เมืองริษยา

เมืองริษยา

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160004287
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 260.00 บาท 169.00 บาท
ประหยัด: 91.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

‘ริษยา’

            ภายในห้องนั่งเล่นที่คุมโทนด้วยแสงไฟสีเหลือง และตกแต่ง

ด้วยเครื่องเรือนเรียบหรูสไตล์โมเดิร์น ทุกสิ่งทุกอย่าง...ไม่นับรวมสิ่งมี

ชีวิตที่กำลังเปิดฉากสวาทอยู่บนโซฟาเบดสีเบจ...ล้วนแล้วแต่นิ่งสนิท

ไม่เคลื่อนไหวใดๆ ให้เป็นจุดสนใจ

ดวงตาคมกริบประหนึ่งคมมีดเล่มใหญ่ทอดมองไปยังหน้าจอ

โทรทัศน์ ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยฉากอันเร่าร้อนของบุรุษและสตรีที่

น่ารังเกียจ หญิงสาวนั่งกำมือแน่น ดวงตาสั่นไหว และทิ้งน้ำใสๆ ให้ไหล

เปรอะเปื้อนแก้มขาวเนียนซึ่งปัดด้วยสีบรัชออนสีชมพูอ่อน ก่อนจะหลั่ง

รินจดมุมปากสีแดงมันวาว วูบหนึ่งเธอปรารถนาจะหวีดร้องออกมาให้

หายแค้น ทว่าความเจ็บปวด ชิงชัง กลับก่อเป็นก้อนลมขนาดใหญ่

สร้างความรู้สึกจุกแน่นในลำคอ...จนเปล่งเสียงร้องออกมาไม่ได้อย่างใจ

ปรารถนา

“มันทำพิษเธอจนได้...เจ็บแสบจริงๆ”

เสียงเข้มขุ่นของสตรีวัยสี่สิบกะรัต เจ้าของสรรพางค์ระหง

ดูคล่องแคล่วเหนือตัวเลขแห่งวัยเปล่งเสียงเบาๆ บริเวณหลังหูของ

ผู้ประสบกับความคับแค้น ซึ่งได้แต่นั่งมองจอโทรทัศน์ พร้อมกับรู้สึก      

แสบสันไปทั่วสรรพางค์กาย เกินกว่าจะหยิบยกคำใดขึ้นมาพร่ำพรรณนา

                “นาท...เธอรออยู่ที่นี่ละ เดี๋ยวพี่ไปจัดการมันทั้งสองคนเอง”

                “ไม่ค่ะ” เสียงสั่นจากความรู้สึกปวดร้าวเอ่ยออกมาชนิดที่เรียกว่า

ทันควัน “พี่ฉัตรอยู่ที่นี่กับนาทก่อน”

                วิไลฉัตรยืดตัวหลังตรง ขยับกระโปรงสีดำที่สวมใส่อย่างฉุนเฉียว

สายตาคมทอดมองไปที่หน้าจอโทรทัศน์อีกครั้ง ยิ่งได้เห็นอาภรณ์ของ

ชายหญิงคนบาปหลุดออกทีละชิ้นๆ จนเห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่ากับ

สะโพกขาวอันกลมกลึงของบุรุษ ซึ่งบดบังร่างเปลือยของนางแบบแถว

หน้าแห่งวงการไว้จนมิด หล่อนก็ยิ่งเดือดดาล หากมีขวานหรืออะไรสัก

อย่างที่มีคมและหนักมือพอ หล่อนคงคว้าไปจามโทรทัศน์ให้วิบัติฉิบหาย

ไปพร้อมกับอารมณ์ทางจิตของหล่อนไปแล้ว

                “แล้วเธอจะนั่งทนดูความอุบาทว์ของมันทั้งสองคนอย่างนี้น่ะ

หรือ...แม่นาท!”

