เล่ห์รักจอมเถื่อน

เล่ห์รักจอมเถื่อน

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786163470430
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 299.00 บาท 149.50 บาท
ประหยัด: 149.50 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

เล่ห์รักจอมเถื่อน

 

                การะเกด สาวสวยน่ารัก ตาโต ปากนิดจมูกหน่อย สูดหายใจ

เข้าปอดลึกเพื่อเตรียมตัวเข้าสัมภาษณ์งานพี่เลี้ยงเด็ก หลังจากที่ตกงาน

มาได้เดือนกว่าแล้ว เธอเงยหน้าขึ้นมองโรงแรมหรูที่เห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว

ต้องถอนหายใจยาว

                “กลับดีกว่าไหม!” การะเกดพูดกับตัวเองอย่างไม่แน่ใจ

เพราะต้องสัมภาษณ์งานกับเจ้าของโรงแรมนี่น่ะสิ คนต้องเยอะแน่ ๆ เลย

                “เกด เกด!” ช่อมาลี เพื่อนสนิทของการะเกด รีบเดินออกมาหา

แล้วเรียกเสียงดัง เพราะเพื่อนของเธอดูจะเหม่อ ๆ ช่อมาลีทำงานเป็น

ผู้ช่วยเลขาฯ ของโรงแรมนี้มาหลายปี และเพิ่งจะได้ผลัดเปลี่ยนเจ้าของ

รายใหม่ก็ทำให้พนักงานสาว ๆ ได้ดี๊ด๊ากันเต็มที่ เพราะความหล่อเหลา

ราวกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสารอย่างไรอย่างนั้นละ

                แองเจลรอส คาคาโนะ อลองเซส หรือบูล เป็นชายหนุ่มรูปร่าง

สูงใหญ่ เต็มไปด้วยมัดกล้าม ดูดี ผิวขาว ผมสีน้ำตาลเข้ม คิ้วหนาได้รูป

จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง และที่เด่นสะดุดตามากที่สุดคือ ดวงตาสีน้ำเงินเข้ม

เกือบดำ ชวนให้น่าค้นหาและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน และไม่แปลกใจว่า

ทำไมแองเจลรอสนั้นมีหน้าตาออกไปทางยุโรปมากกว่า เพราะว่าเขาเป็น

ลูกครึ่งญี่ปุ่น – อิตาลี จากทางพ่อ และไทย จากทางแม่ เธอทราบเพราะว่า

แองเจลรอสอธิบายเองตอนที่เรียกประชุมใหญ่ พนักงานสาว ๆ พยายาม

จะหว่านเสน่ห์กันเต็มที่ แต่แองเจลรอสก็มีสาว ๆ แนบกายไม่ห่าง เธอ

แอบได้ยินแม่บ้างที่ขึ้นไปทำความสะอาดห้องนอนของแองเจลรอสเอามา

พูดกันว่า เขาพาสาว ๆ กลับมานอนที่ห้องทุกวันเลย แล้วบางคนยังเป็น

นางแบบ ดาราระดับแถวหน้าของเมืองไทยอีกด้วย เพลย์บอยตัวพ่อชัด ๆ

ช่อมาลียังขยาดเลยถ้าเจอแบบนี้ ขอหนีไปให้ไกลเลยเชียว ไม่ตกลงไป

ในหลุมพรางง่าย ๆ หรอก และไม่ใช่คนเดียวด้วย มาเป็นแบบแพ็คเกจ

สามคนเลย นั่นก็คือ พี่ชายฝาแฝดของเขาที่หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ

ยิ่งทำให้สาว ๆ กระชุ่มกระชวยกันใหญ่ แต่อย่างไรเธอก็ยังชอบเจ้านาย

คนเก่าอยู่ ท่านใจดีมีเมตตา แต่ประสบปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน

