เงารัก หัวใจริษยา (จินตลีลา)

เงารัก หัวใจริษยา (จินตลีลา)

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786165020671
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 260.00 บาท 169.00 บาท
ประหยัด: 91.00 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

บริเวณหน้าบ้านดิษยทัศน์คลาคลาไปด้วยผู้คนมากหน้า

หลายตา ผู้อาวุโสในวงการบันเทิง เหล่าไฮโชในสังคม เพื่อนๆ นักแสดง

ที่คุ้นเคยกัน และนักข่าวอีกหลายสิบชีวิต ทุกคนต่างมาร่วมแสดงความ

ยินดีในงานแต่งงานของ วิรตี ดิษยทัศน์ นางเอกชื่อดังของเมืองไทยที่

เพิ่งประกาศสละโสดเมื่อเดือนที่ผ่านมา

ภายในห้องนอนที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เตียงนอนนุ่มขนาด

ใหญ่ปูผ้าสีขาวโรยด้วยกลีบกุหลาบสีชมพูหวานส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งห้อง

“อยู่ไหนนะรดี ทำไมไม่ยอมรับโทรศัพท์แม่สักทินะ” คุณพิรดา

บ่นพึมพำอยู่คนเดียว ขณะที่มือก็สาละวนอยู่กับการกดหมายเลข

โทรศัพท์หาลูกสาวที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน จนปานนี้ยังไม่รู้ข่าวคราว

เลยแม้แต่น้อย

คุณพิรดาทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเล็กที่ถูกจัดไว้อีกมุมหนึ่งของ ห้องนอนด้วยความเหนื่อยล้าที่เกิดจากความน้อยอกน้อยใจในตัวลูกสาว

ที่หนีหายไปและไม่ยอมติดต่อกลับมา นางผิดเองที่เลี้ยงลูกตามใจมา

ตลอด แม้กระทั่งเรื่องแต่งงาน วิรดีก็เป็นคนตัดสินใจเอง โดยที่ไม่เคย

บอกกล่าวอะไรให้นางรู้เลย มารู้อีกทีงานแต่งงานก็ถูกกำหนดขึ้นภายใน

 

หนึ่งเดือนด้วยอำนาจเงินของผู้เป็นเจ้าบ่าว

“รตีลูกอยู่ไหน โทร. กลับมาสักทีสิลูก” นางรำพันถึงลูกสาวด้วย

เสียงที่สั่นเครือ นํ้าตาคลอหน่วยด้วยความอัดอั้นตันใจไม่รู้จะหาทางออก

อย่างไรดี หากตามตัวลูกสาวไม่ได้ ไม่รู้ว่าทางเจ้าบ่าวจะเอาเรื่องไหม

‘โอย!...ลูกหนอลูก’ นางร้องคราครวญอยู่ในอก ขณะที่มือก็ยัง ไม่ลดละความพยายามที่จะโทร. หาลูกสาว แล้วความพยายามของนาง

ก็สมหวังเมื่อปลายสายส่งเสียงงัวเงียตอบกลับมา

“ฮัลโหล...คุณแม่มือะไรคะ”

ผู้เป็นมารดาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยถามลูกสาวเสียงเข้ม

“นั่นลูกอยู่ไหนรตี”

“อยู่สมุยค่ะ” หล่อนตอบด้วยนํ้าเสียงเบื่อหน่าย1ไม่ทุกข์ร้อน ก่อน

ขยับตัวลุกขึ้นนั่งเอนหลังพิงหัวเตียง

“อย่าชนสิคะ” หล่อนหันไปชม้ายตามอง พลางเอ็ดอย่าง

ไม่จริงจังนักเมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆ เริ่มลูบไล้สำรวจเรือนร่างงามเปล่า

เปลือยก่อนจะสอดมือเข้าไปใต้ผ้าห่ม “อุย!...อืม...อย่าเพิ่งสิคะ”

