เงารักแรงแค้น

เงารักแรงแค้น

0 รีวิว  0 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160020164
มีสินค้าในสต็อค
ราคา: 250.00 บาท 162.50 บาท
ประหยัด: 87.50 บาท ( 35.00% )

เนื้อหาบางส่วน

รอยอดีต

 

เอี๊ยด! โครม!

เสียงรถยนต์สองคันประสานงากันกลางสี่แยกไฟแดงดังสนั่น

หวั่นไหว ผู้คนมากมายที่อยู่ในพื้นที่นั้นซึ่งพอจะมองเห็นเหตุการณ์นี้ได้

ต่างหันมาสนใจเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้น

ไม่นานนักเสียงไซเรนรถตำรวจท้องที่พร้อมด้วยรถพยาบาล

และรถมูลนิธิช่วยเหลือผู้ประสบภัยบนท้องถนน ซึ่งวิ่งลิ่วราวกับจะมา

ก่ออุบัติเหตุมากกว่ามาช่วยผู้บาดเจ็บก็ตามมาติดๆ และจอดนิ่งอยู่

ใกล้กับที่เกิดเหตุ

รถยนต์สองคัน คันหนึ่งสีบรอนซ์เงินซึ่งนำเข้าจากยุโรป ด้านหน้า

ยุบไปทั้งแถบ แต่ยังน้อยกว่ารถคู่กรณีซึ่งเป็นรถนำเข้าจากประเทศ

ญี่ปุ่น เพราะคันหลังประตูฝั่งที่นั่งคนขับยุบเข้าไปมากพอดู และกระโปรง

หน้ารถด้านเดียวกันยังเผยอขึ้นจนแลเห็นเครื่องยนต์ภายในซึ่งกำลัง

ร้อนกรุ่น สังเกตได้จากไอร้อนและเขม่าสีมัวๆ ที่พวยพุ่งขึ้นด้านบน

การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะบริเวณ

ที่เกิดเหตุเป็นสี่แยกไฟแดงซึ่งมีรถราเยอะ หนำซ้ำยังเป็นช่วงเลิกงาน

การจราจรจึงยิ่งติดขัดมากขึ้น อุปสรรคในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ดูจะหนักหนากว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

                กว่าครึ่งชั่วโมงผู้ประสบอุบัติเหตุทั้งหมดก็ได้รับการช่วยเหลือ

และนำร่างออกมาจากซากรถเป็นผลสำเร็จ ก่อนนำผู้บาดเจ็บทั้งหมด

ส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร่งด่วน!

 

อธีร์ ณิชกุล เดินกระสับกระส่ายอยู่หน้าห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน

หางคิ้วข้างซ้ายมีแผลซึ่งถูกปิดทับด้วยผ้าก๊อซยาวราวหนึ่งนิ้ว ข้อมือ

ข้างหนึ่งมีผ้าก๊อซพันไว้จนถึงข้อศอก ร่างกายมีรอยฟกช้ำเพียงเล็กน้อย

แต่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาสวมอยู่เต็มไปด้วยเลือดแห้งเกรอะกรัง

ร่วมสามชั่วโมงแล้วที่ชายหนุ่มกระวนกระวาย เฝ้ารออย่าง

ร้อนรนและกังวลใจอยู่แบบนี้ แม้วราลีน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา

จะแสดงความเป็นห่วงเป็นใยด้วยการแนะนำให้นอนพักให้น้ำเกลือ

สักหน่อย แต่กลับถูกปฏิเสธ

ตอนนี้เขาพะวงกับความเคลื่อนไหวภายในห้องฉุกเฉินซึ่งประตู

ยังคงปิดสนิท ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองเวลาทุกสิบวินาที

เสียงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงของสตรีอาวุโสที่สวมชุดผ้าไหมสีฟ้า