ทำให้โรงแรมมีปัญหา จนถูกตระกูลคาตาโนะ อลองเซสเทคโอเวอร์ เข้ามา

บริหารและปรับปรุงใหม่โดยที่ไม่ได้ไล่พนักงานเก่า ๆ ออก เธอก็เลยยัง

ไม่ตกงาน ได้ทำงานในตำแหน่งเก่าอยู่ แต่ก็กลัว ๆ เหมือนกัน เพราะ

ผู้บริหารชุดใหม่นั้นดูจะเข้มงวดและมีระเบียบมากกว่าเก่า การบริหารงาน

แบบใหม่ไม่เหมือนเดิม และดูท่าจะดีกว่าเดิมมากด้วย ดูได้จากจำนวนแขก

ที่เข้ามาพักหลังจากปรับปรุงให้หรูหรามากขึ้นกว่าเก่า จากที่เป็นระดับ

ห้าดาวอยู่แล้ว ปิหน้าคาดว่าจะได้ดาวเพิ่มมากขึ้นแน่นอน และตอนนี้หนึ่ง

ในผู้บริหารหนุ่มต้องการพี่เลี้ยงให้ลูกชายแสนซนน่ารักนามว่าเลโอนาร์ด

เพราะต้องทำงานหนัก กลัวว่าจะไม่มีคนดูเวลาที่ประชุมหรือติดธุระ จึง

ให้ติดประกาศหาพี่เลี้ยงเด็ก ช่อมาลีเลยรีบติดต่อไปที่การะเกด เพื่อน

ของเธอที่ตกงานอยู่ เพราะที่ทำงานเก่าเลิกจ้างด้วยเหตุผลที่ว่าบุคลากรล้น

ไม่สามารถจ้างต่อได้

                “ช่อ!ตกใจหมดเลย” การะเกดสะดุ้งตกใจ

                “ก็เห็นเกดยืนเหม่อ เลยกลัวไม่ได้ยินน่ะ มาเร็วเข้า เราจองคิว

ให้แล้วนะ มีคนมาสัมภาษณ์หลายคนด้วยละ คุณหนูเลโอนาร์ดก็มาด้วยนะ

น่ารักมากเลย” ช่อมาลีเข้ามาดึงมือของการะเกดให้เดินตามเข้ามาใน

โรงแรม มาหยุดที่หน้าลิฟต์

                “ช่อ เกดว่าไม่เอาดีกว่า เดี๋ยวหางานอื่นทำก็ได้” การะเกดบอก

ด้วยท่าทีลังเลและออกจะสับสน เคยดูแลแต่คนไข้ในโรงพยาบาล ไม่เคย

เป็นพี่เลี้ยงเด็กมาก่อน กลัวว่าจะทำไม่ได้

                “ไม่เอานะ ช่ออุตส่าจองคิวให้แล้ว เกดลองดูก่อนนะ ยังไงก็

มาแล้ว เผื่อจะได้ เงินเดือนเยอะด้วย ถ้าผ่านนะเกดจะได้เอาเงินเงินเดือน

ไปให้แม่ ท่านจะได้ไม่ลำบากน่ะ เร็วเข้า ลิฟต์มาแล้ว ช่อจะได้รีบกลับไป

ทำงานด้วยแหละ แอบแวบมาน่ะ” ช่อมาลีกระตุกแขนเพื่อนให้ตามเข้ามา

ในลิฟต์ ถึงอย่างไรเธอก็อยากให้เพื่อนได้งานนี้ จะได้ไม่ลำบาก

                “อือ” การะเกดพยักหน้ารับแล้วตามเพื่อนเข้าไปอยู่ในลิฟต์ด้วย

หัวใจเต้นระทึกจนเหงื่อซึมออกมาตามฝ่ามือ ก็อย่างที่ช่อมาลีบอกนั่นละ

ถ้าได้งานจะได้เอาเงินให้แม่ใช้ ท่านจะได้ไม่ต้องลำบากขายข้าวแกงที่

หน้าบ้าน ช่วงที่ตกงานเธอก็ช่วยท่านขาย รายได้ไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะแม่

เธอไม่ได้ขายแพงอะไรมาก แถมเหนื่อยอีกต่างหาก ลองสู้ดูสักตั้งแล้วกัน

                ประตูลิฟต์เปิดออก ช่อมาลีเดินนำเธอไปที่ส่วนของผู้บริหาร

ซึ่งดูกว้างขวางโอ่อ่าใหญ่โต เพราะเป็นส่วนของผู้บริหารทั้งชั้น มีเลขาฯ

และผู้ชายนั่งอยู่หน้าห้อง การะเกดสังเกตเห็นว่ามีทางเดินแยกออกไป

อีกหลายห้องและมีห้องประชุมอยู่ริมสุด ที่เห็นเพราะว่าหน้าห้องที่เพื่อน

ของเธอพามาหยุดนั้นอยู่ติดกับห้องประชุมนั่นเอง เธอเห็นว่ามีคนมานั่งรอ

สัมภาษณ์อยู่สี่ห้าคนแล้วก็ใจไม่ค่อยดี เพราะแต่ละคนนั้นดูสวยสง่า ผิดกับ

เธอที่ดูบ้าน ๆ จีด ๆ ไม่ได้แต่งเติมอะไรนอกจากลิปสติกกับแต่งหน้า

นิดหน่อยบาง ๆ

                “เดี๋ยวเกดนั่งรอตรงนี้นะ แล้วเลขาฯ คุณแองเจลรอสจะเรียก

เข้าไปสัมภาษณ์ทีละคน ช่อต้องไปแล้วละ ขอให้โชคดีนะ” ช่อมาลีบอก

แล้วรีบขอตัวเพื่อกลับไปทำงาน กลัวว่าคุณเลขาฯ จะตามตัว เพราะหาย

มาสักพักแล้ว

                “จ้ะ ขอบใจนะช่อ”

                การะเกดยิ้มหวานให้เพื่อนแล้วค่อย ๆ หย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้หน้า

ห้อง มองไปรอบ ๆ เห็นเลขาฯ เป็นผู้ชายต่างชาติสองคนแล้วก็แปลกตา

นาน ๆ จะเห็นเลขาฯ เป็นผู้ชาย อ้อ มีผู้ช่วยผู้หญิงด้วย นึงว่ามีแต่ผู้ชาย

หันมามองคนที่สัมภาษณ์ข้างตัวก็ให้หวาดหวั่น เพราะทุกคนดูมั่นใจ

มาก ๆ

                “คุณการะเกดครับ ผมขอประวัติด้วยนะครับ” ฮิโรชิเรียกชื่อ

การะเกดเพราะว่าผู้ช่วยเลขาฯ นามว่าช่อมาลีแจ้งชื่อเอาไว้ให้แล้วนั่นเอง

คนนี้ดูจะเข้าท่ากว่าหลาย ๆ คนที่มาสัมภาษณ์นะ ดูน่ารัก ไม่แต่งตัวเยอะ

จะเต็มเหมือนมาเดินแบบมากกว่าเป็นพี่เลี้ยงเด็ก

                “คะ?” การะเกดทำหน้างง ๆ รีบเอาแฟ้มประวัติส่งให้กับคนที่

เรียก แล้วกลับมานั่งรอที่เดิม เห็นเขาเอาแฟ้มเธอเข้าห้องไปและออกมา

ด้วยสีหน้าเรียบเฉยก็อดใจเต้นไม่ได้ เห็นแต่ละคนที่เข้าไปและออกมาแสดง

ท่าทางผิดหวังก็ใจหายวาบ และเลขาฯ หน้าห้องก็ทำหน้าตาดุดันเชียว จน

เหลือเธอคนสุดท้ายที่จะสัมภาษณ์แล้ว

                “เชิญคุณการะเกดในห้องครับ” ฮิโรชิร้องเรียกเมื่อเห็นสัญญาณ

อินเตอร์คอมจากในห้องกดออกมา

                “ค่ะ ๆ”

