สุภาพบุรุษกับศิศิรา (นิบบา)

สุภาพบุรุษกับศิศิรา (นิบบา)

1 รีวิว  1 รีวิว    
รหัสสินค้า: 9786160017614
ของหมด (ต้องการสินค้า)
ราคา: 310.00 บาท 155.00 บาท
ประหยัด: 155.00 บาท ( 50.00% )

เนื้อหาบางส่วน

ประตูไม้บานใหญ่ถูกนายพุ่มคนสวนกดรีโมตให้เลื่อนออก

เพื่อเปิดทางให้รถยุโรปราคาแพงเคลื่อนเข้ามาในเขตวัง หนุ่มใหญ่หลัง

พวงมาลัยผิวปากเป็นเพลง “Fly me to the moon” อย่างอารมณ์ดี

เขาชอบเพลงนี้…โดยเฉพาะเวอร์ชันของ แฟรงก์ ซินาตรา

เมื่อมองไปเห็นพรมสีชมพูบนผืนหญ้าริมสระบัวที่เกิดจากดอกชมพู-

พันธุ์ทิพย์ร่วงกราวก็ยิ้มด้วยแววตา บรรยากาศภายในรั้ววังยามนี้เขียวชอุ่ม

ชุ่มชื่นไปด้วยร่มเงาของนานาพันธุ์ไม้น้อยใหญ่

หม่อมราชวงศ์สุภาพบุรุษ นฤเคนทร์ ขยับมุมปากน้อยๆ เมื่อเห็นว่า

‘ท่านพ่อ’ ทรงกำลังเล่นกับคุณชาลีผู้มีศักดิ์เป็นหลานลุงของเขาอยู่ที่

นอกชาน ตั้งแต่คุณชาลีย้ายมาอยู่ที่นี่...บริเวณกว้างขวางของวังที่เคยดู

เศร้าๆ เหงาๆ ก็กลับมีชีวิตชีวาจนเกือบจะเรียกว่าเป็นบ้านได้ ติดก็แต่ยัง

ขาดนายผู้หญิงมาช่วยเพิ่มความอบอุ่นในครอบครัว นอกเสียจากยายแป้น

ต้นเครื่อง และลูกมือสาวๆ อีกสองสามคนแล้ว ผู้ที่อาศัยอยู่ในรั้ววังราชสีห์

แห่งนี้ก็ล้วนแต่เป็นบุรุษเพศทั้งสิ้น

ราชนิกุลหนุ่มมีรูปร่างที่จัดว่ากระชากใจสาว ด้วยความสูงเกือบ

เมตรแปดสิบ อกหนาบ่าตั้งดูผึ่งผาย กล้ามแขนสวยได้รูปอย่างคน

ออกกำลังสม่ำเสมอ ช่วงตัวและขาที่ยาวสมส่วนกันพอเหมาะพอดี ยังไม่นับ

ใบหน้าหล่อเหลาราวเทวดาปั้นนั่น...คิ้วเข้มดกได้รูปสามเหลี่ยม จมูกโด่ง

เป็นสัน หน้าผากโหนกนูนอย่างคนฉลาด ริมฝีปากหยักสีชมพูอ่อน

โครงหน้าคมสมเป็นชาย และดวงตาวิบวับที่มักกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน

ยามสะท้อนแดดทำให้บางอารมณ์ดูดุขึงขังจริงจังเหมือนตาเหยี่ยว

เป็นที่ประหลาดใจของคนทั่วไปที่ชายผู้เพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ

ทรัพย์สมบัติอย่าง ‘คุณชายเสือ’ จะยังครองตัวเป็นโสดจนเข้าสู่วัยสามสิบ

ตอนปลายเช่นนี้ บ้างก็ครหากันไปว่าเขาเป็นพวกนิยมไม้ป่าเดียวกัน

ร่างสูงเดินออกจากตัวตำหนักมานอกชานหลังส่งสัมภาระให้นายแบงค์

คนรับใช้คู่ใจช่วยรับไปเก็บ เขายกมือไหว้ผู้เป็นบิดาอย่างนอบน้อม

“ท่านพ่อ”