น้ำทะเลแว่วมาทันทีที่มาถึง อรุณีเดินเข้าไปหาบุตรชายพลางกวาดตา

มองร่างสูงเพื่อสำรวจจนถ้วนทั่ว ไม่เพียงเท่านั้น ยังถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ

อีกด้วย

“เจ็บตรงไหน เป็นอะไรมากหรือเปล่าธีร์ ไหนแม่ดูซิ แล้วทำไม

ไม่นอนพัก แม่สั่งให้พยาบาลจัดห้องให้เอาไหม”

คนถูกถามส่ายหน้า “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ”

“ไม่มากได้ยังไง ดูซิ ทั้งหัวทั้งแขน แม่ว่า...”

“ไม่เป็นไรก็คือไม่เป็นไรครับคุณแม่ ถ้าผมเจ็บมากก็คงมายืน

พูดอยู่ตรงนี้ไม่ได้” คนพูดถอนหายใจแล้วหันไปสนใจประตูห้องฉุกเฉิน

ที่ปิดสนิทอยู่เช่นเคย

ผู้เป็นมารดาจึงเดินไปนั่งข้างๆ วราลี บุตรสาวคนเล็ก ส่วน

                คมสันผู้เป็นสามีสานต่อหน้าที่ด้วยการเดินเข้าไปตบไหล่บุตรชาย

คนโตเบาๆ พลางเอ่ย

“เห็นตำรวจบอกว่าคู่กรณีแกเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุหนึ่งคน

น่าเห็นใจนะ”

“คนที่น่าเห็นใจคือผมกับริซ่าต่างหากครับ ที่อยู่ดีๆ ก็ต้องมา

พลอยฟ้าพลอยฝน เจ็บตัวไปด้วยเพราะความประมาทเลินเล่อของ

พวกไร้วินัย” อธีร์บ่นอย่างหัวเสีย เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นยัง

ไม่ทันข้ามวัน

ก่อนหน้าที่ครอบครัวเขาจะเดินทางมาถึง ร้อยเวรเจ้าของคดี

เพิ่งแจ้งเกี่ยวกับรูปคดี พร้อมทั้งขอความเห็นใจจากเขาให้ยอมความ

ฝ่ายตรงข้าม เพื่อให้รูปคดีสิ้นสุดอยู่ที่ขั้นเสียค่าปรับและรอลงอาญา

แทนที่ผู้กระทำผิดฐานขับรถประมาทจะต้องถูกจำคุกตามข้อกำหนด

ของกฎหมาย โดยให้เหตุผลซึ่งเขาไม่ค่อยเห็นด้วยนักว่า ถึงอย่างไร

ฝ่ายนั้นก็ได้รับโทษทัณฑ์จากความประมาทครั้งนี้ด้วยชีวิตคน

ตั้งหนึ่งคน หากเรื่องนี้ฝ่ายเขายืนยันว่าจะเอาผิดให้ถึงที่สุด ไม่ยอมความ

ให้ คดีก็จะไม่ยุติง่ายๆ และความผิดจะตกไปอยู่กับคนขับหรือไม่ก็

เจ้าของรถเต็มๆ

ชายหนุ่มไม่วายนึกค่อนแคะเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีนี้

ที่ร้องขอโดยไม่นึกถึงหัวอกเขา เพราะคงอยากให้เรื่องจบง่ายๆ งานที่

ทำอยู่จะได้ไม่ยุ่งยากและยืดเยื้อให้ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลจนเสียเวลา

หรือไม่...ก็อาจได้รับเงินสินบนจากคู่กรณีของเขา เพื่อเคลียร์คดีนี้ให้จบ

ไวๆ ก็เป็นได้

“เอาน่ะ อภัยให้เขาเถอะ ถึงยังไงคนก็ตายไปแล้ว คู่หมั้นแกล่ะ

เป็นไงบ้าง” คมสันเตือนสติ ก่อนเสเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นท่าทีหงุดหงิด

ของบุตรชาย

สีหน้าคนถูกถามเป็นกังวลมากกว่าเดิม เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