                การะเกตลุกขึ้นยืนแล้วรีบก้าวไปยังหน้าห้อง ผู้หญิงที่เข้าไป

ก่อนหน้านั้นเปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงผิดกับตอนที่เข้าไป เนื้อตัว

เปียกไปด้วยน้ำเป็นหย่อม ๆ ที่เจ้าตัวพยายามจะเช็ดออก

                “เธอก็ระวังเอาไว้เถอะ!เด็กบ้านั่นน่ะ”

                การะเกดทำหน้างง ๆ กับคำพูดของผู้หญิงคนนั้น ที่พูดเสร็จ

ก็เดินกระแทกเท้าสะบัดหน้าออกไป

                “เกิดอะไรขึ้นน่ะ” การะเกดหันกลับมาที่หน้าประตูห้องแล้ว

เปิดเข้าไปในห้องทำงานใหญ่กว้างขวาง ได้ยินเสียงพูดคุยเป็นภาษาอังกฤษ

ดังมา เธอเดินเข้าไปใกล้ ๆ กับโต๊ะทำงานที่อยู่กลางห้อง เจ้าของห้องยัง

ไม่ได้หันหน้ามา คงกำลังวุ่นอยู่กับคนตัวเล็กที่ทำเสียงออดอ้อนดื้อดึงอยู่มั้ง

“เลโอ ทำไมทำแบบนั้น หืม” เจ้าของเสียงทุ้มถามตัวเล็กที่

นั่งอยู่บนตักของเขา หน้าตาบูดบึ้งเล็ก ๆ น่ามันเขี้ยวนัก

“ก็เลโอไม่ชอบผู้หญิงคนนั้นนี่คร้าบ” เสียงเล็ก ๆ ตอบ

“เอ่อ ขอโทษค่ะ” การะเกดยืนนิ่งหน้าโต๊ะทำงาน และร้องบอก

อย่างเกรงใจ เลยได้เห็นใบหน้าเล็ก ๆ น่ารักโผล่ออกมาจากเก้าอี้ตัวใหญ่

เหมือนแอบมอง แล้วก็ต้องยิ้มกว้าง เพราะแกน่ารักมาก ผิวขาว ปาก

แดงเรื่อ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเกือบดำสนิท แต่มีผมสีน้ำตาลอ่อน ทำหน้าตา

ยุ่ง ๆ ส่งมาให้ แล้วเจ้าตัวก็เปลี่ยนเป็นแอบยิ้มมุมปาก ผลุบหัวลงไปหา

คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่จนบังมิด พอคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่หัน

กลับมา การะเกดก็ต้องอึ้งทึ่งในความหล่อเหลาของเขา ใบหน้าคมเข้ม

หล่อสะดุดตาแทบไม่อยากที่จะถอนสายตา ชวนให้เคลิบเคลิ้ม กรามแกร่ง

มีเคราสีเขียวจาง ๆ พาดผ่าน ทำให้อยากจะสัมผัสดูว่าสากหรือเปล่า จมูก

โด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มมุมปากนิด ๆ ดวงตาสีน้ำเงินดูน่าค้นหา

เหมือนดั่งต้องมนตร์ และน่ากลัว วามวาบไหวระริก คิ้วเข้มพาดผ่านเหนือ

ดวงตาคู่สวย ผมสีน้ำตาลเข้ม ไหล่หนาซ่อนอยู่ในเสื้อสูทที่เขาสวมทับเอาไว้

การะเกดคาดว่าเขาจะต้องมีมัดกล้ามที่สวยน่ามองแน่ ๆ หัวใจดวงน้อย

เต้นแรง แต่ต้องพยายามระงับเอาไว้ เสหันไปมองเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่

บนตักของเขาพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้ด้วยความเคอะเขิน

                “สวัสดีค่ะ ดิฉันการะเกดค่ะ” การะเกดลอบกลืนน้ำลายลงคอ

อย่างยากลำบากพร้อมกับรีบแนะนำตัว กลัวว่าเขาจะจับได้ว่าแอบชื่นชมเขา

อยู่

                “อื้ม” แองเจลรอสพยักหน้ารับและเปิดแฟ้มประวัติของผู้หญิง

ท่าทางจืด ๆ ตรงหน้าขึ้นดู ถ้าไม่เพราะลูกชายของเขาไม่ชอบคนก่อนหน้านั้น

ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางที่จะได้เข้ามาสัมภาษณ์หรอก และดูท่าว่าลูกชายเขา

จะถูกใจผู้หญิงหน้าจืดตรงหน้านี้เสียด้วยสิ ดูจากก่อนที่เขาจะหันกลับมา

มีแอบกระซิบบอกเขาด้วยนะ ลูกเขานี่ร้ายกาจจริง ๆ

                “แด๊ด คนนี้คร้าบ เลโอถูกใจที่ซู้ด” ปากแดง ๆ เล็ก ๆ กระซิบ

กระซาบบอกข้างหู แล้วก็แอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนเข้าต้องหันไปมองว่า