“สวัสดีครับลุงเฉือ” หม่อมหลวงชาลี นฤเคนทร์ วัยสองขวบเศษ

ผละจากตักปู่ก่อนวิ่งเข้าหาผู้เป็นลุงซึ่งย่อตัวลงอ้าแขนรับหลานไว้ใน

อ้อมกอดได้พอดี ก่อนจะอุ้มแล้วยกขึ้น ‘เล่นเครื่องบิน’ เรียกเสียงหัวเราะ

ชอบใจจากเด็กชายตัวน้อย

“ไงล่ะ...คุณชาลี วันนี้ซนหรือเปล่า” เสียงมีอำนาจถูกปรับให้นุ่มนวล

ลงโดยอัตโนมัติเมื่อ ‘ลุงเสือ’ พูดกับผู้เป็นหลาน

เมื่อเด็กน้อยสั่นศีรษะเสียผมเผ้ากระจาย เขาก็ยิ้มอ่อนโยนก่อนจะ

วางร่างเล็กคืนลงบนตักหม่อมเจ้าสิงหบดินทร์หรือนามลำลองว่า ‘ท่านสิงห์’

ตามเดิม แล้วใช้มือลูบศีรษะทุยๆ นั่นสองสามที

“หม่อมว่าเราน่าจะจัดการเรื่องนั้นให้เรียบร้อยก่อนชาลีเข้าโรงเรียน”

เขาทูลเจ้าของวังที่กำลังทอดเนตรโทรทัศน์อยู่ตรงชุดโซฟาสีเหลือง

อ่อนตัดกับผนังห้องสีน้ำเงินเข้มที่เพนต์เป็นลายปลาคาร์ปสีส้มสลับขาวดำ

อย่างวิจิตร ให้บรรยากาศของห้องนั่งเล่นที่หรูหราแต่ก็แปลกใหม่ทันสมัยอยู่ในที

หม่อมเจ้าสิงหบดินทร์ทรงชะงักไปก่อนจะหันพักตร์มาจ้องตาโอรส

อย่างค้นหา ทรงแย้มโอษฐ์กว้างเมื่อพบแต่ความจริงจังตั้งใจแรงกล้าในแววตานั้น

“หลานหม่อมทั้งคนน่าท่านพ่อ แล้วพูดก็พูดเถอะ...ลูกไอ้สิงโต

ก็เหมือนลูกหม่อม หม่อมเห็นมาตั้งแต่เกิด ถึงชาลีจะเป็นแค่หลาน แล้ว

หม่อมก็ไม่เคยเป็นพ่อคนกับใครเขา แต่หม่อมก็ทั้งรักทั้งเอ็นดูแกไม่ต่างกับลูก”

“แบบนี้วิญญาณสิงโตก็คงหมดห่วง ถ้าแกแน่ใจแล้ว อย่างอื่นมัน

ไม่มีปัญหาหรอก...พรุ่งนี้พ่อจะโทรศัพท์ถึงทนายพิพัฒน์แต่เช้าให้เขาช่วยทำเอกสาร”

“โอเค อย่างนั้นหม่อมขึ้นข้างบนก่อนนะ...กูดไนต์ท่านพ่อ อย่าทมดึกเลย”

“เออ! ไปเถอะ เดี๋ยวพ่อจิบหมดนี่ก็จะไป” ทรงชูแก้วจุของเหลว

สีอำพันพลางแย้มสรวล “พ่อภูมิใจในตัวแกมาก...ไอ้เสือ”

หนุ่มใหญ่หยุดเดินแล้วหมุนตัวกลับมากอดบิดาพลางซบหน้าลง

บนอังสาเหมือนเด็กๆ หม่อมเจ้าสิงหบดินทร์ทรงยกหัตถ์ขึ้นลูบศีรษะโอรสด้วยความรักใคร่

“แก่แล้วยังอ้อนพ่ออีกนะเอ็ง”