“นั่นลูกอยู่กับใครน่ะรตี” คุณพิรดาเอ่ยถามลูกสาวเสียงสั่นเมื่อ

ได้ยินเสียงกระเล่าของผู้เป็นลูกเล็ดลอดมาตามสาย

“อยู่กับคุณพิรเดชค่ะคุณแม่ขา คุณพิรเดชนักธุรกิจบ้านจัดสรร

คอนโดฯ และโรงแรมอีกหลายแห่ง ทั้งในและต่างประเทศที่รตีเคยเล่า

ให้ฟังไงคะ คุณแม่ขา...” เสียงใสเอ่ยบอกมารดาอย่างภาคภูมิใจใน

ความโชคตีของตัวเอง ก่อนจะลูบไล้แผงอกลาของเศรษฐีหนุ่มเพื่อ

เป็นการปลุกเร้าอารมณ์อีกครั้ง

คนฟังยกมือทาบอก งานแต่งกำลังจะเริ่ม แต่ผู้เป็นเจ้าสาวกลับ

ไปอยู่กับผู้ชายคนอื่น ถ้าเกิดเจ้าบ่าวรู้เรื่อง เขาต้องฟ้องเอาแน่ๆ นาง

คิดอย่างกลัดกลุ้ม

“แล้วงานแต่งของลูกกับคุณพัทธ์ล่ะ...รตี”

“ก็บอกยกเลิกไปสิคะคุณแม่...ไม่เห็นจะยากอะไรเลย”

“ยายรตี...นี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะลูก” คุณพิรดาเค้นเสียงบอก

ลูกสาว “ผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการเต็มบ้าน ไหนจะนักข่าวอีก ขืนบอก

ยกเลิกไป ชื่อเสียงของดิษยทัศน์ไม่ปนปีหมดเลยเหรอ”

“รตีไม่แคร์สื่อค่ะ” หล่อนตอบอย่างไม่ยี่หระ “รตีแคร์แค่คนที่รตีรัก และตอนนี้เขาก็อยู่ข้างๆ รตี”

“รตี!” คุณพิรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจกับความไม่ใส่ใจ

อะไรเลยของลูกสาวคนโปรด

“คุณแม่อย่ามาทำเป็นห่วงชื่อเสียงนามสกุลหน่อยเลย รตีรู้นะคะ

ว่าที่จริงแล้วคุณแม่กำลังเสียดายค่าสินสอดห้าล้านนั่นต่างหากล่ะ”

วิรตีเอ่ยอย่างรู้ทัน ทำเอาคนที่กำลังตีโพยตีพายอยู่ถึงกับอึ้ง พูดอะไร

ไม่ออก ก่อนจะยอมรับอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

“มันก็ใช่ แต่ถึงยังไงมันก็ยกเลิกไม่ไค้อยู่ตีนั่นแหละลูก”

“รตีไม่กลับไปแต่งงานกับคุณพัทธ์หรอกนะคะแม่ ขอบอก เพราะ

ว่ารตีไม่ชอบทำไร่ ต่อให้รวยแค่ไหน รตีก็1ไม่เอา”

“เมื่อก่อนไม่เห็นพูดแบบนี้” มารดาย้อนอย่างหนั่นไส้

“ก็...เมื่อก่อนรตียังไม่เจอคุณเดชนี่คะ เอาเถอะค่ะคุณแม่ ถ้า

คุณแม่เสียดายเงิน เอาไว้รตีกลับไป รตีจะขอคุณเดชไปให้คุณแม่ ให้

เยอะกว่าค่าสินสอดนั่นอีก โอเคนะคะคุณแม่ขา แค่นี้นะคะ รตีกำลังยุ่ง

อยู่” วิรตีรีบกดสายทิ้งทันทีที่พูดจบ ก่อนจะส่งสายตายั่วยวนให้กับ

ชายหนุ่มที่ส่งสายตาหวานเยิ้มมองหล่อนอยู่เช่นกัน

“คุณไม่เสียดายงานแต่งเหรอ” พีรเดชเอ่ยถามเสียงแหบพร่าด้วย

อารมณ์ปรารถนาทีเริ่มก่อตัวขืนอีกครั้ง เขาเพิงไค้เจอตัวจริงของนางเอก

แถวหน้าของเมืองไทยเมื่อไม่นานมานี่เอง หล่อนสวยกว่าในทีวีหรือ

ปกนิตยสารต่างๆ มากโข นึกไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะได้เชยชมหล่อนเร็ว