                แล้วหันมองหน้าผู้เป็นบิดา ตาคมเต็มไปด้วยความเป็นห่วงกังวลถึง

คู่หมั้นสาวเหนือสิ่งอื่นใดถึงขั้นทำให้ความเป็นความตาย...ความ

สูญเสียของคนอื่นกลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นสำหรับเขา

ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ตอบคำถามผู้เป็นบิดา ประตูห้องฉุกเฉิน

ที่ปิดอยู่นานเกือบสี่ชั่วโมงก็เปิดออก เมื่อนายแพทย์ที่สวมชุดกาวน์

สีขาวเดินออกมา ความสนใจจึงถูกแทนที่ด้วยความเป็นห่วงทันที อธีร์

ก้าวเร็วๆ ไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวแพทย์ กลิ่นคาวเลือดที่ติดมากับตัวอีกฝ่าย

โชยเข้าจมูก ทำให้คนเป็นกังวลใจหายวาบ...

“วริษาเป็นยังไงบ้างครับหมอ”

นายแพทย์หนุ่มดึงผ้าปิดปากออก สูดลมหายใจอย่างหนักอก

และเม้มริมฝีปากแสดงสีหน้าหนักใจ จนคนรอฟังคำตอบพลอย

ใจไม่ดีไปด้วย

“ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ แต่ต้องรอดูอาการไปก่อน

เพราะร่างกายได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก โดยเฉพาะส่วน

ศีรษะ หมอคงยังบอกรายละเอียดอะไรแน่ชัดไม่ได้ คงต้องรอดูอาการ

ไปก่อน จนกว่าคนไข้จะฟื้นนั่นแหละครับ”

คำชี้แจงของแพทย์ผู้รักษาไม่ได้ทำให้ความกังวลของอธีร์คลาย

ลงแม้แต่น้อย สีหน้าเขายังคงวิตก รอยหยักระหว่างคิ้วคงยังปรากฏชัด

กระทั่งร่างของวริษาถูกเคลื่อนย้ายไปพักยังห้องพักคนไข้พิเศษ

“ทำใจดีๆ นะธีร์ หนูริซ่าไม่เป็นไรหรอก กลับไปพักก่อนดีกว่า

ไหมลูก” อรุณีผู้เป็นมารดาเอ่ยอีกเมื่อเห็นว่าบุตรชายคนโตยังไม่มี

ทีท่าว่าจะพักผ่อนบ้าง ทั้งที่ตัวเองก็เจ็บเหมือนกัน

“ผมจะยังไม่กลับ จนกว่าริซ่าจะฟื้น”

“พี่ธีร์กลับไปพักก่อนดีกว่า ลีว่าพี่ริซ่าเขาไม่เป็นอะไรมากหรอก

พี่ธีร์กลับไปพัก เดี๋ยวพอพี่ริซ่าฟื้นทางโรงพยาบาลก็โทร. ไปบอกเอง

นั่นแหละ” วราลีช่วยมารดาอีกแรง

                “ใครอยากกลับก็กลับ ผมจะยังไม่กลับจนกว่าริซ่าจะฟื้น”

วราลีส่ายหัวดิกแล้วย่นจมูก หงุดหงิดความดื้อรั้นและไม่ยอม

ฟังใครของผู้เป็นพี่ชาย “ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ ไปค่ะ คุณพ่อคุณแม่...

กลับบ้าน”

พูดจบวราลีก็ไม่รอฟังคำคัดค้านของใครเช่นกัน หญิงสาวดึง

กระเป๋าที่ถืออยู่ขึ้นสะพายแล้วเดินฉับๆ ไป อรุณีได้แต่ยืนทำหน้า

เหลอหลา หันมองลูกสาวที ลูกชายที ผู้เป็นสามีจึงโอบเอวอวบอั๋นเป็น

เชิงบังคับให้เดินตามวราลีไป ด้วยรู้ดี...คนอย่างอธีร์พูดคำไหนคำนั้น!