คุณชายสุภาพบุรุษยิ้มน้อยๆ พร้อมกับที่นัยน์ตาเหยี่ยวส่องประกายแวววับ

‘ไม่ต้องห่วงหรอกไอ้สิงโต ฉันจะเลี้ยงคุณชาลีอย่างดี จะรักให้เหมือนเป็นลูกฉันเอง’

 

เป็นเวลาเกือบปีแล้วที่บรรยากาศในวังราชสีห์อบอวลไปด้วยความ

เศร้าสลด นับจากโศกนาฏกรรมหิมะถล่มที่ญี่ปุ่นได้คร่าชีวิตหม่อมราชวงศ์

ชายชาตรีหรือคุณชายสิงโตพร้อมกับรมิดาผู้เป็นภรรยาไปอย่างไม่มีใคร

คาดคิด ทำให้คุณชาลีต้องกลายเป็นกำพร้าชั่วข้ามคืน เคราะห์ยังดีที่มีท่านปู่

กับลุงคอยให้ความรักความอบอุ่น อีกทั้งญาติฝ่ายแม่ที่แวะเวียนมาหา

มาเยี่ยมเด็กชายอยู่บ้าง

คุณชายเสือตั้งใจจะรับคุณชาลีเป็นลูกตั้งแต่วินาทีที่ได้ทราบข่าว

ร้ายว่าหลานต้องกลายเป็นกำพร้า นี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาพอจะทำให้

น้องชายได้ วิญญาณของคุณชายสิงโตกับรมิดาคงหมดห่วงและไปสบาย

หนุ่มใหญ่เชื่ออย่างนั้น

เตียงนอนเด็กถูกนำมาวางข้างเตียงคิงไซซ์ของเจ้าของห้อง ผ้าปูที่นอน

กับปลอกหมอนสีขาวล้วนเช่นเดียวกันกับเตียงใหญ่ทำให้ดูคล้ายย่อส่วน

กันลงมา...แต่ร่างของคุณชาลีบัดนี้กลับนอนขดอยู่บนที่นอนของผู้เป็นลุง

ทั้งที่เมื่อค่ำถูกกล่อมให้หลับไปบนเตียงเล็กของตัวเองแท้ๆ

“นอนละเมอเหมือนสิงโตตอนเด็กๆ เลย” หนุ่มใหญ่ยิ้มขันกับภาพ

ที่เห็นก่อนเตรียมจะอุ้มหลานชายกลับไปวางที่เตียงเด็ก แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ

...ทรุดตัวลงนอนข้างๆ กันแล้วเอื้อมมือไปดับไฟหัวเตียง

“มาเป็นลูกลุงนะชาลี” เขาเอ่ยขึ้นกับเด็กชายที่หลับปุ๋ยไปแล้ว

คุณชาลีพลิกตัวราวกับได้ยินแล้วเขยิบเข้าหาผู้เป็นลุงด้วยโหยหา

ไออุ่น อ้อมแขนแข็งแรงจึงโอบกระชับร่างนั้นมาไว้แนบอกอย่างเอ็นดู

 

“ชาลี...ชาลี...ตื่นได้แล้ว” เสียงทุ้มของคุณชายเสือปลุกให้เด็กชาย

ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย แต่แล้วก็ยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าเช้าวันนี้คุณลุงยังไม่ออกไปทำงาน

“ไหนเรียกลุงเสือว่าพ่อซิลูก”

 

เพลง “Fly me to the moon” ที่เจ้าของโทรศัพท์ได้ตั้งไว้เป็นเสียง

ปลุกดังมาจากโต๊ะเครื่องแป้ง ใบหน้ารูปไข่ขาวอมชมพูยับยู่ยี่อย่างขัดใจ

 

ก่อนที่ผ้าห่มหนาจะถูกเลิกออกลวกๆ

ศิศิราฝืนใจลืมตา...นอนจ้องเพดานรวบรวมพลังอยู่สักครู่แล้วจึง

ลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำ

เพนต์เฮาส์หรูที่ถูกตกแต่งอย่างทันสมัยคือที่ที่ศิศิราเรียกเต็มปาก

ว่าบ้าน...หญิงสาวใช้เงินที่ลำบากหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองซื้อมัน

