เสน่หาเมียราคี (ซีรีส์ชุด กาสิโนฮาเร็ม)

เสน่หาเมียราคี (ซีรีส์ชุด กาสิโนฮาเร็ม)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786163470089
ของหมดถาวร (ต้องการสินค้า)
ราคา: 279.00 บาท 167.40 บาท
ประหยัด: 111.60 บาท ( 40.00% )

เนื้อหาบางส่วน

เสน่หา เมียราคี

 

                   ‘ถูกลอยแพ!’ รสมาลี กิตติ์พงศา หรือรส หยิงสาวชายไทย

วัยยี่สิบสามปี แน่ใจแล้วว่าตัวเองถูกนายหน้าสาวรุ่นพี่ที่ไว้ใจหลอกมา

ลอยแพที่อเมริกา

                   ก่อนหน้านี้มีชายต่างชาติสองคนอ้างตัวว่าเป็นคนของอารยา

นายหน้าสาวที่เป็นคนติดต่องานให้เธอทำไปรอรับที่สนามบินแห่งหนึ่ง

ในรัฐเนวาดา โดยแสดงหลักฐานให้เธอดูว่ามาจากอารยาจริง ๆ หลังจากนั้น

ทั้งสองก็พาเธอมายังลาสเวกัส เมืองหลวงแห่งความบันเทิงของโลกที่สวยงาม

ตระการตาและเต็มไปด้วยอบายมุข หรือเมืองคนบาปที่ไม่เคยหลับนั่นเอง

                   รถคันดังกล่าวจอดห้าอาคารรูปทรงสวยงามในยามเย็น

คนในรถบอกกับสาวไทยว่ามันคือสถานที่ทำงานใหม่ของเธอ แต่ทันทีที่

ร่างบางในเครื่องแต่งงกายทะมัดทะแมงก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าสะพาย

ใบย่อมที่ใส่เอกสารสำคัญ ยังไม่ทันหยิบกระเป๋าเดินทางด้านหลังด้วยซ้ำ

รถคันนั้นก็เคลื่อนตัวจากไปทันที ความตกใจทำให้รสมาลีรีบติดต่อไปหา

นายหน้าสาวรุ่นพี่ คิดในใจว่าอาจมีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นก็

เป็นได้ ทว่าเบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกันเป็นประจำถูกยกเลิกไปแล้ว

                   ‘ไม่จริง!พี่เรย่าจะต้องไม่ทำแบบนี้แน่ ๆ’

                   รสมาลียังคิดในแง่ดีและพยายามติดต่อไปหาอารยา สาวรุ่นพี่

ที่เคยรู้จักสนิทสนมกัน แต่ผลก็ยังเป็นเช่นเดิม อารยาเดินทางมาทำงา

ที่ลาสเวกัสสองปีแล้ว และได้อาสาหางานแม่บ้านที่เงินเดือนสูง ๆ ให้

รสมาลี ซึ่งกำลังต้องการเงินไปไถ่บ้านที่จำนองไว้กับเศรษฐีนีรายหนึ่ง

โดยคิดค่านายหน้าจากเธอไม่แพงมากหากเทียบกับเจ้าอื่น ๆ หญิงสาว

ไม่คิดเลยว่าความไว้เนื้อเชื่อใจจะทำให้เธอต้องเผชิญกับโชคชะตาที่

เลวร้ายเช่นนี้

                   ‘เราจะไปอยู่ที่ไหน จะไปขอความช่วยเหลือจากใครดีล่ะ’

                   ร่างบางหันซ้ายหันขวา ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินขวักไขว่ แต่

เธอกลับรู้สึกเหมือนตัวคนเดียวในดินแดนศิวิไลซ์แห่งนี้ เธอเดินไปตาม

ทางเท้าอย่างไม่มีจุดหมาย รู้สึกอ่อนล้าคล้ายจะเป็นไข้ ทั้งหิวทั้งกระหายน้ำ

ในเวลาเดียวกัน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกลมโตแต่ไร้แววสดใสมองไปยัง

 

ร้านอาหารแห่งหนึ่งในละแวกนั้น เธออาจต้องพักผ่อนสักชั้วโมงก่อนคิด

หาหนทางไป เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นก็มุ่งน้าไปยังที่หมายซึ่งตั้งอยู่ใน

ซอยตรงข้าม แต่เพราะความรีบร้อนและไม่ทันระวังจึงทำให้เกิดเหตุการณ์

ไม่คาดฝันขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว

                   เอี๊ยด!