ขนาดนี้ แค่บอกว่าเป็นเจ้าของธุรกิจอลังหาฯ หลายอย่าง แค่นั้นหล่อนก็

ตาโตตามเขามา อย่างว่าดารามักแพ้เงิน ชายหนุ่มนึกหยันอยู่ในใจ

ก่อนจะยกมือหนาขึ้นไปเกาะกุมทรวงอกอวบล้นมือ ออกแรงบีบเคล้น

อย่างเมามัน “ว่าไงจ๊ะคนสวย คุณไม่เสียดายเศรษฐีหนุ่มชาวไร่หรอกเหรอ...อึ”

“อุ๊ย!” วิรตีแสร้งอุทานเสียงหวานอย่างมีจริตเมื่อลิ้นสากกระหวัด

ผ่านรอบยอดอกสีเข้ม หญิงสาวแอ่นอกยิ้มหวาน “มะ...ไม1ค่ะ” ตอบ

เสียงกระท่อนกระแท่นราวกับกำลังจะขาดใจ “รตีมืคุณเดชอยู่ทั้งคน

จะอยากแต่งกับคนอื่นได้ยังไง ถ้าแต่งกับคุณเดชก็ว่าไปอย่าง” หล่อน

หยอดเสียงหวานพร้อมกับส่งสายตาเชิญชวน ลูบ1ไล้มือเรียวนุ่มไปตาม

แผงอกกว้างเปลือยเปล่า

“อืม...” พีรเดชครางในลำคอ พร้อมกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ

ก่อนจะผละใบหน้าขาวตื๋อย่างคนสำอางออกห่างจากอกอวบ “ปาก

หวานแบบนี้ ข้างในกายคุณจะหวานแค่ไหนนะ”

“อยากรู้...ก็ต้องพิสูจน์ดูสิคะ”

“ผมจะพิสูจน์ตอนนี้ละ” ร่างสูงเคลื่อนขึ้นมาทาบทับอย่างไม่ยอม

ให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว ริมผี!ปากหนาเลื่อนลงมาประกบปิดบดจูบ

อย่างเร่าร้อน วิรตีเองก็ไม่ยอมให้เขาพิสูจน์อยู่ฝ่ายเดียว หล่อนจูบตอบ

อย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน...

 

ในขณะที่ลูกสาวกำกังเล่นเกมระเริงรักอยู่กับหนุ่มอีกคนหนึ่ง

ผู้เป็นมารดากลับนั่งไม่ติด ด้วยยังหาทางออกให้กับเรื่องนี้ไม่ได้ เวลาก็

ไล่จี้เข้ามาอยู่ทุกขณะ นางยกมือเล็กที่เริ่มมีริ้วรอยขึ้นกุมขมับ ก่อนจะ

 

ทิ้งตัวลงนอนบนเก้าอี้ตัวใหญ่มุมห้องอย่างจนปัญญา ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้คนที่อยู่ในห้องสะดุ้งเล็กน้อย ก่อน

จะหันไปมองที่ประตูอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

 

“ใครนะ” คุณพิรดาเอ่ยถามเสียงเข้ม พลางยกมือปาด'นาตาลวกๆ

“รวิเองค่ะคุณแม่” เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความขลาดกลัว

เอ่ยตอบเมื่อได้ยินเสียงเข้มห้วนๆ ของบุคคลที่อยู่ด้านใน

“เข้ามา” คุณพิรดาอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอนุญาต

รวิตราเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนกว้าง ใบหน้าเนียนใสก้มตา

ขณะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆ มารดาที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้มุมห้อง ทรุดตัวลงนั่งกับ

พื้นพรม พนมมือกราบลงที่ตักของมารดา คุณพิรดาพิศมองใบหน้า

ลูกสาวคนเล็กที่นางไม่เคยได้เลี้ยงดู ความที่เป็นฝาแฝดทำให้ใบหน้า

คล้ายกันชนิดที่ว่าไม่อาจจะแยกออกได้ แต่กระนั้นก็ยังสามารถมองเห็น

ถึงความแตกต่างของสองพี่น้อง

วิรตีนั้นเป็นถึงนางเอกละครชื่อตังของเมืองไทย ความนั่นอก

นั่นใจในตัวเองจึงมีสูง ต่างจากแฝดผู้น้องที่ดูเป็นคนขาดความนั่นใจในตัวเอง

คุณพิรดานั่งพินิจพิจารณาลูกสาวคนเล็กอยู่นาน จึงค่อยๆ

คลี่ยิ้มออกมาราวกับนึกอะไรบางอย่างได้ ‘จริงสิ เราลืมยายรวิตราไปได้

ยังไง ทำทางหัวอ่อนขนาดนี้ คงพูดไม่ยาก’