เช่นเดียวกับรถมินิคูเปอร์สีดำคันนั้น ต้องขอบคุณชาติศิริผู้เป็นบิดาที่ใจดี

ปล่อยเงินก้อนโตให้กู้มาลงทุนในอัตราศูนย์เปอร์เซ็นต์ดอกเบี้ย...จนมี

วันนี้ที่กิจการทุกอย่างกำลังผลิดอกออกผลงดงาม

ด้วยวัยยี่สิบแปดปี เธอจัดว่าเป็นผู้หญิงเก่งชนิดหาตัวจับยาก

หลังจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนอันดับต้นๆ ของไทย ศิศิราก็ได้ปริญญาตรี

จากไต้หวันและปริญญาโทจากอังกฤษ...กลับบ้านมาทำงานหาประสบการณ์

อยู่ในบริษัทใหญ่มีชื่อเสียงได้ราวปีเศษแล้วจึงตัดสินใจเริ่มทำธุรกิจ

หลายอย่าง โดยเริ่มจากเล็กๆ ไปหาใหญ่ตามความชำนาญที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน

กิจการที่หญิงสาวบริหารอยู่มีด้วยกันสี่อย่าง...ร้านกาแฟ ห้องอาหาร

ร้านขายของแต่งบ้าน และโรงเรียนสอนภาษาจีน เธอสนุกกับการสร้าง

ทุกอย่างขึ้นจากศูนย์ ทำงานคนเดียว เป็นนายตัวเอง ทุ่มเทแรงกายแรงใจ

เพื่อจะได้ดื่มด่ำกับผลสำเร็จอันน่าภาคภูมิ

เมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วจึงพาร่างเล็กมานั่งทาครีมบำรุงผิวอยู่หน้า

กระจก ก่อนจะเขียนคิ้ว ปัดขนตา และทาปากง่ายๆ ตามปกติของ

วันทำงาน ศิศิราอยู่ในเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีครีมกับกางเกงขาลีบสีอิฐ เมื่อคว้า

ต่างหูมุกขึ้นใส่ได้แล้วจึงฉวยเอากระเป๋าสะพายเดินออกจากห้องนอน

มาชงชา เปิดคอมพิวเตอร์เริ่มเช็กอีเมล

“ไอ้วุฒินี่...ไหนดูซิ” เธอพึมพำพลางเอื้อมมือไปเคลื่อนเมาส์

 

ซีซี พี่ที่รู้จักบอกให้ช่วยหาคนช่วยจัดงานเจ๋งๆ ปาร์ตี้ในสวน ลูกค้า

เป็นไฮโซ แกจะรับไหมขอรับ...อย่างไรตอบ

"เออ รู้จักทำประโยชน์เหมือนกันนะไอ้นี่” หญิงสาวอมยิ้มพลาง

พรมนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างไม่ต้องคิดให้วุ่นวาย

 

ไฮโซเลยเหรอวะ แต่โอเคอะ ตกลง แหม...อุตส่าห์หาลูกค้ามา

เดี๋ยวแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้

ฮ่าๆ ไม่ต้องหรอก เลี้ยงข้าวก็พอ

เออ โปรดจะเสวยอะไรเชิญรับสั่ง ส่งเบอร์มาอีกทีละกันนะ แต๊งกิ้วมาก

ศิศิรายกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบด้วยใบหน้าระบายยิ้มเมื่อมีอันจะได้รับ

ทรัพย์ต้อนรับวันใหม่...จู่ๆ เงินทองก็ไหลมาเทมาหาเอง อย่างนี้ค่อยรู้สึก

มีกำลังใจในการทำงาน

 

หญิงสาวเริ่มต้นด้วยโรงเรียนสอนภาษาซึ่งเป็นงานเบาที่สุด เธอ

เติมเงินใส่บัญชีเงินสดย่อยสำหรับใช้จ่ายภายในโรงเรียนและตรวจดูบันทึก

การเข้าสอนของอาจารย์ชาวจีนกับแผนการสอนสำหรับสัปดาห์ถัดไป

หลังจากใช้เวลาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยอยู่ราวสองชั่วโมงเศษ ศิศิรา

