจากผู้หญิงคนนี้ และคนคนนั้นต้องเป็น

คนเก่ง ฝีมือดี มีไหวพริบ และที่สำคัญผมอยากให้เป็นผู้ชาย โดย

จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นเออาร์คอยดูแลนับดาว และเป็นคนดูแลชนิดพิเศษ

ที่จะคอยตามติดไปกับเธอทุกย่างก้าว...สำหรับการเข้าไปรับหน้าที่นี้ถูก

เตรียมการไว้อย่างแนบเนียนไร้ปัญหา เพราะมีนเป็นญาติกับหุ้นส่วนใหญ่

ของบริษัททีเคแอล”

AR (Artist Relation) ของชายหนุ่มนั้นหมายถึงคนคอยดูแลศิลปิน

ที่บริษัทต้นสังกัดจัดหามา มีหน้าที่คอยดูแลติดตามและประสานงาน

ระหว่างศิลปินกับผู้จัดงานที่ว่าจ้าง ซึ่งร้อยตำรวจเอกมีนรดาผู้ใต้บังคับ

บัญชาที่เพิ่งย้ายมาอยู่ทีมของเขาได้ปีกว่าๆ ประสานงานไว้ให้เรียบร้อย

แล้ว

“งั้นผมขอเสนอชื่อตัวเอง เข้าชิงตำแหน่งในครั้งนี้ หล่อ เก่ง นิสัยดี

เต็มใจดูแลยี่สิบสี่ชั่วโมง”

เอกรัตน์ยกมือขึ้นทั้งสองข้าง เสมือนเป็นการยืนยันคำพูดตัวเอง

และไม่ใช่มีแค่เขาคนเดียว บรรดาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในทีมก็ยกมือขึ้น

พร้อมเพรียง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติงานภายในก็ยังเอากับเขา

ด้วย นั่นเพราะพยานในครั้งนี้นอกจากจะเซ็กซี่จรรโลงตาจรรโลงใจแล้ว

ยังสวยบาดจิตอีกต่างหาก

“หน็อย พอเห็นเป็นดาราสาวสวยเข้าหน่อย แย่งกันใหญ่ ทีให้ไป

ตามติดชีวิตคุณยายเมื่อคราวก่อน เกี่ยงกันแทบเป็นแทบตาย” ภีรณี

ค้อนให้เหล่าสมาชิกอย่างหมั่นไส้

“ก็ออร่ามันต่างกันนี่ ว่าแต่พี่ธิปจะเลือกใคร” ผู้กองหนุ่มหันไป

ถามแววตาเป็นประกาย แต่ทว่าก่อนที่สารวัตรมาดเซอร์จะได้คัดเลือก

ผู้โชคดีมาพิทักษ์ดวงดาวเจิดจรัสดวงนี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะ

เสียก่อน!

                “พี่ธิปคะ มีคนมาขอพบค่ะ” ชนาธิปพยักหน้ารับ หันกลับไปสั่งงาน

อีกสองสามประโยค ก่อนจะเดินตามผู้กองมีนรดาออกไป

                เมื่อลงมาด้านล่าง สารวัตรหนุ่มที่มักมีใบหน้าเบื่อโลกอยู่เป็นนิตย์

ก็เปิดยิ้มกว้าง เมื่อเห็นโฉมหน้าผู้มาเยือน

                “อ้าว พี่เชนทร์มาได้ยังไง”

                “ก็ขับรถมาน่ะสิ จะให้เหาะมารึไง ว่าแต่นายเถอะ สบายดีไหม”

เจ้าของชื่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนกวนประสาท ก่อนจะทักทาย

กอดคอกันด้วยความเคยชิน

                “ตอนนี้ก็ดีบ้างไม่ดีบ้างตามเรื่องตามราว ใครจะไปเหมือนพี่ล่ะ

ตั้งแต่ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้กำกับนี่แทบไม่เห็นหน้าค่าตาเลย นี่อย่าบอกนะว่า

ที่มาหาวันนี้เพราะคิดถึง”

                เมื่อคเชนทร์ไม่ตอบแต่ทรุดนั่ง ชนาธิปจึงรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ

และมีทีท่าว่าจะเกี่ยวกับชายหนุ่มหน้าตาดีอีกคนที่ยืนอยู่ ชนาธิปจึงหัน

ไปถามอย่างเป็นงานเป็นการมากขึ้น

                “ที่มากันมีอะไรให้ผมรับใช้รึเปล่าครับ”

                คเชนทร์ถอนหายใจก่อนเอ่ยแนะนำผู้ชายภูมิฐานตรงหน้า “นี่

คุณหนึ่ง เพชรแท้ ประกายเพชร ณ อยุธยา เจ้าของบริษัทเพชรที่เคยให้

ความช่วยเหลือด้านข้อมูลคนร้าย ในคดีของนายเมื่อต้นปีจำได้ไหม”

                ทันทีที่ได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของบุคคลตรงหน้า สารวัตรหนุ่ม

ก็พยักหน้ารับ แม้คดีที่พูดถึงมีนรดาเป็นผู้ติดต่อประสานงาน แต่เขา

จดจำรายละเอียดของผู้ชายคนนี้ได้ดี

                “ขอบคุณสำหรับความร่วมมือในคดีต่างๆ ที่ผ่านมาครับ ผมเดา

ว่าวันนี้คุณคงมาเพราะเรื่องดาราที่ชื่อนับดาว”

                คเชนทร์ยิ้มอย่างพึงพอใจในการทำงานที่มีประสิทธิภาพของ

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

Boa Hancock | 1 รีวิว
17/10/2014

วันนี้ขอมารีวิวนิยายที่น่าติดตามอีกเล่มหนึ่งนะคะ ชื่อเรื่องว่า แผนลับพิทักษ์ดวงดาว เป็นของผู้แต่งชื่อรอยพระจันทร์ค่ะ เจ้านิยายเรื่องนี้จะเป็นเล่มต่อของเรื่องแผนร้ายลงท้ายว่ารักนะคะเป็นนิยายชุดค่ะ เล่มนี้จะเป็นเรื่องราวของนับดาวซึ่งเป็นดาราสาวที่โดนคนปองร้ายหมายจะเอาชีวิต จึงมีการสืบหาคนร้ายที่จ้องจะทำร้ายเธอ แล้วก็มีเรื่องเกิดขึ้นมาอีก คือผู้จัดการส่วนตัวของเธอนั้นได้เป็นสายสืบและจบชีวิตลงอย่างเป็นปริศนา เดือดร้อนถึงพระเอกของเรื่องที่จะต้องเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวจำเป็นของนางเอก เรื่องนี้จะออกแนวรักตลกๆนิดนึงนะคะ เพราะพระเอกนางเอกก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันตอนแรกๆประมาณว่าเป็นคู่กัดแล้วค่อยมารักกันอะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ แต่ก็สนุกดีนะคะพระเอกของเราก็คอยดูแลนางเอกตลอดจนเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกัน ในเรื่องก็จะมีการสืบหาตัวคนร้ายซึ่งถ้าอ่านไปเรื่อยๆก็จะเดาได้ไม่ยากนะคะว่าคนร้ายเป็นใคร แบบว่าบ่งบอกชัดเจนมาก สรุปแล้วเรื่องนี้สนุกค่ะแต่แนะนำให้อ่านเรียงเล่มจะรู้เรื่องมากกว่าเพราะว่ามีตัวละครในเล่มที่แล้วเข้ามาแทรกด้วยค่ะ ก็เป็นนิยายชุดอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาดเลยนะคะ อ่านต่อเนื่องได้เรื่อยๆไม่เบื่อจริงๆค่ะ มีพระนางตั้งสามคู่แหนะไม่น่าเบื่อดีค่ะ สำหรับคุณผู้อ่านที่ชอบนิยายแนวน่ารักกุ๊กกิ๊กคงจะต้องติดใจไม่แพ้กันแน่ๆค่ะ มาติดตามรอเล่มต่อไปด้วยกันดีกว่าค่ะ อยากอ่านมากๆแล้ว

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021