“ย่าของแกสบายดีเหรอ” นางเอ่ยถามเสียงเรียบ วางทำห่างเหิน

ราวกับคนที่นั่งอยู่บนพื้นพรมเบื้องหน้าไม่ใช่ลูก ทั้งที่นางเองก็ไม่ได้

เกลียดลูกสาวคนนี้ แต่เป็นเพราะทิฐิที่มืต่ออดีตสามีและแม่สามีทำให้

นางวางทำเหินห่าง ถ้าไม่ใช่เพราะความเจ้ากี้เจ้าการของคุณจรัสศรี

แม่ของอดีตสามี ที่มีเลือดผู้ดีอยู่เต็มตัว คอยพูดจากระทบกระเทียบนาง

ที่มาจากครอบครัวธรรมดา ไม่ใช่เศรษฐีมีเงินเหมือนพวกท่าน ไหนจะ

เรื่องที่คอยหาลูกสาวที่มีฐานะเท่าเทียมมาให้ลูกชายดูตัว ทั้งๆ ที่มีนาง

เป็นภรรยาอยู่ในบ้านทั้งคน จนนางทนไม่ไหวต้องขอหย่าและย้าย

ออกมาพร้อมกับลูกสาวฝาแฝดที่อยู่ในวัยสิบสองปี หลังจากนั้นไม่นาน

ทั้งนางและอดีตสามีต่างก็แต่งงานใหม่ แม้เวลาจะผ่านมาเกือบสิบปีแล้ว

แต่ความเจ็บปวดที่ถูกอดีตแม่สามีทำไว้ก็ยังไม่มีทีท่าจะจางหายไป

“คุณย่าสบายดีค่ะ” นํ้าเสียงของคนพูดนั้นแผ่วเบา ดวงตากลม

โตช้อนขึ้นมองหน้ามารดาอย่างหวาดหวั่นระคนน้อยใจในน้ำเสียงที่

แลดูห่างเหิน ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่มีสักครั้งที่จะได้รับอ้อมกอดที่อบอุ่น

จากอกของผู้เป็นแม่ คิดถึงตรงนี้ดวงตาก็ร้อนผะผ่าวขึ้นมาอย่างห้าม

ไม่ได้ น้ำใสๆ เอ่อคลอจนเต็มหน่วย

“คุณแม่คะ” รวิตราเอ่ยเรียกมารดาเสียงสั่นเครอ

“นี่แม่รวิอย่ามาสำออยต่อหน้าฉันนะ” นางถลึงตาดุใส่อย่าง

ไม่ชอบใจ แต่เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถอนหายใจออกมา ก่อน

จะเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ตอนที่เข้าบ้านมามีใครเห็นหรือเปล่า”

รวิตราส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ พลางนึกไปถึงคำพูดของนาย

หมานคนขับรถที่มารดาสั่งให้ไปรับหล่อนที่บ้านสวนของคุณย่าขึ้นมา

‘คุณนายท่านสั่งไว้ว่า ให้คุณหนูรวิเข้าทางประตูหลังบ้าน และ

ห้ามให้ใครเห็นหน้าครับ’

แม้จะสงสัยในคำบอกเล่าที่ได้ฟัง แต่รวิตราก็เลี่ยงที่จะไม่ถามถึง สาเหตุ บางทีมารดาของหล่อนอาจจะกลัวคนอื่นรู้ว่ามีลูกสาวอยู่อีกคนก็ได้

เมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้นก็ทำให้คุณพิรดาถึงกับลอบยิ้มออกมา

อย่างโล่งใจ พลางยื่นมือไปลูบผมยาวนุ่มสลวยของลูกสาว พร้อมกับเอ่ย

ถามอย่างห่วงใย “แล้วนี่ทานข้าวมาหรือยังล่ะ”