 

อธีร์กินไม่ได้ นอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว เนื่องจากคู่หมั้น

สาวยังคงนอนไม่ได้สติ และตอนนี้ความกังวลในใจเขายิ่งเพิ่มขึ้นเป็น

เท่าตัว ความโกลาหลวุ่นวายเกิดขึ้นอีกครั้งกลางดึก เมื่ออาการของ

วริษาทรุดหนักกว่าเดิม ความดันโลหิตต่ำมาก แพทย์ต้องรีบนำเข้า

ห้องผ่าตัดเป็นการด่วน และชายหนุ่มก็เดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้อง

ผ่าตัดแห่งนี้เป็นเวลากว่าห้าชั่วโมงแล้ว

จนกระทั่งประตูห้องผ่าตัดเปิดออกอีกครั้งเมื่อเวลาใกล้รุ่ง สีหน้า

ของนายแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดก็ไม่สู้ดีนัก อธีร์ได้รับคำตอบจากบุรุษ

วัยกลางคนซึ่งสวมเสื้อกาวน์สีขาวว่า อาการของคนไข้ตอนนี้พ้นขีด

อันตรายแล้ว แต่ก็ต้องรอดูต่ออีกสักระยะเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีอาการ

แทรกซ้อนใดๆ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย และอาการโดยทั่วไปไม่น่าเป็นห่วงแล้ว

วริษาก็ถูกย้ายกลับมายังห้องพักคนไข้ดังเดิม โดยมีอธีร์ตามมาเฝ้า

ดูแลอยู่ไม่ห่าง เขาโทษตัวเองที่เป็นสาเหตุให้หญิงสาวต้องเจอกับ

เหตุการณ์แบบนี้ ทั้งๆ ที่เขากับเธอจะแต่งงานกันต้นเดือนหน้าแล้วแท้ๆ

อธีร์ได้พบและรู้จักกับวริษาเพราะเธอเรียนในมหาวิทยาลัยเดียว

กับเขาที่ประเทศอังกฤษ เธอเป็นคนไทยคนแรกที่เขารู้จัก จึงไม่ใช่เรื่อง

แปลกหากชายหนุ่มจะไว้วางใจและสนิทสนมกับหญิงสาวผู้นี้ได้ใน

เวลาอันรวดเร็ว วริษาเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ เธอเกิดและโตที่นั่น

แต่ด้วยความที่มีแม่เป็นคนไทยซึ่งต่อให้อยู่ไกลแค่ไหนก็ยังไม่เคยลืม

ชาติกำเนิด หญิงสาวจึงพูดภาษาไทยได้ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยอยู่เมืองไทย

เลยก็ตาม

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนพัฒนาจากเป็นเพื่อนจนกลายเป็น

คนรู้ใจ และในที่สุดอธีร์ก็ตัดสินใจขอวริษาแต่งงาน เพราะเขานับถือ

หัวใจรักและความดีงามของเธอ แต่ด้วยความที่เป็นลูกคนโต ภาระที่

ต้องสืบทอดกิจการของครอบครัวก็เป็นสิ่งที่เขาทิ้งไม่ได้เช่นกัน วริษา

รักอธีร์มาก เมื่อเขาเอ่ยปากว่าจะกลับมาอยู่เมืองไทยหญิงสาวจึง

ไม่ขัดข้อง

ทว่าเพียงวันแรกที่มาถึง เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทำให้

วริษา...ผู้หญิงที่แสนดีและน่ารักต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ชายหนุ่มโทษ

ตัวเอง ถ้าเขาไม่พาเธอกลับมาด้วย เรื่องเลวร้ายแบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