                ริมฝีปากแดงสดของนีรนาทเม้มแน่น ไม่มีทาง! คนอย่างเธอ

อดทนกับสิ่งเหล่านี้มามากพอแล้ว

                ‘คุณอินทัช...นังเนวตี...แกทั้งสองคนเตรียมพบกับฝัยร้ายจากฉัน

ได้เลย!’

                ระยะทางระหว่างห้องพักของเธอกับ วิไลฉัตร เรืองไพโรจน์

ผู้จัดการส่วนตัวห่างกันเพียงชั้นเดียว ห้องพักของเธอเพียงเดินขึ้นมาอีก

หนึ่งชั้น และก้าวอีกไม่เท่าไรก็ถึงประตูห้อง ทว่านีรนาทรู้สึกว่าแต่ละย่าง

ก้าวของเธอในยามนี้ มันช่างยาวไกลเหลือเกินกว่าจะเดินไปถึงจุดหมาย

                สิ่งที่ดึงให้เธอก้าวมาถึงหน้าห้องของตัวเองคือความคับแค้น

ซึ่งเป็นพลังมหาศาลที่สุดในความรู้สึกของหญิงสาวผู้นี้

                หากบรรยากาศภายในห้องพักหรูของเธอกลับตรงกันข้ามกับ

สภาพแวดล้อมภายนอก ราวสวรรค์กับนรก

                เสียงแห่งความปราโมทย์และลีลาเร่าร้อนแผ่ขยายกลิ่นแห่งคาว

โลกีย์ไปทั่วอณูอากาศภายในห้อง ไฟพิศวาสกำลังจะชักนำชะตาชีวิต

ของชายหญิงผู้ต้องบาปไปสู่หายนะในเวลาอันใกล้ โดยที่คนทั้งสอง

มิอาจตั้งตัว!

                ติ๊งต่อง

                เกมหฤหรรษ์ถูกสกัดด้วยเสียงออดหน้าห้อง ฝ่ายชายผละตัวออก

มาจากร่างเพรียวระหงของนางแบบสาว อีกนิดเดียวเท่านั้นคนทั้งสอง

ก็จะก้าวเข้าสู่ประตูวิมาน แต่แล้วทั้งคู่กลับพบว่าวาสนาของพวกเขาถูก

มารผจญบดบัง จนเรือลำยักษ์ต้องล่มปากอ่าว...

                “ฉิบหาย!” อินทัชอยู่ในท่าไม่สะดวกที่จะยืน ทุกสิ่งทุกอย่างมัน

ค้างเติ่ง ชายหนุ่มวัยสามสิบนั่งยกแขนปาดเหงื่อ เหลือบสายตาคมกร้าว

ไปทางประตูห้องพัก “เวรเอ๊ย! ใครวะมาขัดจังหวะกูตอนนี้”

                “ก็รีบๆ ไปดูเข้าสิ! จะได้มาต่อ” เนวตีขยับตัวลุกนั่ง เมื่อครู่นี้

หล่อนตกใจเสียงออดจนเกือบถีบชู้รักกระเด็นหงายหลัง “เอ๊ะ! อย่าบอก

นะ...ว่าเป็นเมียคุณน่ะ”

                “ประสาทหรือไง! ฉันบอกแล้วไม่รู้จักจำ” อินทัชหันมากระแทก

เสียงขุ่น “นาทไปเยี่ยมแม่ที่เชียงใหม่ กว่าจะกลับก็วันเสาร์ บอกจนปาก

จะฉีกไปถึงรูหู!”

                “ก็รีบๆ ลุกไปดูสิ ก่อนที่ฉันจะหมดอารมณ์เสียก่อน!”

                อินทัชกระฟัดกระเฟียด ออกอาการฉุนเฉียวประหนึ่งกระทิงคลั่ง

เขาหยิบกางเกงบ็อกเซอร์ตัวบางขึ้นสวมลวกๆ คว้าเสื้อคลุมสีดำสวมทับ

ร่างกายที่ชุ่มเหงื่อ ก่อนจะก้าวเร็วๆ ไปที่ประตูห้อง แล้วเอื้อมมือไปเปิด

รับความหายนะให้ชีวิต ทันทีที่บานประตูเปิดออก และร่างของภรรยา

วัยยี่สิบหกกะรัตปรากฏอยู่ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของเขา!