                   “กรี๊ด!”

                   เสียงห้ามล้อของรถคันหรูที่กำลังจะเลี้ยวเข้าไปยังกาสิโน

ขนาดใหญ่ดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของสาวไทย

ที่เดินตัดหน้ารถโดยไม่ตั้งใจ สัญชาตญาณของการเอาตัวรอดทำให้เธอ

เบี่ยงตัวหลบโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้ร่างกายของเธอเสียหลักล้มลงไปกองกับ

พื้นข้างถนน

                   ร่างสูงองอาจเปิดประตูห้องโดยสารของรถคันหรูแล้วกาวลง

จากรถโดยไม่รอบอดี้การ์ดมาเปิดให้ เพื่อจะสำรวจรถคันโปรดของตัวเอง

ว่าเสียหายตรงไหนบ้าง ดวงตาสีฟ้าที่เหมือนมีลูกไฟเต้นระริกอยู่ในนั้น

ตวัดมองคนตัวเล็กหน้าตามอมแมม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าไร้ระดับ ซึ่งนั่ง

มองเขาอยู่ที่พื้นข้างถนนอย่างโกรธจัด

                   “ซุ่มซ่าม เซ่อซ่า ข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือ ถ้าหากรถของฉัน

มีรอบขีดข่วนแม้แต่นิดเดียวนะ ฉันเอาผิดเธอแน่”

                   รสมาลิอ้าปากค้างพลางจ้องมองชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาราวกับ

เทพบุตรมาจุติ แต่งกายเนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตา

คาดไม่ถึงระคงกรุ่นโกรธ เพราะนอกจากจะไม่มีคำขอโทษหลุดออกมา

จากปากหยักสวยของอีกฝ่ายแล้ว เขายังด่าทอต่อว่าเสีย ๆ หาย ๆ แทนที่

จะถามไถ่ถึงสภาพร่างกายของเธอว่าเจ็บตรงไหนบ้าง แต่เขากลับห่วง

ยานพาหนะที่ทำจากเหล็กแข็งแกร่งมากกว่าผิวเนื้อบอบบางของเธอซึ่ง

อาจจะบอบช้ำจากการเฉี่ยวชนนั้นได้ง่าย ๆ

                   “ฉัน...” รสมาลีขยับปากจะอธิบาย แต่กลับถูกอีกฝ่ายยัดเยีด

ข้อกล่าวหาให้อีกระลอก

                   “หรือเป็นวิธีการหาเงินแบบใหม่ ฮึ!อย่าคิดเรียกร้องค่าเสียหาย

เชียวนะ เพราะฉันจะไม่ยอมจ่ายแม้แต่เศษเงิน!” เจ้าของร่างสูงเค้นเสียงว่า

และจ้องมองสาวเอเชียด้วยสายตาเหยียดหยันดูแคลน

                   เมื่อเจอคำกล่าวหารุนแรงเช่นนั้น มีหรือที่สาวไทยผู้รักความ

ยุติธรรมและเกลียดคนไร้น้ำใจอย่างที่สุดจะยอมให้เขาด่าอยู่ฝ่ายเดียว

แบบนี้ ไม่มีทางเสียละ

                   “ผู้ชายเฮงซวย คิดว่ารวยแล้วจะข่มคนที่ด้วยกว่าได้หรือไง

แล้งน้ำใจไม่พอ ยังมีความคิดชั่ว ๆ อยู่ในหัวสมองอีกด้วย”

                   “นี่เธอ!จะมากไปแล้วนะ อยากตายหรือยังไง!”