ผู้หญิงแบบไหนที่ทำให้ลูกเขาชอบใจได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นมี

ตัวเลือกสวย ๆ เยอะแยะไปหมดก็ไม่ชอบใจสักคน หันกลับมามองแล้ว

ก็ต้องผิดหวัง แต่ลูกเขานี่สิ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ถูกใจอยู่คนเดียว มันน่ารัก

ขัดใจแด๊ดดี๊ที่สุด

                แองเจลรอส คาตาโนะ อลองเซส ได้อ่านประวัติของผู้หญิง

ตรงหน้าแล้วก็ค่อนข้างถูกใจ ประวัติการทำงานใช้ได้ พูดภาษาอังกฤษได้

นิดหน่อย เคยเป็นพยาบาลมาก่อน เข้าท่าแฮะ

                “อืม ประวัติก็โอเค แต่มีข้อแม้ว่า ถ้าเกิดฉันรับเข้าทำงานแล้ว

ต้องมาอยู่เป็นพี่เลี้ยงลูกฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอโอเคไหม เงินเดือนก็

เดือนละสามหมื่นห้าพันบาท เบี้ยเลี้ยงรายวันต่างหาก มีวันหยุดให้หกวัน

ต่อเดือน ถ้าตกลงก็ขนเสื้อผ้ามาได้เลย พรุ่งนี้จะจัดห้องให้อยู่ใกล้ ๆ กับ

ห้องลูกชายฉันที่โรงแรมนี้ เธอว่ายังไง แต่ถ้าไม่ตกลงก็ออกไปได้เลย”

                แองเจลรอสปิดแฟ้มลง ยกมือขึ้นลูบผมลูกชายที่นั่งอยู่บนตัก

ไปมาแล้วบอกข้อตกลงที่จะต้องให้ผู้หญิงตรงหน้าปฏิบัติตาม

                “ตกลงนะคร้าบ” หนูน้อยเลโอนาร์ดส่งสายตาหวาน ๆ พร้อมกับ

ออดอ้อนเสียงหวานอย่างน่ารักมาให้ การะเกดที่ยังลังเลอยู่กับข้อเสนอที่

ดูจะปัจจุบันทันด่วน เธอเพิ่งจะประมวลผลได้ว่าเธอได้งานแล้วนั่นเอง

เงินเดือนสูงมาก แต่ติดที่ว่าจะต้องมาอยู่ที่นี่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่สิ

                “เอ่อ...”

                “ว่ายังไง ฉันไม่มีเวลามากคะ” แองเจลรอสเร่ง ข้อเสนอดี

ขนาดนี้ ใครก็อยากได้ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับลังเล

                “ต้องอยู่ที่นี่ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเหรอคะ” การะเกดอึกอักถาม

ข้อเสนออื่นก็โอเค แต่ติดตรงข้อนี้ละ

                “ใช่ ว่ายังไง ตกลงไหม ถ้าไม่ ฉันจะได้สัมภาษณ์คนอื่น และ

ไม่ต้องกลัวฉันจะทำอะไรเธอหรอกนะ ฉันมีคนของฉัน”

                แองเจลรอสจ้องคนตรงหน้าด้วยสายตาคมกริบ คงกลัวเขาจะทำ

อะไรละมั้ง หนุ่มน้อยเลโอนาร์ดรีบลงจากตักผู้เป็นพ่อวิ่งเข้ามาหาการะเกด

และใช้มือป้อมสั้นจับมือของการะเกดแล้วเขย่า เงยหน้าขึ้นออดอ้อนพี่สาว

คนสวยให้มาเป็นพี่เลี้ยงด้วย เขาชอบคนนี้

                “ตกลงนะคร้าบ ไม่ต้องกลัวแด๊ดดี้ของเลโอหรอกคร้าบ แด๊ดดี้

มีสาว ๆ สวย ๆ เพียบเลย นะ ๆ นะคร้าบ เลโอขอร้อง” แองเจลรอสอยาก

จะจับลูกชายตัวดีมาตีกันสักสองสามที ดูสิ เอาเขามาประจาน

                “เอ่อ...ตกลงก็ได้ครับ” การะเกดเห็นหน้าตาน่ารักของเด็กชาย

ตรงหน้าแล้วก็ใจอ่อนยวบ

                “เย้ ๆ เลโอดีใจที่ซู้ดเลยคร้าบ พี่คนสวย” เลโอนาร์ดฉีกยิ้มกว้าง

อย่างน่ารัก กระโดดโลดเต้นไปมาจนแก้มแดงเรื่อ แล้วรีบเข้าไปนั่งบนตัก

คนเป็นพ่ออีกครั้ง

                “เป็นอันตกลง พรุ่งนี้เริ่มงานได้เลยนะ ฉันจะให้คนเตรียมห้อง

เอาไว้ให้ และจะให้เลขาฯ ลงไปรับ ฉันชื่อแองเจลรอส ส่วนนี่ลูกชายของ

ฉัน เลโอนาร์ด”

                แองเจลรอสพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

ยกมือขึ้นสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงดูน่าเกรงขาม

                “ค่ะ ฉันการะเกดค่ะ ขอบคุณนะคะที่รับฉันเข้าทำงาน”

                การะเกดยกมือขึ้นไหว้คนรงหน้าแล้วฉีกยิ้มกว้าง จนทำให้

แองเจลรอสเผลอมองอย่างถูกใจ

                ‘มองไปมองมายายนี่ก็สวยน่ารักเหมือนกันนะเนี่ย ยิ่งตอนยิ้ม

แล้วโลกสว่างเชียว’