                “นะ...นาท!”

                เสียงแหบแห้งตะลึงลาน...

                มิใช่เพราะใบหน้าขาวของเมียแต่ง ซึ่งเพิ่งผ่านประตูวิวาห์ร่วมกับ

เขาไม่ถึงปี! มิใช่เพราะน้ำตาแห่งความแค้นจากดวงตาของหญิงสาว

มิใช่เพราะคำพูดโกหกที่เธอเคยบอกเขาไว้ว่าจะไปเยี่ยมแม่

                แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มตกใจจนทำอะไรไม่ถูก และพูดไม่เป็น

ศัพท์...คืออาวุธกระบอกหนักสีนิลในมือของคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ภรรยา’

ต่างหาก!

                “เข้าไปในห้อง...” เสียงเข้มขุ่นของเธอดังขึ้น บังคับสามีให้ยอม

จำนน และก้าวถอยหลังเข้าไปในห้องแต่โดยดี “ถ้าคุณไม่อยากเหลือแต่

ชื่อก็ถอยหลังเข้าไปในห้อง ฉันบอกให้ถอยไป!”

                อินทัชถอยกลับไปด้วยท่าทีตื่นตระหนกจนล้มลุกคลุกคลาน หมด

ท่านายแบบชื่อดังแห่งวงการเปลื้องผ้า เสียงหวีดร้องของเนวตีดังขึ้นเป็น

ฉากหลัง ชวนให้อินทัชสยอง กลัวภรรยามากขึ้นไปอีก

                “นะ...นาท! นาทจ๊ะ” เนวตีลุกพรวดขึ้นนั่ง ราวกับถูกมือที่มองไม่

เห็นฉุดร่างเธอขึ้นมา “ฟะ...ฟังฉันอธิบายก่อนนะ คะ...คือว่า...”

                มือไม้เนวตีปัดป่ายไขว่คว้าหาอาภรณ์มาสวมใส่ ทว่าเสียงแผด

ลั่นจากนีรนาท และท่าทีกรรโชกด้วยอาวุธสังหารที่เล็งมาทางหญิงชู้ พา

ให้เนวตีนั่งนิ่งราวกับถูกสาปไปในบัดดล

                “อยู่เฉยๆ นะ! นั่งอยู่ตรงนั้น...อย่าได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไป

ไหนทีเดียว ถ้าไม่อยากตายอนาถในสภาพทุเรศๆ แบบนี้ อยู่นิ่งๆ”

                ดวงตามาดร้ายของนีรนาทเคลื่อนมาทางคนเป็นสามีอีกครั้ง มือ

บางอีกข้างหนึ่งซึ่งถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ยกขึ้นมา แล้วโยนซองใส่

หน้าอินทัชสุดแรง

                “หยิบเอกสารในซองออกมา แล้วหยิบปากกามาเซ็น ถ้าคุณยัง

คิดจะดื้อดึงกันต่อไป ก็อย่าได้ฝันว่าจะมีวันพรุ่งนี้อย่างคนอื่นอีกเลย

เซ็นใบหย่าให้ฉัน เดี๋ยวนี้!”

                “นะ...นาท ระ...เราคุยกันก่อนได้นะ อย่าทำแบบนี้กับผมเลย ผม

รักคุ...”

                ชายหนุ่มยังเว้าวอนไม่สุดความก็ต้องยกมือขึ้นป้องหน้าตัวเอง

อย่างผวา เมื่อมองเห็นภรรยาใช้นิ้วหัวแม่มือกดนกปืนลง ทำทีพร้อมจะ

เหนี่ยวไกในไม่ช้า!