ก็กำชับลูกน้องให้ตั้งใจทำงานแล้วขับรถกลับเข้าไปที่บ้าน

แม้จะย้ายออกจากบ้านมาอยู่เพนต์เฮาส์บนคอนโดฯ หรูได้ปีเศษ

แล้ว แต่เธอก็กลับเข้าบ้านไปกินมื้อกลางวันกับบุพการีไม่เคยขาด หญิงสาว

มักสำรวจความเรียบร้อยในบ้าน คอยจัดหาข้าวของเครื่องใช้เข้าไปให้ ส่วน

ณช...น้องชายที่มีอาชีพเป็นนักออกแบบนั้น กว่าจะตื่นนอนก็ในตอนบ่าย

เขาจึงรับหน้าที่ดูแลพ่อและแม่ในช่วงเย็นจนสองท่านเข้านอนเรียบร้อยจึง

เริ่มนั่งคิดงานหน้าคอมพิวเตอร์อีกครั้ง

“พ่อหวัดดี แม่หวัดดีค่ะ” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ทั้งถุงบรรจุอาหาร

พะรุงพะรังก่อนจะมองหาแนน เด็กที่ณชจ้างมาทำงานบ้าน และดูแลพ่อแม่

 

ยามที่พี่สาวยังไม่เข้ามาและตัวเขาเองยังไม่ตื่น

ฝ่ายนั้นเดินมาสวัสดีก่อนจะรับถุงทั้งหลายไปอย่างรู้งาน

“เช้านี้โชคดีมาก ซีซีตื่นมาก็ได้งานเองเลย” ศิศิรากล่าวเสียงเจื้อยแจ้ว

หลังจากนั่งลงตรงกลางโซฟาซึ่งขนาบด้วยบิดามารดา

“ดีลูก...งานคือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข” ผู้เป็นแม่พูดอย่างอารมณ์ดี

ดวงตากลมโตกับแก้มยุ้ยๆ นั่นทำให้คุณนายศศิดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงอยู่ไม่น้อย

“ไอ้วุฒิหามาให้น่ะค่ะ เห็นว่าลูกค้าเป็นไฮโซที่อยากจะจัดปาร์ตี้ในสวน”

“ไฮโซเลยเหรอ แหม...ไม่เบาเว้ย” คราวนี้คุณชาติศิริเป็นฝ่ายพูด

ขึ้นบ้าง “แต่ระวังนา...พวกไฮโซนี่แหละตัวเรื่องมากเลย อย่าเผลอไปหงุดหงิดใส่เขาล่ะ”

คนเป็นลูกสาวได้แต่ยิ้มแหย ที่บิดารู้ทันความเป็นคนจุดเดือดต่ำของเธอ

มื้อกลางวันที่ศิศิราแวะไปรับหลังโทร.สั่งล่วงหน้าจากกุ๊กชอปชื่อดัง

สมัยพ่อกับแม่เพิ่งจีบกันใหม่ๆ หมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็ว ทั้งซี่โครงหมูอบ

ปูจ๋า ไข่ดาวทรงเครื่อง กะหล่ำปลียัดไส้ และแกงกะหรี่ไก่จิ้มขนมปังเนื้อนุ่ม

หญิงสาวมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นบุพการีมีความสุขกับการกิน เหมือน

กับชีวิตวัยเด็กของเธอและน้องที่ได้กินแต่ของอร่อย เพราะมีพ่อกับแม่

คอยสรรหามาให้ตลอด

 

“ว่าไงแก”

วุฒิโทร. เข้ามาในตอนที่สามคนพ่อแม่ลูกกำลังนั่งเอนหลังดูข่าว

ช่องบีบีซี

“เออ พี่เขาบอกว่าลูกค้าอยากให้แกไปคุยงานที่บ้าน ด่วนนิดนึงว่ะ

เขาใจร้อน อยากคุยเย็นนี้เลย...ได้ไหมวะ เดี๋ยวส่งเบอร์ไปให้ แกลุยเองแล้ว

                              (โปรดติดตามต่อในฉบับเต็ม)