                แองเจลรอสสลัดความคิดแล้วโบกมือไล่ให้การะเกดออกจากห้อง

ไปก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปมากกว่านี้

                “เดี๋ยวไปทำสัญญากับเลขาฯ ของฉันแล้วกัน และห้ามเบี้ยวด้วย

ไม่อย่างนั้นฉันปรับเธออานแน่”

                “มาคร้าบ เลโอพาไปคร้าบพี่คนสวย” หนุ่มน้อยเลโอนาร์ดรีบ

อาสาจับงูมือการะเกดออกไปข้างนอกทันที คนเป็นพ่อได้แต่ส่ายหัวไปมา

กับความเจ้าเล่ห์ของลูกชาย ได้ยินเสียงคุยกะหนุงกะหนิงเชียว อย่างกับ

รู้จักกันมานาน

                “พี่ชื่อพราการะเกดจ้ะ เรียกพี่เกดก็ได้ครับ”

                การะเกดจับมือเล็ก ๆ เอาไว้ พร้อมกับบอกให้แกเรียกชื่อเล่น

ของเธอ

                “ผมเลโอนาร์ด พี่เกดเรียกเลโอเฉย ๆ ก็ได้คร้าบ”

                เลโอนาร์ดแนะนำตัวแล้วฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี

                “ยินดีที่รู้จักครับ คุณเลโอ”

                “ไม่อาวคร้าบ พี่เกดเรียกเลโอเฉย ๆ คร้าบ ห้ามเรียกคุณนะ

ไม่อย่างนั้นเลโอโป้งจริง ๆ ด้วย” เลโอนาร์ดกระตุกมือการะเกดเบา ๆ ทำ

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

โจรกรรม หัวใจราชสีห์

    แรกพบสบตา

 

                ย้อนกลับไปเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

                ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

                พลอยขวัญมองภาพถ่ายเล็ก ๆ ในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด หญิงสาว

ยอมรับเลยว่าคนซึ่งอยู่ในรูปหล่อเหลาราวรูปปั้นเดวิดหรือไม่ก็เทพบุตร

แห่งกรีก จมูกโด่งเป็นสัน ปากหยักรูปกระจับ และสูงสง่าตามเชื้อชาติ

เขาเป็นที่หมายปองของสาว ๆ หลานคน แถมกำลังเป็นบุคคลที่นิตยสาร

หลายฉบับต้องการสัมภาษณ์เพื่อนำมาตีพิมพ์ เนื่องด้วยเครื่องเพชร

คอนเล็กชั่นใหม่ในเครือมิโรคอฟ จิเวลรี่กำลังได้รับความสนใจเป็น

อย่างมาก หนึ่งในนั้นรวมถึง ‘เลิฟ ซีเคร็ท’ นิตยสารที่หล่อนทำงาน

อยู่ด้วย

                “เดอะ พาวเวอร์ ออฟเลิฟ” เสียงใสพึมพำเบา ๆ ก่อนถอนหายใจ

เพราะหล่อนกำลังแบกรับภาระหน้าที่ที่เป็นความหวังของทุกคน งานนี้

ต้องไม่มีคำว่า ‘พลาด’เพราะนั่นหมายถึงความอยู่รอดของบริษัท แล้ว

หล่อนก็คิดถึงคนที่ตนกำลังรอ

                อังเดรย์ มิโรคอฟ ทายาทคนเดียวของมิโรคอฟ จิเวลรี่ ชายที่ได้

สมญานามว่าเป็นราชสีห์แห่งวงการอัญมณี เพราะเขาสามารถขยี้คู่แข่ง

ให้จมธรณีได้ด้วยความว่องไว การทำงานก็เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ

จนไม่ค่อยมีใครกล้าต่อกรด้วย รวมไปถึงเพชรแต่ละชิ้นของเขา

ก็ถูกเจียระไนด้วยความประณีต การดีไซน์แปลกแต่กลับสะดุดตา

และเป็นที่ชื่นชอบ ในด้านการบริหารของงานเขาก็เฉียบขาด หูตากว้างไกล

สามารถจัดการกับปัญหาได้อย่างเด็ดขาด โดยครั้งหนึ่งเคยจัดการ

คู่แข่งซึ่งเอาชุดเครื่องเพชรของมิโรคอฟไปแอบอ้างว่าเป็นการดีไซน์

ของตนจนกิจการของอีกฝ่ายพังไม่เป็นท่า แทบหมดทางทำมาหากิน

ทำให้ใคร ๆ ต่างรู้ว่าบังอาจมาแตะต้องมิโคคอฟ จิเวลรี่ที่เป็นเสมือน

ลมหายใจของชายหนุ่ม

                แต่ก็ใช่ว่าจะหมดคู่แข่ง ยังมีอีกหนึ่งคนที่มีอิทธิพลในวงการ

จิเวลรี่ คนที่ได้สมญานามว่าพญาเหยี่ยว เดนิส ไซโมวิช คู่ปรับตัวฉกาจ

ของราชสีห์หนุ่ม ทว่าอังเดรย์ก็ไม่ได้มีเพียงธุรกิจจิเวลรี่ เขายังเป็น

หุ้นส่วนสำคัญในบริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่อีกด้วย

                “นั่นไงคุณอังเดรย์มาแล้ว”

                เสียงที่แว่วเข้ามาในโสตประสาททำให้ร่างระหงของพลอยขวัญ

ต้องหันกลับไปมอง รีบยัดรูปลงในกระเป๋าเสื้อแล้วมองหน้าศศิกานต์

เพื่อนรักของหล่อนก็กำลังตั้งหน้าตั้งตารออังเดร์อย่างใจจดใจจ่อ

เพราะมันเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของบริษัทที่ศศิกานต์เป็นเจ้าของ