                “ผะ...ผมเซ็นแล้ว ผมเซ็นแล้ว!”

                อินทัชลุกลี้ลุกลนหาปากกาในห้อง รีบถอดปลอกออกมือไม้สั่น

เทา และเซ็นใบหย่าในมือด้วยท่าทีหวาดกลัวคนเป็นเมียอย่างยิ่ง!

                “เสร็จแล้วใส่ซองโยนมาให้ฉัน”

                อินทัชทำตามอย่างว่าง่าย แม้ในใจอยากจะแผดเสียงร้องด้วย

ความไม่ยินยอม มือสั่นนั้นอยากจะฉีกเอกสารให้แหลกเป็นชิ้นๆ แต่เขา

ก็ทำไม่ได้...เพราะความที่รักตัวกลัวตายนั่นเอง!

                นีรนาทได้ครอบครองสิ่งที่ตนต้องการแล้ว ในที่สุดความทรมาน

ในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับผู้ชายมากตัณหาผู้นี้ก็ถึงกาลสิ้นสุดลง

                “นาท...อย่าทิ้งผมไปเลยนะ ผะ...ผมขอโอกาสอีกสักครั้ง...ผม

ขอร้องนะนาท ผมรักคุณมาก รักจน...”

                ยังวิงวอนไม่จบ ผู้เป็น ‘อดีตสามี’ ก็เห็นรอยยิ้มแฝงนัยของ

ผู้หญิงตรงหน้าขึ้นมาเสียก่อน

                “ฉันคิดว่าคนที่คุณควรจะขอโอกาส ไม่น่าจะเป็นฉันหรอกนะคะ”

นีรนาทลดปืนในมือลง ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันดังขึ้นมา

จากบริเวณทางเดินหน้าห้องพัก ดูเหมือนว่าเสียงของคนกลุ่มนั้นจะดัง

ใกล้เข้ามาทุกที

                “คุณ...กับชู้รักของคุณ ถึงเวลาวิงวอนขอโอกาสจากสังคมแล้ว

ค่ะ”

                อินทัชกับเนวตีมีสีหน้าตื่นตะลึงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

กระทั่งองคาพยพอันเพรียวระหงของนีรนาท เคลื่อนพ้นไปจากประตูห้อง

แล้ว กองทัพมนุษย์ผู้มีอาวุธเป็นกล้องและอุปกรณ์บันทึกเสียงนานา

ชนิดต่างก็พากันถาโถมเข้าสู่ห้องพักของ ‘นีรนาท ดาริกุล’ อดีตนาง

แบบชื่อดังระดับแนวหน้าแห่งวงการ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของเนวตี

และเสียงตะคอกขับไล่ด้วยโทสะของอินทัช ทว่าเสียงของชายหญิง

ผู้เปื้อนความอัปยศ กลับไม่เท่าเทียมกับเสียงร้ายของเหยี่ยวข่าวที่ดัง

เซ็งแซ่...ทั้งตั้งคำถาม และกล่าวประณามโจมตี

               

                รถตู้จากหลายแหล่งข่าว ต่างสำนัก พากันมุ่งหน้าสู่จุดหมาย

ปลายทางเดียวกัน อุปกรณ์บันทึกภาพถูกนำขึ้นมาสำรวจตรวจสอบ

ความพร้อมสำหรับการใช้งานเพื่อให้แน่ใจ กระทั่งรถตู้หลากสีแต่ละคัน

เลี้ยวเข้าสู่เส้นทางไปตามถนนที่มุ่งหน้าไปยังศาลจังหวัดนนทบุรี

                เมื่อถึงที่หมายปลายทาง ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจและ

ผู้เกี่ยวข้องมากมายยืนเรียงรายเป็นกำแพงมนุษย์ กั้นอาณาบริเวณอยู่

หน้าบันไดศาล นักข่าวจากหลายสิบสำนักถูกจัดเข้ากลุ่มกันอย่างเป็น

ระเบียบ วันนี้ วันพรุ่งนี้ และในอีกหลายๆ วันข้างหน้า ข่าวที่พวกเขาจะ

ได้นำไปเผยแพร่จะต้องเป็นที่พูดถึงจนติดปากไปอีกนานนับเดือน และ

คงจะแทบทั่วทุกหลังคาเรือนอย่างแน่นอน...โดยเฉพาะผู้ที่เสพติดข่าว

บันเทิงเป็นชีวิตจิตใจ!

                และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึง ณ บริเวณประตูทางเข้าออกศาล

ทุกชีวิตเบื้องล่างได้พบกับการปรากฏตัวของอดีตนางแบบชื่อดังแห่ง

เมืองไทย...นีรนาท ดาริกุล พร้อมผู้ที่เดินเคียงคู่มากับเธอด้วยรอยยิ้ม

ชื่นมื่น ซึ่งเห็นจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากอดีตผู้จัดการส่วนตัวคนสนิท

ของนีรนาท และยังเป็นผู้จัดการส่วนตัวของนางแบบชื่อดังหลายยุค

หลายสมัยอย่าง...วิไลฉัตร

                นีรนาทก้าวลงบันไดศาลด้วยสีหน้าที่บ่งบอกได้ว่าเธอ...ประสบ

ชัยชนะ

                “คุณนาทคะ ตกลงเรื่องคดี ผลออกมาเป็นอย่างไรบ้างคะ”

                หลายเสียงพร้อมใจกันตั้งคำถามนี้ ในขณะเดียวกันในหัวของ

เหยี่ยวข่าวทุกคนก็ภาวนาให้ได้คำตอบที่พวกเขาพอใจ

                “ค่ะ...ตอนนี้นาทได้รับความเป็นธรรมแล้วค่ะ ศาลตัดสินให้นาท

ครอบครองทรัพย์สินในส่วนที่เป็นของนาทครบทุกส่วน ทุกบาท ทุก

สตางค์...ส่วนเรื่องหย่า คุณอินทัชเซ็นใบหย่าให้นาทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ที่มาวันนี้ก็ด้วยเรื่องสินสมรสเท่านั้นค่ะ”

                คำตอบสั้นๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเรียกรอยยิ้มได้จากนักข่าวทุก

ชีวิต และเกือบมีเสียงร้อง ‘เฮ’ ขึ้นมาให้หญิงสาวได้ยิน

                “แล้วต่อจากนี้คุณนาทคิดจะวางแผนชีวิตต่อไปอย่างไรคะ มีข่าว

ว่าคุณนาทลาออกจากราโมน่าโมเดลที่คุณอินทัชเป็นหุ้นส่วนแล้ว คุณนาท

จะหันไปทำอาชีพอะไรต่อคะ”

                นีรนาทยิ้มรับคำถามดังกล่าว เพราะแน่ใจว่าตัวเองมีหน้าที่การงาน

ที่เหมาะสมรออยู่แล้ว

                “นาทติดต่อกับเซดิออสไว้ค่ะ” เธอหมายถึง ‘เซดิออส แมกาซีน’

บริษัทผู้ผลิตนิตยสารแฟชั่นชื่อดังแห่งยุค ซึ่งเธอได้รับการเชิญชวนจาก

บรรณาธิการบริหารของที่นั่น “นาทจะไปทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการดูแล

คอลัมน์เกี่ยวกับแฟชั่นน่ะค่ะ นาทคิดว่านาทน่าจะใช้ประสบการณ์ที่เคย

ผ่านงานต่างๆ มาให้เป็นประโยชน์ได้ และวุฒิปริญญาที่นาทได้รับมาก็

อีก นาทอาจจะเหมาะสมกับหน้าที่การงานนี้มากกว่าการเดินแบบก็ได้”

                นักข่าวต่างสำนักพากันทำเสียงฮือฮาด้วยความยินดี

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021