รายละเอียด

ความโสดที่เพียรรักษามาตลอดสามสิบเจ็ดปี จู่ๆ ก็ทำท่าว่าจะหลุดลอยไป เมื่อวันหนึ่งราชนิกุลหนุ่มใหญ่ผู้เพียบพร้อมอย่างหม่อมราชวงศ์สุภาพบุรุษ นฤเคนทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีดีกรีหนุ่มคลีโอ เจ้าของฉายา...คุณชายเสือสี่ยก ได้มาพบกับ ศิศิรา ผู้หญิงเก่ง เจ้าของหน้าตาจิ้มลิ้มที่สะกดสายตา (และหัวใจ) ของเขาไว้นับตั้งแต่วันแรกเจอแม้ต่างคนต่างก็ดีพอและพอดีสำหรับกันและกัน แต่กว่าจะลงเอยได้นั้นมันก็ไม่ใช่ง่ายๆ เพราะต้องผ่านเรื่องราวความรัก อบอุ่นละมุนละไม ที่เจือด้วยเสียงหัวเราะตลอดการฝ่าฟันอุปสรรค


รีวิว (1)

เขียนรีวิว

Blssoomeye | 1 รีวิว
30/12/2014

สุภาพบุรุษกับศิศิรา ผู้เขียน นิบบา ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ พิมพ์คำ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ นักเขียนก็ใหม่ด้วย (เพราะเราเพิ่งเคยอ่าน ฮ่าๆๆๆ) เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อ่านได้เรื่อยๆ เพลินๆ พล็อตเรื่องเป็นอะไรที่หวานๆ น่ารักๆ ตัวละครในเรื่องก็น่ารัก น่าติดตามทุกตัวละครเลย โดยเฉพาะพระเอกนางเอกของเรื่อง เรื่องนี้จะบอกว่าเป็นแนวโคแก่กินหญ้าอ่อนคะ แต่พระเอกน่ารักมาก (แม้ว่าอายุจะเยอะแล้วก็ตาม) เราว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องประมาณรักแรกพบของพระเอกมากกว่า เพราะพอพระเอกเจอน่าเอกก็รักเลยชอบเลย ก็เลยเข้าทางเพื่อนซึ่งทำงานที่เดียวกับนางเอก ส่วนนางเอกก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพระเอกที แบบประมาณว่าเพื่อนของรุ่นพี่ ก็แบบนับถือว่าเป็นพี่อะไรประมารนี้ แต่ถ้าอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วนางเอกจะรักพระเอกได้ไหม แล้วจะรักกันตอนไหน ต้องมาลองอ่านกันดู เราว่าเรื่องนี้อ่านเพลิน เนื้อเรื่องน่ารักดี แม้ว่าพระเอกจะอายุมากแล้วแต่บทจะหวานก็หวานได้น่ารักมาก ขี้อ้อนด้วย นอกจากนี้ภายในเรื่องยังสื่อให้เห็นถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนอีกด้วย อ่านแล้วนึกถึงบรรยากาศสมัยเรียนที่พอใครมีแฟนหรือโดนจีบเพื่อนในกลุ่มก็มักจะแซวหรือไม่ก็คอยแกล้ง คอนขวาง ขัดคอไปเรื่อย คู่ไหนที่ทนได้ก็ได้เป็นเพื่อนกันทั้งกลุ่ม ถ้าทนไม่ได้ก็ต้องเลือกระหว่างเพื่อนกันแฟนว่าจะเลือกใคร เราว่าอ่านแล้วรู้สึกเลยว่าการมีเพื่อนที่ดีถือว่าเราโชคดีมากๆ เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่ชอบ อ่านได้สบายมากแปบเดียวจบเอาเป็นว่าแล้วว่างๆเราจะหยิบมาอ่านอีก

สินค้าที่ใกล้เคียง (96 รายการ)

www.batorastore.com © 2020