                หากนิตยสารได้ลงบทสัมภาษณ์ของอังเดรย์จะเป็นการช่วย

กู้วิกฤตของบริษัทได้ไม่มากก็น้อย เนื่องจากชายหนุ่มกำลังเป็นที่สนใจ

แต่ตอนนี้คงต้องเก็บภาพและขอสัมภาษณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ไปลงสกู๊ป

เล็ก ๆ ในนิตยสารซึ่งกำลังจะวางแผงในสัปดาห์หน้าก่อน ส่วนการ

ขอสัมภาษณ์เรื่องไลฟ์สไตล์และชีวิตความรักของเขาคงต้องรอลุ้นกัน

อีกที

                “เขามาแล้วยายพลอย” ศศิกานต์หันมาจับแขนเพื่อนอย่างดีใจ

                ด้านคนโดนเรียกยิ้มเล็กน้อย คว้ากล้องซึ่งห้อยอยู่ที่ลำคอขึ้นมา

แล้วก้าวเร็วรี่เข้าไปยังจุดซึ่งนักข่าวอีกหลายคนกำลังชะเง้อคอรออยู่

                “กรี๊ดดด...ทำไมหล่อแบบนี้”

                “ว้าว เขาดูสมาร์ทมากเลย ดูดีกว่าในรูปหลายเท่าเลยนะ”

                เสียงชื่นชมในรูปลักษณ์ของอังเดรย์ออกมาจากเรียวปากบรรดา

นักข่าวสาว บางคนถึงกับทำตาโตยายเป้าหมายเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

สองสาวเพื่อนรักก็พากันตกตะลึงเช่นกัน พลอยขวัญเองใจเต้นกระหน่ำ

อย่างที่ไม่เคยเป็น แต่อย่างไรก็ไม่ลืมทำหน้าที่ของตน

                แชะ แชะ

                มือเรียวรัวกดชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพคนสำคัญ แต่พลอยขวัญ

ยังไม่อาจบังคับใจที่เต้นแรงให้สงบลงได้ ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นเพราะเหตุใด

ทำข่าวดารานักร้องมาก็มาก แต่ไม่เคยมีอาการเช่นนี้มาก่อน

                “ยายศศิตามมาเร็ว” เห็นศศิกานต์ยังตะลึงงันในความหล่อเหลา

ไม่หาย พลอยขวัญเลยต้องหันไปสะกิด ขณะที่นักข่าวหลายคนกำลัง

เข้าไปมะรุมมะต้นขอสัมภาษณ์กันยกใหญ่

                “จ้ะ..”ศศิกานต์หันมาตอบ เจ้าหล่อนไม่ค่อยได้ออกมาทำข่าว

แบบนี้เท่าไร แต่เนื่องด้วยพนักงานหลายคนลาออกไป จึงต้องออกมา

ช่วยทำงานไปพลาง ๆ ก่อน จนกว่าจะได้พนักงานใหม่เข้ามา ศศิกานต์

ก้าวไว ๆ ตามพลอยขวัญไปยังจุดที่หลายคนยืนกันอยู่

                “คุณอังเดรย์คะ ขอสัมภาษณ์หน่อยค่ะ”

                “คุณอังเดรย์ครับ ขอถ่ายรูปหน่อยครับ”

                “แล้วไม่ทราบว่านางแบบกิตติมศักดิ์ที่จะได้สวมเครื่องเพชร

ชุดเดอะ พาวเวอร์ ออฟ เลิฟ ใช่คุณมาเรียไหมครับ” คำถามหลายประโยค

ดังออกไป แต่กลับไม่ได้ทำให้คนที่ต้องตอบหยุดเท้าแล้วหันกลับมา

มอง อังเดรย์ มิโรคอฟ ยังเดินต่อไปด้วยท่าท่างสง่างามและน่าเกรงขาม

นัยน์ตาสีเทาของเขาแสนจะทรงเสน่ห์ แฝงไปด้วยอำนาจ

                “คุณอังเดรย์คะ ขอสัมภาษณ์หน่อยค่ะ คุณอังเดรย์”

                แม้เสียงใส ๆ ของพลอยขวัญก็ไม่อาจหยุดยั้งฝีเท้าของชายหนุ่ม

จนเท้าคู่น้อยต้องก้าวไวๆ ให้นำหน้าเขาไปเพื่อจะให้เขาหยุด แต่เป็นสิ่งที่

ไม่ง่ายนัก เนื่องด้วยอีกฝ่ายมีบอดี้การ์ดคอยกันนักข่าวให้ออกห่าง

จนกระทั่งเสียงฮือฮาดังมาจากด้านหลัง นักข่าวซึ่งกำลังรุมขอสัมภาษณ์

ชายหนุ่มพลันแตกฮือไปหาใครอีกคน

                มาเรีย อีวานอฟ นางแบบสาวหุ่นน่าฟัดเดินเฉิดฉายออกมาจาก

ห้องผู้โดยสาร เบนความน่าสนใจได้เป็นอย่างมาก

                “คุณมาเรียคะ พวกเราขอถ่ายรูปหน่อยค่ะ” นักข่าวคนหนึ่งพูด

ภาษาอังกฤษ ต่างจากตอนที่เอ่ยถามอังเดรย์ที่ทุกคำถามเป็นภาษาไทย

มารดาของชายหนุ่มมีเชื้อสายไทย เขาจึงได้เรียนภาษาไทยจนสามารถ

พูดคุยเป็นภาษาไทยได้อย่างชัดเจน และนางแบบสาวก็หยุดยืนให้

ถ่ายรูปด้วยด้วยความเต็มใจ

                ขณะที่ใครหลายคนให้ความสนใจกับมาเรีย แต่พลอยขวัญยังมี

เป้าหมายอยู่ที่ตัวของอังเดรย์ หล่อนยังก้าวเดินตามอีกฝ่ายไปพร้อมกับ

นักข่าวอีกสองสามคน

                “คุณอังเดรย์คะ ขอสัมภาษณ์หน่อยค่ะ”