ไม่สิ...อธีร์กำมือแน่น อันที่จริงมันไม่ใช่ความผิดของเขา ความผิด

ทั้งหมดมันเกิดจากความประมาท ไร้ระเบียบวินัยของคนขับรถคันนั้น

ต่างหาก คิดได้ดังนั้นความโมโหและเคืองขุ่นก็แล่นขึ้นมาจุกอก

“ผมสาบานว่า...จะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด”

 

เวลาล่วงเลยไปร่วมสัปดาห์ วริษายังคงหลับใหลไม่ได้สติ

ความกังวลใจของอธีร์ไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลงเลย หลังจากไปพูดคุย

กับนายแพทย์เจ้าของไข้ ชายหนุ่มก็เดินมาทรุดนั่งข้างเตียง ดึงมือเล็ก

ขึ้นมากุม ก่อนยกขึ้นแนบแก้ม มองไปยังดวงหน้าซีดเซียวแล้วถอน

หายใจ

‘นี่คุณหมอหมายความว่าวริษาจะเป็นเจ้าหญิงนิทราอย่างนั้น

หรือครับ แล้วไม่มีวิธีรักษาเลยหรือครับหมอ ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร

ผมก็ยินดี’

คนถูกถามส่ายหน้าช้าๆ ถอนหายใจเบาๆ อย่างสงสารและ

เห็นใจ

‘อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับคนไข้นะครับ เพราะอาการแบบนี้หมอ

ไม่สามารถหาตัวยาใดๆ มาปลุกให้ฟื้นขึ้นได้’

อธีร์เอื้อมมือไปสัมผัสแก้มนวลของร่างบางที่นอนหายใจรวยริน

อยู่บนเตียงคนไข้เบาๆ ริมฝีปากบางที่มักจะแย้มยิ้มและพูดคุยอยู่

เคียงข้างเขา บัดนี้นิ่งสนิท ไม่ไหวติง เขาเกลียดความรู้สึกเช่นนี้ยิ่งนัก

“ลืมตามาคุยกับผมสิครับริซ่า ผมอยู่นี่แล้วไง...อยู่ข้างๆ ริซ่า

ตรงนี้”

คำตอบคือความเงียบ ไม่มีวี่แววว่าเจ้าของร่างบางจะได้ยิน

ในสิ่งที่เขาพูด อธีร์ฟุบหน้านิ่ง นึกอะไรไม่ออก นี่กระมังที่เขาเรียกว่า

มืดแปดด้าน คิดวกไปวนมาก็โมโหเช่นเคย นัยน์ตาคมวาวโรจน์

ความขุ่นเคืองที่เขามีต่อรถคู่กรณีมันเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์

ในวันนั้น และผลที่วริษาต้องประสบอยู่ในวันนี้

เสียงเคาะประตูหน้าห้องเพื่อขออนุญาตดังขึ้น อธีร์จึงวางมือ

ว่าที่เจ้าสาวลงดังเดิม ก่อนพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด และ

พยาบาลสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาก็เอ่ยเบาๆ

“ขอโทษนะคะคุณอธีร์ คู่กรณีที่ขับรถชนคุณมาขอพบค่ะ”

ใบหน้าคมสันมีร่องรอยไม่พอใจ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ตาคม

วาวโรจน์ด้วยความเคืองใจ เมื่อนึกถึงผู้ที่มาขอพบตน ซึ่งคงเป็นใคร

ไปไม่ได้นอกเสียจากคนขับหรือไม่ก็เจ้าของรถคู่กรณี ซึ่งอาจมา

ไกล่เกลี่ยขอให้เขายอมความให้

เป็นเรื่องยากไม่ใช่น้อยสำหรับการทำใจอภัยให้แก่ความผิด

ในครั้งนี้ เพราะหากไม่มีรถเจ้ากรรมคันนั้นวิ่งฝ่าไฟแดงมา อุบัติเหตุ

ในครั้งนี้ก็คงจะไม่เกิด และวริษาก็คงไม่ต้องมานอนนิทราเป็นผักอยู่

 

            (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)


รีวิว (0)


สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2021