                   เจ้าของรถคันหรุถึงกับเลือดขึ้นหน้าเมื่อเจอคำด่าของเจ้าหล่อน

เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีผู้หญิงคนไหนกล้าพ่นวาจาเช่นนี้ใส่เขา

                   “คุณจะทำไม จะฆ่าฉันทิ้งเหรอ เอาสิ!เอาเลย! ” แม่จะรู้สึก

ระบบที่สะโพก แต่สาวไทยก็รีบขยับลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง และเชิดหน้าขึ้น

ท้าทายเขาอย่างไม่กลัวเกรง

                   “อย่าท้านะ!” เจ้าของดวงตาสีฟ้าคำรามสีหน้าเดือดดาล

                   “ไม่ได้ท้า แน่จริงก็เข้ามาเลยสิ คนแถวนี้จะได้รู้ว่าคุณคือฆาตกร

ในคราบเทพบุตร”

                   คนถูกท้าหทายสบถเบา ๆ ร่างสูงสมาร์ทย่างสามขุมเข้าไปหา

ผู้หญิงปากร้ายหวังจะสั่งสอนให้หลาบจำ

                   “เอ่อ...เจ้านายครับ คนมองกันใหญ่แล้วนะครับ”

                   ทว่าเสียงที่ดังตามหลังมาอย่างเกรงใจทำให้เจ้าของใบหน้า

หล่อเหลาได้สติ เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตรงนี้คือที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสถานที่

ที่เขาไม่ชอบปรากฏกาย แล้วเขามายืนทำบ้าอะไรอยู่ตรงนี้

                   “อย่าให้เจออีกนะ” เจ้าของนัยน์ตาสีสวยเค้นเสียงว่า และ

จ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างคาดโทษ ร่างสูงหมุนตัวเดินจากมาก่อนที่จะทน

ไม่ไหวแล้วทำอะไรไม่เหมาะไม่ควรลงไปตามประสาคนอารมณ์ร้อน

                   “คิดว่าฉันอยากเจอผู้ชายที่มีดีแต่หน้าคา แต่นิสัยยอดแย่อย่าง

คุณหรือไง” สาวไทยตะโกนตามหลังอย่างฉุนเฉียว ยังผลให้ขายาวที่

ก้าวไปยังรถคันหรูหยุดชะงัก ใบหน้าแดงก่ำด้วยไฟโทสะ

                   “ขึ้นรถเถอะครับเจ้านาย อย่าไปใส่ใจเธอเลยครับ”

                   บอดี้การ์ดคนสนิทเห็นสีหน้าท่าทางของนายหนุ่มก็รีบเชื้อเชิญ

พร้อมกับเปิดประตูห้องโดยสารรถคันหรูอย่างว่องไว ก่อนที่เจ้านายของ

เขาจะกลับไปจัดการกับแม่สาวใจกล้าคนนั้น

                   “บ้าชะมัด!”

                   คนถูกด่าว่านิสัยยอดแย่ขบกรามแน่นจนเห็นสันนูนชัดเจน

สองมือใหญ่กำเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นเพลิงโทสะที่ใกล้จะระเบิดออกมา

เต็มที่ ร่างหนารีบก้าวขึ้นรถคันหรูก่อนที่เขาจะทนไม่ได้แล้วกลับไปหักคอ

ผู้หญิงตัวเท่าลูกแมวนั่น

                   “ออกรถ!”

                   สิ้นคำสั่งทรงพลัง รถคันหรูราคาแพงลิบลิ่วก็เคลื่อนตัวไปจาก

บริเวณนั้นด้วยความเร็วปานจรวด

                   “ผู้หญิงบ้า!” กระแสเสียงที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากสีเข้ม

บ่งบอกถึงความหงุดหงิดใจ ไม่มีครั้งไหนที่นักธุรกิจหนุ่มชาวอเมริกัน

วัยสามสิบห้าปีจะเดือดดาลได้เท่าครั้งนี้อีกแล้ว

                   วิลเลียม เทย์เลอร์ คือหนึ่งใรสามผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่ง