                “คุณอังเดรย์คะ ช่วยตอบคำถามของพวกเราด้วย และข่าวที่

บอกว่าคุณกำลังจะแต่งงานกับคุณมาเรียจริงหรือเปล่า”

                อีกหลายคำถามซึ่งดังออกไปก็ยังไม่ทำให้อังเดรย์สนใจ

                รวมถึงพลอยขวัญก็ไม่สามารถรั้งชายสูงโตให้หยุดฝีเท้า กลับกลาย

เป็นว่าเขาเดินเร็วขึ้นราวกำลังวิ่งแข่งอยู่ก็ไม่ปาน ร่างน้อยจึงต้องเร่งเท้า

เพื่อจะตามไปให้ทัน พลางส่งเสียงร้องขอไม่หยุดหย่อน แต่ในที่สุด

ชายหนุ่มก็หยุดฝีเท้าลง อาจเป็นเพราะรำคาญเสียงที่ดังเซ็งแซ่ แล้ว

หันไปกระซิบกับลูกน้องมือขวาซึ่งร่างโตไม่ต่างกัน

                 แต่แล้วเขาต้องชะงักกึก เมื่อสายตาสะดุดกับบางสิ่ง

                “ขอสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมคะคุณอังเดรน์...”

                คราวนี้เสียงใสกังวานเต็มไปด้วยความมั่นใจกลับดึงดูดอังเดรย์

ได้เป็นอย่างดี เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะสายตาดำขลับคมดุจสาวแขก

บวกกับปากอิ่มสีชมพูระเรื่อน่ะสิ ช่างตรึงตาตรึงใจเขาเสียจริง แม้

ผิวพรรณจะไม่ได้ขาวนวล ออกไปในทางสาวผิวสีน้ำผึ้ง แต่ดึงดูด

สายตาของอังเดรย์ได้ไม่น้อย อาจเพราะหล่อนมีลักษณะคล้ายคลึง

กับมารดาของเขานั่นเอง

                อิริน่า มารดาของอังเดรย์เป็นลูกครึ่งไทย – ฝรั่งเศส ส่วนบิดาของ

เขาเป็นชาวรัสเซีย ชายหนุ่มจึงเป็นลูกเสี้ยวไทย ฝรั่งเศสและรัสเซีย

บิดาของอังเดรย์เสียชีวิตลงเมื่อเจ็ดปีที่แล้ว ส่วนอิริน่าเสียชีวิตเมื่อ

หกเดือนก่อน

                แต่เขาก็ให้สนใจนักข่าวแค่เพียงเสี้ยวนาที ก่อนเท้าแกร่งจะ

ก้าวต่อไป พลอยขวัญที่ทำท่าจะเดินตามไปถูกกันตัวไว้

                “เอาไว้รอสัมภาษณ์ในวันงานนะครับ”

                เสียงทุ้มเข้มของชายผู้เป็นมือขวาของอังเดรย์กล่าวขึ้นตามสั่ง

เขาคือ อลัน มิโรคาฟ คนที่อิริน่าอุปการะเลี้ยงดูดุจสายเลือด แล้ว

อลันก็เดินตามคนซึ่งเป็นทั้งเจ้านายและพี่ชายไป ทิ้งให้หลายคนทำหน้า

สุดแสนจะเสียดาย รวมถึงพลอยขวัญและศศิกานต์

                “แกไม่ต้องห่วงนะยายศศิ ยังไงฉันก็จะทำให้เราได้สัมภาษณ์เขา

ให้ได้” พอเห็นสีหน้าเศร้าสร้อยของเพื่อน พลอยขวัญก็ยกมือขึ้นตบบ่า

ของอีกฝ่ายเบา ๆ คล้ายให้กำลังใจและให้คำสัญญา

                “ถ้าไม่ได้ก็เป็นไรนะยายพลอย ฉันเข้าใจ งานนี้ไม่ใช่ของหมู ๆ

เขาน่ะระดับผู้บริหารใหญ่ คงไม่ยอมให้ใครสัมภาษณ์ง่าย ๆ อีกอย่าง

ฉันว่าถึงเราตามไปดักรอสัมภาษณ์เขาก็คงไม่ยอมให้สัมภาษณ์อยู่ดี

ที่บ้านเขาก็คงมีบอดี้การ์ดคอยเฝ้า”

                “แต่ฉันว่าคนที่ไม่ชอบความวุ่นวายอย่างเขา ไม่น่าจะไปพักที่บ้าน

แน่ เพราะคงรู้ว่านักข่าวต้องตามไปขอสัมภาษณ์”

                “อ้าว แล้วงั้นเขาจะไปพักที่ไหน ถ้าไม่ใช่ที่คฤหาสน์นั่น”