เพียงแค่สัมผัสที่อ่อนโยนและคำถามที่แสดงถึงความห่วงใยของ มารดาก็ทำให้รวิตราแทบจะปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ น้ำเสียง ที่เอ่ยออกไปจึงสั่นเครืออย่างห้ามไม่ได้ “รวิทานมาแล้วค่ะ”

“นี่แม่รวิ อย่ามาร้องห่มร้องไห้ให้ฉัน...เอ่อ...ให้แม่เห็นนะ แม่

ไม่ชอบ” ผู้เป็นมารดาปรามด้วยเสียงที่แสดงถึงความเบื่อหน่ายเต็มทน

รวิตราก้มหน้านิ่ง เอ่ยขอโทษมารดาเสียงอ่อย อีกฝ่ายได้แต่

กลอกตามองเพดานอย่างระงับอารมณ์หงุดหงิด ไม่ให้เผลอตวาดลูกสาวเอาไว้

‘นี่ถ้าฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากแก ฉันจะไล่ตะเพิดกลับ

บ้านสวนเสียตอนนี้เลย’ นางคิดอย่างหงุดหงิด

“ลูกรู้ใช่มั้ย ว่าวันนี้เป็นวันอะไร”

“ทราบค่ะ แล้วรตีล่ะคะ รวิยังไม่เห็นรตีเลย” รวิตราเอ่ยถามถึง

พี่สาวฝาแฝดที่กำลังจะได้เป็นเจ้าสาว ขณะที่ฝ่ายถูกถามมีสีหน้าอึดอัด

เมื่อได้ยินชื่อของลูกสาวตัวดี

“คุณแม่มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ บอกรวิได้มั้ยคะ”

รวิตราเอ่ยถามมารดาอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นริ้วรอยความกังวลบนใบหน้าของท่าน

“รวิ...หนูต้องช่วยแม่นะลูก” คุณพิรดาพูดจบก็ปล่อยโฮออกมาทันที

“คุณแม่ เกิดอะไรขึ้นคะ” รวิตราเอ่ยถามอย่างร้อนใจ ยิ่งเห็น

มารดาร้องไห้สะอึกสะอื้น ก็ยิงทำให้หล่อนร้อนใจมากขึ้นไปอึก หรือว่า

จะเกิดเรื่องอะไรขึ้น “คุณแม่คะบอกรวิมาเถอะค่ะ เผื่อจะพอช่วยอะไรคุณแม่ได้บ้าง”

คุณพิรดาแอบยิ้มในใจ

“รวิ หนูจะช่วยแม่จริงๆ เหรอ หนูสัญญานะว่าจะช่วยแม่”

“ค่ะ รวิสัญญาว่าจะช่วยคุณแม่ ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”

“รตี รตีหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โทร. ติดต่อเท่าไหร่ก็

ติดต่อไม่ได้ แม่กลุ้มใจจวนจะเป็นบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย”

รวิตราอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

“แล้วคุณแม่โทร. ถามเพื่อนๆ ของรตีหรือยังคะ"

          (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

 

รายละเอียด

เมื่อ "รวิตรา" ต้องเข้าพิธีวิวาห์กับ "กุลพัทธ์" ชายหนุ่มผู้เป็นรักแรกพบและรักเดียวมาตลอด 2 ปี ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอเป็นได้เพียงแค่ "เงารัก" ของแฝดผู้พี่ ขณะที่ "วิรตี" ได้หลีกหนีงานแต่งงานไปเริงรักอยู่กับชายหนุ่มอีกคนที่เธอคิดว่าดีกว่าเจ้าบ่าวเจ้าของไร่ในต่างจังหวัดเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเหตุการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่คิด จึงก่อเกิดความรู้สึก "ริษยา" ขึ้น เธอตัดสินใจกลับมาทวงสามีคืนจากแฝดผู้น้อง ที่หากไม่ได้ด้วยเล่ห์ เธอก็จะแย่งให้ได้ด้วยกลมารยาทุกเล่มเกวียนที่เธอมี !! แล้วเรื่องราวครั้งนี้จะดำเนินไป และมีบทสรุปอย่างไร? ขอเชิญคุณผู้อ่านมาติดตามใน "เงารัก หัวใจริษยา" เล่มนี้

เขียนโดย "จินตลีลา"

 

420 หน้า


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (95 รายการ)

www.batorastore.com © 2021