อาณาจักรกาสิโนสายเลือดใหม่ที่พวกเขาให้ชื่อว่ากาสิโนฮาเร็ม สถานที่

หรูหราและสวยงามระดับโลก มีไว้สำหรับเสี่ยงโชคและเพื่อปรนเปรอ

ความสุขให้กับลูกค้าระดับวีไอพี ที่ยอมควักกระเป๋าสะบัดเงินละเลง

ในกาสิโนอย่างไม่คิดเสียดาย

                   พวกเขาให้คำนิยามสำหรับกาสิโนในครอบครองว่าเป็นสวนสวรรค์

ที่สามารถหาความสุขได้จากการเสี่ยงโชคอันลึกลับ และสตรีสาวที่งดงาม

หยาดฟ้ามาดิน ไม่ว่าจะเป็นไฮโซ ดาราชื่อดังระดับฮอลลีวูด ก็ล้วนแล้วแต่

เป็นลูกค้าของกาสิโนฮาเร็มทั้งสิ้น

                   สาวสวยมีระดับบางคนนอกจากจะเป็นลูกค้าแล้ว ยังเสนอตัว

เป็นที่ระบายความใคร่ให้กับสามสิงห์หนุ่มผู้ครอบครองกาสิโนฮาเร็ม

อย่างเต็มอกเต็มใจอีกด้วย เรียกง่าย ๆ ก็คือ ไม่เคยมีสตรีคนไหนที่พบ

หน้าพวกเขาแล้วจะไม่หลงใหล พวกเธอพร้อมทอดกายให้พวกเขาเชยชม

ทุกเวลาและเหตุณ์ที่เกิดขึ้นกับวิลเลียมเมื่อสักครู่นี้ย่อมต้องไม่เคย

ปรากฏมาก่อนอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกที่คนอารมณ์ร้อยอย่างเขาจะ

อยากขย้ำคอหล่อนให้ตายคามือ

                   ‘เจอที่ไหนฉันเอาเธอตายแน่ แม่สาวเอเชียปากร้าย’

                   “หยุดรถก่อน” เสียงสั่งอ่อนหวานแต่เด็ดขาดอยู่ในที ดัง

มาจากริมฝีปากบางของสตรีสาวสวยหยาดฟ้าที่นั่งอยู่ในห้องโดยสาร

ของยานพาหณะคันหรู

                   “ครับ” สารถีหนุ่มรับคำพร้อมทั้งเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทาง

ตามคำสั่งของนายสาวทันที

                   “คุณทิฟฟานีจะลงไปไหนครับ” บอดี้การ์ดหนุ่มที่นั่งคู่คนขับ

หันไปถามนายหญิงอย่างสงสัย

                   “ฉันจะลงไปหาผู้หญิงคนนั้นสักหน่อย”

                   สตรีสาวสวยผู้มีนามว่าทิฟฟานีชี้ไปยังหยิงสาวร่างบางที่ยืน

ซบหน้ากับฝ่ามือตัวเองอยู่ตรงทางเท้า แรงสังหรณ์ใจบางอบ่างทำให้เธอ

มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องประสบปัญหา และต้องการความช่วยเหลือจาก

ใครก็ได้ที่เต็มใจช่วยเหลืออย่างแท้จริง

                   “อย่าลงไปเลยนะครับ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณทิฟฟานีเจ้านาย

จะต้องเล่นงานพวกผมแน่ ๆ เลยครับ”

                   “ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันแค่จะลงไปถามไถ่ดูเท่านั้น” เอ่ยจบก็

เปิดประตูแล้วก้าวลงมาจากรถคันหรูโดยไม่ฟังเสียงทักท้วงของใคร และ

ตรงเข้าไปหาเป้าหมายอย่างไม่รอช้า บอดี้การ์ดหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็รีบตาม

ลงไปอารักขาตามหน้าที่อย่างว่องไว

                   “ไอ้ผู้ชายร้ายการ หน้าตาก็ดี แต่ไม่มีน้ำใจ ไม่มีความเป็น

สุภาพบุรุษ”

                   เสียงด่าทอต่อว่าภาษาไทยที่ดังมาจากเป้าหมายนั้นทำให้คนที่

มีน้ำใจงามเอ่ยถามด้วยภาษาเดียวกัน

                   “คนไทยนี่น่า มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า”

                   น้ำเสียงนุ่มนวลที่เอ่ยถาม อีกทั้งภาษาที่ใช่ก็หาฟังได้ยากยิ่ง

ในดินแดงแห่งนี้ ทำให้ใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของรสมาลีค่อย ๆ