                คำถามจากคนเป็นเจ้านายและเพื่อนทำให้พลอยขวัญยิ้มหวาน

โชว์ฟันขาว นักข่าวอย่างหล่อนก็ต้องมีไหวพริบกันบ้างสิ หลังศึกษา

ข้อมูลของอังเดรย์มาพอสมควรจึงคิดว่าความคิดของตนคงไม่ผิดแน่

กระนั้นก็ไม่ได้เฉลยให้ศศิกานต์ได้กระจ่างใจ กลับเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

                ‘ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะคะ ยังไงนิตยสารของฉันก็ต้องได้บมสัมภาษณ์

ของคุณ...อังเดรย์ มิโรคอฟ’

                ชายร่างสูงก้าวเท้ามาหยุดยังรถคันงาม ซึ่ง แมกซ์เวลล์ ลูคา

ว่าที่หุ้นส่วนทางธุรกิจได้จัดเตรียมไว้บริการ แต่กลับไม่ยอมก้าวขึ้นไป

นั่งในรถ เขากำลังรอใครอีกคน นั่นก็คือมาเรีย นางแบบสาวสวยทั้งคู่

ถือว่าสนิทสนมกันพอสมควรโดย โรมัน มิโรคอฟ ลุงของชายหนุ่มเป็น

ผู้แนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน และหลังจากนั้นโรมันก็ไม่เคยเห็นอังเดรย์

ควงผู้หญิงคนไหนนอกจากนางแบบสาวอีกเลย

                ใครหลายคนอาจคิดว่าอังเดรย์ผูกหัวใจติดกับนางแบบสาวเสีย

แล้ว ทว่าคนพวกนั้นคิดผิด ชายผู้มากด้วยอำนาจไม่เคยเหลียวมอง

หญิงข้างกายด้วยฐานะอื่นเลย นอกเสียจากเพื่อนร่วมงาน หากยิ่งเป็น

เรื่องความสัมพันธ์ฉันชู้สาวด้วยแล้วเขายิ่งพิถีพิถัน แทบจะไม่มีสาว

คนไหนได้ก้าวขึ้นเตียงของอังเดรย์

                แต่ยามนี้ดูเหมือนหัวใจดวงแกร่งกำลังสั่นคลอนตั้งแต่แรกพบ

สบสายตา นักข่าวสาวคนนั้น แม้เขาจะให้ความสนใจหล่อนเพียงเสี้ยวนาที

แต่กลับไม่อาจสลัดดวงตาและใบหน้านั้นออกจากใจได้

                ‘พลอยขวัญ’ ชื่อนี้ปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวนักข่าวซึ่งห้อยอยู่

ที่ลำคอของหญิงสาวคนนั้น และเขาก็คิดว่าน่าจะเป็นชื่อของอีกฝ่าย

อังเดรย์เหยียดยิ้ม เมื่อคิดว่าชื่อนี้ก็น่ารักดี ก่อนสั่นศีรษะปรามความ

รู้สึกที่โลดแล่น และอดประหลายใจไม่ได้ว่าเหตุใดจึงรู้สึกพิเศษกับ

แม่นักข่าวสาวที่เพียงแค่สบสายตา หรือว่ามันจะเป็นเพราะพรหมลิขิต

เหมือนมารดาเคยพูดไว้

                “สักวันหนึ่งลูกก็ต้องเจอคนที่ใช่ คนที่สรรค์ลิขิตให้มาคู่กัน”

                ‘เฮอะ’ เจ้าของความคิดถึงกับร้องค้านในใจ คนอย่าง อังเดรย์

มิโรคอฟ ไม่เชื่อหรอกกับคำว่า ‘พรหมลิขิต’ แต่หากผู้หญิงคนนั้นเกิดมา

เป็นคู่กับเขาจริง ๆ อย่างไรก็ต้องได้เจอกัน

                ก็แน่ละ จนไม่ได้เจอกันอีกอย่างไร ในเมื่อเจ้าหล่อนคงจะต้อง

ตามตื๊อขอสัมภาษณ์เขา ความคิดถึงกล่าวผุดขึ้นมา ทำให้อังเดรย์

ฉีกยิ้มอย่างลืมตัว

                ‘แล้วไว้เจอกันนะแม่สาวน้อย’

                จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าขึ้นรถ หลังเห็นมาเรียเดินเข้ามาใกล้ โดย

อังเดรย์ไม่รู้เลยว่านี่ละพรหมลิขิตที่จะชักพาพลอยขวัญให้เข้ามาใกล้

กับเขา ทว่าได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง และดูเหมือนว่าสิ่งที่ชายหนุ่มอาจจะ

กำลังสูญเสียมีมูลค่าและความสำเร็จไม่น้อย

                พลอยขวัญยีนโบกรถอยู่ริมถนน หลังเดินออกจากบ้านพัก

ขนาดสองชั้นของตนเองด้วยท่าทางมาดมั่น หล่อนมีที่หมายอยู่ในใจ

แต่ไม่รู้ว่าเขาคนนั้นจะพักอยู่ที่นั่นแน่หรือไม่ ใจก็ได้เพียงภาวนาขอให้

ความคิดของหล่อนถูกต้องเผื่อทุกอย่างจะง่ายขึ้น

 

(โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

 
"มามะ มานอนข้างๆให้ฟัดซะดีๆ"แองเจลรอสตบที่นอนข้างๆตัวยกยิ้มมุมปากอย่างยั่วเย้าพี่เลี้ยงของลูกชาย
"ออกไปจากห้องฉันนะคนบ้า ไอ้หื่น!"การะเกดกระชับปมผ้าขนหนูแน่นกลัวว่าจะหลุดออกมาหน้าตาแดงก่ำด้วยความโมโห

รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (92 รายการ)

www.batorastore.com © 2020