หันไปมองอย่างดีใจระคนหวาดระแวงในเวลาเดียวกัน สิ่งทีเธอเห็นคือ

หญิงสาวหน้าตาสวยงามราวกับนางฟ้า บุคลิกปราดเปรียวทันสมัย แต่งกาย

ด้วยเสื้อผ้าเลิศหรู ดุแล้วไม่ต่างจากภรรยาของพวกมาเฟียที่เธอเคยเห็น

ในละครหรือภาพยนต์

                   “ไม่ต้องกลัวหรอกนะ ฉันมาดี ไม่ได้มาร้าย” เจ้าของใบหน้า

สวยสะดุดตายืนยันเจตนาเมื่อเห็นแววหวาดระแวงในดวงตากลมโตของ

อีกฝ่าย

                   “คุณต้องการอะไรคะ” รสมาลีเอ่ยถามอย่างสงสัย อีกฝ่ายจึง

คลี่ยิ้มบาง ๆ แล้วตอบตามตรง

                   “ก็เห็นเธอนั่งเหมือนคนหลงทาง ไร้ญาติขาดมิตร ฉันก็เลย

คิดเอาเองว่าเธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ หรือว่าฉันคิดผิด”

                   “ค่ะ ฉันกำลังต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ แต่ฉันคงไม่รบกวน

คุณหรอกค่ะ”

                   รสมาลียอมรับว่ากำลังมืดแปดด้าน แต่ก็ปฏิเสธความช่วยเหลือ

จากอีกฝ่ายโดยไม่เสียเวลาคิด เพราะคนหน้าตาดีใช่ว่าจิตใจจะดีแบบ

หน้าตา ก็ดูอย่างอารยาที่รู้จักสนิทสนมกัน ยังหลอกเธอมาลอยแพ

อีกซีกโลกหนึ่งได้ลงคอ

                   “ยังทำหยิ่งอีกแน่ะ เธอคงโดนหลอกมาก่อนหน้านี้สินะ ถึงได้

หวาดระแวงเสียมากมาย” ทิฟฟานีตั้งข้อสงสัย และค่อนข้างมั่นใจว่า

ตัวเองคาดเดาไม่ผิด

                   “ยายมอมแมม สภาพของเธอคงไม่เหลืออะไรให้ฉันหลอกหา

ผลประโยชน์แล้วละ เธอไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันก็แค่มีมนุษยธรรม เห็นเอ

ก็อดสงสารไม่ได้ เลยอยากช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ถ้าไม่เชื่อใจอยาก

นั่งอยู่ตรงนี้จนรากงอกก็เชิญตามสบาย”

                   คนถูกหลอกมาลอยแพ ณ แดนไกลประสานสายตาคู่สวยของ

อีกฝ่ายคล้ายหยั่งเชิงในท่าที มีอะไรบางอย่างในดวงตาของสตรีสาวสวย

คนนี้ที่ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ทิฟฟานีเลิกคิ้วเล็กน้อยมอง

รสมาลี เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังนิ่งเฉย หญิงสาวก็หมุนตัวเตรียมเดินกลับไปยัง

รถยนต์คันหรู

                   “เรากลับกันเถอะ ปล่อยยายนี่ไว้ตรงนี้แหละ ความจริงมันก็

ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันเสียหน่อย แต่แถวนี้ตอนกลางคืนก็มีพวก

มิจฉาชีพเยอะแยะไปหมด หวังว่าคงไม่มีข่าวร้ายตอนกลางดึกว่ามีหญิงไทย

สภาพมอมแมมโดยขี้ยาฉุดไปข่มขืนหรอกนะ”

                   ทิฟฟานีจงใจพูดกับบอดี้การ์ดของเธอเสียงดัง เพื่อให้ทุกถ้อยคำ                                           

ดังเข้าไปในโสตประสาทของรสมาลี

                   “เดี๋ยวก่อนค่ะ” รสมาลีมองไปรอบตัวอย่างหวดหวั่น เธอถูก

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

“กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนโรส” วิลเลียมคว้าต้นแขนหญิงสาวเอาไว้ แล้วบังคับให้เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา
 
“ไม่! ฉันบอกคุณชัดเจนแล้วนี่คะ” รสมาลีพยายามแกะมือแข็งแรงออกจากต้นแขนตน แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ “ปล่อยฉันนะคุณวิลเลียม”
 
“ไปคุยกันที่เตียงดีกว่า”
 
“ไม่ไป! ฉันจะกลับห้อง!” ร่างบางขืนกายและคัดค้านเสียงแข็ง แม้จะเสียเปรียบเขาทุกด้าน แต่ก็ดิ้นรนต่อต้านเขาสุดฤทธิ์ หากแต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความต้องการของผู้ชายตัวโตได้
 
“เลิกดิ้นเถอะโรส มันไม่มีประโยชน์หรอก” เสียงทุ้มเอ่ยเตือนเหมือนจะหวังดี แต่รสมาลีก็มิได้นำพา เธอดิ้นจนผ้าขนหนูที่เขาใช้พันกายท่อนล่างหลุดร่วงลงสู่พื้นพรมหน้าเตียงนอน
 
“ตายแล้ว!”
 
-----------------------------
 
“รับไว้นะ”
 
“ค่าอะไรคะ” รสมาลีเอ่ยถามทั้งๆ ที่พอจะคาดเดาได้
 
“ค่าปลอบขวัญที่ฉันล่วงเกินเธอเมื่อคืน”
 
“ฉันไม่ใช่โสเภณีนะคะถึงจะรับค่าตัวจากคุณ” เธอบอกเสียงเย็นชาและจ้องใบหน้าหล่อเหลาเขม็ง
 
“มันเป็นค่าชดเชย ไม่ใช่ค่าตัว อย่าคิดมากสิโรส” เขาแจกแจงสีหน้านิ่งๆ แฝงไว้ด้วยความจริงจัง
 
รสมาลีหลุบตามองตัวเลขที่ระบุไว้ในกระดาษขนาดประมาณฝ่ามือ และคำนวณเป็นเงินไทยคร่าวๆ น่าจะอยู่ราวๆ หนึ่งล้านห้าแสนบาท เธอลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แม้ไม่ใช่ผู้หญิงหน้าเงิน แต่ก็ไม่ใช่นางเอกละครที่มักจะขยำกระดาษจนเป็นก้อนกลม แล้วปาใส่หน้าพระเอก วิธีนั้นไม่ใช่นิสัยของรสมาลี ในเมื่อเธอเสียสิ่งที่หวงแหนไปแล้ว และเรียกคืนกลับมาไม่ได้ ก็ไม่ควรปฏิเสธสิ่งที่เขาชดเชยให้เช่นกัน
 
“ก็ได้ค่ะ ฉันจะรับมันไว้”
 
“ฉันดีใจที่เธอไม่ปฏิเสธ เพราะมันเป็นเงินที่เธอสมควรจะได้” เขากดยิ้มอย่างพึงพอใจ ซึ่งเป็นภาพที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสายตาของรสมาลี
 
“ฉันไปได้แล้วใช่ไหมคะ” 
 
“ยังไปไม่ได้ เพราะยังมีอีกเรื่องที่เราต้องตกลงกันก่อน”
 
“มีปัญหาอะไรอีกเหรอคะ” กระแสเสียงที่เอ่ยถามเจือความไม่พอใจเล็กน้อย
 
“ฉันมีเช็คอีกใบที่จะมอบให้เธอ”
 
เอ่ยจบก็กรอกตัวเลขและลายเซ็นลงในสมุดเล่มเล็กนั้นอีกครั้งด้วยความคล่องแคล่ว จากนั้นก็ฉีกออกแล้วยื่นให้ผู้เสียหายพร้อมกำชับอีกฝ่ายเสียงเรียบ หากแต่เฉียบขาดอยู่ในที
 
“เรื่องเมื่อคืนนี้เราจะรู้กันเพียงสองคนเท่านั้นนะโรส ห้ามบอกใคร โดยเฉพาะกีซัส ไรอันและทีฟา”
 
‘อ้อ...ค่าปิดปากสินะ ยอมจ่ายตั้งหมื่นเหรียญ คงกลัวเพื่อนๆ จะรู้มากว่านอนกับผู้หญิงธรรมดาอย่างเรา ไม่ใช่สาวไฮโซ’

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (90 รายการ)

www.batorastore.com © 2020